บทที่1.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ประเทศไทยด ำเนินกำรพัฒนำประเทศตำมแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ซึ่งในฉบับที่ 10 ได้เริ่มใช้มำตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปี พ.ศ. 2554 ท ำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงโครงสร้ำงของประเทศ จำกระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพำทำงกำรเกษตรเป็นสังคมอุตสำหกรรม ซึ่งเดิมสังคมเกษตรกรรมประชำชนส่วนใหญ่อยู่ในชนบทมีอำชีพท ำนำและเพำะปลูกเป็นหลักกำรผลิตมิได้เน้นส่งออก แต่เมื่อเปลี่ยนมำเป็นสังคมอุตสำหกรรม มีกำรน ำเทคโนโลยีก้ำวหน้ำสมัยใหม่มำใช้ในกำรปฏิบัติงำน ภำครัฐได้ให้กำรสนับสนุนกำรลงทุนด้ำนอุตสำหกรรม กำรบริกำรและกำรพำณิชย์ต่ำง ๆ มำกขึ้น ท ำให้ควำมส ำคัญของสำขำเกษตรกรรมลดลงไป (กำญจนำ สงวนวงษ์วำน. 2551 : 163-167) ในขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีประชำกรทั้งสิ้น 65.40 ล้ำนคน (ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. 2560) ท ำงำนในภำคกำรเกษตรมำกที่สุด จ ำนวน 14.10 ล้ำนคน คิดเป็นร้อยละ 38.90 มีเนื้อที่ถือครอง ท ำกำรเกษตรทั้งสิ้น 114.60 ล้ำนไร่ เนื้อที่ประมำณครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 51.30 เป็นที่ปลูกข้ำว มีเนื้อที่ถือครองท ำกำรเกษตรทั้งสิ้น 114.60 ล้ำนไร่ เนื้อที่ประมำณครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 51.30 เป็นที่ปลูกข้ำว อำชีพชำวนำจึงถือว่ำเป็นอำชีพหลักของประชำชนชำวไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผลพวงจำกกำรพัฒนำประเทศที่มุ่งผลผลิตในเชิงอุตสำหกรรมเป็นหลัก ผลกระทบจึงตกมำที่ภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำเป็นส ำคัญ โดยเฉพำะกำรน ำสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชมำใช้ในด้ำนกำรเกษตร (ส ำมะโนกำรเกษตร. 2560 : ออนไลน์) จำกกำรส ำรวจของกรมวิชำกำรเกษตร ส ำรวจปริมำณและมูลค่ำกำรน ำเข้ำวัตถุอันตรำยทำงกำรเกษตรปี 2559 พบว่ำ มีกำรน ำเข้ำสำรก ำจัดวัชพืช (Herbicide) 125,596 ตัน มูลค่ำ 9,688 ล้ำนบำท สำรก ำจัดแมลง (Insecticide) 16,056 ตัน มูลค่ำ 3,899 ล้
อ่านต่อ
ำนบำท สำรป้องกันและก ำจัดโรคพืช (Fungicide) 12,915 ตัน มูลค่ำ 4,503 และสำรอื่นๆ 6,120 ตันมูลค่ำ 2,487 ล้ำนบำท (ส ำนักงำนเศรษฐกิจกำรเกษตร. 2560 : ออนไลน์) และจำกกำรส ำรวจโรคที่เกิดจำกกำรประกอบอำชีพและสิ่งแวดล้อมในระบบ Health Data Center (HDC) ของส ำนักโรคจำกกำรประกอบอำชีพและสิ่งแวดล้อม เมื่อจ ำแนกตำมรหัสอำชีพ 4 หลักของสำนักนโยบำยและยุทธศำสตร์ ส ำนักปลัดกระทรวงสำธำรณสุข พบว่ำ ประชำกรป่วยเป็นโรคพิษสำรก ำจัดศัตรูพืช ป่วยมำกเป็นอันดับ 1 ใน 9 กลุ่มโรค และยังพบว่ำผู้ประกอบอำชีพปลูกพืชไร่และพืชผัก,ท ำไร่และชำวนำปลูกข้ำว มีผู้ป่วยมำกเป็นอันดับ 1 มีจ ำนวน 2,481 คน จำกจ ำนวนผู้ประกอบอำชีพ 11,940 คน (กรมควบคุมโรค. 2559 : 9) ผลจำกกำรศึกษำกำรใช้สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรผู้ปลูกข้ำวต่อสุขภำพและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดกำฬสินธุ์ ศึกษำกับกลุ่มตัวอย่ำง 50 คน พบว่ำมีกำรใช้สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชมำกกว่ำ 2 ชนิดขึ้นไป จ ำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 62 ควำมถี่ ในกำรฉีดพ่นสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืช เดือนละ 1 ครั้งขึ้น ไป จ ำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 68 มีอำกำรแพ้พิษ สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชระหว่ำงใช้ จ ำนวน 9 คน คิดเป็น ร้อยละ 18.18 (นัฐวุฒิ ไผ่ผำด, สมจิตต์ สุพรรณทัสน์ และธีรพัฒน์ 2 สุทธิประภำ. 2557 : 301) ส่วนใหญ่มีปัญหำด้ำนระบบกล้ำมเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก มีปัญหำทำงระบบประสำท ระบบทำงเดินหำยใจ ปัญหำและอำกำรทำงผิวหนัง ตำมล ำดับ (วิทญำ ตันอำรีย์. 2554 : 55 - 57) และผลกำรประเมินทำงชีวภำพด้ำนควำมเสี่ยงต่อกำรสัมผัสสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชในกลุ่มเกษตรกร ผู้ท ำนำในจังหวัดนครรำชสีมำระดับควำมเสี่ยงจำกผลเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือด พบว่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่มีผลกำรทดสอบจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 27.30 กลุ่มที่มีควำมเสี่ยงร้อยละ 32.70 พบระดับปลอดภัยร้อยละ 30.90 และกลุ่มปกติ ร้อยละ 9.10 (พิมำน ธีระรัตนสุนทร, ปริตรตำ ปำนเสน่ห์ และภำรตี อีแต. 2559 : 14) นอกจำกสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชที่เป็นปัญหำส่งผลกระทบต่อภำวะสุขภำพของเกษตรท ำนำแล้ว ปัจจัยด้ำนอื่น ๆ ก็มีส่วนที่ท ำให้ภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำเสื่อมโทรมลงเช่นเดียวกัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อภำวะสุขภำพของเกษตรกร ได้แก่ พฤติกรรมสุขภำพโดยทั่วไป จำกกำรศึกษำพบว่ำชำวนำมีพฤติกรรมสุขภำพที่เสี่ยงต่อกำรเจ็บป่วย ได้แก่ สูบบุหรี่/ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่เป็นประจ ำ ดื่มสุรำเป็นประจ ำ และมีพฤติกรรมไม่ออกก ำลังกำย (กฤษณำ งำมกมล. 2552 : บทคัดย่อ) พฤติกรรมที่ ไม่ปกป้องสุขภำพจำกกำรท ำงำนด้ำนกำรใช้อุปกรณ์ทำงกำรเกษตรอย่ำงปลอดภัย ได้แก่ เร่งรีบท ำนำ ไม่ใช้เครื่องทุ่นแรงขนย้ำยของหนัก พฤติกรรมที่ไม่ปกป้องสุขภำพจำกกำรใช้สำรเคมีได้แก่ ไม่สวมหมวกที่ท ำจำกพลำสติคคลุมศรีษะ/ผม ไม่ล้ำงอุปกรณ์บรรจุสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชหลังใช้งำน (นภมณ ยำรวง. 2555 : 37) ปัจจัยคุกคำมสุขภำพจำกกำรท ำงำน ได้แก่ เสียงดัง ควำมร้อน กำรสั่นสะเทือนจำกอุปกรณ์เครื่องจักรทำงกำรเกษตร จำกกำรศึกษำที่ผ่ำนมำพบว่ำ กำรท ำงำนท่ำมกลำงแสงแดดนำนๆ ท ำให้เกิดกำรปวดแสบตำจำกกำรจ้องมองแสงแดดจ้ำ ตำพร่ำมัว และกำรท ำงำนกลำงแจ้งโดยไม่พักสำยตำ กำรไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรำยจำกแสง ท ำให้เกิดกำรบำดเจ็บ มีบำดแผลที่เท้ำ มีบำดแผลที่มือและที่ตำ (จีระนันท์ จะเกร็ง, ฉันทนำ ผดุงเทศ และฉัตรชัย เอกปัญญำสกุล. 2553 : 10 ; ดำริวรรณ เศรษฐีธรรม และคณะ. 2556 : 7) ชำวนำมีอำกำรปวดเอว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอและปวดข้อมือ (ธนำวุฒิ ธรรมจักร. 2555 : 56-57 ; รุ้งทิพย์ พันธุเมธำกุล และคณะ. 2554 : 297 ; สมจิต แดนสีแก้ว, รัตน์ดำวรรณ คลังกลำง และเกศินี สรำญฤทธิชัย. 2558 : 138) สำเหตุเกิดจำกกำรใช้ท่ำทำงที่ไม่เหมำะสมในกำรท ำงำน หรือไม่เปลี่ยนอิริยำบถในระหว่ำงกำรท ำงำน และที่ส ำคัญเกษตรกรขำดควำมรู้และควำมเข้ำใจในด้ำนกำรดูแลปกป้องภำวะสุขภำพของตนเอง สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชนอกจำกส่งผลกระทบต่อภำวะสุขภำพทำงด้ำนร่ำงกำยของเกษตรกรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภำวะสุขภำพด้ำนจิตใจของเกษตรกรอีกด้วย จำกกำรศึกษำของอนนท์ วิสุทธิ์ธนำนนท์ (2551 : บทคัดย่อ) พบว่ำเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ใช้สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืช มีควำมกังวลต่อสุขภำพตนเอง กังวลต่อต้นทุนกำรผลิตที่เพิ่มขึ้นและกังวลต่อคุณภำพของผลผลิตของตน ท ำให้ไม่สบำยใจและกลำยเป็นทุกข์ ภำวะสุขภำพด้ำนสังคมและสิ่งแวดล้อม พบว่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่พบว่ำกำรใช้สำรเคมีอยู่เสมอท ำให้มีสำรเคมีปนเปื้อนในผลผลิตทำงกำรเกษตร ไม่ปลอกภัยต่อตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภค แมลงศัตรูพืชดื้อยำต้องเพิ่มกำรใช้สำรเคมีมำกขึ้น เกิดกำรชะล้ำงพังทลำยของหน้ำดิน แหล่งน้ ำมีคุณภำพลดลง ส่วนภำวะสุขภำพด้ำนจิตวิญญำณพบว่ำ เมื่อเกษตรกรน ำสำรเคมีเข้ำไปช่วยในกำรเพิ่มผลผลิตทำงกำรเกษตร ท ำให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงทำงด้ำนควำมคิด ควำมเชื่อ น ำไปสู่กำรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีกำรผลิตของเกษตรกร ได้แก่ กำรช่วยเหลือเกื้อกูลและกำรพึ่งพำอำศัย 3 กันน้อยลง เกษตรกรมีควำมเห็นแก่ตัวมำกขึ้น ทุกคนต่ำงมุ่งผลผลิตท ำให้ไม่ค ำนึงอันตรำยจำกสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชจะเป็นอันตรำยต่อผู้บริโภคหรือไม่ (อนนท์ วิสุทธิ์ธนำนนท์ และคณะ. 2551 : 111- 116) และกำรศึกษำยังพบว่ำผลกระทบของกำรใช้สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่ เกิดขึ้นกับระบบนิเวศเป็นหลัก รองลงมำกระทบต่อเกษตรกรและผู้บริโภค หำกครัวเรือนใช้สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ครัวเรือนมีโอกำสเกิดควำมเปรำะบำงสู่ควำมยำกจนเพิ่มขึ้น (สุวรรณำ ประณีตวตกุล. 2557 : 4) แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 มุ่งเน้นส่งเสริมกำรลดปัจจัยเสี่ยงด้ำนสุขภำพอย่ำงเป็นองค์รวม ด้วยกำรสร้ำงเสริมสุขภำวะคนไทยให้มีควำมสมบูรณ์แข็งแรงทั้งทำงด้ำนร่ำงกำยและจิตใจ โดยกำรพัฒนำควำมรู้และทักษะในกำรดูแลสุขภำพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน กำรลดปัจจัยเสี่ยงจำกสภำพแวดล้อมและกำรประกอบอำชีพที่มีผลต่อสุขภำพ รวมทั้งมุ่งสร้ำงกระบวนกำรที่มีส่วนร่วมในกำรพัฒนำนโยบำยสำธำรณะที่เอื้อต่อสุขภำพ สอดรับกับแผนพัฒนำ ฯ ฉบับที่ 12 ที่ให้น้อมน ำปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกำลที่ 9 มำเป็นแนวทำงกำรกำรพัฒนำ โดยเน้นให้คนเป็นศูนย์กลำงในกำรพัฒนำประเทศ (ส ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. 2556 : 48) และสอดคล้องไปกับแผนยุทธศำสตร์พัฒนำจังหวัดยโสธร (พ.ศ. 2561-2564) โดยมีวิสัยทัศน์ว่ำ “ยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์ เมืองแห่งวิถีอีสำน” หนึ่งในพันธกิจนั้นคือ กำรส่งเสริมกำรเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรและได้มำตรฐำนเพื่อให้ประชำชนมีคุณภำพชีวิตที่ดี จำกข้อมูลที่กล่ำวมำข้ำงต้นผู้วิจัยจึงมีควำมสนใจที่จะลงไปศึกษำภำวะสุขภำพของเกษตรท ำนำในจังหวัดยโสธร ทั้งเกษตรกรที่ท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและเกษตรกรที่ท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ซึ่งจำกกำรศึกษำของนภำพรและกนกอร พบว่ำเกษตรกรส่วนใหญ่ในจังหวัดยโสธร ร้อยละ 76.00 มีอำชีพท ำนำ และมีพฤติกรรมกำรใช้สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืช อยู่ในระดับใช้มำก (นภำพร เวชกำมำ และธีระรัตน์ ชิณแสน. 2558 : 59 ; กนกอร พรมชำติ. 2555 : ง) ศึกษำเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐำนในกำรส่งเสริมกำรท ำเกษตรของเกษตรกร เป็นข้อมูลพื้นฐำนในกำรส่งเสริมภำวะสุขภำพของเกษตรกร เป็นแนวทำงในกำรปฏิบัติเกี่ยวกับกำรท ำเกษตรของเกษตรกร และเป็นแนวทำงในกำรดูแลสุขภำพตนเองของเกษตรกร ให้มีควำมมั่นคงและมีควำมปลอดภัย ดังกระแสพระรำชด ำรัสชองในหลวงรัชกำลที่ 9 พระบิดำแห่งข้ำวไทย ที่ท่ำนได้ทรงตรัสไว้เมื่อ พ.ศ. 2541 และ พ.ศ. 2536 ควำมว่ำ “…ในสมัยปัจจุบันอำชีพเพำะปลูกนี้มีควำมส ำคัญมำกเพรำะกำรเพำะปลูกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์ถ้ำเรำไม่มีกำรเพำะปลูกก็จะไม่มีวัตถุดิบที่จะมำเป็นอำหำรหรือเป็นเครื่องนุ่งห่มหรือเป็นสิ่งก่อสร้ำงฉะนั้นต้องท ำกสิกรรม” “…ข้ำวต้องปลูกเพรำะอีก 20 ปีประชำกรอำจจะ 80 ล้ำนคนข้ำวจะไม่พอ ถ้ำลดกำรปลูกข้ำวไปเรื่อยๆ ถ้ำจะไม่พอ เรำจะต้องซื้อข้ำวจำกต่ำงประเทศ เรื่องอะไร ประชำชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้ำว แม้ข้ำวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้ำวที่ปลูกในต่ำงประเทศไม่ได้ เรำก็ต้องปลูก” กำรปลูกข้ำวจึงมิใช่มิติเพียงแค่เป็นพืชทำงเศรษฐกิจส่งออกท ำรำยได้ให้ประเทศเท่ำนั้น แต่ยังมีมิติของควำมเป็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม สังคมที่ค่อนข้ำงลึกซึ้ง โดยเฉพำะมิติทำงสังคมและวัฒนธรรม 4 วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย 1. เพื่อศึกษำภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 2. เพื่อศึกษำเปรียบเทียบภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมทำงเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 3. เพื่อศึกษำปัจจัยที่ส่งผลต่อภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร สมมติฐำนของกำรวิจัย ภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธรไม่มีควำมแตกต่ำงกัน อย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติ ขอบเขตของกำรวิจัย 1. ขอบเขตด้ำนเนื้อหำ ในกำรวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมุ่งศึกษำ ภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและเกษตรกรรมแผ่นใหม่ในจังหวัดยโสธร เปรียบเทียบภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือก และเกษตรกรรมแผ่นใหม่ในจังหวัดยโสธรและศึกษำปัจจัยที่ส่งผลต่อภำวะสุขภำพของเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือก และเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร โดยมีปัจจัยที่ใช้ในกำรศึกษำ ได้แก่ พฤติกรรมสุขภำพทั่วไป พฤติกรรมปกป้องสุขภำพจำกกำรท ำงำน ปัจจัยคุกคำมสุขภำพจำกกำรท ำงำน ปัจจัยด้ำนควำมรู้กำรท ำนำ ปัจจัยด้ำนทัศนคติในกำรท ำงำนและปัจจัยด้ำนกำรรับรู้ข้อมูลข่ำวสำร 2. ขอบเขตด้ำนพื้นที่ศึกษำ ในกำรวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษำประชำกรในพื้นที่จังหวัดยโสธร ครอบคลุมทั้ง 9 อ ำเภอ ได้แก่ อ ำเภอเมือง อ ำเภอทรำยมูล อ ำเภอกุดชุม อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว อ ำเภอป่ำติ้ว อ ำเภอมหำชนะชัย อ ำเภอค้อวัง อ ำเภอเลิงนกทำ และอ ำเภอไทยเจริญ 3. ขอบเขตด้ำนประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง 3.1 ประชำกร คือ ประชำกรที่อำศัยและประกอบอำชีพท ำนำอยู่ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ทั้งที่ท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ 3.2 กลุ่มตัวอย่ำง คือ เกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกในจังหวัดยโสธร จ ำนวน 334 คน กับเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร จ ำนวน 400 คน ซึ่งอำศัยและประกอบอำชีพท ำนำอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดยโสธร และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับส ำนักงำนเกษตรจังหวัดยโสธร 4. ตัวแปรที่ศึกษำครั้งนี้ แบ่งได้ดังนี้ 4.1 ตัวแปรต้น (Independent Variables) ได้แก่ 5 4.1.1 พฤติกรรมสุขภำพทั่วไป ประกอบด้วย พฤติกรรมกำรบริโภคอำหำร พฤติกรรมกำรออกก ำลังกำย พฤติกรรมกำรไม่ใช้สำรเสพย์ติด 4.1.2 พฤติกรรมปกป้องสุขภำพจำกกำรท ำงำน ประกอบด้วย กำรใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรำยส่วนบุคคล กำรใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรทำงกำรเกษตรอย่ำงปลอดภัย กำรใช้สำรเคมี/ชีวภัณฑ์ก ำจัดศัตรูพืชอย่ำงปลอดภัย 4.1.3 ปัจจัยคุกคำมสุขภำพจำกกำรท ำงำน ประกอบด้วย ปัจจัยด้ำนกำยภำพ ปัจจัยด้ำนเคมี ปัจจัยด้ำนชีวภำพ ปัจจัยด้ำนกำรยศำสตร์ ปัจจัยด้ำนจิตสังคม 4.1.4 ปัจจัยด้ำนควำมรู้กำรท ำนำ 4.1.5 ปัจจัยด้ำนทัศนคติในกำรท ำงำน 4.1.6 ปัจจัยด้ำนกำรรับรู้ข้อมูลข่ำวสำร 4.2 ตัวแปรตำม (Dependent Variables) ได้แก่ ภำวะสุขภำพ 4 ด้ำน ประกอบด้วย 4.2.1 ภำวะสุขภำพด้ำนร่ำงกำย 4.2.2 ภำวะสุขภำพด้ำนจิตใจ 4.2.3 ภำวะสุขภำพด้ำนสังคมและสิ่งแวดล้อม 4.2.4 ภำวะสุขภำพด้ำนจิตวิญญำณ นิยำมศัพท์เฉพำะที่ใช้ในกำรวิจัย ภำวะสุขภำพ หมำยถึง ภำวะควำมสมบูรณ์ของร่ำงกำยที่ปรำศจำกโรคภัยไข้เจ็บและภำวะควำมสมบูรณ์ของจิตใจและอำรมณ์ที่ร่ำเริงแจ่มใส ซึ่งท ำให้สำมำรถประกอบกิจกรรมต่ำง ๆ ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ และด ำรงอยู่ในสังคมได้อย่ำงปกติสุข ประกอบด้วยภำวะสุขภำพ 4 มิติ ดังนี้ ภำวะสุขภำพด้ำนร่ำงกำย หมำยถึง ร่ำงกำยสมบูรณ์แข็งแรง คล่องแคล่ว มีก ำลัง ไม่เป็นโรค ไม่พิกำรมีเศรษฐกิจหรือปัจจัยที่จ ำเป็นเพียงพอ ไม่มีอุบัติเหตุอันตรำยและมีสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภำพ ในกำรวิจัยนี้หมำยถึง เกษตรกรสำมำรถโน้มตัว ก้มเงย งอเข่ำได้ ท ำกิจกรรมในบ้ำนได้ด้วยตัวเอง เช่น ซักผ้ำ ถูบ้ำน ท ำกิจวัตรได้ด้วยตัวเอง เช่น อำบน้ ำ แปรงฟัน และท ำงำนได้ตำมที่ต้องกำร ภำวะสุขภำพด้ำนจิตใจ หมำยถึง กำรมีจิตใจที่มีควำมสุขรื่นเริง มีสติ สมำธิ มีปัญญำรวมทั้งกำรลดควำมเห็นแก่ตัว เพรำะหำกมีควำมเห็นแก่ตัวก็จะไม่เกิดสุขภำวะที่สมบูรณ์ทำงจิต ในกำรวิจัยนี้หมำยถึง เกษตรกรไมมีควำมกังวลกับต้นทุนกำรผลิตที่เพิ่มขึ้น ครอบครัวมีควำมเป็นอยู่ดีขึ้น เกษตรกรไม่รู้สึกเบื่อหน่ำย ท้อแท้หมดหวัง รู้สึกกระปรี้กระเปร่ำและภูมิใจต่ออำชีพท ำนำ ภำวะสุขภำพด้ำนสังคมและสิ่งแวดล้อม หมำยถึง กำรอยู่ร่วมกันด้วยดี มีครอบครัวอบอุ่น เข้มแข็ง สังคมยุติธรรม เสมอภำค ภำรดรภำพ สันติภำพ มีระบบบริกำรที่ดี และระบบบริกำรเป็นกิจกำรทำงสังคม ในกำรวิจัยนี้หมำยถึง เกษตรกรมีควำมพึงพอใจต่อวิถีชีวิตควำมเป็นอยู่ตนเอง เกษตรกรมีงำนท ำไม่ตกงำน กำรท ำเกษตรไม่ได้ท ำให้สัตว์มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ลดลง เช่น ไส้เดือน สภำพดิน แหล่งน้ ำ อำกำศ เสื่อมโทรม กำรท ำกำรเกษตรไม่ได้ท ำให้กำรไปมำหำสู่กับเพื่อนบ้ำนหรือกำรร่วมกิจกรรมชุมชนลดน้อยลง ภำวะสุขภำพด้ำนจิตวิญญำณ หมำยถึง สุขภำวะที่เกิดขึ้นเมื่อท ำควำมดีหรือจิตสัมผัสกับสิ่งที่มีค่ำสูงสุด เช่น ควำมเสียสละ กำรมีเมตตำกรุณำ มีที่พึ่งทำงจิตใจเข้ำถึงพระผู้เป็นเจ้ำ สุขภำวะ 6 ทำงจิตเป็นยอดที่ส่งผลกระทบอย่ำงแรงต่อสุขภำพอีก 3 มิติ ถ้ำขำดสุขภำวะทำงจิตวิญญำณ มนุษย์จะไม่พบควำมสุขที่แท้จริง ในกำรวิจัยนี้หมำยถึง เกษตรกรใช้หลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ กำรท ำเกษตรไม่ได้ท ำให้ประเพณีเก่ำ ๆ หำยไป เช่นกำรลงแขก และกำรท ำเกษตรไม่ได้เป็นต้นเหตุ ท ำให้กำรเห็นอกเห็นใจและกำรช่วยเหลือคนอื่นลดน้อยลง เกษตรกรรมแผนทำงเลือก หมำยถึง ระบบกำรเกษตรที่ผลิตอำหำรและเส้นใย ด้วยควำมยั่งยืนทำงสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ โดยเน้นหลักกำรปรับปรุงดิน กำรเคำรพต่อศักยภำพธรรมชำติของพืช สัตว์และนิเวศกำรเกษตร เกษตรอินทรีย์ลดปัจจัยกำรผลิตจำกภำยนอก หลีกเลี่ยงกำรใช้สำรเคมีสังเครำะห์ เช่น ปุ๋ย สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืช เพื่อประโยชน์โดยรวมของผู้บริโภค ระบบนิเวศน์และน ำมำสู่ควำมยั่งยืน จะหมำยรวมถึงเกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสำน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรประณีต และเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรรมแผนใหม่ หมำยถึง ระบบเกษตรกรรมที่อำศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในทุกขั้นตอน เป็นลักษณะกำรท ำไร่ขนำดใหญ่ เน้นกำรลงทุนจ ำนวนมำก เน้นกำรปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว เน้นกำรใช้ปัจจัยกำรผลิตจ ำพวกสำรเคมีเกษตรและเครื่องจักรกลกำรเกษตร วำงแผนกำรผลิตโดยมีเป้ำหมำยเพื่อผลตอบแทนทำงเศรษฐกิจเป็นหลักบริษัทธุรกิจกำรเกษตรเข้ำมำมีอิทธิพลในกำรควบคุมปัจจัยกำ ผลิต กำรแปรรูป กำรตลำดและกำรขนส่ง ในงำนวิจัยนี้จะหมำยรวมถึงเกษตรเคมี เกษตรสมัยใหม่ สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืช หมำยถึง สำรเคมีที่สังเครำะห์ขึ้นที่ใช้ในทำงกำรเกษตร สำรเคมีสังเครำะห์ที่ใช้ในกำรป้องกันและก ำจัดศัตรูพืช โรคพืช วัชพืช สัตว์ศัตรูพืช ที่ท ำลำยผลผลิตทำงกำรเกษตร โดยไม่จ ำกัดยี่ห้อ ถูกน ำมำใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทำงกำรเกษตร กำรป้องกันก ำจัดแมลงศัตรูพืชและเพิ่มมูลค่ำของสินค้ำทำงกำรเกษตร ในที่นี้ศึกษำเฉพำะสำรในกลุ่มออร์กำร์โนฟอสเฟตและคำร์บำเมทเท่ำนั้น กำรตรวจหำระดับโคลีนเอสเตอเรสในเลือดของเกษตรกร หมำยถึง กำรวัดผลควำมเป็นพิษจำกปริมำณสำรฆ่ำแมลง ซึ่งสำรพิษท ำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงในร่ำงกำย เมื่อได้รับสำรพิษในปริมำณที่สูงจะท ำให้ระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือดต่ ำลง ส่งผลให้ระบบกำรท ำงำนของกล้ำมเนื้อเสียไป ทั้งนี้เพรำะสำรพิษจะเป็นตัวยับยั้งกำรสร้ำงเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส ในกำรท ำวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยจึงเลือกวิธีดังกล่ำวมำใช้ในกำรตรวจคัดกรองกลุ่มตัวอย่ำง โดยกำรเปรียบเทียบผลกำรตรวจปริมำณเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสของกระดำษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส ระหว่ำงเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและเกษตรกรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ว่ำมีผลเลือดอยู่ในระดับใด พฤติกรรมสุขภำพทั่วไป หมำยถึง กำรปฏิบัติตนของเกษตรกร เพื่อส่งเสริมสุขภำพป้องกันควำมเสี่ยงที่ท ำให้เกิดโรคจำกวิถีกำรด ำเนินชีวิต และจำกกำรท ำงำน ที่ส่งผลให้เกิดควำมปลอดภัยทั้งในชีวิตประจ ำวันและจำกกำรท ำงำน ในกำรวิจัยนี้จะหมำยถึง พฤติกรรมสุขภำพโดยทั่วไปในกำรปฏิบัติตนของเกษตรกรท ำนำ ได้แก่ กำรไม่รับประทำนอำหำรที่มีไขมันสูง รับประทำนอำหำรให้ครบ 5 หมู่และดื่มน้ ำอย่ำงน้อยวันละ 6 แก้ว ออกก ำลังกำยครั้งละ 20-30 นำทีขึ้นไปและออกก ำลังกำยอย่ำงน้อยสัปดำห์ละ 2-3 ครั้ง มีกิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่ำงอยู่ที่บ้ำน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือเสพย์สิ่งเสพย์ติด เช่น บุหรี่ และดื่มชำ กำแฟ มำกเกินวันละ 2 แก้ว 7 พฤติกรรมปกป้องสุขภำพจำกำรท ำงำน หมำยถึง พฤติกรรมที่ป้องกันสุขภำพจำกกำรท ำงำน และลดควำมเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องจำกกำรท ำงำน เพื่อให้ปลอดภัยจำกสิ่งคุกคำมสุขภำพจำกกำรท ำงำน ในงำนวิจัยนี้พฤติกรรมปกป้องสุขภำพตนเองจำกกำรท ำงำนของเกษตรกร ได้แก่ สวมรองเท้ำบู๊ททุกครั้งป้องกันงูกัด สัตว์กัดต่อย สวมเสื้อแขนยำวและหมวกทุกครั้งก่อนท ำงำนกลำงแจ้ง สวมหน้ำกำกหรือผ้ำปิดจมูกป้องกันฝุ่นฟำง แต่งกำยรัดกุมในขณะท ำงำน ไม่ท ำงำนในขณะที่ร่ำงกำยอ่อนเพลีย เก็บอุปกรณ์ของมีคมทุกครั้ง เช่น ของมีคม รถไถนำหลังเลิกงำน ก่อนใช้สำรเคมี/ชีวภัณฑ์ก ำจัดศัตรูพืช อ่ำนคู่มือ ทุกครั้งอย่ำงเคร่งครัด ใส่หมวกคลุมผมและไม่เข้ำไปในที่ที่พ่นสำรเคมีใน 3 วันแรก ปัจจัยคุกคำมสุขภำพจำกกำรท ำงำน หมำยถึง ปัจจัยซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภำพจำกสภำพแวดล้อมและสภำพกำรท ำงำนในกำรท ำนำ ทั้งด้ำนกำยภำพ ด้ำนเคมี ด้ำนชีวภำพ ด้ำนกำรยศำสตร์และด้ำนจิตสังคม ที่เป็นอันตรำยต่อสุขภำพเกษตรกรถ้ำมีกำรปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง ได้แก่ กำรสัมผัสควำมร้อนตลอดระยะเวลำในกำรท ำงำน ท ำงำนในที่มีแสงสว่ำงมำกเกินไป สัมผัสกับสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชและฝุ่นละอองข้ำว ท ำงำนในที่มีน้ ำขังหรือท ำงำนในที่ที่มีแมงสัตว์กัดต่อย ท ำงำนด้วยท่ำทำงซ้ ำซำก ยกของหนักหรือออกแรงเกินก ำลัง ท ำงำนด้วยควำมเร่งรีบและมีควำมรู้สึกเครียดตลอดระยะเวลำกำรท ำงำน ปัจจัยด้ำนควำมรู้ หมำยถึง สิ่งที่สั่งสมมำจำกกำรศึกษำเล่ำเรียน กำรค้นคว้ำ หรือประสบกำรณ์ รวมทั้งควำมสำมำรถเชิงปฏิบัติและทักษะต่ำง ๆ ในวิจัยนี้จะหมำยถึง ควำมรู้กำรท ำนำของเกษตรกรได้แก่ สำรเคมีเข้ำร่ำงกำยได้ทำงปำก ทำงลมหำยใจ และทำงผิวหนัง กำรออกก ำลังกำยท ำให้ร่ำงกำยแข็งแรง ดื่มสุรำในขณะท ำงำน ท ำงำนด้วยท่ำทำงซ้ ำ ๆ และท ำงำนท่ำมกลำงแสงแดดโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ปัจจัยด้ำนทัศนคติในกำรท ำงำน หมำยถึง ควำมรู้ ควำมเชื่อเชิงประมำณค่ำ ควำมรู้สึก อำรมณ์ และแนวโน้มของพฤติกรรมที่พร้อมที่จะแสดงออก เพื่อสนองตอบต่อสิ่งเร้ำ ทั้งที่เป็นวัตถุธรรมและนำมธรรม ซึ่งเป็นผลมำจำกประสบกำรณ์ของแต่ละบุคคลที่จะเป็นส่วนส ำคัญในกำรก ำหนดกำรแสดงออกและทิศทำงของพฤติกรรมต่อสิ่งนั้น ๆ ซึ่งอำจมีทั้งทำงบวกและทำงลบ และสำมำรถเปลี่ยนแปลงได้ มักเป็นกำรตอบสนองที่มีลักษณะสม่ ำเสมอ ในวิจัยนี้จะหมำยถึง ทัศนคติในกำรท ำงำนของเกษตรกรที่มีต่อกำรท ำนำ ได้แก่ อำชีพท ำนำท ำให้คนในครอบครัวดีขึ้น ขณะท ำงำนไม่ดื่มสุรำหรือของมึนเมำ สวมใส่ป้องกันอันตรำยทุกครั้งก่อนกำรท ำงำน กำรออกก ำลังกำยท ำให้ร่ำงกำยแข็งแรงและขณะท ำงำนควรเปลี่ยนอิริยำบถ อย่ำท ำงำนด้วยท่ำทำงซ้ ำ ๆ ปัจจัยด้ำนกำรรับรู้ข่ำวสำร หมำยถึง กระบวนกำรที่มนุษย์ มีสิ่งเร้ำเข้ำมำกระทบสัมผัสกับอวัยวะรับควำมรู้สึก ได้แก่ ตำ หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง จำกนั้นสมองจะท ำกำรแปลควำมหมำยและตีควำมสัมพันธ์ที่ได้รับนั้นออกมำในรูปของควำมเข้ำใจเกิดควำมรู้เกิดกำรตอบสนองโดยแสดงออกมำทำงพฤติกรรมต่ำงๆ ควำมถูกต้องขึ้นอยู่กับกำรรับรู้กำรเรียนรู้สติปัญญำและควำมคิดควำมเชื่อและค่ำนิยม รวมไปถึงแรงจูงใจ และสภำพแวดล้อม ในวิจัยนี้จะหมำยถึง กำรได้รับข้อมูลข่ำวสำรด้ำน กำรดูแลสุขภำพ ผ่ำนช่องทำงต่ำง ๆ ได้แก่ วิทยุกระจำยเสียง โทรทัศน์ วำรสำร หนังสือพิมพ์ เอกสำรแผ่นพับ Internet เจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุขหรือคนในครอบครัวของเกษตรกร 8 ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ทรำบปัจจัยที่มีผลต่อภำวะสุขภำพของเกษตรท ำนำแบบเกษตรกรรมแผนทำงเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 2. เป็นข้อมูลพื้นฐำนในกำรส่งเสริมกำรท ำเกษตรของเกษตรกรและเป็นข้อมูลพื้นฐำนในกำรส่งเสริมสุขภำพเกษตรกร 3. เป็นแนวทำงในกำรท ำเกษตรของเกษตรกร และเป็นแนวทำงในกำรปฏิบัติเกี่ยวกับกำรดูแลสุขภำพของเกษตรกร