สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ฐานะ 4 ของนักปฏิบัติธรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ฐานะ 4 ของนักปฏิบัติธรรม คุณใบฟ้า…ถามเกี่ยวกับ ฐานะ 4 _ทุกฐานะสามารถปฏิบัติธรรมะเป็นพระอรหันต์ได้หรือไม่ พ่อครูว่า...สามารถปฏิบัติได้ทุกฐานะ _บุคคลฐานะที่ 1 สามารถสวมบทบาทของอีกฐานะหนึ่งได้ตามสถานการณ์และความจำเป็น ตัวอย่างเช่นนักบวชท่านหนึ่ง สามารถเป็นทั้งนักบริหารนักบริการและนักผลิต เช่นเดียวกับฆาราวาสคนหนึ่ง สามารถเป็นนักบวช โดยนำทาง นักบริหารนักวิชาการนักธุรกิจได้เช่นเดียวกัน ความเข้าใจเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่อย่างไร พ่อครูว่า..ถูกต้องเป็นได้ แต่อาจจะเด่นไปต่างกัน อย่างอาตมาฐานะนักบวชก็เด่น ฐานะนักบริหารก็เด่น แต่ฐานะนักบริการก็มี นักผลิตก็เป็น มันไม่ได้เป็นเรื่องประหลาด

พ่อครูว่า… 1 ฐานะนักบวช เป็นชนชั้นที่ปรึกษาเป็นปุโรหิตเป็นผู้ทรงธรรม เป็นผู้ที่มีธรรมะแล้วเป็นครู 2 ฐานะนักบริหาร ชนชั้นนักบริหาร เป็นผู้อาสาช่วยสังคม ชีวิตจนจน นักบริหารจะเป็นผู้มีชีวิตเป็นคนจนอย่างเช่นในหลวงรัชกาลที่ 9 ถ้าเราไปบริหาร โดยเฉพาะทางเศรษฐศาสตร์ถ้านักบริหารเป็นคนจน และบริหารให้คนมาเป็นคนจน การพัฒนาเศรษฐกิจ การบริหารเศรษฐกิจ จะได้ประโยชน์ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ไม่มีตัวอย่างมันไม่ได้หรอก มันไม่มีประสิทธิภาพไม่มีประสิทธิผล ไม่ศักดิ์สิทธิ์ 3 ฐานะนักบริการ นักบริการ ชนชั้นพ่อค้า ถ่ายโอนการผลิตสินค้าหรือว่า เป็นผู้ที่รับค่าตอบแทนอยู่ แต่ก็รับน้อยลงไปเรื่อยๆถ้าเป็นนักปฏิบัติธรรม จึงไม่ต้องสะสม กักตุนทรัพย์สินเงินทองให้ตนเองมีมาก ถ้าเข้าใจความเป็นจริงพวกนี้จริงๆ แล้วปฏิบัติตามที่ว่าสังคมจะเจริญอย่างมาก สังคมจะเป็นสังคมอุดมสมบูรณ์ไม่ต้องแย่งชิงฆ่าแกงกัน เป็นสังคมสงบสุขอบอุ่น เป็นญาติโกโหติกาพึ่งพาอาศัยกันไปทั่ว 4 ฐานะนักผลิต ชนชั้นนักผลิตจะออกเรี่ยวแรง เป็น

อ่านต่อ

คนทำเป็นกรรมกร จึงสมควรมีรายได้มาก เพื่อตนเอง มากกว่าฐานะอื่น มีได้มากจริงตามกิจของตนๆ ต้องมีเงินสมควรที่จะทำกิจการได้ 5 นักปฏิบัติที่เป็นนักเรียนนักศึกษา ยังไม่มีงาน ยังไม่มีรายได้

แม้แต่ ฐานะ 4 นี้ นักบวชจะจนที่สุดเป็นลำดับ 1 นักบริหารก็จะจนรองลงมา ก็จะมีเงินบ้างในฐานะที่ 2 ส่วนนักบริการ ก็จะมีส่วนได้มีเงินทองมากขึ้น ส่วนนักผลิตเป็นกรรมกรแท้ๆจะต้องมีเงินมากที่สุดนี่คือสารสัจจะที่ถูกต้อง แต่ตอนนี้มันกลับหัวกลับหางไปหมดเลย สังคมทุกข์ยากเพราะมันตีลังกากลับ กลายเป็นว่านักบวชรวยที่สุด เชื่อไหมว่านักบวชนี้รวย ไปสอบในธนาคารสิ รวมเงินของนักบวชรับรองชนะหมดเลย นายห้างใหญ่ทั้งหลายแหล่สู้นักบวชไม่ได้หรอก แล้วภาษีก็ไม่เสียมีดอกเบี้ยเจริญตลอดกาล ดีไม่ดีเอาไปเล่นหุ้นด้วยเอาไปลงทุน กิจการนั้นกิจการนี้ด้วยนะ นักบวชทุกวันนี้ พูดแล้วมันสยองจริงๆสมเพชเวทนา บาปกินหัวหนักๆ คนพวกนี้ ไม่รู้จะตกนรกขนาดไหน นักบวช นักบริหาร คือคนที่จะต้องมาเป็นตัวอย่างทางด้านเศรษฐกิจ ในหลวงเราท่านเป็นในหลวงท่านมีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในฐานะที่มีพอสมควร ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ท่านบอกว่าท่านเป็นคนจน แต่คนไม่เชื่อ คนก็นึกว่าท่านรวยมีกิจการมากมาย พวกที่หาเรื่องก็หาบาปใส่ตัวต่างๆนานาสารพัด ท่านตรัสว่า เราเป็นคนจนเรากินข้าวกล้อง แล้วก็สอนให้บริหารสังคมแบบคนจน ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งมาก เป็นสิ่งที่สูงส่งเป็นนักบริหารเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่สูงส่ง มีฐานะทางธรรมสูงมากคนเข้าใจได้ยากมาก ขนาดนั้นพวกเทวนิยม สหประชาชาติก็ยังพอเข้าใจ แต่คนชาวพุทธเองไม่เข้าใจ เป็นเรื่องที่น่าสังเวชในศาสนาพุทธ ส่วนนักบริการกับนักผลิต เป็นฐานเลย์แมน เป็นคนทั่วไป ก็เป็นนักผลิตนักบริการผู้แบกหามนักสร้างนักก่อ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน จับกังแบกลังทองตลอดเวลา เพราะนายทุนหลอกไว้ นี่เป็นความเพี้ยนไปหมด แม้แต่บุคคลฐานะสังคมแต่ละหน้าที่ อาชีพ แต่ละกิจที่แต่ละคนทำ อาตมาเลิกจากฐานะที่เป็นเชิงนักบริการ ผลิตก็ผลิตเรื่องความรู้ อาตมาไปทำงาน จะผลิตเรื่องบันเทิงเริงรมย์ชอบมากก็อยากทำ แต่เขากันไม่ให้อาตมาทำ อาตมามีผลงานเขาก็ไม่ให้ทำบันเทิงแต่ได้ทำรายการวิชาการ คนก็นึกว่าจบปริญญาโทปริญญาเอก แต่ที่จริงแล้ว ไม่ได้จบปริญญาเลย ได้แต่ติดต่อคนนั้นคนนี้มาออกรายการ นำเสนอกิจการทางวิชาการทางการผลิต ต่างๆนานา ทำเป็นเท่มาก ทั้งที่อาตมาอยากทำบันเทิง ก็ถูกกีดกันตลอด คือมันเป็นว่า อาตมาถูกกีดกันสรุปง่ายๆไม่ให้ไปอยู่ในทางนั้น เลยทนทำอยู่ตั้ง 12 ปี เรียนจบแล้วก็ทำงาน อยู่ในบริษัทไทยโทรทัศน์ นอกนั้นก็เป็นงานฟรีแลนซ์ของตัวเองเป็นอาชีพครูเป็นต้น เงินเดือนทางโทรทัศน์อาตมาออกมาเดือนหนึ่งได้ 1,250 บาท แต่รายได้พิเศษอื่นๆหาได้เดือนละ 20,000 บาท เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ตอนนั้นนายกรัฐมนตรีเงินเดือน 8,500 บาทแต่อาตมาได้เดือนละ 20,000 อาตมาขี่รถติดแอร์คันแรกของประเทศไทย เขาเอาเครื่องแอร์ดัดแปลงติดเข้าไปในรถ Ford คอร์แซร์ ตอนนั้นก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 สตางค์เอง ถ้าอาตมาอยู่ทางโลกก็เป็นเจ้าสัว ออกมาทางธรรมะก็ร่ำรวยในการแสดงธรรมะ หากว่าอยู่ทางโลกก็จะทำธุรกิจบันเทิง เพราะว่าอาตมาถนัดทุกอย่าง มีทั้งสำนักพิมพ์สำนักโทรทัศน์ มีเพลงมีการแสดงรวมหมดเลย ทั้งบริษัทภาพยนตร์ทั้งโรงพิมพ์สำนักพิมพ์ต่างๆมีหมดเลย ทั้งร้อง แสดง แต่ง เพลง วาด พากษ์ ถ่ายอาตมารวบหมดถ้าอยู่ทางโลก แน่นอนอากู๋อาจไม่ได้เกิด เอาเฮียฮ๊อ ก็อาจไม่ได้เกิด หรือเป็นแค่สาขา อาตมาเชื่อในกรรมวิบากบารมี อาตมาไม่ไปทางโน้น เหมือนพระพุทธเจ้าถ้าไปทางโลกก็เป็นจอมจักรพรรดิ์ แต่อาตมาไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้านะ แต่ว่าอยู่ในฐานโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็มีรอบที่เป็นสูตรเดียวกัน แต่ยังไม่ถึงเป็นพระพุทธเจ้า ก็พูดความจริง พวกที่ไม่ศรัทธาเลยก็อาจจะหมั่นไส้ อาตมาเป็นผู้แพ้แต่ชื่อ แต่เป็นชนะในฐานความจริง เป็นเรื่องสิริมหามายาตลบตะแลงกลับกลอก ถ้าคนไม่เข้าใจก็จะไม่เข้าใจ คนเข้าใจก็จะยิ่งชัดเจน เราบอกสภาวะธรรมต่างๆ แต่ต้องทำความเข้าใจ ว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งไม่มีภาษาที่พูดชัดภาษาสุดท้ายแล้วก็จะมี 2 อย่าง สิริมหามายา 620712_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญต้องลืมตาปฏิบัติจนกว่าจะหมดบุญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน