8. 300361บทที่ 3.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) รูปแบบการวิจัยส ารวจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่อกลอนล าผญากับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า อ าเภอดอนตาล จังหวัด มุกดาหารโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีด าเนินการวิจัยดังนี้ ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชำกร ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิงเข้าร่วมวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มีทั้งหมด 100 คน กลุ่มตัวอย่ำง ผู้วิจัยใช้ตารางส าเร็จรูปก าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie and Morgan. 1970 : 608-610) ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ได้ 80 คน วิธีกำรเลือกกลุ่มตัวอย่ำง ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ท าการสุ่มตัวอย่างแบบสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) การสุ่มตัวอย่างโดยวิธีนี้สมาชิกของกลุ่มประชากรทุก ๆ หน่วยมีโอกาสเท่าๆกันในการได้รับเลือกมาเป็นสมาชิกของกลุ่มตัวอย่าง โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการจับฉลาก โดยการเขียนหมายเลขรหัสของหน่วยตัวอย่างทั้งหมดตาม บัญชีประชากรที่จัดท าไว้อย่างเป็นระบบลงในกระดาษที่ท าฉลาก จากนั้นจึงด าเนินการจับหมายเลขนั้นทีละหมายเลขแบบสุ่มจนครบตามจ านวนกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการ ดังนี้ เกณฑ์กำรคัดเข้ำกลุ่มตัวอย่ำง ก ำหนดคุณสมบัติดังนี้ 1. เป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิง 2. สามารถสื่อสารรับรู้ ฟังเข้าใจ ตอบค าถามชัดเจนตรงประเด็น 3. ไม่มีโรคประจ าตัวร้ายแรงเช่น โรคภาวะสมองเสื่อม เกณฑ์กำรคัดออกกลุ่มตัวอย่ำง ก ำหนดคุณสมบัติดังนี้ 1. ไม่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ 2. ไม่สามารถสื่อสารรับรู้ ฟังเข้าใจ ตอบค าถามชัดเจนตรงประเด็น 3. ขอยกเลิกขณะ
อ่านต่อ
ท าการศึกษาวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ผู้วิจัยเตรียมแบบสอบถาม เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์กิจกรรมต่อกลอนล ากับภาวะสุขภาพชีวิตของผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อประเมินผลโดยแบ่งเป็น 4 ตอน คือ ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุ จ านวน 9 ข้อ 53 ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมต่อกลอนล าผญา จ านวน 20 ข้อ โดยแบ่งเป็นแบบสัมภาษณ์กิจกรรมต่อกลอนล าผญา จ านวน 8 ข้อ กิจกรรมต่อกลอนล าผญาที่มีผลต่อด้านสุขภาพ จิตใจและสังคม 12 ข้อ ด้านละ 4 ข้อ ลักษณะค าตอบ มี 2 ตัวเลือก คือ เห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วย เกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ เห็นด้วย ก าหนดให้ 1 คะแนน ไม่เห็นด้วย ก าหนดให้ 0 คะแนน ตอนที่ 3 แบบสอบถามภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอ ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยแบ่งข้อค าถามเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1. แบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย จ านวน 10 ข้อ โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ 1 หมายถึง มีอาการ ความรู้สึก อยู่ในระดับน้อยที่สุด 2 หมายถึง มีอาการ ความรู้สึก อยู่ในระดับน้อย 3 หมายถึง มีอาการ ความรู้สึก อยู่ในระดับปานกลาง 4 หมายถึง มีอาการ ความรู้สึก อยู่ในระดับมาก 5 หมายถึง มีอาการ ความรู้สึก อยู่ในระดับมากที่สุด เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนนรายข้อใช้สูตรช่วงความกว้างของข้อมูลแต่ละชั้นโดยก าหนดระดับการวัดเป็น 5 ระดับ ตามแนวคิดการแบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของเบสท์ (Best. 1977: 174 อ้างถึงใน สุชาติ โสมประยูร และวรรณี โสมประยูร. 2546 : 68) คะแนนสูงสุด-คะแนนต่ าสุด ระดับการวัด = 5-1 = 45 = 0.8 เกณฑ์การแปลผลคะแนนเฉลี่ย 4.21-5.00 ระดับภาวะสุขภาพด้านร่างกายดีมาก 3.41-4.20 ระดับภาวะสุขภาพด้านร่างกายดี 2.61-3.40 ระดับภาวะสุขภาพด้านร่างกายปานกลาง 1.81-2.60 ระดับภาวะสุขภาพด้านร่างกายไม่ดี 1.00-1.80 ระดับภาวะสุขภาพด้านร่างกายควรปรับปรุง เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนนก าหนดระดับการวัดเป็น 3 ระดับ ตามแนวคิดการแบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของBloom (Bloom. 1971 : 129 อ้างถึงในลีณวัฒน์ คุณเวียน, บัววรุณ ศรีชัยกุล และธีรยุทธ อุดมพร. 2555 : 187-196) ดังนี้ คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป (40-50 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านร่างกายดี คะแนนร้อยละ 60-79 (30-39 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านร่างกายพอใช้ คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60 (น้อยกว่า 30 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านร่างกายต้องปรับปรุง 54 2. แบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ จ านวน 10 ข้อ เชิงบวก เชิงลบ 3 คะแนน ทุกวัน 0 คะแนน ทุกวัน 2 คะแนน 4-6 ครั้งต่อสัปดาห์ 1 คะแนน 4-6 ครั้งต่อสัปดาห์ 1 คะแนน 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ 2 คะแนน 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ 0 คะแนน ไม่เลย 3 คะแนน ไม่เลย เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนนรายข้อใช้สูตรช่วงความกว้างของข้อมูลแต่ละชั้นโดยก าหนดระดับการวัดเป็น 4 ระดับ ตามแนวคิดการแบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของเบสท์ (Best. 1977 : 174 อ้างถึงใน สุชาติ โสมประยูร และวรรณี โสมประยูร. 2546 : 68) คะแนนสูงสุด−คะแนนต่ าสุด ระดับการวัด = 3 - 0 = 34 = 0.75 คะแนนเฉลี่ย การแปลผล 3.28-4.00 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจดีมาก 2.52-3.27 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจดี 1.76-2.51 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจปานกลาง 1.00-1.75 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจควรปรับปรุง เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนนก าหนดระดับการวัดเป็น 3 ระดับ ตามแนวคิดการแบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของ Bloom (Bloom. 1971 : 129 อ้างถึงในลีณวัฒน์ คุณเวียน, บัววรุณ ศรีชัยกุล และธีรยุทธ อุดมพร. 2555 : 187-196) ดังนี้ คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป (24-30 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านจิตใจดี คะแนนร้อยละ 60-79 (18-23 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านจิตใจพอใช้ คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60 (0-17 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านจิตใจต้องปรับปรุง 3. แบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพด้านสังคม จ านวน 10 ข้อ เชิงบวก เชิงลบ 3 คะแนน มาก 0 คะแนน มาก 2 คะแนน ปกติ 1 คะแนน ปกติ 1 คะแนน เล็กน้อย 2 คะแนน เล็กน้อย 0 คะแนน ไม่เลย 3 คะแนน ไม่เลย เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนนรายข้อใช้สูตรช่วงความกว้างของข้อมูลแต่ละชั้นโดยก าหนดระดับการวัดเป็น 4 ระดับ ตามแนวคิดการแบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของเบสท์ (Best. 1977 : 174 อ้างถึงในสุชาติ โสมประยูร และวรรณี โสมประยูร. 2546 : 68) 55 คะแนนสูงสุด−คะแนนต่ าสุด ระดับการวัด = 3 - 0 = 34 = 0.75 คะแนนเฉลี่ย การแปลผล 3.28-4.00 ภาวะสุขภาพด้านสังคมดีมาก 2.52-3.27 ภาวะสุขภาพด้านสังคมดี 1.76-2.51 ภาวะสุขภาพด้านสังคมปกติ 1.00 -1.75 ภาวะสุขภาพด้านสังคมปรับปรุง เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนนก าหนดระดับการวัดเป็น 3 ระดับ ตามแนวคิดการแบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของBloom (Bloom. 1971 : 129 อ้างถึงในลีณวัฒน์ คุณเวียน, บัววรุณ ศรีชัยกุล และธีรยุทธ อุดมพร. 2555 : 187-196) ดังนี้ คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป (24-30 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านสังคมดี คะแนนร้อยละ 60-79 (18-23 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านสังคมพอใช้ คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60 (0-17 คะแนน) มีภาวะสุขภาพด้านสังคมต้องปรับปรุง 4. การแปลผลภาวะสุขภาพโดยรวม น าคะแนนจากแบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านสังคม รวมจ านวน 30 ข้อ (คะแนนรวม 110 คะแนน) เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนนก าหนดระดับการวัดเป็น 3 ระดับ ตามแนวคิดการแบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของBloom (Bloom, 1971 : 129 อ้างถึงในลีณวัฒน์ คุณเวียน, บัววรุณ ศรีชัยกุล และธีรยุทธ อุดมพร. 2555 : 187-196) ดังนี้ คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป (88-110 คะแนน) มีภาวะสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี คะแนนร้อยละ 60-79 (66-87 คะแนน) มีภาวะสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60 (น้อยกว่า 66 คะแนน) มีภาวะสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับต้องปรับปรุง ตอนที่ 4 แบบสัมภาษณ์ปลายเปิด จ านวน 4 ข้อ ขั้นตอนกำรสร้ำงและหำคุณภำพของข้อมูล แบบสัมภาษณ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเอง มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องของแบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย (สุนันทา ค าบุญเรือง. 2559 : 36-39) แบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ (กรมสุขภาพจิต. 2558 : 88-89) แบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพด้านสังคม (กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของผู้สูงอายุ. 2560) น ามาพัฒนาต่อ พร้อมทั้งศึกษาความเป็นมาของกลอนล าผญา โดยลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยลงภาคสนาม ในการลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการและแบบเจาะลึก มีการจดบันทึกข้อมูล เพื่อมาเป็นแนวการเก็บข้อมูล เช่น ได้พบ ผู้เชี่ยวชาญด้านกลอนล าผญาในพื้นที่อ าเภอดอนตาล และอ าเภอที่ใกล้เคียงที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกลอนล าผญาอาศัยอยู่ ในจังหวัดมุกดาหาร เป็นต้น สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านหมอล า เพื่อศึกษาความเป็นมาของผญา ในการศึกษาหาความสัมพันธ์ 56 กิจกรรมต่อกลอนล ากับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร 2. สร้างแบบสัมภาษณ์กับความสัมพันธ์กิจกรรมต่อกลอนล ากับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร และตรวจสอบเนื้อหาของแบบสอบถามว่าคลอบคลุมวัตถุประสงค์หรือไม่จากนั้นน าไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจแบบสัมภาษณ์ แล้วน ามาปรับปรุงตามค าแนะน าของอาจารย์ที่ปรึกษา 3. น าเครื่องมือให้ผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 5 ท่าน ที่ปรับปรุงตามค าแนะน าของอาจารย์ที่ปรึกษาให้ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และความถูกต้องในการใช้ภาษา แล้วน าไปปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะน า เครื่องมือไปทดลองใช้ 4. น าแบบสัมภาษณ์ที่ได้ไปทดลองใช้ (Try Out) กับผู้สูงอายุเทศบาล ต าบลชานุมาน จังหวัดอ านาจเจริญ ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน เพื่อหาคุณภาพของเครื่องมือ โดยการหาค่าความเที่ยงหรือความเชื่อถือได้ของแบบสัมภาษณ์แบบ Cronbach’s Alpha ได้ค่าความเที่ยงหรือความเชื่อถือได้ของแบบสอบถามเท่ากับ 0.74 ซึ่งถือว่าแบบสอบถามนี้มีความเชื่อถือได้สามารถน าไปเก็บข้อมูลได้จริง 5. ผู้วิจัยใช้แบบสัมภาษณ์ ที่ได้รับการตรวจสอบ ความถูกต้องเชื่อถือได้ น าไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ วิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอ ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 6. เมื่อเก็บรวบรวมได้ครบตามจ านวน น าข้อมูลที่ได้มาแปลผล แล้ววิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ขอหนังสือจริยธรรมในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ถึงวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อขออนุญาตเก็บข้อมูลลงพื้นที่ โดยชี้แจงวัตถุประสงค์ของการศึกษา และขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล 2. ท าหนังสือขออนุมัติการเก็บรวบรวมข้อมูลถึงคณะกรรมการจริยธรรม โดยได้รับใบรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัยในมนุษย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เลขที่ HE-SRRU2-0006 3. ผู้วิจัยน าแบบสัมภาษณ์ที่สมบูรณ์ ลงพื้นที่ไปสอบถามผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอ ดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร พร้อมทั้งอยู่ด้วยตลอดเวลาเพื่อตอบข้อซักถามกรณี ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่เข้าใจค าถาม กำรวิเครำะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่อกลอนล าผญากับภาวะสุขภาพโดยใช้ ไคสแควร์ (Chi-Square) ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป