สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปัจจัยเกิดสัมมาทิฏฐิ 2.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปัจจัยเกิดสัมมาทิฏฐิ 2 พ่อครูว่า...ถ้ามั่นใจแล้วก็ไม่วิตก คำสอนพระพุทธเจ้านี้เยอะเลย จะเริ่มต้นตรงไหน ก็เกือบจับไม่ถูก ในสัมมาทิฏฐิ บทแรกที่จะต้องรู้คือ สัมมาทิฏฐิ บทแรกคือต้อง 1.ฟังเสียงผู้อื่น ปรโตโฆษะ 2.ต้องทำใจในใจเป็นโยนิโสมนสิการ เป็นสองประเด็นแรก ที่จะทำให้เกิดสัมมาทิฏฐิ แต่ชาวพุทธทุกวันนี้ไม่เงี่ยโสตสดับ ไม่มีปรโตโฆษะ อาตมาพูดไม่เหมือนกับที่เขาพูดแตกต่างจากที่เขายึดถือก็ไม่ฟัง เริ่มต้นไม่มีปรโตโฆษะก็เลยไม่โยนิโสมนสิการ โยนิโสมนสิการเป็นรากฐานการปฏิบัติธรรม ในมูลสูตรก็ดี แสงอรุณ 7 ก็ดี ในปัญญาวุฒิ 4 ก็ดี ในอวิชชาสูตรก็ดี ต้องคบสัตบุรุษ ในอวิชชาสูตรกำชับเลยว่า ต้องคบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ ฟังธรรมให้บริบูรณ์ มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ถ้าศรัทธาบริบูรณ์ จะเข้าใจ จะโยนิโสมนสิการอย่างไรให้บริบูรณ์ ถ้ามีศรัทธามีความเข้าใจอย่างบริบูรณ์ เชื่ออย่างบริบูรณ์จึงจะมีการมนสิการ อย่างโยนิโส อย่างถ่องแท้แยบคาย ลงไปถึงที่เกิดได้ อาจารย์กฤษฎาว่า...ผมเห็นพ่อครูทำด้วย ผมได้ฟังพ่อครูทำด้วยสัมผัสการกระทำด้วย ปรโตโฆษะ อาจจะหมายถึงการได้เห็นด้วยไหม พ่อครูว่า...ได้ แตกต่างในการเห็น การได้ยิน แม้แต่ได้กลิ่น แตะรส สัมผัสเสียดสี ได้ทั้งนั้น อาจารย์กฤษฎาว่า..เช่นสัมผัสรส ผมเคยลองเป็นลูกศิษย์พ่อครู อยากรู้ว่าอาหารพ่อครูฉันเป็นอย่างไร ผมก็ลองดู ผมพยายามทำทุกอย่าง ผมพยายามเดินตามรอยพระอรหันต์ อายตนะเรามีภายนอกกับภายใน อะไรที่เป็นภายนอกได้ก็พยายามตามรอย แต่ภายใน บางครั้งระลึกนึกถึงสิ่งที่พ่อครูได้เทศน์ได้บอก วันนี้อาจยังไม่ได้แต่ระลึกนึกถึงด้วยใจเวลาเจอผัสสะ ถือว่าเป็นปรโตโฆษะ ได้หรือไม่ พ่อครูว่า...ได้ ปรโตโฆษะ ทางทวารนอก แล้วทวารในจะไปฟังอื่นได้อย่างไร เราต
อ่านต่อ
้องฟังสิ่งที่ต่าง จากที่เรายึดถือ ถ้าเรายึดแต่ของเราภายในก็ไม่ฟังภายนอกก็ไม่มีทางเปลี่ยน เราก็ยึดของเราเองไม่เปลี่ยน ไม่มี ปรโตโฆษะ เต็มร้อยเลย อาจารย์กฤษฎาว่า...ที่ผ่านมาพ่อครูว่า ความบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด เราก็เอามาทบทวน พ่อครูว่า...โยนิโสมนสิการไม่ใช่แค่การทบทวนพิจารณา การพิจารณาเป็นตัวรอง แต่การทำใจในใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นหลัก ทำใจด้วยการพิจารณาว่าทำใจอย่างนี้มันถูกหรือไม่ถูก การทำใจในใจอย่างนี้เป็นการตั้งจิตไว้ผิดทิศทาง ผิดไปกันใหญ่ อย่างนี้ทำไม่ถูก ไม่ใช่ทิศทางสัมมาทิฏฐิ พิจารณาตั้งแต่แห่งทิศทาง แต่ต้องทำใจในใจให้จริงจึงจะเป็นโยนิโสมนสิการ อาจารย์กฤษฎาว่า...อะไรเป็นตัวชี้วัดว่าเรามีการโยนิโสมนสิการที่แท้จริง พ่อครูว่า...ตอบผ่าหัวใจศาสนาเลย สิ่งที่จะรู้ว่าเรามีโยนิโสมนสิการ คุณจะต้องรู้จักเวทนาในเวทนาและ คุณจะรู้จริงๆว่าถูกต้อง จะต้องรู้เวทนาที่เป็น มโนปวิจาร 18 เคหสิตะ กับเนกขัมมสิตะ 18 อ่านจิตเจตสิกออกเลยว่าอย่างนี้เคหสิตะ โลกีย์ ทำอย่างนี้ออกจากโลกีย์เป็นเนกขัมมะ จึงจะเป็นตัวชี้วัดว่าคุณได้โยนิโสมนสิการได้จริง คำว่าโยนิโสมนสิการจึงเป็นคำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ถ้ายังไม่สัมมาทิฏฐิ ไม่เคยได้ยินได้ฟัง ในสุริยเปยยาล 7 ต้องมีมิตรดี อย่างอาตมาเป็นมิตรดีสหายดีที่คุณจะต้องคบหาและฟังธรรมให้บริบูรณ์ จึงจะเกิดศรัทธาที่บริบูรณ์ความรู้ความเชื่อถือที่บริบูรณ์ จึงจะมีโยนิโสมนสิการที่บริบูรณ์ เมื่อคุณยังไม่มีมิตรดีก็จะไม่เกิดศีล เพราะว่ามาที่นี้จะต้องพาให้ปฏิบัติศีล ไม่ไปนั่งหลับตาปฏิบัติ ศีลจะทำให้เกิดสมาธิเกิดปัญญาเกิดวิมุติ คุณไม่ได้ฟังก็จะแยกแยะศีลสมาธิปัญญาออกไปอย่างวินาศสันตะโรเละเทะไปหมด ก็จะไม่เกิดปีติ ไม่มีฉันทะ อันนี้สุริยเปยยาลเป็นลำดับ มิตรดี ศีล ฉันทะ อันที่สี่ต้องรู้จักอัตตา จะต้องมีข้อปฏิบัติในเรื่องของอัตตา 3 แสงอรุณคุณจะต้องได้ก่อนที่จะปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ถ้าแสงอรุณ 7 ไม่สัมมาทิฏฐิ ก็ลงทะเลยะเยือกเย็นเลย ทิฏฐิ เป็นตัวที่ 5 ของสุริยเปยยาล ตัวที่ 6 เป็นโยนิโสมนสิการ ตัวที่ 7 เป็นความไม่ประมาท ต้องมี 7 เฉท สเปคตรัม ถึงจะปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ได้บริบูรณ์ แม้มีแค่มิตรดี แต่ศีลไม่รู้เรื่องไม่ยินดีใน พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ยิ่งอัตตา เขาไม่ได้อธิบาย อัตตา 3 โอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา อรูปอัตตาให้ฟังเลย แล้วจะปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 อย่างไร เวลาสอนก็ไปนั่งหลับตาหนีทิ้งหมดเลย ไม่มีอาชีพการงานอะไรเลยไม่ได้เรียนรู้ เลิกเลย ไม่ได้เรียนรู้แม้แต่มิจฉาชีพ 5 600904_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก โยนิโสมนสิการให้ถึงญาณ 3