สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลพาให้บรรลุธรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข5 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลพาให้บรรลุธรรม ตอนที่เราเป็นเป็นนี้ เราจะสร้างกรรมของเราให้ดี ให้เป็นที่อาศัย กรรมจะเป็นเชื้อเป็นเผ่าเป็นพันธุ์ กัมมพันธุกรรมปฏิสรโณ ทุกวันนี้คนไม่เชื่อเรื่องกรรม แม้รู้ว่าเลวก็ทำ ถูกหลอกด้วยลาภยศสรรเสริญโลกียสุข จริงๆแล้วจิตเรามันเป็นทาส เป็นจิตที่ไปติดไปยึด ว่าน่าได้น่ามีน่าเป็น ก็อยากได้อยากมีอยากเป็นตามที่จิตมันถูกสั่งจากกิเลสให้อยากได้อยากมีอยากเป็น ถ้าถามชัดกันว่านี้ดีหรือชั่ว ถ้าไม่ประสาทเสียก็จะตอบได้ ของของคนอื่นไม่ใช่ของของเรา แล้วเราก็ไปอยากได้ของเขา แล้วหาวิธีเอาของเขาโดยวิธีไม่ซื่อสัตย์สุจริต ขโมยเริ่มต้นที่โกง เมื่อถามอีกให้ตั้งสติให้ดี การที่คิดจะทำเช่นนั้นมันดีหรือชั่ว เขาก็จะตอบได้กันทุกคน การอยากจะฆ่าสัตว์ อยากเอาของผู้อื่นที่ไม่ใช่ของของเรา คิดชั่วจิตมันก็ไม่ดี ที่จริงแล้วมันก็ไม่มีตัวตนแต่เราโง่ไปยึด ว่าถ้าได้มาจะเป็นสุข สุขที่ได้นั้นอนัตตามันไม่มีตัวตนมันเป็นสุขปลอม ไม่มีจริงหรอก ต้องศึกษาอ่านอาการจิตว่ามันเป็นสุขเวทนา เป็นความรู้สึกของอารมณ์สุขเป็นอิฏฐารมณ์ มันเป็นสิ่งเท็จ แล้วมันมีเหตุอะไรจะมาก่อน เราตั้งไว้ในใจ มันอยากขึ้นเดี๋ยวนี้ก็แสวงหาโดยแย่งชิงฆ่าแกงกันเพื่อให้ได้มา หรือบางทีไม่ได้ตั้งใจแต่มันสะสมไว้ในอนุสัย พอได้มาตรงอนุสัยที่มีกิเลสก็ได้สุข โดยไม่เจตนาไม่รู้ตัวแต่มันตรงกับอุปาทานในจิต ก็รู้สึกสุข ก็อยู่กับความหลอก คนที่รอความสุขหรือมีชีวิตเพื่อหาความสุขแบบนี้ เป็นคนที่ไม่พ้นทุกข์หรอก พระอรหันต์จึงไม่มีความสุขแบบนี้เลยทุกชนิดที่จะมาถึงตัวท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญ ได้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส โดยที่ท่านไม่ต้องอยากได้แต่ท่านก็ได้ ท่านก็ไม่มีสุขทุกข์ เพราะท่านหมดความอยากในเรื่องโลก เข้าใจห

อ่านต่อ

มดแล้ว ถ้าเราจะมีเราจะได้ เราก็ทำเราก็สร้าง สร้างโดยตรงหรือสร้างทางอ้อมก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนตามโลก คนเราก็อาศัยเช่นนี้ แต่สูงสุดจนกระทั่งพระพุทธเจ้า ให้คนมาศึกษาจนไม่ต้องการอะไรในจิต ให้รู้ความจำเป็นในจิต รู้จักความจำเป็นของเหตุปัจจัยในปัจจัย 4 และบริขารที่จำเป็นในชีวิต เป็นชาวนาก็อาศัยแบบชาวนา เป็นนักขนส่งก็ต้องอาศัยพาหนะ ก็ใช้เหตุปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบในการทำอาชีพ เพื่อที่จะได้โดยอ้อมโดยตรงในปัจจัย 4 แม้แต่นกแม้แต่สัตว์ต่างๆ ก็มีที่อาศัย แต่เรื่องยานั้นมันก็ไม่ค่อยรู้จัก มันก็รู้ตามประสาของมัน คนนั้นทำเกินความจำเป็นแก่ชีวิต ทำให้เกิดความเจ็บป่วยมากกว่าสัตว์ เพราะแสวงหาบำเรอตามความต้องการของตน ให้ได้ค่าแรงมาให้แก่ตัวเรา เราก็ทำงานเพื่อแลกเอาลาภยศสรรเสริญ ทับถมทุกข์ให้แก่ตนไปอีกมากมาย เราไม่ต้องไปเสียเวลาแรงงานเพื่อไปเอาสิ่งเหล่านั้น มันไม่ใช่ความสุขอะไรหรอก แต่ไปหลงสมมุติสัจจะที่โลกหลอก มาศึกษาธรรมะเข้าใจแล้วชีวิตจะง่าย อยู่ง่ายเลี้ยงง่ายสุภระ ไม่วุ่นวายไม่มากเรื่องวันวันหนึ่ง อาตมาวันๆหนึ่งไม่ต้องไปเที่ยวแสวงเสพอะไร มันจบแล้วเข้าใจหมดแล้ว ชีวิตเราจึงมีพลังงานสร้างสรรทำประโยชน์ที่เราจะทำได้ เป็นคนที่หมดการบำเรอตน ไม่มีลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา เป็นสิ่งที่เราจะเอาผลผลิตแรงงานไปแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นกายกรรมวจีกรรม แสดงความรู้ให้แก่เขา เขาก็ให้อะไรมา ก็ไม่ต้องทำแล้ว ดังนั้นเราจะไปโกง กุหนา ลปนา ตลบแตลง เนมิตกตา เสี่ยงทายอะไร นิปเปสิกตา มอบตนในทางที่ผิด แม้ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา จะต้องใช้ลาภมากๆก็ไม่มีแล้ว ชาวอโศกเราทำได้ทั้งนักบวชและฆราวาส พ้นมิจฉาชีพ 5 หลายคนตื่นมาตี 2 ตี 3 ทำงานกว่าจะนอนก็ 3- 4 ทุ่ม ไม่ได้อะไรด้วยซ้ำ บางทีทำงานผิดพลาดก็โดนด่าอีก เพื่อนก็ด่าผู้ใหญ่ก็ด่าให้ แม้ปรารถนาดีแต่ก็ผิดพลาดเสียหาย บางคนก็ด่าผิดผิดเสียหายด่าตามอารมณ์ก็มีบ้าง เขาก็ว่ากัน แต่เจตนาเพื่อจะท้วงว่านี้ผิด สรุปคือธรรมะของพระพุทธเจ้าทำให้คนเจริญในสัมมาอาชีวะ วันหนึ่งเราจะมีตารางชีวิต มีความเป็นไปถึงขนาดพ้นมิจฉาอาชีวะ 5 ไม่โกง ไม่หลอกลวง ไม่เสี่ยงทาย ไม่ตลบแตลง ไม่มอบตนในทางผิด อยู่กับหมู่มิตรดีพาทำกุศล ไม่ต้องการอะไรตอบแทน นี่คือความบริสุทธิ์ในสัมมาอาชีวะ ที่เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า สามารถพาคนที่ปฏิบัติธรรมศาสนาพุทธ บรรลุธรรมได้ บางคนหลายสิบปีถึงสี่สิบปีก็ไม่มีมิจฉาชีพอะไรคือพ้นมิจฉาชีพ 5 ส่วนมิจฉากัมมันตะ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์เอาของคนอื่นที่ไม่ใช่ของของเรา และประพฤติผิดในกาม มิจฉากัมมันตะ 3 พวกเราก็บริสุทธิ์ได้ ไม่ฆ่าสัตว์แม้แต่เนื้อสัตว์ก็ไม่กิน ไม่เอาของคนอื่นที่เขาไม่ให้ เราก็ทำได้ทั้งนักบวชทำได้ทั้งฆราวาสเป็นหมู่กลุ่มเป็นพฤติกรรมสังคม ประพฤติผิดในกามเราก็อาจจะมีบกพร่องบ้างไม่มาก แต่โดยสังคมส่วนรวมดี ส่วนมิจฉาชีพ 5 ภูมิใจว่าพวกเราทำได้ พ้นมิจฉากัมมันตะ 3 ก็เราเป็นได้ดีพอสมควร เป็นสังคมที่ไม่มีมิจฉา มีข้อบกพร่องไม่มาก ไม่เกิน ๑๐ % ที่ error มิจฉา 4 ของวาจาจะมากหน่อย พูดคำหยาบไม่ค่อยมี พูดเพ้อเจ้อโดยไม่เจตนาก็จะเป็น พูดส่อเสียดก็จะพอมี ไม่มากนิดหน่อยเพราะพวกเราพอเข้าใจ ส่วนการพูดโกหกนั้นมีน้อยมากเกือบจะไม่มี เพราะระวังสังวรจริงๆ นี่เป็นการปฏิบัติธรรม เป็นการเช็คผลปฏิบัติธรรมจริงของนักปฏิบัติธรรม ซึ่งอาตมาพาทำได้เป็น กลุ่มหมู่เป็นหมู่มวล โดยรากเหง้าคือการเข้ามาพิจารณาแก้ไขตนเองใน มิจฉา 3 ของสังกัปปะของจิตวิญญาณ มี กาม พยาบาท วิหิงสา วิเคราะห์ว่าจิตเราคิดอย่างไร ได้รู้จักกามสัญญากำหนดรู้กายและจิต รู้พยาบาทในกายและจิต วิหิงสาเป็นข้อละเอียดไปอีก มิจฉา เกิดมาจากเหตุปัจจัยตั้งแต่ กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เรียนรู้รูปนาม เมื่อสัมผัสแล้วเกิดกาม พยาบาท ในปัจจุบัน แล้วเราก็เรียนรู้ลดละในปัจจุบันว่าจิตเกิดกามเกิดพยาบาทก็เป็นสัตว์นรกเราก็ลดละ แม้จะเป็นการกดข่มให้ไม่มีชั่วคราวก็เป็นผล แต่มันไม่ถาวร แต่เราเรียนรู้อย่างมีปัญญาให้เกิดปัญญาเกิดฌานที่ไปลดไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะได้ เราเรียนรู้ลดละได้เพราะก็ไม่มีในโลกอบายมุขที่เขามีกัน สังคมชาวอโศกไม่มีเรื่องกามหยาบหยาบเรื่องพยาบาทที่หยาบๆ ที่จะไปวุ่นวายในกามราคะ จะมีโทสะรุนแรงก็ไม่มี เป็นเรื่องเบื้องต้นแต่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เหนือกว่าแม้ในวัดอื่นด้วยซ้ำ แม้แต่เป็นฆราวาสแท้ก็มีปริมาณและคุณภาพ เป็นร้อยเป็นพัน เป็นศีลสามัญญตา เป็นสามัญญผลแท้จริง เป็นปรากฏการณ์จริง ไม่เพ้อฝัน ไม่ใช่ขี้ตู่ อรหัตตผลในโสดาบันเรามีแน่นอน สกิทาคามี อนาคามีก็มีแน่นอน แม้ในเรื่องเหตุปัจจัยบางอย่าง อรหัตตผล ในอาสวะบางอย่างก็หมดสิ้นได้ เหลือแต่ต้องทำการปฏิบัติสัมผัสวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย ให้หมดเป็นอุภโตภาควิมุติ ฟังเข้าใจไหม แล้วมันน่าทำได้นะ เป็นแต่เพียงพวกเราไม่ชัดเจนในบัญญัติในอาการจิต ถ้าชัดเจนบัญญัติ ตรวจสอบอาการจิตเราให้ดี พวกเราเป็นอาริยบุคคลกันไม่ใช่น้อย บางคนอาตมาว่าใกล้ๆอรหันต์นะ เป็นแต่ไม่ได้เช็คละเอียด ถ้าเช็คละเอียดเป็นอรหันต์ได้นะ เช็คให้ดีว่าเราเหลืออะไร เพ่งเพียรทำ แต่พวกเราไม่เป็นระบบ chaos เต็มที ตรวจสอบให้ดีเรียกว่าเตวิชโช ตรวจเจโตปริยญาณ ๑๖ ว่าเราได้วีตราคะ วีตโทสะ วีตโมหะเท่าไหร่ อยู่กับโลกเราก็เตวิชโชดู วันหนึ่งๆมันหมดไหม ตรวจให้ดี เคยทำแล้วได้สังขิตตัง เป็นสอุตตระ เป็นอนุตตระ จิตเราก็สมาหิตัง วิมุติแล้ว เป็นมาตรวัดจิต

590208_พุทธศาสนาตามภูมิ อัมพัฏฐสูตร ตอน ๕

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน