โอวาทปาติโมกข์เป็นภาษาโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
โอวาทปาติโมกข์เป็นภาษาโลกุตระ _จรรยา อิ่มประเสริฐ : เข้าใจว่าพ่อเคยเกิดเป็นพระสารีบุตรและต่อมาพ่อพัฒนามาเป็นโพธิสัตว์ขึ้นเป็นระดับ 8 / เข้าใจว่าสุข ทุกข์เป็น 2 ทำมาให้เป็น 1 หมายถึงสุขทุกข์คือเป็นอันเดียวกัน แล้วมาทำเป็น 0 คือไม่ยึดถือทำให้เป็นอุตุ ก็คือ 000000ที่กว้างใหญ่คือบรรลุธรรม ต่อเป็นโพธิสัตว์ใช่หรือไม่ พ่อครูว่า...ใช่แล้ว ที่พวกคุณบรรยายมาภาษาอย่างสั้นนี้ อาตมาถือว่าทำให้พวกคุณเข้าใจได้ ไม่มีใครมาบรรยายเป็นภาษาอย่างนี้หรอก ทำให้เป็น 1 เป็น 0 หรือทำให้มาจนนี้ เขาไม่พูดกันหรอก เขาไม่มีโลกุตรธรรมมาอธิบาย เขามีแต่โลกียธรรม ให้ทำดีละชั่ว แค่นั้น อย่างในโอวาทปาฏิโมกข์ 3 ไม่ใช่ภาษาโลกีย์แต่เป็นภาษาโลกุตระ เขาก็เลยแปลว่า ละชั่วประพฤติดีทำใจให้ผ่องใส ซึ่งแปลผิดหมด ไม่ใช่แค่ละชั่วประพฤติดี แต่เป็นการหยุดบาปบุญแล้ว แล้วก็ท่านก็ใช้ภาษา เป็นคำที่ลึก เพราะฉะนั้น กรรมของพระอรหันต์ที่ดับกิเลสได้แล้ว หมดบาปหมดบุญด้วย ก็ไม่ทำบุญด้วย เพราะฉะนั้นประโยคที่ 2 จึงบอกว่า ทำกรรมใดๆจึงมีแต่กุศล โอวาทปาติโมกข์ 3 จึงเป็นคำตรัสที่ท่านพูดกับพระอรหันต์ เป็นผู้ที่หมดบาปแล้ว เป็นผู้ที่มีกรรมแต่เป็นกุศล ไม่ใช่เป็นคำสอนนะ โอวาทปาติโมกข์ 3 เขาแปลเป็นโลกียธรรม ถ้ามีแต่แค่ละชั่วประพฤติดีก็เป็นแค่โลกียธรรม แต่ศาสนาพุทธนี้หมดสุขหมดทุกข์เป็นโลกุตรธรรม ไม่ใช่แค่ละชั่วประพฤติดี ซึ่งการละชั่วประพฤติดีของพุทธนั้นก็ทำ ไม่ยิ่งหย่อนกว่าเทวนิยม แต่ศาสนาพุทธเรียนรู้ความสุขความทุกข์และเลิกความสุขความทุกข์ให้ได้ จึงจะมีปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ ซึ่งผู้ไม่มีภูมิรู้ อธิบายไม่ได้หรอก พูดไปแล้วเหมือนอวดตัวอวดตน แต่มันไม่ใช่ อาตมาพูดเพื่อยืนยันว่า ที่สอนๆกันอยู่นั้น มันไม่ได้เข้าแก่นเนื้อหาสาระของพระพุทธเจ้า พระพุทธ
อ่านต่อ
เจ้าก็ตรัสเรื่องนี้อย่างสำคัญไว้ใน อาณิสูตรว่า กลองอานกะ จะไม่มีเนื้อหนังไม้ของอันเก่าแล้ว ก็เหมือนศาสนาพุทธทุกวันนี้ ก็มีแต่ทำดีละชั่ว เป็นโลกีย์ประโลมโลกไป แล้วก็จมอยู่ในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อย่างที่เห็นๆเต็มไปหมด แม้จะมีพระบ้าน ออกไปปฏิบัติก็เป็นมิจฉาทิฐิอีก เป็นพระปฏิบัติก็หนีไปเข้าป่าเขาถ้ำ หนีไปนั่งหลับตา ซึ่งมันไม่มีทางบรรลุทั้งคู่เลย มันออกและไกลจากวิเวกไปทั้งคู่เลยทั้ง 2 ทาง ทางหนึ่งก็เป็นสายหนี อีกทางหนึ่งก็เป็นสายเผชิญ แต่สู้โลกีย์ไม่ได้ โลกียะถึงได้งอกงามไพบูลย์ด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เป็นใบไม้ดอกผล ไม่ได้แม้แต่สะเก็ดหรือเปลือกของต้นไม้ กระพี้ แก่นก็ไม่ได้ แต่ได้แต่ใบดอก ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ที่เปรียบเสมือนดอกใบผลสะพรั่งเป็นโลกียะ มันเป็นสัจจะอย่างนั้น มันเสื่อมจนไม่เหลือจริงๆอาตมาพูดยืนยัน คนมีปฏิภาณดีก็จะรู้ว่าจริง จะได้เลิก วางอย่างเก่าเสียที พูดไปอย่างนี้พวกเถรสมาคมจะดูกันไหมหนอ อาตมาว่าคงจะแอบดูแอบฟังไม่อยากให้ใครรู้ด้วย ก็ดีนะถึงอย่างนั้นก็ยังดี จะไปแอบทำไมก็มันของดี เปิดเผยสิชวนกันมาดู ให้ได้ล้านวิวหน่อยเถอะโพธิรักษ์ ถ้ามีคนดูทีละล้าน โลกนี้สว่างไสวแน่นอน 640623_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สังคมวรรณะ 9 สัปปายะ 4 ที่สมบูรณ์