a11.บทที่ 7.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์176 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

177 บทที่ 7 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดศึกษาความสัมพันธระหวางการปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ใชระเบียบวิธีวิจัยเชิงพรรณนา วัตถุประสงคเพื่อศึกษา การปฏิบัติตนดานสุขภาพ ความผาสุกทางจิตวิญญาณ และความสัมพันธระหวางการปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง เปนการวิจัยคุณภาพเชิงประจักษ 30 คน วิธีการวิจัย จากการบอกตอแบบลูกโซ หรือ สโนวบอล (Chain 0r Snowball Sampling) และวิจัยเชิงปริมาณ จํานวน 50 คน สถิติที่ใชการวิเคราะหขอมูลใชสถิติพรรณนา (Descriptive statistics) เพื่อวิเคราะหขอมูลทั่วไป ดวยสถิติการแจกแจงความถี่ เปนรอยละ และขอมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตนดานสุขภาพและความผาสุกทางจิตวิญญาณ ดวยสถิติการแจกแจงความถี่ เปนรอยละคาเฉลี่ยคาเบี่ยงเบนมาตรฐานและใชสถิติเชิงวิเคราะห (Analysis statistics) มาวิเคราะหถึงความสัมพันธการปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง สรุปผลการวิจัย สรุปผลไดเปน 4 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 ขอมูลทั่วไปสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ รายได ศาสนา สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ระยะเวลาของการเกิดโรคระยะเวลาของการผาตัดทวารเทียมหนาทอง ชนิดของทวารเทียม ใชสิทธิ์อะไรเบิกถุงรองรับทวารเทียม แบบถุงรองรับทวารเทียม สวนของลําไสที่ทําการผาตัด ความกวางของแผลมีผลตอความรูสึก และการศึกษาสวนบุคคลของกลุมตัวอยาง 50 คน พบวาผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทองที่เปนกลุมตัวอยางสวนใหญเปนชาย รอยละ 56.0 มีอายุอยูในชวง 61-70 ป รอยละ 38.0 รองลงมา ชวงอายุ 5

อ่านต่อ

1-60 ป รอยละ 30.0 ทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ มีระดับการศึกษาอยูในระดับประถมศึกษา รอยละ 34.0 รองลงมา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา รอยละ 26.0 ผูปวยสวนใหญมีรายไดเฉลี่ยตอเดือน ต่ํากวาหรือเทียบเทา 5,000 บาท รอยละ 36.0 รองลงมา 15,001-30,000 บาท รอยละ 28.0 ผูปวยสวนใหญมีสถานภาพสมรสแลว รอยละ 60.0 รองมาสถานภาพโสด รอยละ 14.0 ผูปวยสวนใหญมีการแบงการแพรกระจายของโรคในระดับมะเร็งผานทุกชั้นของผนังลําไสใหญแตยังไมลุกลามตอมน้ําเหลือรอยละ 32.0 รองลงมามะเร็งผานเยื่อบุแตยังไมทะลุลําไส รอยละ 26.0 ผูปวยสวนใหญมีการผาตัดทวารเทียมมายาวนานมากกวา 10 ป ขึ้นไป รอยละ 40.0 รองลงมาคือมากกวา 1 178 ป แตไมเกิน 5 ป รอยละ 34.0 ผูปวยสวนใหญใชสิทธิ์ในการเบิกถุงทวารเทียมหนาทองดวยบัตรทอง รอยละ 52.0 รองลงมาใชบัตรขาราชการ รอยละ 20.0 ผูปวยสวนใหญใชทวารเทียมชนิดถาวร รอยละ 80.0 ผูปวยสวนใหญใชถุงทวารเทียมแบบปกติทั่วไป มี รอยละ 98.0 ผูปวยสวนใหญผาตัดสวนลําไสดานซาย รอยละ 70.0 รองลงมาผาตัดลําไสสวนปลาย รอยละ 26.0 ผูปวยสวนใหญมีชองเปดหนาทองซึ่งไมมีผลตอความรูสึก รอยละ 92.0 ตอนที่ 2 การปฏิบัติตนดานสุขภาพ 6 ดาน ไดแก ความรับผิดชอบตอสุขภาพ กิจกรรมทางดานรางกาย การรับประทานอาหาร การมีสัมพันธภาพระหวางบุคคล การจัดการกับความเครียด และการพัฒนาทางปญญา สรุปผลปฏิบัติตนดานสุขภาพดานความรับผิดชอบตอสุขภาพของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ผูวิจัยใชสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็นวา ความรับผิดชอบตอสุขภาพในดานทําความสะอาดถุงรองรับทวารเทียมดวยตนเอง อยูในระดับสูงที่สม่ําเสมอ รอยละ 90.0 คาเฉลี่ย 3.88 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.38 รองลงมา ดูแลตนเองและชวยเหลือตนเองเทาที่ทําได สม่ําเสมอ รอยละ 90.0 คาเฉลี่ย 3.90 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.30 และหมั่นสังเกตความผิดปกติของรางกายสม่ําเสมอ รอยละ 80.0 คาเฉลี่ย 3.76คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.32 เปนการแสดงใหเห็นวาผูปวยสวนใหญมีความรับผิดชอบตอตนเอง สรุปผลการปฏิบัติตนดานสุขภาพดานกิจกรรมทางดานรางกาย ของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ผูวิจัยใชสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็นวา ใหเห็นวาออกกําลังกาย เชน เดินแกวงแขน เดินทน รําจีน ขี่จักรยาน หรืออื่น ๆ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอรอยละ 42.0 คาเฉลี่ย 3.04 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.94 ทํากายบริหารประมาณ วันละ 30 นาที อยูในระดับปานกลาง สม่ําเสมอ รอยละ 36.0 คาเฉลี่ย 2.84คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.03 ทํางานบาน ทํางานบานที่ไมหนักไดเปนปกติ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 64.0 คาเฉลี่ย 3.42คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.85 รองลงมา ปรับเปลี่ยนอิริยาบถตาง ๆ หรือเคลื่อนไหวรางกายอยูเสมอ ไมวาจะเปนนั่ง ยืน เดินสม่ําเสมอ รอยละ 60.0 คาเฉลี่ย 3.52 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.64 ซึ่งผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทองสวนใหญนั้น หลังจากการผาตัดมีทวารเทียมหนาทองแลว ตองระมัดระวังเปนพิเศษในการขับเคลื่อนตัว หรือแสดงอากัปกิริยาตาง ๆ หรือทาทางที่เหมาะสมเพราะมีผลตอทวารเทียมใหม และสวนใหญผูปวยอยูในวัย 61-70 ป รอยละ 38 เปนวัยที่ตองระมัดระวังดูแลเอาใจใส ซึ่งการออกกําลังกายทําใหมีรางกายแข็งแรงขึ้น มีความกระฉับกระเฉง ไมเซื่องซึม สรุปผลปฏิบัติตนดานสุขภาพดานการรับประทานอาหาร ของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ผูวิจัยใชสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็น การงดเวนของมึนเมา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลตาง ๆ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอรอยละ 70.0 179 คาเฉลี่ย 3.44 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.90 รองลงมาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชนตอรางกายสม่ําเสมอ รอยละ 60.0 คาเฉลี่ย 3.50 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.57 สวนในระดับปานกลาง พยายาม ลด ละ เลิกรับประทานเนื้อสัตวเชนเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก เนื้อปลา เนื้อกุง เนื้อปู หอยเปนบางครั้งรอยละ 34.0 คาเฉลี่ย 2.64 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.96 และ ลด ละ เลิก การรับประทานอาหารปรุงรสจัด เชนเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ตาง ๆ สม่ําเสมอ รอยละ 28.0 คาเฉลี่ย 2.74 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.98 สรุปผลปฏิบัติตนดานสุขภาพ ดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคลของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็น มีเวลาวาง ๆ จะหาอะไรทําอยูเสมอ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 72 คาเฉลี่ย 3.68 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.55 รองลงมาเปนคนที่คิด พูด ทํา ที่เขาใจงาย และรูหนาที่ตนเองอยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 64.0 คาเฉลี่ย 1.4 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.57 ชอบชวยเหลือผูอื่น คนอื่นจะพึ่งพาตนได อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 60.0คาเฉลี่ย 3.48 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.73 สรุปผลการปฏิบัติตนดานสุขภาพ ดานพัฒนาทางปญญาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็น ทําดีไปเรื่อย ๆ เพราะเชื่อในความดี อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 68.0 คาเฉลี่ย 3.64 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.56 รองลงมาพากเพียรปฏิบัติในศีลธรรมอะไรไมดีก็พยายาม ลด ละ เลิกสม่ําเสมอ รอยละ 54.0 คาเฉลี่ย 3.40 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.72 สวนในระดับปานกลางไมไปยุงเกี่ยวกับอบายมุข เชน เลนหวย เลนหุน เลนพนันตาง ๆ สม่ําเสมอ รอยละ 38.0 คาเฉลี่ย 2.92 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.02 และ สวดมนตและนั่งสมาธิทําใหใจสบายและผอนคลายความทุกข สม่ําเสมอ รอยละ 36.0 คาเฉลี่ย 2.92 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.96 สรุปผลปฏิบัติตนดานสุขภาพ ดานการจัดการความเครียดของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็น จะเปนคนใหอภัยคน อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 56.0 คาเฉลี่ย 3.44 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.70 รองลงมา เมื่อไมสบายใจหรือเครียด จะคลายลงไดดวยการฟงเพลงดูหนังดูละคร เลนดนตรี อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 54.0 คาเฉลี่ย 3.36 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.82 เมื่อทุกข เครียด วิตก กังวล รูจักนําหลักธรรมะมาพิจารณาใหเกิดปญญา อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 50.0 คาเฉลี่ย 3.40 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.69 ตอนที่ 3 ความผาสุกทางจิตวิญญาณ 2 ดาน ไดแก ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนา และ ความผาสุกในสิ่งที่เปนอยู สรุปผลความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็นวาผูปฏิบัติตามคําสั่งสอนพระศาสดา จะดํารงชีวิตอยางผาสุก อยูในระดับสูง เห็นดวย รอยละ 92.0 คาเฉลี่ย 3.92 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.27 รองลงมาคํา 180 สอนของพระศาสดาจะสอนใหคนรักสงบและสันติเห็นดวย รอยละ 90.0 คาเฉลี่ย 3.74 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.44 สรุปผลความผาสุกในสิ่งที่เปนอยู ของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็นวาความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูวาถามีนอยก็ตองอดออมถามีเหลือใช แลวคอยแบงปน อยูในระดับสูง เห็นดวย รอยละ 92.0 คาเฉลี่ย 3.92 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.27 รองลงมา มีความผาสุกที่ใชหลักเมตตากับเพื่อนมนุษยดวยกัน อยูในระดับสูง เห็นดวย รอยละ 90.0 คาเฉลี่ย 3.90 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.30 ตอนที่ 4 สรุปผลความสัมพันธระหวางการปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ความสัมพันธ ดานการรับผิดชอบตอสุขภาพ ดานกิจกรรมทางรางกาย ดานการรับประทานอาหาร ดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคล ดานพัฒนาทางปญญา ดานการจัดการความเครียด 6ดาน กับดานความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระศาสนา และดานความผาสุกในสิ่งที่เปนอยู 2 ดาน 1. การรับประทานอาหารกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวาการรับประทานอาหารมีความสัมพันธกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .317, p-valve = 0.025) การรับประทานอาหารกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวาการรับประทานอาหารมีความสัมพันธกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .363, p-valve = 0.010) 2. ดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคลกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวาสัมพันธภาพระหวางบุคคลมีความสัมพันธกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระศาสนาอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .422, p-valve = 0.002) พัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคลกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวาสัมพันธภาพระหวางบุคคลมีความสัมพันธกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .656, p-valve = 0.000) 3. ดานพัฒนาทางปญญา กับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวาพัฒนาทางปญญา มีความสัมพันธกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระศาสนาอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .649, p-valve = 0.000) 181 พัฒนาทางปญญากับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวาพัฒนาทางปญญา มีความสัมพันธกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .519, p-valve = 0.001) 4. ดานการจัดการความเครียด กับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวา การจัดการความเครียดมีความสัมพันธกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .481, p-valve = 0.000) การจัดการความเครียด กับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวา การจัดการความเครียดมีความสัมพันธกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .472, p-valve = 0.001) 5. ดานการรับผิดชอบตอสุขภาพ กับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวา รับผิดชอบตอสุขภาพ ไมมีความสัมพันธกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระศาสนาอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .089, p-valve = 0.539) การรับผิดชอบตอสุขภาพ กับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวาการรับผิดชอบตอสุขภาพ ไมมีความสัมพันธกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .066, p-valve = 0.649) 6. ดานกิจกรรมทางรางกาย กับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวา กิจกรรมทางรางกายไมมีความสัมพันธกับความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .172, p-valve = 0.232) กิจกรรมทางรางกายกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง พบวา กิจกรรมทางรางกาย ไมมีความสัมพันธกับความผาสุกในสิ่งที่เปนอยูอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 (r= .246, p-valve = 0.085) อภิปรายผลการวิจัย วัตถุประสงคขอที่ 1 เพื่อศึกษาลักษณะขอมูลทั่วไปและการปฏิบัติตนดานสุขภาพของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง 1. จากการศึกษาขอมูลทั่วไปพบวา ผูปวยสวนใหญเปนชายเพศชายมากกวาเพศหญิง และมีอายุชวงประมาณ 61-70 ป รอยละ 38 จากสถิติในอดีต พบวามะเร็งลําไสใหญและทวารหนักในเพศชาย พบเปนอันดับ 2 (รอยละ16.2) ของโรคมะเร็งที่พบบอย 15 อันดับแรก ชวงอายุที่พบมาก 182 ที่สุดคือ 55-65 ป จะสังเกตเห็นวา ปจจุบันโลกเราเขาสูยุคของผูสูงอายุดังนั้นคนจะมีอายุยืนยาวขึ้นจึงตองมีการเตรียมการในดานสุขภาพใหเหมาะสม อีกทั้งผูปวยสวนใหญเปนพุทธศาสนิกชนเพราะประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธ 95% และจะมีการศึกษาระดับประถมศึกษาถึง 34%สวนเรื่องรายไดนั้นอยูในชวงต่ํากวาหรือเทียบเทา 5,000 บาท ถึง 30% และมีสถานภาพสมรสแลว 60% ซึ่งผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทองนั้นเปนโรคในชวง เซลลมะเร็งลําไสใหญลุกลามผานทุกชั้นของผนังเซลลแตยังไมเขาตอมน้ําเหลือง 32% จะเห็นวาอัตราความเสี่ยงของโรคไมสูงเพราะยังไมลุกลามเขาสูตอมน้ําเหลือง ผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง หลังจากทําการผาตัดแลวผูปวยมีชีวิตยืนยาวตอมามากเกินกวา 10ป มีมากถึง 40% และรองลงมาคือมากกวา 5 ป แตไมเกิน 10 ป มีอีก 12% ซึ่งผลการวิจัยจะพบอีกวาผูปวยมีอายุยืนยาวถึง 20 ปขึ้นไป มีถึง 8 คน มีการศึกษาความสัมพันธระหวางปจจัยดานอายุและความผาสุกทางจิตวิญญาณ ของ ลอรลอวคารและอิลลีออต ( Lawler-Row KA., and Elliott J.2009 : 43-52 ) ที่พบวาอายุมีสัมพันธตอจิตวิญญาณและกิจกรรมทางศาสนา เปนสวนที่สามารถนํามาพิจารณาได ถึงการปฏิบัติตนที่ดียอมมีอายุที่ยืนนาน ตอมาจากการวิจัยสวนใหญนั้นจะทําการผาตัดลําไสดานซายของผูปวยถึง 70% ที่จะตอสูลําไสสวนปลาย อันเปนมะเร็งลําไสระยะที่ 2, 3 และชองเปดลําไสทางหนาทองนั้นไมมีเสนประสาท ที่จะรับรูความรูสึกแตถาโดนกระแทกก็อาจมีเลือดออกไดจึงตองระมัดระวัง สวนเรื่องการใชสิทธิ์ของผูปวยในการเบิกถุงรองรับทวารเทียมจะเปนบัตรทองหรือ 30 บาทถึง 52 % เพราะคนสวนใหญจะไมมีรายไดหลัก เงินสวนใหญไดจากเงินชวยสวัสดิการเบี้ยยังชีพผูสูงอายุจากทางรัฐบาล และจากลูกหลานใหไวใชจาย จึงนิยมใชสิทธิ์ในการเบิกถุงรองรับทวารเทียม ดวยบัตรทอง (30 บาท) มากกวาการใชสิทธิ์ในบัตรประเภทอื่นๆ โดยที่รัฐบาลสวนใหญจะมีงบประมาณเดือนละ 750 บาทตอเดือนและอาจมีสวนตางที่ตองจายเพิ่มบาง และตองเดินทางมาเบิกทุกเดือน การเบิกถุงรองรับทวารเทียมนี้สถานพยาบาลหลายแหงมีรับบริจาคสําหรับผูมีรายไดนอยทั่วไปแตก็มีไมมาก ไดจากการบริจาคจากผูที่มีสิทธิ์เบิกแตไมไดใชและนําสวนนี้มาบริจาค โดยตนเองไปซื้อสินคาที่มีราคาที่สูงและมีคุณภาพดีกวา นอกจากนี้ยังพบวา ลักษณะของถุงนั้นผูปวยสวนใหญพึงพอใจที่จะใชถุงรองรับแบบปกติที่นิยมใชอยูตามทองตลาด จะสังเกตเห็นวาผูปวยสวนใหญทําการผาตัดแลวมีอายุยืนยาวเลย 10 ป ดังนั้นการผาตัดใสถุงรองรับทวารเทียมจึงใชแบบถาวร 80% คือตองขับถายออกทางถุงรองรับทวารเทียม ซึ่งตางจากถุงรองรับทวารเทียมแบบชั่วคราวที่ผูปวยสวนใหญจะเปนผูปวยใหมเพิ่งไดรับการผาตัดจะอยูในชวง 6 เดือนขึ้นไปที่อาจกลับมาถายอุจจาระไดทางปกติได 2. เรื่องการปฏิบัติตนดานสุขภาพของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทองไดพบวา 2.1 การปฏิบัติตนดานสุขภาพ ความรับผิดชอบตอสุขภาพของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็นวา ความรับผิดชอบตอสุขภาพในดานทําความ 183 สะอาดถุงรองรับทวารเทียมดวยตนเอง อยูในระดับสูงที่สม่ําเสมอ รอยละ 90.0 คาเฉลี่ย 3.88 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.38 รองลงมา ดูแลตนเองและชวยเหลือตนเองเทาที่ทําได สม่ําเสมอ รอยละ 90.0 คาเฉลี่ย 3.90 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.30 และหมั่นสังเกตความผิดปกติของรางกายสม่ําเสมอ รอยละ 80.0 คาเฉลี่ย 3.76 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.32 เปนการแสดงใหเห็นวาผูปวยสวนใหญมีความรับผิดชอบตอตนเอง มีงานวิจัยความสัมพันธเชิงทํานาย มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตและอํานาจทํานายความสามารถในการดูแลตนเองเกี่ยวกับทวารเทียมของผูปวยสูงอายุที่เปนมะเร็งลําไสใหญและทวารเทียมทางหนาทอง ผลการศึกษาพบวา กลุมตัวอยางรอยละ 51.1 มีความสามารถในการดูแลตนเองระดับปานกลาง (คาเฉลี่ย = 20.98, S.D. = 7.11) รอยละ 93.3 มีภาวะพึ่งพิงผูอื่นนอย (คาเฉลี่ย = 16.22,S.D. = 2.74) ซึ่งการศึกษาความสัมพันธของความสามารถในการดูแลตนเองเกี่ยวกับทวารเทียม ภาวะพึ่งพิง ความวิตกกังวล และการรับรูการสนับสนุนทางสังคมตอคุณภาพชีวิตพบวา ความสามารถในการดูแลตนเองเกี่ยวกับทวารเทียมและการรับรูการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธทางบวกกับคุณภาพชีวิต สวนภาวะพึงพิงและความวิตกกังวลมีความสัมพันธทางลบกับคุณภาพชีวิตอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (เกศิณี ธีรทองดีและคณะ. 2557 : 73) สอดคลองกับการศึกษาของ พงษสิทธิ์ พงษประดิษฐ (2554 : 92) ไดทําการศึกษาเรื่องปจจัยคัดสรรที่เกี่ยวของกับพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพของสตรีที่เปนมะเร็งเตานมและไดรับยาเคมีบําบัดเสริมพบวา ความรับผิดชอบตอสุขภาพโดยสนใจรับรูถึงภาวะสุขภาพตนเอง สงเสริมพฤติกรรมที่ถูกตอง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อันตรายเชน สังเกตรางกายของตนเอง ดูแลรับผิดชอบตนเอง ซึ่งเปนสิ่งที่สําคัญที่ทําใหบุคคลมีสุขภาพที่สมบูรณโดยจะแสวงหาความรูหรือปฏิบัติตามคําแนะนํานั้น ซึ่งกลุมตัวอยางมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสงเสริมสุขภาพดานความรับผิดชอบตอสุขภาพอยูในระดับปานกลาง (คาเฉลี่ย 20, 90 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4.10) กลุมตัวอยางสามารถปฏิบัติสุขวิทยาสวนบุคคล สนใจ สังเกต แสวงหาในการดูแลสุขภาพตน 2.2 ผลการวิเคราะหเกี่ยวกับการปฏิบัติตนดานสุขภาพ ดานกิจกรรมทางดานรางกาย ของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็นวาออกกําลังกาย เชน เดินแกวงแขน เดินทน รําจีน ขี่จักรยาน หรืออื่น ๆ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอรอยละ 42.0 คาเฉลี่ย 3.04 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.94 ทํากายบริหารประมาณวันละ 30 นาที อยูในระดับปานกลาง สม่ําเสมอ รอยละ 36.0 คาเฉลี่ย 2.84 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.03 ทํางานบาน ทํางานบานที่ไมหนักไดเปนปกติ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 64.0 คาเฉลี่ย 3.42 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.85 รองลงมา ปรับเปลี่ยนอิริยาบถตาง ๆ หรือเคลื่อนไหวรางกายอยูเสมอ ไมวาจะเปนนั่ง ยืน เดินสม่ําเสมอ รอยละ 60.0 คาเฉลี่ย 3.52 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.64 ซึ่งผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทองสวนใหญนั้น หลังจากการผาตัดมีทวารเทียมหนาทองแลว ตองระมัดระวังเปนพิเศษในการขับเคลื่อนตัว หรือแสดงอากัปกิริยาตาง ๆ หรือทาทางที่เหมาะสมเพราะมีผลตอทวารเทียมใหม 184 และสวนใหญผูปวยอยูในวัย 61-70 ป รอยละ 38 เปนวัยที่ตองระมัดระวังดูแลเอาใจใส ซึ่งการออกกําลังกายทําใหมีรางกายแข็งแรงขึ้น มีความกระฉับกระเฉง ไมเซื่องซึม ไดมีการศึกษาของกิจจา ถนอมสิงหะ(2554: 62) วาผลของการเดินเร็วที่มีตอสมรรถภาพการใชออกซิเจนและองคประกอบของรางกายผูสูงอายุ ชวงในเวลา 12 สัปดาหจะพบวาการเดินเร็วมีผลตอสมรรถภาพการใชออกซิเจนสูงสุดเพิ่มขึ้นและมวลไขมันของรางกายลดลง สอดคลองกับยามาชิ และคณะ(Yamauchi et al., 2005)ศึกษาการออกกําลังกายที่บานที่มีตอสุขสมรรถะของผูสูงอายุโดยการเดิน ที่ความหนัก 70 – 80 % ของอัตราการเตนของหัวใจสูงสุดเปนเวลา 12 สัปดาหพบวาความแข็งแรงของกลามเนื้อขาเพิ่มขึ้น จากการทดสอบลุกนั่งเกาอี้ 30 วินาที 2.3 ผลการปฏิบัติตนดานสุขภาพการรับประทานอาหาร ของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็น การงดเวนของมึนเมา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลตาง ๆ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอรอยละ 70.0 คาเฉลี่ย 3.44 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.90 รองลงมาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชนตอรางกายสม่ําเสมอ รอยละ 60.0 คาเฉลี่ย 3.50 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.57 สวนในระดับปานกลาง พยายาม ลด ละ เลิกรับประทานเนื้อสัตวเชนเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก เนื้อปลา เนื้อกุง เนื้อปู หอยเปนบางครั้งรอยละ 34.0 คาเฉลี่ย 2.64 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.96 และ ลด ละ เลิก การรับประทานอาหารปรุงรสจัด เชนเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ตาง ๆ สม่ําเสมอ รอยละ 28.0 คาเฉลี่ย 2.74 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.98 สอดคลองกับงานวิจัยของ นันทลักษศันสยะวิชัย (2544 : 54-58) ไดศึกษาความสัมพันธระหวางความรูเรื่องอาหารกับมะเร็งและการบริโภคนิสัยของผูปวยมะเร็งลําไสใหญคือผูปวยสวนใหญมีระดับความรูเกี่ยวกับมะเร็งอยูในเกณฑดีสวนใหญ รอยละ 53% เคยไดรับรูเรื่องมะเร็งจากแพทยและพยาบาล และรอยละ 43.3 และจากวิทยุ โทรทัศน รอยละ 13.3 % ทําใหผูปวยมีความเขาใจในเรื่องการรับประทานอาหาร ซึ่งในหมวดของเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล การงดหรือลดดื่ม มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ (p0.05) การดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอลเปนประจําในระยะเวลาที่ยาวนาน ทําใหรางกายขาดสารอาหารและ แรธาตุที่จําเปนตอรางกาย ซึ่งทําใหประสิทธิภาพการทํางานของระบบภูมิคุมกันในรางกายเลวลง สวนในหมวดของเนื้อสัตว การบริโภคเนื้อสัตวมีความสัมพันธกับความรูเรื่องอาหารกับโรคมะเร็งลําไสใหญ อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ (p0.05) ในเนื้อสัตวที่ปรุงแตงรส ตาง ๆ เนื้อสัตวที่นําไปทอด ทําใหมีปริมาณไขมันที่สูงขึ้น อาหารที่สุก ๆ ดิบ ๆ อาหารที่เจือปนสารพิษเชน กุนเชียง หมูยอ ลูกชิ้น เนื้อสวรรคและอาหารหมักดอง ในหมวดพืชผัก ผลไม การบริโภคอาหารประเภทพืช ผัก ผลไมมีการรับประทานอาหารที่ถูกตองอยางมีนัยที่สําคัญ ระดับ 0.05 2.4 ผลการปฏิบัติตนดานสุขภาพ การพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคลของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง ซึ่งผลการศึกษาแสดงใหเห็น มีเวลาวาง ๆ จะหาอะไรทําอยูเสมอ อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 72 คาเฉลี่ย 3.68 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.55 รองลงมาเปน 185 คนที่คิด พูด ทํา ที่เขาใจงาย และรูหนาที่ตนเองอยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 64.0 คาเฉลี่ย 1.4 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.57 ชอบชวยเหลือผูอื่น คนอื่นจะพึ่งพาตนได อยูในระดับสูง สม่ําเสมอ รอยละ 60.0คาเฉลี่ย 3.48 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.73 สอดคลองกับจินตนา ยูนิพันธ (2534 : 42) มีแนวคิดงานวิจัยดานสุขภาพจิตของพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง ในดานการจัดการบริหารเวลาวางอยางม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน