เริ่มต้นศึกษาสังโยชน์ 3 จนอ่านสภาวธรรมให้เป็น.docx
เนื้อหาในไฟล์
เริ่มต้นศึกษาสังโยชน์ 3 จนอ่านสภาวธรรมให้เป็น _กระบี่พุทธ . ผมมีคำถามคือ ตามพระไตรปิฎกบอกว่า พระโสดาบันเกิดอีก 7 ชาติจะได้เป็นพระอรหันต์ แต่พ่อครูอธิบายว่า เกิดตัวนี้คือการเกิดแบบโอปปาติกะโยนิ 7 รอบ ผมอยากทราบว่า 7 รอบที่ว่านี้มีอะไรบ้าง ขึ้นเป็นโสดาบันนี่ก็นับเกิดเป็นรอบที่ 1 แล้วใช่ไหมครับ อาริยะบุคคลเหลืออีก 2 ระดับ ก็จะเป็นอรหันต์แล้ว จะแบ่งการเกิดในแต่ละระดับยังไงครับ ทำอย่างไรจะเกิดอีก 7 รอบ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้จบรอบไหนแล้ว มีอะไรเป็นสัญญาณบอกไหมครับ พ่อครูว่า… แหม อาตมาก็สงสารกระบี่พุทธนะ แสดงว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย อ่านสภาวธรรมอะไรไม่ออกเลยในความเป็นคุณธรรม เป็นคุณธรรมที่เป็นอาริยะคุณ แม้ระดับ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ไม่เข้าใจ ไม่รู้ ก็ เอ๊.. จะทำอย่างไง ก็เห็นใจนะ กระบี่พุทธ ก็คือคนพวกเราลูกหลานจบอยู่ในอโศกแท้ แต่ก็ไปสนใจในเรื่องข้างนอก สนใจในเรื่องงาน เรื่องเงินจนไปเป็นหนี้เป็น 10 ล้าน ได้ข่าวได้คราวเช่นนั้น ซึ่งมันหนักหนาสาหัสเสียเวลากับเรื่องพวกโน้น มาสนใจทางนี้ดีกว่าไม่อย่างนั้นก็จะจมอยู่กับทุกข์อย่างนั้นไม่รู้แล้ว อย่าไปยินดีกับมันเลยโลกียะพวกนี้มันหลอกเรา เมื่อได้เข้ามาในนี้แล้วเอาตัวเองเข้ามาทางนี้เถอะ อาตมาไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะพูดคำว่า รอบ คำว่า ชาติ รอบ สภาวะ ถ้าจะบอกว่าสภาวะโสดา คือ พ้น สังโยชน์ 3 1. พ้น สักกายทิฏฐิ แน่นอน กระบี่พุทธก็ไม่เข้าใจแน่ 2. พ้น วิจิกิจฉา 3. พ้น สีลัพพตปรามาส เมื่อพ้นสักกายทิฏฐิ อย่างไม่วิจิกิจฉาไม่ได้ แล้วคุณจะต้องพ้นศีลพรตหรือข้อปฏิบัติประพฤติ ต้องสัมมาทิฏฐิในศีลพรตด้วย คุณถึงจะสามารถปฏิบัติธรรมไปได้ใน 3 ข้อแรกของ โสดาบัน เพราะฉะนั้นเมื่อไม่สามารถมี 3 ข้อนี้ในบุค
อ่านต่อ
คลใดก็ตามไม่พ้นสังโยชน์3 ข้อนี้ ปิดประตูที่จะบรรลุธรรมพระพุทธเจ้าเลย ตั้งแต่ ไม่เข้าใจ กาย กายะ ไม่เข้าใจตัวตน สักกะ ไม่เข้าใจตัวเอง ไปเข้าใจแต่อันอื่น ไปเข้าใจแต่บัญญัติความรู้ข้างนอกต่างๆนานา โดยเฉพาะ คุณไปเข้าใจความรู้ข้างนอกนี่แหละ น่าสงสารสุดๆ อาตมาเคยพูดแล้วผู้มีความรู้ทางศาสนาพุทธเป็นปราชญ์เอก เป็นผู้ที่รอบรู้ทั้งหมดแต่ไม่เข้าถึง สักกายทิฏฐิ ก็เลยไปหลงอยู่กับ ให้ความรู้ข้างนอกที่เป็น โอฬาริกอัตตา เป็นอัตตาตัวใหญ่ จริงๆแล้วอาตมาเคยอธิบายซ้อนให้ฟังแล้วว่า เป็นอัตตาทั้งๆที่ตัวเองนั่นน่ะ ยังเข้าไม่ถึง อัตตา ได้แต่วาทะ ได้แต่ ความรู้บัญญัติภาษา วาทะ คำพูด เท่านั้น มากเลยนะ เป็น ปทปรมบุคคล เพราะฉะนั้นในชาตินั้นๆของผู้นี้ ไม่บรรลุธรรม แม้แต่สัมมาทิฏฐิก็ สักกายทิฏฐิ สัก ที่จะต้องเข้ากับจิตเจตสิกรูปของตัวเอง แล้วต้องปฏิบัติจัดการกับจิตเจตสิกของตัวเอง ไม่ได้เข้ามาเลย เพราะแยกกาย แยกสภาพ 2 ภายนอก ภายในไม่ออก เข้าใจว่า กาย ยังไม่สัมมาทิฏฐิ เช่นเข้าใจว่า กาย มีแต่สภาพภายนอกอย่างเดียวหรือ กาย คือ สภาพหนึ่งเดียว ที่จริง กายต้องมีสภาพ 2 เสมอ มีหนึ่งเดียวไม่ได้นะ ต้องมีรูปกับนามด้วย ซึ่งลึกซึ้งมากอันนี้ถ้าเขาใช้อันนี้ไม่ถูก ปฏิบัติธรรมไปไม่ออก ไม่มีการเจริญต่อไปเลย เอาละ ก็ขอ ก็น่าเห็นใจ ตั้งใจศึกษาตามลำดับ เข้ามาข้างในนี้ อย่าไปเที่ยวตะลอนๆ วุ่นวายกับข้างนอกมาก ถ้าอยากจะบรรลุธรรมให้เข้ามา ถ้าไม่อยากบรรลุธรรมก็แล้วไป _สู่แดนธรรม... ผมก็เห็น สังเกตอยู่เรื่อยๆว่า คุณกระบี่พุทธ ตอนนี้เขาก็พยายามสนใจศึกษาธรรมะ แล้วก็ชอบคิด ชอบวินิจฉัยธรรมะอยู่เรื่อยๆ แสดงว่าเขาก็อยากจะเจริญ อยากพ้นทุกข์ในเรื่องนี้จริงๆ พ่อครูว่า... ก็ดี ก็มีเยอะ น่าสงสารแบบนี้อย่างพวกปราชญ์ทางศาสนาพุทธมีเยอะ ไม่เข้าใจจิตเจตสิก ความหมายของการรู้จักจิตเจตสิกคือต้องผ่านพ้น สักกายทิฏฐิ ถ้าไม่เข้าถึงจิตเสียแต่สิ่งโดยเฉพาะการรู้จิตแล้วแยกเจตสิกต่างๆ อย่างน้อย เจตสิก เคหสิตะ เวทนา 18 กับ เนกขัมสิตะ เวทนา 18 แยกกัน แตกต่างกันนะ ต้องเข้าใจเจตสิก 18 พวกนี้อย่างถูกสภาวะ สัมผัส มีตากระทบรูป หูกระทบเสียง ก็อ่านออก จับได้ แล้วเอามาแยก แล้วทำให้เกิด เนกขัมสิตะ แยกเวทนาในเวทนาที่เคยใช้ภาษาง่ายๆว่า เวทนาแท้กับเวทนาเก๊ หรือ เวทนาเก๊ ก็คือมีกิเลสปรุงแต่งผสมแล้วเป็นสุขเป็นทุกข์ก็ดีเป็นของเก๊ทั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น ต้องแยกต้องอ่าน อาการ ลิงค นิมิต ให้ออก อุเทส หรือคำที่อาตมาอธิบายนี้แล้วออกแล้วไปเรียนรู้อาการ ลิงค นิมิต อาการของเวทนาหรือนิมิตของเวทนา มันมีอาการต่างกัน มีความต่างกัน เวทนา 2 ต่างกัน เวทนาในเวทนา เป็นต้น กายกับเวทนาก็ต่างกัน เวทนากับจิตก็ต่างกัน อันหนึ่งเป็นเจตสิก อันหนึ่งเป็นจิตอะไรอย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องพยายามอ่านสภาวธรรมให้ได้ให้ออก ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะวนอยู่อย่างนั้นแหละ ต้องมาเริ่มต้นตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 ง่ายๆกระทบกับสัตว์แล้วเกิดกาม เกิดโกรธ อย่างนี้เป็นต้น ต้องไล่ไปตั้งแต่ตื้นๆหยาบๆ อย่าไปนึกว่าตัวเองเก่งตัวเองสูง เข้าใจว่าตัวเองต้องเริ่มต้นจาก หยาบไปก่อน แล้วหยาบๆ จะเป็นฐานของคุณตลอด แล้วคุณจะรู้ว่าคุณพ้นหยาบแล้วสูงขึ้นอีกแล้วก็พ้นหยาบอีกแล้ว มีหยาบ มีละเอียดสูงขึ้นแล้วก็พ้นอีก เราก็จะรู้ว่า หยาบ มันก็ยังหยาบอยู่นะ แต่เราลอยตัวเหนือหยาบไปอีก เราทิ้งหยาบไม่ได้หรอก มันจะอยู่ให้เราสัมผัสแล้วเราก็ยิ่งรู้ว่า โอ้…เราลอยอยู่บน เป็น อุตริมนุสธรรม สูงลอยพ้น หลุดพ้น เรียกภาษาท่านจะใช้คำว่าหลุดพ้น ลอย หลุดพ้นไปเรื่อยๆๆ จะเห็นความจริงของสัจธรรมอันนั้น อ้าว.. เอาใจช่วยกระบี่พุทธ นายจืดๆ ชื่อเล่นเขานายจืด _สู่แดนธรรม... ตอนแรกผมคิดว่าพ่อท่านจะเมตตาบอกเขาว่าอีก 7 รอบที่เหลือคืออะไร พ่อครูว่า... ให้รู้รอบแรกก่อน เอารอบแรกให้ได้ก่อน อย่าไปตามวุ่นอยู่กับ 7 รอบ 670115 ลดละจากมหามาสู่จุล เปลี่ยนจากไม่เห็นด้วยจนมาเห็นได้ รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #51 ราชธานีอโศก