สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา_ตำหนิ) ตอน หมู่ที่มีการตำหนิเพื่อประโยชน์หมู่กลุ่มนั้นเจริญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา_ตำหนิ) ตอน หมู่ที่มีการตำหนิเพื่อประโยชน์หมู่กลุ่มนั้นเจริญ ในพรหมชาลสูตร พระพุทธเจ้ากล่าวว่า ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้อนั้นเป็นไปไม่ได้ทีเดียว พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพวกอื่น จะพึงกล่าวติเรา ติพระธรรม ติพระสงฆ์ ในคำที่เขากล่าวตินั้น คำที่ไม่จริง เธอทั้งหลายควรแก้ให้เห็นโดยความไม่เป็นจริง ว่านั่นไม่จริง แม้เพราะเหตุนี้ นั่นไม่แท้ แม้เพราะเหตุนี้ แม้นั่นก็ไม่มี ในเราทั้งหลาย และคำนั้นจะหาไม่ได้ ในเราทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพวกอื่น จะพึงกล่าวชมเรา ชมพระธรรม ชมพระสงฆ์ เธอทั้งหลาย ไม่ควรเบิกบานใจ ไม่ควรดีใจ ไม่ควรกระเหิมใจ ในคำชมนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพวกอื่น จะพึงกล่าวชมเรา ชมพระธรรม ชมพระสงฆ์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเธอทั้งหลายจักเบิกบานใจ จักดีใจ จักกระเหิมใจ ในคำชมนั้น อันตรายจะพึงมีแก่เธอทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเป็นแน่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพวกอื่น จะพึงกล่าวชมเรา ชมพระธรรม หรือ ชมพระสงฆ์ ในคำชมนั้น คำที่จริง เธอทั้งหลาย ควรปฏิญาณ ให้เห็นโดยความเป็นจริงว่า นั่นจริง แม้เพราะเหตุนี้ นั่นแท้ แม้เพราะเหตุนี้ แม้คำนั้น ก็มีในเราทั้งหลาย และคำนั้นจะหาได้ในเราทั้งหลาย. การอยู่กับคนใดหมู่กลุ่มใด ถ้าหมู่กลุ่มนั้น มีการติเตียนกันเยอะ เป็นประโยชน์ต่อกัน และไม่ทะเลาะวิวาท กลุ่มนั้นเป็นกลุ่มที่เจริญ สังคมที่รับฟังคำตำหนิคำท้วง ความเห็นความแย้ง สังคมนั้นเป็นสังคมฉลาด สังคมเจริญ แต่ถ้าสังคมใดบอกว่า อย่าถกเถียงกัน ใครพูดอย่างไรก็เฉย สังคมนั้น ก็เจริญความโง่ ไปเรื่อยๆ อาตมาพูดตามหลักวิชาการนะ การจะตำหนิ ก็ต้องติด้วยเมตตา ไม่ใช่ตำหนิด้วย ความโกรธแค้น อาฆาตพยาบาท แต่ถ้าติเพราะอย่างนี้ น่าติ น่าปรามเขา ตำหนิด้วยเมต
อ่านต่อ
ตา มันดี คนที่ถูกท้วง จะได้หยุดทำไม่ดี สังคมที่มีการติมากจะดี ไม่เหมือนสังคมที่ไม่มีการติ ก็แสดงว่า ไม่รู้จะติอะไรหรือติกันไม่ได้ จะทะเลาะกันก็เลย ไม่ติ ไม่ได้เรียนรู้ว่า อะไรผิดหรือถูก มันเสียประโยชน์ไปหมด
591231_พุทธศาสนาตามภูมิ ส่งท้ายปีเก่า กลาง คือ มีก็ไม่มี ไม่มีก็ไม่มี