สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท_สังขาร) ตอน อภิสังขาร 3.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท_สังขาร) ตอน อภิสังขาร 3 เข้าสู่เรื่องที่จะเทศน์ การเทศน์ของอาตมานี้มีแต่ตำหนิ เทศน์ไปเดี๋ยวก็ตำหนิ จะชมก็ไม่ค่อยชมแล้วไม่ค่อยมีคำชม มันจริงๆ เพราะความจริงนั้น ผู้จะให้ได้รับคำชมนั้นมันไม่มี แต่จะให้ชมก็ต้องชมชาวอโศก เพราะว่าอาตมาพามาปฏิบัติแล้วเกิดความก้าวหน้า ส่วนท่านที่ปฏิบัติผิด จะให้ชมก็ไม่ได้ ชมได้เป็นบางอย่าง อย่างโวหาร เช่น ชมว่าท่านเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อธรรมะ แต่ก็ยังไม่สัมมาทิฏฐิทั้งหมด พยายามรวบรวมธรรมะไว้ดี แต่ก็ ก็ต้องขออภัย คือท่านก็ยังไม่ความเข้าใจความเป็น อภิสังขาร 3 อภิสังขารคือ การปรุงแต่งจิต (มนสิกโรติ) การสังขารคือกรุงแต่งจิตด้วยอวิชชา แต่เมื่อเป็นอภิสังขาร ก็จะเป็นการปรุงแต่งด้วยวิชชา จับกิเลสได้ กำจัดกิเลสได้ ปฏิบัติธรรมมีแต่อันนี้ตัวเดียว คือปุญญาภิสังขาร รู้จักสักกายะ รู้หลักศีลพรต เป็นอัตถิยิฏฐัง รู้จักอกุศลจิตหรือกิเลสทำให้กิเลสดับ นั่นคือเป้าหมายของศาสนาพุทธ เป็นปุญญาภิสังขาร แต่ท่านก็แปลเป็นสมบัติ ท่านแปล ปุญญาภิสังขารว่า การปรุงแต่งที่เป็นบุญ ส่วน อปุญญาภิสังขารท่านแปลว่า การปรุงแต่งที่เป็นบาป แสดงว่าท่านได้แต่พยัญชนะไม่ได้สภาวะเลย ท่านแปลสภาวะสู่พยัญชนะสะดุด ถ้าอาตมาแปลไม่แปลอย่างนี้หรอก อาตมาแปล อปุญญาภิสังขารว่า ปรุงแต่งไม่มีบาปแล้ว มีแต่เสริมอเนญชาคือความไม่หวั่นไหวในโลกธรรม ไม่หวั่นไหวต่อ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข คือการรักษาผล ใน สัมมัปปธาน 4 มี สังวรปธาน ปหานปธาน กำจัดกิเลสได้ ภาวนาปธาน ปฏิบัติแล้วเกิดผลในการปฏิบัติ ได้มรรคได้ผล อันที่สี่ก็อนุรักขณาปธาน คือการรักษาผลต่อไป การรักษาผล ก็จะเกิดอเนญชายิ่งขึ้นๆ คือผลของจิตที่ได้คือจิตอุเบกขา เป็นฐานนิพพาน เป็น เนกขัมสิตอุเบกขา ยิ่งปฏิบัติจะเกิด ปริสุทธา
อ่านต่อ
เพราะจะเป็นความตั้งมั่น อเนญชาหรือฐีติ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เป็นความตั้งมั่นของจิตยิ่งขึ้น ปริโยทาตาคือ ในจิตผู้นี้ มีความบริสุทธิ์ ปริสุทธาแล้ว ปริโยทาตาคือจิตที่บริสุทธิ์นั้น ปฏิบัติกรรมกิริยาต่างๆ มีสัมผัส ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขในโลกยิ่งขึ้น จิตก็ยิ่งแข็งแรงต่อโลกธรรมยิ่งขึ้น จะมาทีเผลอ ไม่เคยเจอแบบใหม่อย่างไร ยั่วเย้าอย่างไร จิตก็ยังบริสุทธิ์อยู่อย่างเก่า ผุดผ่อง บริสุทธิ์สะอาดอยู่อย่างเดิม แต่มันมีนัยยะว่า อยู่กับโลกธรรม ยิ่งๆขึ้น สาม มุทุ คือจิต อาตมาแปลว่าจิตหัวอ่อน จิตจะมี ภูมิปัญญา เร็วไวยิ่งขึ้น เจโตก็ปรับได้ง่าย จะทำให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อนุโลมปฏิโลมก็ง่าย แข็งแรงยิ่งขึ้น เป็นความเจริญของจิต ธาตุจิตเจริญยิ่งขึ้นเป็นวิการรูปที่วิเศษ จึงเกิดกัมมัญญตา เกิดการทำกรรม การงาน ที่ดียิ่งขึ้น ท่านแปล กัมมัญญตาว่าการงานที่ดีที่เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงทำกรรม ยิ่งดีขึ้นเจริญขึ้นทุกขณะทุกวัน อย่างอาตมานี่กรรมการกระทำดีขึ้นเจริญขึ้นเรื่อยๆเพราะเราทำอันต้นๆได้ ถึงอย่างไรก็ปภัสสร นี่คือผลของจิตที่เจริญขึ้น รักษาผล อาเสวนาภาวนาพหุลีกัมมัง จะเจริญขึ้น
600612_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ มูลสูตรสู่ความเป็นอรหันต์