สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน พุทธไม่กินไม่เลี้ยงไม่ฆ่าสัตว์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน พุทธไม่กินไม่เลี้ยงไม่ฆ่าสัตว์ _เรื่องหมาๆแมวๆขณะนี้กำลังเป็นปัญหาของวัดทุกแห่ง เมื่อไม่นานมานี้ดิฉันเพิ่งผ่านหน้าวัดพลแพน เมืองอุบลฯ มองเห็นที่หน้าประตูวัดมีกลอนบทหนึ่งเขียนไว้ว่า โยมเอ๋ย วัดนี้มีแล้ว แมวและหมา โยมไม่ต้องจัดหามาถวาย ที่กำลังขาดคือ อิฐหินปูนและทราย เหล็กก็ได้ไม้ก็ดี สีก็เอา ดีกว่าหมาแมวเยอะเลย...จบ
ชัดเจนนี่แสดงว่าพระท่านคงเหลืออดแล้วที่วันๆไม่ต้องทำอะไรนอกจากเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ที่วัดบางแห่งมีพระสงฆ์แค่ 2 รูปคือเจ้าอาวาสและพระลูกวัด เจ้าอาวาสชอบเลี้ยงหมาพันธุ์ดี พระลูกวัดต้องมีภาระต้มข้าวใส่เนื้อสัตว์ให้มันกินทุกเช้า เวลาหมาป่วยแล้วก็ต้องพาไปหาหมอ ญาติโยมก็ไม่กล้าไปวัดเพราะหมาดุมาก ไปๆมาๆพระลูกวัดคิดจะย้ายวัดหนีหมา เพราะรับไม่ไหวแล้ว การเลี้ยงสัตว์นอกจากเราจะไม่ไปรักผูกพันกับมันเท่านั้น เวลาสัตว์มันกวนเรามากเราก็อาจจะโกรธและทำร้ายมันต่างๆนานา ต้องเป็นกรรมวิบากอีก คงเคยได้ยินข่าวเรื่องสามีภรรยาจัดงานศพให้หมานะ จึงถูกต้องแล้วที่พ่อครูสอนไม่ให้เลี้ยงสัตว์ พ่อครูว่า...ไม่ใช่แค่อาตมาสอนเท่านั้นแต่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ ท่านก็บอกว่านี่เป็นศีลไม่ให้รับ และท่านไม่ได้ตรัสหมดด้วย ท่านตรัสแต่เพียงว่าสัตว์ที่เป็นตัวอย่างไม่รับมานั้นก็เป็นศีลประการหนึ่งของเธอนะ สัตว์เลี้ยงมาเพื่อกิน สัตว์เลี้ยงมาเพื่อใช้ชิ้นส่วนของมัน สัตว์เลี้ยงมาเพื่อใช้แรงงาน การกินฆ่ากินไม่เอา เลี้ยงเพื่อใช้ส่วนของมันไม่ได้ฆ่าเช่น แกะ แพะ ใช้นมใช้ขนมันเป็นต้น ส่วนอีกอันใช้แรงงานมีช้างม้าวัวควายเป็นต้น ท่านแบ่งเอาไว้อย่าให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้ ท่านก็ไม่ไปซีเรียสกันไปว่าไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ แต่ตอนนั้นสัตว์ก็เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ
อ่านต่อ
็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น และไม่มีสัตว์ตัวใดที่ไม่มีวิบากร่วมกัน เราก็ตัดที่เราตัดมันไม่มาหาเรามันมีวิบากมาหาเราไม่ใช่เราใจดำ จะได้ไม่ต้องมีวิบากร่วมกันอีกต่อไป ต่างคนต่างอยู่มันก็ตัดวิบากจากเราก็ตัดวิบากจากสัตว์ เราเป็นผู้รู้ว่าเราเป็นผู้ที่ตัดวิบากไม่ใช่ไปฆ่าเขา ไม่ใช่ไปทำร้ายอะไรเขา ถ้าเราไปช่วยก็จะสัมพันธ์ ถ้าเราไปเลี้ยงมีกิริยาและผูกพันมันก็ยิ่งพัวพันต่อเราชาติแล้วชาติเล่าไม่จบสิ้น ที่มีอยู่แล้วก็มีเยอะแล้ว ทั้งนั้นเลย อย่างพระพุทธเจ้าสมณะโคดมกับพระเทวทัต พระเทวทัตกับพระสมณะโคดมไปยิงสัตว์ ท่านไม่ได้ยิงหรอกแต่พระเทวทัตยิงสัตว์นั้นถูก แต่ไม่ตาย ตกลงมา แล้วเจ้าชายสิทธัตถะเอามาปฐมพยาบาล แต่เจ้าชายเทวทัตจะเอาไปอะไรก็แล้วแต่เขา พระเทวทัตก็ไม่กินเนื้อสัตว์แต่ทำไมไปฆ่าสัตว์ แต่แย่งนกกันใครจะเก่งใครจะได้เป็นเจ้าของ เป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนศึกษาให้ดีๆ เยอะแยะเลย ก็เลยตัดสินว่า ผู้ให้ชีวิตคือผู้ที่เป็นเจ้าของ ผู้ที่ทำลายชีวิตผู้นั้นไม่ใช่เจ้าของ นี่คือหลักการตัดสินตอนนั้น 620614_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฐมบทของประชาชนปฏิวัติที่สำเร็จงดงาม