พระอรหันต์ทำไมต้องตำหนิหลวงตามหาบัว.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข3 พฤษภาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

พระอรหันต์ทำไมต้องตำหนิหลวงตามหาบัว _SMS จากyoutube : 1-2 เดือนที่ผ่านมา ตอน พระอรหันต์ทำไมต้องตำหนิหลวงตามหาบัว พ่อครูว่า...ถ้าไม่ใช่อรหันต์จริงไปตำหนิหลวงตามหาบัวยากนะ หลวงตามหาบัวนี้ฉลาด เฉโก ยอด ถ้าไม่ใช่อรหันต์จริงจับส้นไม่อยู่หรอก สุดดิ้น สุดหลุกหลิก สุดมายากลเลย มหาบัวนี่ เพราะฉะนั้นอรหันต์จึงมีหน้าที่ พระมหาบัวมาปลอมแปลงตัวหลอกโลกว่าเป็นอรหันต์ เพราะฉะนั้นอรหันต์ตัวจริง จึงจำเป็นจะต้องยืนยันชี้บอกว่าเป็นกบฏ เป็นโจรมาหลอกโลกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ถ้าอรหันต์ไม่ทำหน้าที่ อรหันต์มีความผิด เป็นหน้าที่ของอรหันต์โดยตรงที่จะต้องยืนยันว่า เฮ้ย! มีตัวปลอมเข้ามาแทรกอยู่ในอรหันต์จริง หลอกมนุษย์หลอกโลกเขา แล้วได้มวลได้บริวารด้วย ก็ต้องน่าสงสารพวกมวลพวกบริวารสิ ให้หลอกอยู่ได้อย่างไร มันทั้งผิดจากสัจธรรมมันทั้งเป็นบาป มันทั้งทำลายมนุษยชาติ โดยเฉพาะทำร้ายสัจธรรม ทำลายธรรมะของพระพุทธเจ้า สรุปแล้วมันบาปไปหมด ตัวเองเป็นบาปใจแล้วมาชวนอื่นลงนรกเป็นบาปไปด้วยกันมันก็ต้องช่วยกัน เพราะเขาชวนกันดึงกันลงนรก อาตมาก็ต้องมีเมตตาก็ต้องช่วย ช่วยมหาบัว การตำหนิมหาบัวให้รู้ตัวรู้ตนว่าผิดนี้เป็นเมตตาเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลมหาบัว เข้าใจไหมที่พูดนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการพูดเล่นแต่พูดสัจธรรม ทำไมอรหันต์ต้องตำหนิมหาบัว ก็เพราะว่าถ้าไม่ใช่อรหันต์จริงตำหนิมหาบัวไม่ได้ มหาบัวและลูกศิษย์ดีดเอาแน่ ต้องมีภูมิพอมีกึ๋นพอที่จะตำหนิมหาบัว มหาบัวมาอธิบายสาธยายสัจธรรมอย่างที่อาตมาแจกแจงไม่ได้หรอก แยกโลกุตระกับโลกียะไม่ได้ แยกไม่ออก ไม่รู้ประสีประสาด้วย แม้แต่แค่ตัวเองเสพติดอยู่ในสิ่งเสพติด ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเสพติด แล้วมันจะไปรู้อะไรมากไปกว่านั้น ก็ยังเสพติดแล้วหลอกผู้คนว่าไม่ใช่สิ่งเสพติด โดนหลอกไปด้วยภ

อ่านต่อ

าษาว่านี่คือเรื่องของกายขันธ์ กายกับจิตคืออะไร มหาบัวหมดสิทธิ์ที่จะรู้ว่ากายกับจิตคืออะไร กาย คือจิต คือมโน คือวิญญาณ ตามที่พระพุทธเจ้าตรัส มหาบัวเอาหัวตีดินเลยจะไปรู้เรื่องอะไร ลูกศิษย์มหาบัวก็ตาม จะไปรู้เรื่องได้อย่างไร เป็นภาษาโลกุตระที่ยากเย็นขนาดนี้ เพราะฉะนั้นถ้าอรหันต์ไม่ขยายความ ไม่จี้ไม่บอกความผิดความถูกแล้วจะให้ใครบอก จะให้ใครมาเป็นคนยืนยันชี้ความผิดความถูก มันก็ต้องพูดที่รู้ผิดรู้ถูกที่แท้จริงจะเป็นผู้ที่ชี้ผิดชี้ถูกได้จริงๆ

_พัชรกมล ทองสิน : ผู้มีธรรมย่อมไม่เพ่งโทษผู้อื่น พ่อครูว่า… ถูกต้องที่สุด ผู้ที่ไม่มีธรรมะที่ยังมีอวิชชา ผู้ที่ยังไม่บริบูรณ์ก็ชี้ผู้อื่นด้วยหรอว่าตัวเองรู้ แต่ตัวเองเพ่งโทษ มองแต่โทษของผู้อื่น โดยที่ผิดๆถูกๆตัวเองก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีธรรมะจึงไม่เพ่งโทษผู้อื่น เพราะฉะนั้นผู้ที่เพ่งโทษผู้อื่นอยู่ก็จึงเป็นผู้ที่ไม่มีธรรมะก็ถูกแล้ว สู่แดนธรรม... เขาบอกว่าพ่อท่านเป็นผู้ที่มีธรรมะแล้วทำไมไปเพ่งโทษอีก พ่อครูว่า... คนที่พูดมาว่าอาตมานั่นแหละ เขาไม่มีความรู้ เขาไม่มีปัญญา เขาไม่มีปฏิภาณที่รู้ความจริงตามความเป็นจริง อาตมามีความจริงตามความเป็นจริง อย่างจริงที่สุดอันแรก จริงที่หนึ่งคืออาตมาเป็นพระอรหันต์ อาตมาเปิดเผยจนหมดแล้วพูดสบายๆ ยืนยันพูดหน้าตาเฉยว่าตัวเองเป็นอรหันต์สบายๆแล้ว ไม่ใช่เรื่องโกหกไม่ใช่เรื่องมดเท็จไม่ใช่เรื่องหลอกลวงแต่จริงที่สุด แล้วไม่ใช่ ให้อรหันต์ไปพูดความจริงจะให้ใครไปพูดความจริง ตำหนิก็ต้องตำหนิจริง ยอมรับก็ต้องยอมรับอย่างแท้จริง การเพ่งโทษเป็นเรื่องของผู้ที่ไม่จริงไม่มีความรู้ ไปเพ่งเอา ถ้าไม่เพ่งมันก็รู้อยู่โดยไม่ต้องเพ่ง แต่ถ้ายังไปเพ่งอยู่ก็แสดงว่ายังไม่รู้ ไม่สมบูรณ์ เป็นพวกสมถะหรือเป็นพวกเพ่งฌาน เกร็งอยู่ พวกยังไม่ปกติ ถ้าคนปกติ รู้แล้วสมบูรณ์แบบไม่ต้องเพ่ง พูดโดยสภาวะนะ สู่แดนธรรม... พ่อท่านไปเห็นเองเลยใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... โทษก็เห็นเป็นโทษ คุณก็รู้ว่าเป็นคุณ เห็นแล้วก็รู้เลยไม่ต้องไปเพ่งหรือไม่ต้องไป concentrate ไม่ต้องรวมจิตเพ่ง เห็นปุ๊บก็รู้เลยเป็นอภิภายตนะ 8 สามารถรู้รายละเอียดเล็กใหญ่ๆข้างนอก สุพรรณะ ทุพรรณะ รู้ทันที สีเขียวอย่างนั้นอย่างนี้ยังโน้นอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อภิภายตนะ รู้จักว่ารายละเอียดของมันต่างกันก็รู้ แยกมวล เขียวคือเขียว แดงคือแดง เหลืองคือเหลือง ขาวคือขาว ยิ่งจะรู้ง่าย ก็รู้แล้วว่ามันต่างกันอย่างไร สู่แดนธรรม... คาแรคเตอร์ของพระพุทธศาสนา ยกย่องการตำหนิติเตียนเพ่งโทษไหมครับ พ่อครูว่า... ยกย่อง ผู้รู้จะกระหนาบแล้วกระหนาบอีก ไม่มีหยุดด้วยคำตำหนิ แต่สรรเสริญ ไม่เพียงพอให้ลดละหนายคลาย มีแต่การตำหนินี่แหละจะพาเจริญ เพราะการตำหนิเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญยกย่อง ส่วนการชมเชยสรรเสริญเป็นการน่าตำหนิไม่ใช่ยกย่อง มันกลับกันอย่างนี้สัจธรรม ทุกวันนี้ไปสงสัยจะทำคนละขั้วเอาหัวไปหาเอาหางกลายเป็นหัวไปหมด

_เอกรินทร์ เฉื่อยกลาง : ผมก็แปลกใจทำไมท่านมาพูดตอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงตามหาบัวเสีย ทำไมตอนองค์หลวงตาอยู่ไม่พูด แล้วท่านรู้ได้ไงว่าองค์หลวงตาพิจารณายังไง ท่านไม่ใช่องค์หลวงตา พ่อครูว่า...หลวงตาอยู่อาตมาก็พูด ไม่ใช่ไม่พูด สู่แดนธรรม... พูดจนหลวงตาตอบโต้ว่า เป็นพวกนิสัยไม่ดี พ่อครูว่า... คุณไม่รู้เรื่อง แต่ ประเด็นท่านรู้ได้อย่างไรว่าหลวงตาพิจารณาอย่างไร ก็รู้เพราะแสดงออกทนโท่มีปรากฏการณ์จริง ไปรู้ได้ไงว่าหลวงตาพิจารณาอย่างไร อาตมาจะวิเคราะห์ให้ฟังง่ายๆ มหาบัวไม่รู้เรื่องหลงอยู่ในภพนั่งหลับตาแล้วฝันเฟื่องไปเพ้อพกเพ้อเจ้อไป เป็นนิรมาณกาย เลอะเทอะไปหมด แล้วก็เอาเรื่องเหล่านั้นมาพูด คนที่ฟังเป็นลูกศิษย์มหาบัว แต่เป็นคนตาบอดชวนคนตาบอดไปดูหนังใบ้ หลวงตาบัวก็พูดไป คนที่ฟังก็คือคนตาบอดชวนคนตาบอดไปดูหนังใบ้ บอกว่าท้องฟ้าสีสวยจังเลยอย่างนี้เป็นต้น หลอกกันไปจนงมงายไปหมดเลย เพ้อเจ้อเพ้อพกแล้วไม่รู้ตัวว่าเพ้อเจ้อเพ้อพกอะไร เพราะฉะนั้นจึงพิจารณาเห็นอยู่จริงๆเลยว่าหลวงตาบัวไม่รู้แม้กระทั่ง โลกของคำว่า กาม คือ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหยาบๆ เรียกว่ากามคุณ 5 ผู้เสพผู้ติดอยู่ คืออย่างไร หลวงตาบัวก็เสพก็ติด แล้วก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเสพติด หลงว่าตัวเองนี้หลุดพ้น ก็การเสพติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่หยาบๆ เรียกว่าขั้นอบายมุขติดสิ่งเสพติดหมากพลูบุหรี่ ยานัตถุ์ ยาดม ยาสูบพวกนี้ มันเป็นเรื่องชั้นต่ำ เสพติดขั้นนี้ก็เห็นๆอยู่ จะบอกว่ารู้ได้อย่างไร มาใช่องค์หลวงตาบัว องค์หลวงตาบัวจะไปรู้ได้อย่างไรเพราะว่าองค์หลวงตาบัวนั้นโง่ไม่รู้สัจธรรม นี่พูดกันชัดๆอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไปลงโทษ ไปข่มหลวงตาบัว แต่เอาความจริงมาพูดมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อาตมาพูดอะไรมีแต่ความจริงไม่มีอะไรที่ไม่จริง ถ้าจะมาพูดความจริงไม่เป็น นี่ก็พูดความจริงสู่ฟังจนหมดเปลือกแล้ว ที่พูดไปนี้ยืนยันว่าถูกต้องทั้งนั้นไม่มีความไม่จริง อาตมาพูดความจริงไม่เป็น พูดสิ่งที่ผิดไม่เป็น พูดแต่สิ่งที่ถูก ฟังดูแล้วก็น่าหมั่นไส้ ไม่รู้จะทำอะไรก็เป็นความจริงอัตโนมัติ ก็ยืนยันความจริงเท่านั้นเอง แต่คุณไม่รู้ คุณก็แย้ง คุณก็เถียงมันก็เป็นธรรมดาอีกนั่นแหละ ถ้าคนที่รู้ก็ไม่เถียง คนเขาก็เพิ่งรู้เพิ่งเข้าใจได้ประโยชน์จากอาตมา แต่คนไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่ได้ประโยชน์ ยิ่งยึดมั่นถือมั่นว่าของตัวเองถูกทั้งที่ของตัวเองผิดอยู่เข้าใจผิดอยู่ ก็เลยไปกันใหญ่เลย 650502 แยกกายแยกจิตอย่างไรให้ถึงอรหันต์ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 36

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน