ลดกิเลสได้จริงสามารถไปประท้วงรัฐบาลชั่วให้ออกไปได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.35 KB
วันที่แก้ไข3 พฤษภาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ลดกิเลสได้จริงสามารถไปประท้วงรัฐบาลชั่วให้ออกไปได้ _สู่แดนธรรม... ผมติดตามศึกษากับพ่อท่านมาหลายสิบปีแล้ว เคยอยู่ในสายโน้นมาก่อน หลับตาทำสมาธิ แต่ของพ่อท่านสอน นั้น ให้พิสูจน์อย่างลืมตา พ่อครูว่า...พวกหนึ่งสะกดกลั้น ไม่ให้กิเลสเข้า กับอีกพวกหนึ่งสัมผัสทุกทวารเปิดรู้ แต่กิเลสเข้าไม่ได้ สู่แดนธรรม... กิเลสเข้าได้อยู่เหมือนกันแต่สู้กับกิเลสได้ มีวิธีสู้กับกิเลสได้เหมือนกัน ต้องเอาแบบอนุบาลก่อน พ่อครูว่า... คือ วิธีมันมี 2 วิธีอย่างนี้ที่แยกกันใหญ่ๆ สะกดกั้น ไม่ให้กิเลสเข้า เขาก็ทำกันทั่วไปเป็นวิธีที่ง่าย แต่มันไม่ได้จริง มันไม่ถาวร มันไม่ยั่งยืน มันไม่เสร็จไม่จบ มันไม่แล้วหรอก มันวนเวียน ได้แล้วก็กลับคืนมาเป็นกิเลสอีก กิเลสมันก็ยังเป็นอยู่ เพราะมันยังไม่รู้จักกิเลสไม่ได้ฆ่ากิเลสให้มันวอดวายตายสนิท มันไม่ได้ฆ่าตัวโจรจริงๆให้ตายสนิทเลย ใช้โวหารพูดกันให้ชัด เป็นพฤติกรรมของตัวโจรที่เลวร้าย เพราะฉะนั้นต้องประหารก็เป็นภาษาที่เป็นโวหาร ฟังด้วยภาษาคนแล้วเหมือนฆ่าแกงประหารกัน แต่ก็คือการกำจัด การชำระการทำลายให้มันหมดไป มันก็เป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นของพุทธจึงชัดเจนว่า ไม่ปิดไม่สะกด ไม่ป้องแต่ทำเป็นลำดับ ทำในจำนวนหนึ่ง เอาแต่เหตุในแง่หนึ่งตามหลักของธรรมของศีลของพระพุทธเจ้าแต่ละข้อ จัดการประพฤติ สัมผัสอย่างนี้ก่อนอันอื่นๆเอาไว้ก่อน มันจะสัมผัสอย่างไรก็ไม่รับ เอาตัวนี้กำหนดของมัน เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ เอาเรื่องไม่ฆ่าสัตว์เสียก่อน ไม่ฆ่าแล้ว ก็ไม่ไปทำร้าย ไม่ไปเบียดเบียนอะไร นอกจากไม่ทำร้ายไม่เบียดเบียน ไม่มีอาวุธ ไม่มี ทัณฑะ ไม่มีอะไรไปทำร้ายแล้วยังมีตาหูจมูกลิ้นกายมีมือมีเท้าอะไรก็ตาม ก็ไม่ไปทำร้ายไปทำร้ายไปเบียดเบียนกัน มีความกรุณามีความเอ็นดูหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ นี่คือส

อ่านต่อ

ำนวนของศีลข้อที่ 1 มีรายละเอียดดังนี้ ก็เอามาปฏิบัติให้ได้จริงๆ คนที่ปฏิบัติสำเร็จ บรรลุผลที่แท้จริงจนเป็นอัตโนมัติ บรรลุผลเป็นอย่างนั้นจริงๆมันเป็นเช่นนั้นเองเป็นปกติของชีวิต เรียกว่าเป็นผู้ที่มีศีล เป็นผู้ที่มีความปรารถนา หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่จริงๆเลย ไม่ทำร้าย แม้ว่าสัตว์อื่นจะทำร้ายเรา เราก็ไม่คิดโกรธเคืองอาฆาตพยาบาทอะไรเลย ถึงปานนั้น เพราะเราห้ามสัตว์อื่นที่ยังโหดร้ายยังทำร้ายผู้อื่นอยู่ เราห้ามไม่ได้ เราต้องฉลาดพอที่จะไม่ให้สัตว์มันทำร้ายเรา เช่น เอาง่ายๆ ว่า ผู้ที่เขายังผิด มันเป็นการกระทบนะไปว่าผู้ที่เขายังผิด อย่าให้ผู้ที่รับการตำหนินั้น สะท้อนตอบจนมาทำร้ายเราได้ คุณต้องมีความสามารถถึงป่านฉะนี้ แล้วคุณถึงจะทำได้และรอบตัว โดยลักษณะโลกแล้ว ว่าเหมือนอย่างอาตมาว่าแรงเขาก็ตอบไม่ได้เพราะว่าอาตมาเอาสัจจะของพระพุทธเจ้า เอาธรรมะของพระพุทธเจ้า มาตอบรับ มันก็สู้ธรรมะสัจจะของพระพุทธเจ้าไม่ได้ มันเป็นสัจจะที่ชนะสิ่งที่เหนือชั้นกว่าจริง ถูกต้องกว่าจริง มันก็ชนะจริง เช่น อาตมานำเอาความจริงอันนี้มาปฏิบัติประพฤติ ไปประท้วงปฏิวัติรัฐบาลทรราชด้วยหลักอันนี้เลย เอาแต่ความจริง ไข ความจริงออกมาให้มากๆหมด จนทางโน้นจำนนความจริงว่าเขาชั่วจริงเขาผิดจริงเขาหมดสิทธิ์ที่จะเป็นจริง ประชาชนรับรู้ ประชาชนเข้าใจแล้วว่าผิดจริง รัฐบาลทรราชจริง จึงรวมตัวเป็นมวลชาวประชาธิปไตยเห็นพ้องกันเป็นพลังมวลของประชาชน ยอมรับอันนี้ว่าเป็นความจริงถูกต้องอันนั้นผิดอันนั้นออกไป ทรราชจึงเข้าไม่ได้ ทรราชจึงต้องระเห็จออกไป นี่เอาพฤติการณ์จริงของสังคมประเทศชาติที่ได้ทำมาแล้ว ไม่ใช่ปฏิวัติหรือประหารรัฐบาลเดียว แต่ประหารตั้งหลายรัฐบาล นี่เป็นเรื่องของประชาธิปไตยเมืองไทย เอาความสงบสยบความรุนแรง เอาความจริงเข้ามาไล่ความผิด แล้วเขาก็จำนนในความผิดของเขาอย่างเรียบร้อยราบเรียบ ราบรื่นง่ายงาม ไม่เกิดอะไร นอกจากพวกที่ Error มายงมายิงกันก็คือพวกรัฐบาลทรราชนั่นแหละทำ พวกเราไม่ได้ไปทำเลย ไม่ได้ไปสร้างความรุนแรง แต่พวกนั้นไปสร้างแรงกระเพื่อมเอง ในรายละเอียดเป็นเช่นนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องสูงส่ง นักรัฐศาสตร์จบดอกเตอร์มาก็ไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่เกิดจริงเป็นจริงปรากฏการณ์ ที่เกิดในไทยแล้ว เป็นรัฐศาสตร์ตัวอย่างของโลก พิสูจน์ตามกฎสากลหรือว่าความสงบสยบความรุนแรง อย่าไปสร้างความรุนแรง ผู้ชนะด้วยความสงบชนะด้วยความไม่มีอาวุธเอาแต่ความจริงมาเป็นตัวชนะ ยังไม่มีใครทำได้นอกจากประเทศไทย ประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ เท่าที่มันสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีในโลกในปัจจุบันนี้ ใน200 กว่าประเทศ ที่เป็นประเทศประชาธิปไตย อาตมาพูดอย่างนี้ นักภาษาศาสตร์ฟังแล้วเอาไปตรวจสอบความเป็นจริง ไม่ใช่ดูถูกดูแคลนว่าอาตมาไม่ได้เรียนจบดอกเตอร์ทางรัฐศาสตร์ ไม่ได้มีความรู้ ไม่ได้เคยปกครองบ้านเมืองอะไรต่ออะไรไป อาตมาไม่ต้องปกครองบ้านเมือง ไม่ต้องปกครองมวลเท่านั้น อาตมาปกครองพวกโลกุตระ ถ้าจะว่าจริงๆซับซ้อน ยากกว่าพวกที่จะมาปกครองโลกียะอยู่ พูดแล้วเหมือนน่าหมั่นไส้แต่เป็นเรื่องจริง ก็มีตัวอย่างเป็นมาได้ถึง 50 ปีแล้วแหละ ชาวโลกุตระมีภูมิปัญญาแยกความผิดความถูก เพราะฉะนั้นชาวอโศกรู้ความผิดความถูกได้ละเอียดกว่าชาวโลกียะ พวกเราผิดเล็กผิดน้อยเดี๋ยวเจอ ตำรวจในชาวอโศกเป็นตำรวจชั้น 1 ตำรวจตาแหลม ตำรวจมีปัญญา ไม่ใช่ตำรวจแบบพื้นๆ 650502 แยกกายแยกจิตอย่างไรให้ถึงอรหันต์ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 36

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน