หลับตาปฏิบัติจะเจอแต่อวิชชา ลืมตาปฏิบัติจึงมีวิชชาได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข30 เมษายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

หลับตาปฏิบัติจะเจอแต่อวิชชา ลืมตาปฏิบัติจึงมีวิชชาได้ _Boy Mungchomklang (บอย มุ่งจอมกลาง) : น้อมกราบนมัสการพ่อครูครับ และต้องขออภัยการปฏิบัติแบบคนตาบอด(ปิดตาปฏิบัติ) แล้วจะเห็นภาพความจริงที่เป็นอยู่ ณ ตอนนั้นได้อย่างไร ...เว้นแต่นั่งนึกเอาเอง คิดเอาเอง...แต่ก็ยังไม่ใช่สัมผัสเห็นการณ์จริงที่ไม่ได้เห็น แล้วจะรู้ความจริงที่ครบทั้งหมดได้อย่างไร...(เป็นอย่างนั้นหรือเปล่าครับ) พ่อครูว่า...หลับตา ปฏิบัติเป็นพวกสัมภเวสี คิดนึกอยู่คนเดียว เป็นนรกสวรรค์วิมานอะไร แล้วที่สุด สะกดจิตตัวเองให้เป็นจิตว่างก็ของตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครรองรับ มีแต่ความลึกลับ อย่างนี้ก็ไปยืนยันไม่ได้ จะประกาศว่าเป็นความจริง ความจริงต้องมีภายนอกภายใน มีครบ คนอื่นก็ร่วมรู้ด้วย ตัวเองก็รู้ด้วยเพราะเป็นหนึ่งเดียวกันตรงกันนะ สัจจะมีหนึ่งเดียวกันนะ แต่ที่เขาทำมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นหลับตาจึงเป็นโมฆะจากศาสนาพุทธเลย พระพุทธเจ้าก็ตรัสยืนยันในพระสูตร อินทริยภาวนาสูตร ยืนยันชัดเจนว่า พระไตรปิฎก เล่มที่ 14 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 6 มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ 10. อินทริยภาวนาสูตร (152) [853] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ป่าไผ่ ในนิคมชื่อกัชชังคลา ครั้งนั้นแล อุตตรมาณพ ศิษย์พราหมณ์ปาราสิริยะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ แล้วทูลปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [854] พอนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามดังนี้ว่า ดูกรอุตตระ ปาราสิริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวกหรือเปล่า ฯ อุ. แสดง พระโคดมผู้เจริญ ฯ พ. ดูกรอุตตระ แสดงอย่างใด ด้วยประการใด ฯ อุ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ในเรื่องนี้ ท่านปาราสิ

อ่านต่อ

ริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวกทั้งหลายอย่างนี้ว่า อย่าเห็นรูปด้วยจักษุ อย่าได้ยินเสียงด้วยโสต ฯ พ. ดูกรอุตตระ เมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่เจริญอินทรีย์แล้วตามคำของปาราสิริยพราหมณ์ ต้องเป็นคนตาบอด ต้องเป็นคนหูหนวก เพราะคนตาบอดไม่เห็นรูปด้วยจักษุ คนหูหนวกไม่ได้ยินเสียงด้วยโสต เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสแล้วอย่างนี้ อุตตรมาณพ ศิษย์ปาราสิริยพราหมณ์ นั่งนิ่ง เก้อเขิน คอตกก้มหน้า ซบเซา หมดปฏิภาณ ฯ คนมีปฏิภาณยอมรับความจริง คนไม่มีปฏิภาณแล้วยังโง่เง่างมงายไม่ยอมรับความจริงก็ไปนั่งหลับตาปิดหู แล้วก็เพ้อพกไปกับจิตเป็นสัมภเวสีไป เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าตรัสว่า (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สู่แดนธรรม... สมัยผมอยู่กับพระอาจารย์ข้างนอก ที่จะต้องหลับตานั้น เพราะว่าตอนลืมตา กิเลสเข้ารบกวนจิตใจไม่สงบ อย่างนั้นถูกไหมครับ พ่อครูว่า... ถูกของเขา แต่ผิดจากของพระพุทธเจ้า อาตมายืนยันว่าผิดจากของพระพุทธเจ้า แต่ถูกของเขา เพราะหลับตาปฏิบัตินั้นมันเป็นเรื่องโลกีย์ มันเป็นภาวะ 2 แค่ภายนอกกับภายใน เป็นภาวะ 2 ภายนอกมันก็ไม่มีแล้วมันก็เป็นขาเดียวภายใน ธรรมะขาเดียวประชาธิปไตยขาเดียวเป็นผู้พิการ คนต้องมี 2 มีรูป นาม มีวิญญาณคือธาตุรู้ เริ่มต้นท่านก็ตรัสไว้ ว่า ต้องอาศัยกันและกันเป็นอาหารอาศัยกัน วิญญาณต้องมีนามรูป จบในวิญญาณาหาร ของปุตตมังสสูตร วิญญาณาหาร จบ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่แตกฉานในคำตรัสของพระพุทธเจ้า ก็เบื้องงว่าอะไร อาตมาก็ขยายความแล้วขยายความอีก คนที่ไม่รู้ในอาหารข้อที่ 4 พระพุทธเจ้าถึงบอกว่ามันก็ต้องไม่รู้ ไม่รู้อย่างไร ไม่รู้เหมือนโจรที่เป็นนักโทษประหาร ทำไมต้องเป็นนักโทษประหารเพราะว่าอยู่ก็เป็นกบฏ ผู้ทำลายศาสนา อยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นทางโลกก็บอกว่าเป็นกบฏ พระราชาจึงให้เอาไปประหารเสียด้วยหอก 100 เล่มตอนเช้า ก็ยังดื้อด้านดึงดันทนเหลือเกินไม่ยอมตาย พระราชาถามตอนกลางวันว่าตายหรือยังก็ยังไม่ตายให้เอาไปฆ่าอีกด้วยหอก 100 เล่ม ตกเย็นพระราชาก็ถามอีก พนักงาน ก็ตอบอีกว่ามันยังไม่ตายพระเจ้าค่ะ จบแค่นี้ก่อน ทุกวันนี้ก็คือโจรที่เป็นผู้ทำลายศาสนาอยู่นี่ ก็คือผู้ฆ่าไม่ตาย เป็นมิจฉาทิฐิเป็นผู้ทำลายศาสนา ทุกวันนี้ก็ได้แก้ไขก็คือได้แต่พวกหลับตาปฏิบัติ ไม่มีจรณะ 15 ไม่มี สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ มันเป็นสิ่งที่ผิดไปจากศาสนาพุทธ ก็ยืนยันในทุกหมวดทุกหลักเกณฑ์ สอนได้แต่ส่วนน้อย คือพวกชาวอโศก แต่มวลหลักของศาสนาเขามีมากมาย ทั้งมวลพวกที่บวชตามๆกันไปมากมาย อโศกเทียบไม่ติดหรอกในจำนวน ที่พูดนี้ก็เข้าใจเขาว่าเป็นยุคที่เสื่อมจริงๆ เสื่อมที่อาตมาต้องมา กอบกู้ เมื่อยแสนเมื่อย จนกระทั่งสังขารร่างกายทุกวันนี้เลยอายุขัยมาแล้ว 80 กว่า อายุไขของอาตมา 72 ตอนนี้เป็น 88 ปีแล้ว จะพยายามกระเสือกกระสนไปให้ได้อีกสักมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มีตัวเลขประหลาดๆ 151 มา เดี๋ยวนี้ก็ยอมแพ้แล้วไม่ถึงแน่นอน จนกระทั่งบอกก็ได้ว่าอาตมาพยายามพากเพียรอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ กระเสือกกระสนดิ้นรนไปจริงๆให้ได้จะได้สักเท่าไหร่อย่างเก่ง ก็คิดว่า 133 นี้ก็สุดยอดแล้ว ลดราคาจาก 151 เหลือ 133 ก็ยังมุ่งมั่น แต่ใจอีกใจหนึ่งก็คิดว่า 120 นี่จะถึงไหมเนี่ย 120 มันจะถึงไหมหนอ พยายามอยู่ทุกวันนี้ กินอาหารนอนพักแต่ละคนช่วยดูแลเหลือเกิน จะพักที่ไหนจะนอนนั่งที่ไหนเอาออกซิเจนมา อย่างกับคนอยู่ใน ICU ตลอดเวลาเลย พยายามประคบประหงม ที่จริงไม่น่าเล่าเลยมันเปิดโปงหมด สู่แดนธรรม.. กลับมาถามอวิชชา หากนักโทษประหารเปรียบเสมือนอวิชชาที่ฆ่าไม่ตาย ใครที่หลับตาก็บอกว่าอวิชชามันเข้าทางในการลืมตา แต่ท่านไปทำอวิชชาด้วยการลืมตา มันฆ่าอวิชชามันฆ่าได้ยากกว่าการลืมตา อย่างไรครับ พ่อครูว่า... ตรรกะมันเป็นตรรกะพิการ เหตุผลมันฟังดูตลกไม่เข้าท่า เด๋อๆด๋าๆ โขลกๆเขลกๆ สู่แดนธรรม... เหมือนกับนกกระจอกเทศ ศัตรูมาก็เอาหน้ามุดดิน พ่อครู… คุณก็เป็นนกกระจอกจะเป็นมนุษย์ที่เป็นอริยชนได้อย่างไร ยังไกลมากเป็นแค่นกกระจอกเทศ สู่แดนธรรม... ปิดตาก็ไม่เห็นศัตรู พ่อครูว่า... มันง่ายจังปิดตาเหมือนคนตาบอดอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัส ปิดตาปิดหูไปกดประสาทหูไม่ให้ได้ยิน คุณก็เหมือนกับคนหูหนวกตาบอด มีหลักฐานยืนยัน แต่เขาก็ศึกษาไม่ครบ ในพระไตรปิฎกมีครบ แม้แต่ในพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐของพระมหากัสสปะก็ตาม สู่แดนธรรม... การลืมตาทำให้อวิชชาสิ้นได้อย่างไร พ่อครูว่า... สิ้นได้ เพราะมีจักษุ อาโลก แสงสว่าง ในการเห็นทั้งภายนอกภายในมันรู้โลก รู้อัตตา มาดูทั้งสอง โลกคือภายนอกทั้งหมด อาโลกคือแสงสว่าง มีพระอาทิตย์ มีพระจันทร์ มีนามรูปครบหมดเห็นครบหมด ไม่ใช่ไปหลับตามีแต่อัตตาอยู่ในภพในภวังค์เป็นสัมภเวสีไป นิมมานนรดี เนรมิตไปเองเป็น นิรมาณกาย มันไม่ใช่ อย่างนั้นมันฝันฟุ้ง ฝันเพ้อไปเองอย่างไรก็ได้ พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้นะ พรหมชาลสูตรว่า การหลับตาอาศัยขันธ์เดิมไปล่วงรู้อดีตอนาคต ได้แค่ 62 ความรู้เรียกว่า 62 ทิฐิ อดีตได้ 18 อนาคตไปได้ 44 ไปอ่านสัก 100 เที่ยวให้แตกฉาน พระพุทธเจ้าสรุปลงแค่นี้ แล้วคนก็จะอาศัยอื่นไม่ได้ ต้องอาศัยขันธ์ ที่ตัวเองเคยอาศัยมาแล้วแต่ชาติไหนก็แล้วแต่ เพราะว่าคุณจะรู้เท่าที่คุณเคยมีเคยเป็นฝังไว้ในสัญญา นอกสัญญาคุณก็เป็นความเพ้อเจ้อ เพราะฉะนั้นอดีตมันมีสัญญา ฝังเป็นความจำเก่า อนาคตมันมีด้วย แล้วมันก็คิดใหม่ คิดเพ้อเจ้อไปได้อีก มันจึงมีได้ถึง 24 พวกหลับตาจะไม่มีความรู้ เกิน 62 อดีต 18 กับอนาคต 44 ไม่มีความรู้เกินนี้เลย เพราะฉะนั้นจบสุดท้าย ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ 5 มีกาม และ ฌาน 1 2 3 4 คุณต้องมี ปัจจุบันชาติ ลืมตามารู้ทั้งหมดแล้ว คุณก็จะรู้ กาม แล้วรู้ฌาน 1 2 3 4 แบบลืมตา ฟังไว้พวกหลับตาทั้งหลาย มิจฉาทิฏฐิเป็นโจรปล้นศาสนา ที่พระราชาให้เอาไปฆ่าด้วยหอก 300 เล่ม คุณก็ยังยอมเป็นโจรอยู่อย่างนั้น เมื่อไหร่จะหยุดเป็นโจรปล้นศาสนาสักทีล่ะ อาตมาขออภัยที่พูดชัดเจนและเน้นด้วย แรง ไอ้ที่เบาๆมา จนกระทั่งทุกวันนี้อาตมาแรงน้อยลงไปแล้ว ก็ยังจะต้องทำแรงอย่างนี้แหละ เพราะตีเบาๆเหมือนเอาสำลีไปเช็ดหนามทุเรียน สำลีพังหมดเลย นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะเดินดิน... พวกเชน เหมือนตัดขาดทั้งหมด แต่มีบุหรี่ เงินทอง พ่อครูว่า... เหมือนสายอ.มั่น อ.มหาบัว ไม่รู้ว่ากินหมาก สูบบุหรี่คือสิ่งเสพติด หลวงปู่แหวน ก็ใช้บุหรี่ขี้โยยาวๆ สมณะเดินดิน... ภาพรวม ของพระญี่ปุ่นสายลืมตา เขาก็ยังไม่ได้ติดอะไรมากเท่าไหร่ยังมีความคิดสร้างสรรค์พัฒนา ลืมตา กิเลสน่าจะมากกว่า แต่ดูดีๆ พวกหลับตาแก้ผ้านี้ซับซ้อนมากกว่า พวกลืมตาเอาบุหรี่มา ก็ถูกหลอกให้ติดได้ พ่อครูว่า... ขออภัยที่วิจัยวิจารณ์สายหลับตาทางมหาบัวและอาจารย์มั่น ตำหนิมานาน ก็ยังตามอีกต่อไปเพราะมันผิดจะได้แก้ไข ขอยืนยันว่าอาตมาไม่ได้พูดผิด จะมาพูดความผิดคือความผิด ความถูกคือความถูก อาตมายืนยันว่าพูดอย่างนั้นจริงๆ 650429 การปฏิวัติโดยประชาชนของไทย เป็น Soft Power พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน