สุข ทุกข์ เป็นอันเดียวกันเป็นเทวะที่ต้องแยกเป็น 2.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สุข ทุกข์ เป็นอันเดียวกันเป็นเทวะที่ต้องแยกเป็น 2 มาเข้าถึงบทเรียน อัมพัฏฐสูตร อาตมาได้พูดถึงศีลที่พระพุทธเจ้าได้คุยกับ อัมพัฏฐมานพ พูดถึงจรณะและวิชชา พระพุทธเจ้าไล่เรียงถึงต้นตระกูล อัมพัฏฐมานพว่า ตระกูลตัวเองเป็นตระกูลพราหมณ์ ส่วนพระพุทธเจ้าเป็นกษัตริย์ พระพุทธเจ้าก็เลยไล่ไปว่า พราหมณ์นี้ที่เป็นต้นตระกูลของอัมพัฏฐมานพ ต้นตระกูลนี้เป็นทาสคนหนึ่งของพระเจ้าโอกากราช สุดท้ายอัมพัฏฐมานพก็จำนน ง่อยกินหมดไปไม่ออก ก็ไล่ไปถึงจรณะและวิชชา อัมพัฏฐะอธิบายไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็เลยอธิบาย จรณะ เริ่มต้นที่ศีล อนาคตทิ้งศีลไม่ได้ซึ่งเป็นต้นหลักของความรู้และความจริง ศีล เป็นหลักเกณฑ์ ศีลข้อที่ 1 เป็นต้น คุณก็ต้องศึกษาปฏิบัติจนได้บรรลุความจริงด้วยความรู้ ได้เต็มความรู้ความจริงในศีลข้อที่ 1 ความรู้ความจริงของมันคืออะไร เกี่ยวข้องกับสัตว์ในโลก ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวข้องกับของซึ่งมีทั้งพืชและวัตถุ จะทุจริตไม่ทุจริตอย่างไรก็ศึกษาในศีลข้อที่ 2 ซึ่งวัตถุกับพืชมันไม่จองเวรจองกรรมไม่เหมือนกับสัตว์ พืชกับวัตถุมันไม่มีวิบาก แต่มันทุจริตได้ง่ายกว่า ถ้าเกี่ยวกับสัตว์โดยเฉพาะกับคน มันมีเรื่องมาก แต่พืชกับวัตถุ มันมีเรื่องน้อย เพราะตัวมันเองไม่เป็นตัวตนของมัน พืชก็ดี วัตถุก็ดี อย่างนี้เป็นต้น ก็มีนัยยะสำคัญที่ต่างกัน ส่วนศีลข้อที่ 3 ก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่สัมผัสแล้วก็เกิดเวทนา ให้ศึกษาเวทนานี่แหละเป็นจุดสูงสุดของศาสนาพุทธ ถ้าไม่ศึกษาที่เวทนา ป่วยการเลย ถ้าไปศึกษาอันอื่นๆ ยิ่งไปนั่งดับเวทนา สัญญาเวทยิตนิโรธเข้าไปนั่งดับสัญญา ดับเวทนาเป็นนิโรธ คนนี้หมดท่าเลย ลงทะเล ยะเยือกเย็นเลย ไม่ได้เข้าทางของพระพุทธเจ้าเลย โมฆะไป เสร็จ สัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาต้องกำหนดรู้เคล้าเคลียเวทนาให้ครบหมดเลย เป็นเวทน

อ่านต่อ

า 108 จนถึงขั้นจบเรื่องของนิโรธ ชัดเจนในนิโรธ นิโรธอะไร นิโรธเวทนาเก๊ อาตมาอธิบาย ลัดๆนะ เวทนามีสอง เวทนาสัมผัสความจริงตามความเป็นจริง โอ้.. ฟักข้าวแดงดีจริงๆเลย เกิดชอบใจ เกิดจิตปฏิพัทธ์ หรือไม่ชอบใจ มันมีหนามเยอะ ก็เป็นเวทนาอีกตัวหนึ่ง เป็นคู่เคียงขึ้นมา แต่ถ้าเวทนาเดียวทำให้สำเร็จได้ เอกสโมสรณา ภวันติ เรียนรู้ นี่คือหัวใจศาสนาพุทธ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 แยกเวทนา เวทนาที่เป็นอารมณ์ของทุกข์ สุข หรืออารมณ์เก๊ แล้วมันก็มีเหตุ ดับเหตุที่เป็นเวทนาเก๊ สุข ทุกข์ ความสุขความทุกข์เป็นอันเดียวกัน แต่มายาของความสุขมันหลอกให้คนไปติด ที่จริงคุณแยกไม่ออกหรอก เมื่อแยกไม่ออกควรต้องดับมันทั้งความทุกข์ความสุข ถ้าให้คุณไปดับความสุขมันยากใครก็ไม่อยากดับ ต้องเรียนรู้ทุกข์ ไปเรียนรู้ความสุขและดับมันยาก ต้องเรียนรู้ความทุกข์นี่คือความฉลาดของพระพุทธเจ้าเมื่อดับความทุกข์ความสุขก็หมดไปด้วย อทุกขมสุข จิตก็เหลือแต่อุเบกขาเวทนา จิตกลางๆ ไม่ได้เป็นความเฉยเด๋อ ต้องรู้อย่างตื่นตัวเต็มที่ ไม่ใช่อยู่กลางๆอย่างจิตใจไม่นึกคิดอะไร จิตเด๋อ เป็นอุเบกขาเก๊ๆ ไม่ใช่อุเบกขาของพระพุทธเจ้า อุเบกขาของพุทธเจ้ามีองค์ธรรมทั้ง 5 ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา คือจิตที่บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส แม้กระทบสัมผัสกับอะไรต่างๆก็บริสุทธิ์อยู่เรียกว่า ปริโยทาตา จิตยิ่งบริสุทธิ์ ยิ่งเรียนถูกต้องตามสัมมาทิฎฐิพระพุทธเจ้า ไม่ต้องหลบเลี่ยงเลย ยิ่งกระทบสัมผัสเหตุปัจจัยต่างๆยิ่งจะทำได้เก่ง มีมุทุภูตธาตุ จิตยิ่งเร็วยิ่งไว ยิ่งแข็งแรงทั้ง Static และ Dynamic ทั้ง เจโตและปัญญา มุทุมีทั้งสองอย่างเลย เป็นกายปาคุญญตา และจิตปาคุญญตา ได้คล่องแคล่งว่องไว ทั้งภายนอกภายใน ไม่ใช่ว่า จิตบรรลุแล้ว เฉื่อย หนืด ไม่ใช่ แต่คล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียว ยิ่งมีสมาธิดี ยิ่งปราดเปรียว ยิ่งมีฌานดียิ่งปราดเปรียว นี่คือความเข้าใจที่เขายังเข้าใจผิดกันอีกเยอะเลย กลับไปทำให้มันเกิดความช้า ย่องหนอ หยุดหนอ มันตรงกันข้ามกับการศึกษาของพระพุทธเจ้าเลย ของพระพุทธเจ้าต้องศึกษาให้จิตใจมันเร็วขึ้น โดยแบ่งทำเป็นเรื่องๆตามศีล ศีลข้อที่ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 มี จุลศีลทั้ง 26 ข้อ คุณไปทำไม่ถึง 26 ข้อก็เป็นอรหันต์ปฏิบัติให้สัมมาทิฏฐิเถิด การศึกษาที่ผิดเพี้ยนไปไกลมาก อาตมาพูดไป คนที่เห็นตรงกันข้าม ก็จะหมั่นไส้ เกรงว่าเขาจะอาเจียนเป็นโลหิต เขาหมั่นไส้ว่าอาตมายกตัวตน ครูบาอาจารย์อื่นทำมาเป็นร้อยปีแล้ว เอ็งเพิ่งเกิดมาอายุแค่ 86 87 เขาเกิดมาตั้งหลายร้อยปี ตายไปตั้งหลายร้อยปี เอากระดูกไปใส่เจดีย์ เป็นพระอรหันต์กันไปปิดทองคำสร้างเจดีย์ทองคำใส่พระอรหันต์ ซึ่งขออภัยเถิด เป็นพระอรหันต์เก๊ ก็น่าสงสาร อาตมาก็จำเป็นจะต้องเปิดเผยความจริงนี้มาแก้ไข ไม่เช่นนั้นก็จะหลง จมอยู่ในความหลงนั้นต่อไปอีก ผู้ที่จมในความหลงนั้น เป็นผู้ติดยึดในทางที่ผิด ก็แล้วไปเถิด ก็หวังในผู้ที่จะพอฟื้นตื่นกลับมาเข้าใจใหม่ได้บ้าง ก็เก็บตกผู้ที่จะพอได้ ก็ไม่รู้จะทำยังไง ต้องทำแบบนี้ นิมนต์จิบน้ำ…. สมณะเดินดิน...การปฏิบัติธรรม เราต้องมาฝึกเห็นทุกข์ของตนก่อน สู่แดนธรรม...ท่านส.เดินดินว่า เรื่องทุกข์ ผมเลยเห็นเพื่อนเราเข้าใจผิด ว่าทุกข์นี้มีไว้เพื่อให้เกิดสุข ดับทุกข์เพื่อให้เกิดสุขอมตะถาวร พ่อครูว่า…ขอยืนยันเรื่องนี้ถ้าอาตมาไม่พูดขึ้น ก็จะเป็นอย่างที่ สู่แดนธรรมพูด ไม่ว่าอาจารย์สำนักไหนเขาจะไม่รู้ว่าความสุขกับความทุกข์มันเป็นอันเดียวกัน ความสุขมันเป็นมายาของความทุกข์เท่านั้นเอง มันเป็นตัวหลอก ที่จริง สุข ทุกข์ มันตัวเดียวกัน คุณจะดับความสุข ความทุกข์มันก็หาย แต่จะไปดับความสุขมันยาก พระพุทธเจ้าไม่ไปทำสิ่งที่ยากก่อน แต่เอาสิ่งที่เป็นไปได้และง่ายกว่า ก็คือเรียนรู้อาการของความทุกข์ แล้วตามเหตุแห่งทุกข์แล้วดับมัน เมื่อดับเหตุแห่งทุกข์ความสุขมันก็ดับไปด้วย เพราะมันเป็นอันเดียวกัน ความสุขมันเป็นมายาเท่านั้น ความที่ทำให้ 2 เป็น 1 ความทุกข์ความสุขก็เป็น 2 ทำให้เป็น 1 ได้ อันนี้แหละ อยู่ระหว่างกลางของความมี คุณยังไม่ตาย คุณยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน คุณยังมีชีวิต จึงยังมีอยู่ เมื่อมีอยู่ก็อาศัย อาศัย 1 นี่คือไม่มีความทุกข์ อาศัย 1 อย่างที่เป็นพลังงานในระดับ พีชธาตุ พีชนิยาม พืชพันธุ์ธัญญาหารมันไม่มีความทุกข์ไม่มีความสุข ไม่มีกรรมไม่มีวิบาก ไม่มีความรักไม่มีความชัง นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เมื่อมีชีวิตอยู่ก็อาศัย พีชธาตุ อันใดที่เราจะทำให้เป็นอุตุธาตุไปเลยก็ทำไป ศาสนาพุทธจึงแยกกายแยกจิต อย่างวิจิตรมากเลย แยกกายแยกจิตให้เป็นจะรู้จักอุตุนิยม พีชนิยาม จิตนิยาม และรู้กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ถ้าสามารถแยกอุตุนิยม พีชนิยาม จิตนิยาม 3 อันนี้และทำได้ ก็จะปรินิพพานได้ ท่านใดที่ทำให้หมดสภาพเป็นกาย หมดสภาพนอกจากเป็นกายแล้ว แม้แต่มันจะเป็น พีชะ มันก็ไม่มี มันเป็นอุตุไปจริงๆ ธาตุที่ยังเป็นธาตุรู้อยู่ในจิตเรา จิตเจตสิกตัวไหนมันตายอย่าง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) มันตายอย่างไม่เกิดอีก แต่เรามีชีวิตอยู่ แต่จิตตัวนี้มันไม่มีความรับรู้อะไร ไม่มีธาตุรู้แล้ว พีชนิยาม เป็นธาตุรู้ที่รู้ แต่ไม่ทุกข์ไม่สุข รู้จักสิ่งที่ควรรับ สิ่งที่ไม่รับเข้าก็เฉย ก็อาศัยอันนี้อยู่ไม่เดือดร้อนกับใคร รักษาชีวิต รักษาตัวเองไป ก็ไม่มีวิบากอะไร แล้วก็ทำแต่ดี นอกจากไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีเบียดเบียนผู้อื่นแล้ว ก็ยังไม่เบียดเบียนตน ตนเองก็รักษาร่างกายชีวิต ให้อยู่ดี ไม่ได้สมควรสมดุล ก็จะรู้จักวิธีที่จะทำให้ร่างกายอยู่สมดุล ก็สามารถที่จะ ทำอายุให้เกินกว่ากัป ของตน เกินกว่าอายุขัยของตนเองด้วย อย่างที่อาตมากำลังพิสูจน์ตัวเองนี่แหละ ซึ่งพิสูจน์มาแล้ว ได้มา 1 นักษัตรแล้วอาตมาจะตายตอนอายุ 72 ตอนนี้อายุจะเต็ม 87 ก็เดือนมิถุนายนหน้า ตอนนี้ย่าง 87 อาตมาก็ชัดเจนมั่นใจ ทีนี้อาตมาจะสามารถต่ออายุขัยไปอีกนานเท่าใด ก็ตั้งใจพิสูจน์ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามไป ถ้าถึงวาระที่บอกว่าไม่ไหวแล้ว สังขาร รูปขันธ์มันแย่เต็มทีแล้ว นามขันธ์อาตมาดูแลเองได้ แต่รูปขันธ์ พยายามประคองมัน ให้ธาตุที่จะไปสังเคราะห์เป็นรูป ให้การออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหาร มันบกพร่องอะไรก็ช่วยกัน คนก็ช่วยกันดูแลเสริมเติมให้อยู่ ไม่ให้มันขาดมันพร่องอะไร ทุกวันนี้ก็มีคนช่วยดูแล อาตมาก็ว่าเป็นบารมีของอาตมา มีคนเอาใจใส่ดูแลเป็นจริงจัง เพื่อให้อาตมา ยังขันธ์ให้ยาวยืนไป เพื่อทำประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ ให้แก่โลก ซึ่งอาตมาก็เต็มใจ ซึ่งมันก็ควรทำไหม ...ควรทำ เพราะคนอย่างอาตมานี่ พูดจริงๆนะไม่ได้ยกย่องตนเอง... มันหายาก คนอย่างอาตมาที่มีความรู้อันนี้ ที่จะเอามาเผยแพร่ ขยายอะไรต่ออะไรออกไป พวกคุณยังรับได้ยังฟังได้ ยังยินดีรับกันอยู่ใช่ไหม ยังมีผู้รับอยู่ มีผู้รับได้อยู่ การค้านี้ไม่ขาดทุนหรอก ไม่เสียหลาย สู่แดนธรรมว่า...เป็นคนที่หายากในระบบสุริยะจักรวาลนี้เลยครับ พ่อครูว่า...ก็ว่าไป คนเขาจะหาว่าพวกเราหลงตัวเอง อย่างคนที่บอกว่า ไอ้ลวงโลก นี่ ก็เข้าใจเขานะ ก็เห็นใจเขา เขาเข้าใจที่เราพูดนี้มันเป็นสัจจะเป็นโลกุตระธรรมลึกซึ้งก็เข้าใจยาก ก็น่าเห็นใจ เพราะฉะนั้นจะไปถือสาเขาไม่ได้หรอก เขาจะโกรธอาตมา ไม่ชอบอาตมา เพราะอาตมาพูดถึงศาสนา พูดถึงพุทธธรรม เขาก็ถือว่าเขาเป็นชาวพุทธคนหนึ่ง เขาก็ถือว่าชาวพุทธ ศาสนาพุทธก็ต้องถูกต้องตามอาจารย์เขา เขามีทิฐิอย่างนี้ เห็นอย่างนี้ สู่แดนธรรมว่า...คนที่เขาเรียกพ่อครูว่า อรหันต์ youtube ก็แสดงว่า อรหันต์ของเขาต้องอยู่ป่า มาขึ้น youtube ไม่ได้ พ่อครูว่า...เป็นไปได้ ก็น่าสงสารเขา น่าเห็นใจเขา ไม่เป็นไร แต่ขออย่างเดียวให้ติดตามฟังอาตมาต่อไปก็แล้วกันนะ ดีกันนะ อย่าโกรธเคืองกันเลย อาตมาไม่ถือสาคุณหรอกจะว่าอาตมาแรงหยาบ ก็แสดงถึง สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล เท่านั้นเอง อาตมาไม่ติดใจ แต่ถ้าคุณจะปรับภาษาคุณให้ดีก็ดี แต่ถ้าคุณไม่ปรับ อาตมาจะไปห้ามได้อย่างไร อาตมาก็ขอดีกัน อย่าไปแย่เลย แม้คุณจะไม่ชอบใจอาตมาก็แล้วกัน มันเป็นประโยชน์กับอาตมาที่มีผู้ที่ยังทักท้วง ก็อาจจะมีบางมุมเหลี่ยม เหลี่ยมนี้คุณท้วงอาตมา จริงและถูก แต่อย่าท้วงว่าอาตมาลวงโลก อันนี้คุณเข้าใจผิด แต่อรหันต์ youtube ก็แล้วแต่ แต่ที่ว่าไม่เป็นพระศรีอาริยเมตไตรย อาตมาก็ไม่เป็นหรอก อาตมาไม่ติดใช้ในการทำเท่ แต่คุณจะทำเท่ห์ก็ห้ามไม่ได้หรอก อาตมาไม่มีแบบนั้นแล้ว ทำไปแต่สัจจะเท่านั้น ก็อธิบายไปอย่างนี้

630821_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยายอัมพัฏฐสูตร ตอน 14

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน