สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เลี้ยงลูกให้รู้จักโต.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข15 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เลี้ยงลูกให้รู้จักโต _น้อมยอดธรรม..ดิฉันมาอยู่สันติอโศกก่อน มาเห็นมารู้มาฟัง อยู่ได้ 4-5 เดือน แล้วดิฉันก็บอกลูกว่าแม่จะขายบ้านแล้วนะ แม่มีที่อยู่แล้ว ใช้หนี้เสร็จแล้วก็แบ่งกันไป พ่อบ้านก็ไปบวช แล้วมาด่าลกให้ฟังว่า แม่ทำไมต้องไปขายบ้าน ดิฉันก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับหลวงพ่อหรอกหลวงพ่อไปอยู่วัดเลย ให้ไปดูหลาน เขาก็ไปตามเรื่องของเขาไม่สนใจแล้ว ดิฉันคิดว่า ธรรมะ 2 ของดิฉันสุดท้ายนี้ก็ หมดห่วง หายห่วง เป็นธรรมะหนึ่ง หากมีห่วงก็หลงห่วง ไม่รู้เขาห่วงเราหรือเปล่า ทำไมคนหลงห่วง มิฉะนั้นปลดห่วงไม่มีห่วง พ่อครูว่า...อธิบายสภาวะของตัวเองก็ดี อุตส่าห์มาบวชนะ แต่ฆราวาสมาบวชในนี้ก็หมดห่วง แต่ว่านักบวชนั้นมีห่วง ก็ลูกๆโตหรือยัง...โตกันหมด เรียนจบหมดอาตมาเคยบอกว่าเลี้ยงลูกให้รู้จักโต เลี้ยงพ่อแม่ให้รู้จักตาย ลูกโตแล้วก็รับผิดชอบตัวเอง เมื่อ คนบรรลุนิติภาวะของฝรั่ง เขาก็ให้ไปเลย แต่ทางคนไทยสายเอเชีย ยิ่งจีน ไม่มีตัดขาดเลย คนไทยทางเอเชียก็พลอยเป็นอย่างนั้นด้วย ทางตะวันตกเขาสบายเรื่องนี้ ถือว่าอาศัยกันมาเกิดเท่านั้นรับผิดชอบตัวเองกันไป มันก็ดูไม่ดี เมื่อคนต่างประเทศสองผัวเมียตายายมาเที่ยวเมืองไทยแล้วเห็นการดูแลเลี้ยงดูกันอย่างดีของคนไทย ก็เลยร้องไห้ เห็นว่าอย่างนี้มันอบอุ่นแต่อย่างเขามันว้าเหว่ มีเงินมีทองก็ไปเที่ยวกันเท่านั้น ระบบสวัสดิการของเราไม่ดีแต่มันดี ถ้าขืนมันดีจะกลายเป็นแบบนั้นอีก เพราะฉะนั้นดีแล้วล่ะระบบมันไม่ดี แต่ว่าวัฒนธรรมมันจะดี จริงๆนะมันจะเป็นอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องวัตถุขาดจิตวิญญาณ จะเป็นการขัดแย้งกันแล้วไปกันคนละด้านเสมอ ทางด้านเอเชียเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว เป็นเรื่องของโลกที่แบ่งเขตทางโน้นเป็นเรื่องเทวนิยมทางนี้เรื่องเป็นอเทว

อ่านต่อ

นิยมเป็นเรื่องจิตวิญญาณที่สัมพันธ์กันมาก เรื่องเทวนิยมนั้นตีไม่แตกเรื่องจิตวิญญาณ จิตวิญญาณเขาจึงตื้น ก็เลยกลายเป็นประชาธิปไตยขาเดียว ไม่เห็นความสำคัญของจิตวิญญาณ เรื่องนี้เขาเข้าใจได้ยาก ประชาธิปไตยขาเดียวไปไม่รอดเพราะไม่มีการสืบทอดทางจิตวิญญาณ ทางตะวันออกมีการสืบทอดทางจิตวิญญาณมีพระมหากษัตริย์มีการรักษา การปกครองจารีตประเพณีกฎมณเฑียรบาล มีการสืบสันตติวงศ์ ต้องรู้หน้าที่ สันตติวงศ์ก็ต้องมีหน้าที่สังวรสำรวมระวัง ความมีจิตวิญญาณสูงและมีระบบระเบียบ สิ่งที่ไม่ดีงามอย่าไปทำ มีกฎระเบียบต่างๆที่ดีงามสืบทอดกันมาไม่รู้จักจบ ทางโน้นมันก็เลยหายไปเรื่อยๆ เรื่องของพฤติกรรมสังคมเรื่องของฮิปปี้ขึ้นไปเรื่อยๆ เอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่มีระบบอะไร รายละเอียดลึกซึ้งเหล่านี้เขาไม่ค่อยเข้าใจ ถ้าตะวันตกนี่นะ มีพลเมืองเป็นพันล้านรับรองอยู่ และจะเป็นได้ยากมันจะระเบิดและตีแตกมันจะไม่ได้ถึงพันล้านหรอกในทางตะวันตก อินเดียมีหลายพันล้าน จะไปมากกว่านี้มันก็สงบ แต่ทางจีนเขาแย่กว่า ทางโน้นเป็นเชิงความคิดทางนี้เป็นเชิงสมถะ พลเมืองอินเดียจะถึง 2000 จีนจะไม่ถึง 2,000 ล้านจะแตกแน่นอน เหมือนรัสเซียก็แตกแยกกันไปแล้ว ไทยเราแปลงตัวได้เก่ง ก็อยู่อย่างนี้ ไทยไม่ใหญ่โตมากมาย อย่างใดอย่างไรจิตวิญญาณของคนไทยก็ดีที่สุด แม้แต่ระบบของโลกเรื่องของรัฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์สังคมศาสตร์ก็จะนำหน้าที่อื่น สำนัก Bloomberg ตรวจสถิติแล้ว เมืองไทยเป็นที่ 1 ในการทุกข์น้อยที่สุดของโลก 3 4 ปีติดต่อกัน เป็นเมืองที่น่ามาลงทุนเป็นเมืองที่น่ามาเที่ยวอย่างนี้จริง สำนัก Bloomberg เขามีหลักเกณฑ์ตรวจสอบ สรุปแล้วเมืองไทยรักษาสภาพเหล่านี้ให้ดีอาตมาว่าจะดีขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่าพูดดังไป มีชาวอโศกเกิดขึ้นมา ในสังคมโลกในเมืองไทย เป็นแกนของจิตวิญญาณ เรามีแกนจิตวิญญาณที่เป็นจริงเรามีทั้งอธิบายบัญญัติภาษาทฤษฎี พฤติกรรมที่เป็นความรู้ออกไปอีก คนเราก็แสวงหาความจริงที่สุด เป็นแต่เพียงว่า อาตมาเกิดมาอาภัพ มันเป็นความจริงไง ศาสนาพุทธเมืองไทยนั้นเสื่อมมาก จนกระทั่งอาตมามาถึงก็พยายามฟื้นฟูประกาศขึ้นมาว่าอย่างนี้มันถูกอย่างนั้นมันผิด แต่เขาหมู่ใหญ่จะเอาเราตาย มันเป็นความจริง หากเขาไม่ผิดอาตมาก็ว่าเขาถูกก็จะไม่ทะเลาะไม่ขัดแย้งกัน แต่นี่มันผิด อาตมาเข้าใจว่ามันต้องมาแก้ไขก็ยืนยันว่าเป็นอย่างนี้เขาก็ต่อต้าน ก็ยืนยันชี้บ่ง เป็นเครื่องชี้บอกว่าใช่ นอกจากว่าเราผิด ก็บอกว่าถูกก็บอกว่าผิดเขาก็ซัดมาเต็มที่เลย หากเราบอกว่าถูกก็ไปด้วยกันสิ อาตมาก็ว่าเขามาเหยียบเราก็ถูกแล้ว สุดท้ายเขาเหยียบไม่ลง จนวันนี้อาตมาว่ามันจบแล้วจะเกือบ 50 ปีแล้วยืนยันว่าเหยียบอาตมาไม่ลง อาตมาก็เสียงดัง ยังว่าเขาอยู่ว่าแบบนั้นมันผิด ยังว่าเขาอยู่ โดยเฉพาะหลักสำคัญปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา ศีล เขามีที่ไหนมีแต่วินัย 227 เริ่มต้นที่ศีลทั้งนั้นแหละ ข้อที่ 1 คือสัตว์ ในโลกนี้สัตว์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นเพื่อนทุกข์ สัตว์ทั้งหลายเกิดมามีวิบากของสัตว์แต่ละตัวอย่าไปยุ่งกับเขา เขาก็ปล่อยไปกับเขา จะเลิกเพื่อเกื้อกูลกันได้เล็กน้อยก็ทำไปถ้ามันถึงคราวจำเป็น เขาจะต้องไปทำมาหากินเช่นงูจะต้องกินเขียด จะไปดึงเขียดจากปากงูคุณจะไปร่วมวิบากกับมันทำไม ไม่ให้งูมันกินเขียดจะไปกินฟักทองได้อย่างไร จะให้มันไปกินหญ้า งูไม่ใช่ควาย ก็ต้องปล่อยมันไปจะไปฆ่าแกงกันก็เป็นวิบากของเขา บางทีเหมือนกับเราใจดำ ไม่ใช่ใจดำ มันมีวิบากของมัน มันไม่ไปกัดคนก็บุญของคุณแล้ว บางทีสัตว์มันก็มาเอากับคุณเพราะมันมีวิบากต่อกัน อาตมาเกิดมาชาตินี้นอกจากมดผึ้งอะไรก็มาต่อยนิดหน่อย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเลย สัตว์ต่างๆไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราไม่ได้มีวิบากอะไรต่ออาตมามาก จะไปถูกสัตว์ทำร้ายอะไร หมาก็ไม่เคยถูกกัด สิ่งเหล่านี้เป็นสัจจะที่หลุดพ้นมาแล้วเป็นเรื่องอจินไตยที่ไม่มีวิบาก หากคุณเข้าใจแล้วสัตว์ก็คือสัตว์

ต่อมาศีลข้อ 2 เกี่ยวกับข้าวของแม้แต่พืชก็เป็นข้าวของ คุณอย่าไปสร้างทุจริตต่อกัน ของใครก็ของมัน ศีลข้อที่ 3 ข้อเกี่ยวกับตาหูจมูกลิ้นกายใจก็เกี่ยวกับโลกธรรมเกี่ยวกับเวทนาของตน ศีลข้อที่ 1 ข้อที่ 2 คุณเข้าใจแล้วคุณบริสุทธิ์แต่เรื่องสมบัติและข้าวของคุณก็ไม่มีการละเมิดแล้ว สัตว์คนก็ไม่ละเมิด คุณก็มาระมัดระวังโลกธรรมกับกามคุณ 5 การปฏิบัติธรรมของคุณก็เหลือน้อยลง นอกนั้นคุณเข้าใจแล้วก็อย่าไปละเมิด พยายามรู้ให้ได้ ไม่มีกิเลสในส่วนเหลือส่วนใดก็ปฏิบัติต่อ พวกเราจะเข้าใจ กิเลสเรื่องเกี่ยวกับสัตว์นั้นไม่เดือดร้อนมากมายหรอก เรื่องของข้าวของอะไรก็ไม่มากมายแล้ว ก็เหลือเรื่องข้อ 3 มันเป็นภาระสำคัญมาก ...เวลาหมดก็ต้องหยุด 611210 รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 29

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน