สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน การอยู่ร่วมกันไม่ควรเอาบุคคลใดเป็นใหญ่.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน การอยู่ร่วมกันไม่ควรเอาบุคคลใดเป็นใหญ่ _เด็กหรือผู้ที่เข้ามาใหม่เป็นคนดื้อตาใสแถมนักบวชยังเข้าข้างคนรวย พร้อมกร่างอีกต่างหาก ใช่คำพูดและพฤติกรรมที่หยาบคาย ข่มคนอื่นซวยเรือหายเลย ไม่มีคนเอาภาระมาอยู่วัด แทนที่จะสอนตัวเองให้สูงขึ้นเป็นแปลงตัวเองให้ได้ประโยชน์ในการลดกิเลส สมัยก่อนนักบวชเคยเอากฎระเบียบชาวอโศกมาอ่านบ่อยๆรู้สึกประทับใจมีกำลังใจ แต่มาบัดนี้ไม่มีใครเอาภาระใคร ยิ่งตั้งใจจนก็ยิ่งถูกเหยียดหยามก้าวก่าย ราวกับว่าจะปล้นเอาความสามารถผู้อื่นมาเป็นของตัวเองได้ การทำงานคือการทำหน้าที่ ผู้ที่มีศีลแล้วถูกนักฆ่าตัดตอนตีทิ้งจนเข็ดหลาบตราบกาลละนาน ปัจจุบันนี้โลกุตระกำลังกลายพันธุ์ มีคนโลกียะที่ไม่มีบ้านในนี้มาขออาศัย หลบภัย มีมอเตอร์ไซค์รถยนต์รถจักรยานอย่างดี แต่ใครแตะต้องไม่ได้ พ่อครูว่า...ก็อ่านไป เจอกับใครก็สำนึกเอาก็แล้วกัน เดี๋ยวนี้อาตมาก็วางมือเรื่องการบริหาร วางมือเรื่องที่พวกเราจะเอาภาระดูแลกัน อาตมาก็ไม่เอาภาระเท่าไหร่แล้ว อาตมาขอปลดเกษียณเรื่องพวกนี้ให้พวกเราช่วยกันเถอะ ช่วยกันดูแลเอาที่ประชุม เอากรรมการหมู่กลุ่มเป็นหลัก จะไปเอาตัวเองเป็นหลัก เหมือนกับพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าจงใช้ตัวธรรมะ อย่าใช้ตัวบุคคล เป็นหลักในการบริหาร ปกครองดูแลอะไรกัน ให้ใช้ธรรมะอย่าไปใช้อำนาจส่วนตน อาตมาก็ให้ทำเช่นนั้นพยายามทำกันอยู่ ที่พูดมานี้จะเป็นบ้างสำหรับบางคนที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ก็ดูแลกัน ช่วยกันมีอะไรก็เข้าหมู่กลุ่มว่ากันไป การดูแลเอาภาระรู้สึกว่าน้อยลง ต่างคนต่างก็โทษคนนั้นคนนี้ เป็นการปล่อยปละละเลย หากสังคมเราเป็นอย่างนี้ พฤติกรรมสังคมเราจะเสื่อม ไม่ดูแลกัน พฤติกรรมสังคมจะเสื่อม แล้วมันก็เสีย จะสร้างการงานอะไรขึ้นมาอีกมันก็เท่านั้น เราเน้นเรื่องความเสื่อมขอ
อ่านต่อ
งชีวิตรู้เป็นอย่างปรมัตถ์ แต่ทางข้างนอกมาจากสมมุติมันก็ออกมาจากจิตใจ กลับกันไปกลับกันมา ย้อนแย้งกันอยู่ บางอย่างแสดงออกกายกรรมพฤติกรรมเหมือนไม่ดีแต่ซับซ้อนมันเป็นกุศลก็มีเหมือนกัน เป็นเรื่องของสิริมหามายา พวกเราก็มีอยู่อย่างนั้นจริง แต่ถึงอย่างไรก็ตามพอเข้าใจว่า ควรจะใช้อะไรกับใครตอนไหนเวลาไหนมันก็ควรจะต้องถูกตามสัปปุริสธรรม ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ลงตัว 611210 รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 29