บทที่ 1 ฟ้าปลื้ม.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ปัจจุบันนี้ขยะเป็นปัญหาส าคัญในระดับโลกที่หลายประเทศต่างประสบปัญหานี้ เนื่องจาก มีจ านวนขยะเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งขยะจากอุตสาหกรรม การเกษตร ครัวเรือน และสารเคมีอันตราย ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่ยากต่อการก าจัด หลายประเทศจึงมีการคิดวิธีที่จะแก้ปัญหาขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากประชาชนมีจ านวนมากขึ้นโดยเฉพาะในเมืองหลวง ส่งผลต่อปริมาณขยะย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย และขยะยังคงสร้างปัญหาเป็นอย่างมากทั้งด้านทัศนียภาพ ฯลฯ เกิดปัญหาขยะล้นเมือง ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาด้านขยะจนท าให้สูญเสียงบประมาณเป็นจ านวนมหาศาลก็ตาม แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ประชาชนส่วนใหญ่ยังทิ้งขยะไม่เป็นที่ไม่คัดแยกขยะก่อนทิ้ง ขาดความรู้เกี่ยวกับการน าขยะมาใช้ใหม่ รวมทั้งยังขาดคนท างานด้านขยะที่เพียงพอกับจ านวนอย่างที่เกิดขึ้นอีกด้วย (ยศภัทร ยศสูงเนิน , วรรณภา รัตนวงค์ และนงนุช จันทร์ดาอ่อน. 2558 : 1) ปัญหาขยะเป็นปัญหาส าคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพประชาชนอย่างมาก เนื่องจากองค์ประกอบ และมลพิษที่เกิดขึ้นจากขยะ เช่น เชื้อโรค สารเคมีหรือสารพิษ กลิ่นเหม็นของมีคม ฯลฯ สามารถท าให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพหากมีการสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับขยะนอกระบบ ได้แก่ ซาเล้งรับซื้อของเก่า คนเก็บขยะ คนงานคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ (ส านักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. 2559 : ค าน า) ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการศึกษาเกี่ยวกับอาชีพเก็บขยะ พบว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงเป็นล าดับที่ 7 โดยอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มพนักงานเก็บขยะ เท่ากับ 49 ตอ 100,000 ประชากร ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงจากสิ่งคุกคามหลายด้าน เป
อ่านต่อ
็นงานที่หนักและสามารถเกิดอันตรายได้ (สุทรรศน์ สิทธิศักดิ์. 2556 : 1) แต่คนเก็บขยะหรือผู้ที่ท างานเกี่ยวกับขยะอาจไม่ทราบว่าขยะนั้นส่งผลกระทบรุนแรงต่อร่างกายถึง ร้อยละ 92.3 และการเกิดโรคที่มาจากขยะ 4 อันดับแรก ได้แก่ ท้องร่วงท้องเสีย โรคภูมิแพ้ คลื่นไส้อาเจียน และปวดหัว (สุจรรยา ทิพย์มณี. 2558 : 119) อีกทั้งประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการจัดการขยะติดเชื้อ ขาดความตระหนักในการจัดการขยะติดเชื้อ และการขาดการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องในเรื่องของการจัดการขยะติดเชื้อ (พูนพนิต โอ่เอี่ยม. 2556 : 126) นอกจากนั้นยังพบว่าในบางครั้งก็อาจเกิดอันตรายจากกองขยะถล่มคร่าชีวิตผู้คนที่อาศัยหรือประกอบอาชีพในบริเวณนั้นได้ เช่น กองขยะขนาดใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่นอก กรุงอาดดิสอาบาบา เมืองหลวงของเอธิโอเปีย ถล่มลงมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 46 คน และอีกจ านวนมากที่ยังคงสูญหาย โดยบริเวณที่เกิดเหตุนั้นเป็นจุดทิ้งขยะ รวมทั้งในเดือนธันวาคม ปี 2015 ที่เมืองเซินเจิ้น ในประเทศจีนก็เคยเกิดอุบัติเหตุกองขยะถล่มมาแล้วเช่นกัน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม 58 คน (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์. 2560) ในขณะที่ประเทศไทยปริมาณขยะมูลฝอยได้เพิ่มขึ้นตามจ านวนของประชากร เช่นเดียวกัน กับอีกในหลายประเทศ ซึ่งขยะมูลฝอยได้รับการจัดการอย่างถูกต้องในอัตราที่ต่ า โดยในปี 2558 2 พบปริมาณขยะชุมชนมีมากถึง 26.85 ล้านตัน มีการก าจัดได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเพียง 8.34 ล้านตัน และถูกน ากลับไปใช้ประโยชน์เพียง 4.94 ล้านตันเท่านั้น และในปี 2559 พบปริมาณขยะชุมชน มีมากถึง 27.06 ล้านตัน มีการก าจัดได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ9.57 ล้านตันเท่านั้น และถูกน ากลับไปใช้ประโยชน์เพียง 5.81 ล้านตัน (กรมควบคุมมลพิษ. 2559 : 5) ส าหรับกลุ่มบุคคลที่ประกอบอาชีพเก็บขยะตามลักษณะงานโดยทั่วไปจะมีหน้าที่ในการให้บริการเก็บขนขยะมูลฝอยตามบ้านเรือน ตลาด ร้านค้า สถานประกอบการ และมูลฝอยทั่วไป ที่ประชาชนน าไปทิ้ง ณ จุดรองรับขยะตามแหล่งต่าง ๆ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมในการท างานที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ โดยสภาพอากาศที่ร้อน ฝุ่นควัน การสัมผัสเชื้อโรค และสารเคมีอันตรายจากขยะมูลฝอย สัตว์ น าโรคจากขยะมูลฝอย กลิ่นเหม็นเน่า ทั้งมีโอกาสสัมผัสหรือเผชิญหน้าเป็นประจ า ย่อมมีโอกาสเสี่ยง ต่อสุขภาพและความปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นระยะเวลาการท างานยาวนานและต่อเนื่องมากกว่า 8 ชั่วโมง อาจส่งผลให้เกิดการเมื่อยล้า อันเป็นส่วนหนึ่งที่ท าให้เกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการท างานได้ง่าย (พิทยา จารุพูนผล และคนอื่น ๆ 2548 : 2) สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ได้ด าเนินการเรื่องเกี่ยวกับการคัดแยก การจัดการขยะ ที่ก าลังได้รับความสนใจจากสังคมไทย เป็นแหล่งต้นแบบการเรียนรู้ และศึกษาดูงานด้านการจัดการขยะ มูลฝอย ทั้งเป็นหน่วยงานหลักที่ส าคัญของการน าเงินรายได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดสนับสนุนบุญนิยมทีวี ดังนั้นพนักงานที่ท างานอยู่ประจ า และจิตอาสาที่มาเป็นพนักงานที่ต้องท างานหนัก และต้องพบกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการท างานที่เกี่ยวข้องกับการคัดแยกขยะที่นับวันจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ แม้จะมีการประกาศให้นักปฏิบัติธรรม จิตอาสา ให้มาช่วยงานกันเป็นประจ าก็ตาม ยังคงมีจ านวนพนักงานไม่เพียงพอกับปริมาณงานและปริมาณสิ่งของรับบริจาคสิ่งของที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลจะท าให้มีผลเสียต่อสุขภาพของพนักงาน และจิตอาสาในระยะยาว (สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ. 2560) ส่วนจังหวัดสุรินทร์มีรายงานว่า ปัญหาขยะที่ทวีความรุนแรงเช่นเดียวกันกับจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ทั้งไม่มีพื้นที่รองรับในการก าจัดขยะ และในปี พ.ศ. 2557 พบว่า จังหวัดสุรินทร์ถูกจัดให้เป็นจังหวัดที่มีวิกฤตปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยล าดับที่ 45 ของประเทศ และมีวิกฤตปัญหาขยะมูลฝอยสะสมล าดับที่ 42 ของประเทศ พบขยะตกค้าง 72,462 ตัน (กรมควบคุมมลพิษ. 2560) , (ส านักข่าว กรมประชาสัมพันธ์. 2560) และในปี 2555 มีรายงานผลว่าเกิดปัญหาขยะล้นเมือง ที่มีขยะสะสมมากถึง 22,243 ตัน มีขยะตกค้างสะสมอยู่อีก ประมาณ 50,210 ตัน (หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 2560) อีกทั้ง (ธเรศ ศรีสถิต. 2559 : 2)จังหวัดสุรินทร์ก าลังเป็นพื้นที่พัฒนา ที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการค้าชายแดน การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยว และบริเวณแนวชายแดนมีการเคลื่อนย้ายของประชากรในแต่ละวันเป็นจ านวนมาก และยังเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ผู้วิจัยเห็นว่าควรมีความต้องการการวางแผนรองรับกับปัญหาให้เพียงพอกับการพัฒนาในอนาคตและการเจริญเติบโต 3 วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ 2. เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ 3. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานระหว่างพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ . ขอบเขตของกำรวิจัย 1. ขอบเขตด้ำนเนื้อหำ เนื้อหาในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมุ่งศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างาน และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีปัจจัยที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านความรู้ ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจในการท างาน ปัจจัยความเชื่อด้านสุขภาพ และปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคม 2. ขอบเขตด้ำนพื้นที่ศึกษำ ในการวิจัยนี้มุ่งเน้นกลุ่มของประชากรที่มาจากพื้นที่ศึกษา 2 พื้นที่ ได้แก่ 2.1 สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 2.2 เทศบาลเมืองสุรินทร์ , องค์การบริหารส่วนต าบลนอกเมือง และชุมชนหนองบัว อ าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 3. ขอบเขตด้ำนประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง การศึกษาเชิงปริมาณ ด าเนินการเก็บข้อมูลภาคสนามในส่วนของสัดส่วนองค์ประกอบขยะมูลฝอย โดยเลือกจุดเก็บตัวอย่าง จ านวน 3 จุด ของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ได้แก่ (1) สถานีแยกขยะ (2) จุดล้างภาชนะข้างศาลาฟังธรรม (3) จุดรับขยะเปียกท้ายซอย ส่วนของผู้ประกอบอาชีพ เก็บขยะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ (1) หน่วยงานราชการ (2) ตลาด (3) ชุมชน เพื่อเป็นตัวแทนข้อมูลขยะในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ส่วนของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ท าการเก็บในวันที่ 1 กันยายน และวันที่ 30 กันยายน 2560 ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร จ านวน 35 คน และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ จ านวน 90 คน (เฉพาะพนักงานเก็บขยะ) 4. ขอบเขตด้ำนตัวแปรที่ใช้ในกำรวิจัย 4.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ 4.1.1 ปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล 4.1.2 ปัจจัยด้านความรู้ 4.1.3 ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร 4 4.1.4 ปัจจัยความพึงพอใจในการท างาน 4.1.5 ปัจจัยความเชื่อด้านสุขภาพ 4.1.6 ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคม 4.1.7 สัดส่วนขยะมูลฝอยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการสัมผัส 4.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานเก็บขยะ นิยำมศัพท์เฉพำะ พนักงานของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ (สขจ.) หมายถึง จิตอาสาที่สมัครใจท างานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ มีการคัดแยกขยะ รับของเก่าที่เหลือใช้ ของใหม่ที่เกินจ าเป็น จากญาติธรรมชาวอโศก และบุคคลทั่วไป รวมถึงการท าปุ๋ยหมักชีวภาพ ซึ่งเป็นการท างานโดยไม่รับค่าตอบแทน เป็นเงินเดือน แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นบุญที่ได้จากการ ลด ละ กิเลส ส่วนตนแทน มีการท างานทั้งแบบประจ า และไม่ประจ า โดยน ารายได้ทั้งหมดสนับสนุนบุญนิยมทีวี ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ หมายถึง กลุ่มคนที่ประกอบอาชีพเก็บขยะในพื้นที่ทิ้งขยะ ของเทศบาล ซึ่งมีกิจกรรมการท างานเก็บขยะ การคุ้ย การรวบรวม การคัดแยก การขนย้าย และ การขายขยะ ทั้งท าเป็นอาชีพหลักหรือเป็นอาชีพเสริม ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างาน หมายถึง การกระท าหรือการปฏิบัติใด ๆ ของคนที่ท างานเกี่ยวกับขยะ โดยพยายามหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่เป็นอันตราย หรือปกป้องกันการบาดเจ็บได้ด้วยตัวเอง เป็นการลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน ปัจจัยด้านความรู้ หมายถึง ความรู้ของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เกี่ยวกับการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับ ความหมาย สาเหตุ อันตราย และการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างานในต าแหน่งพนักงานเก็บขยะ ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร หมายถึง การที่พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรู้ ความเข้าใจของพนักงานและคนเก็บขยะที่มีต่อข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น ผ่านทางช่องทางสื่อต่าง ๆ ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ วารสาร หนังสือพิมพ์ เอกสารแผ่นพับ/บอร์ดประชาสัมพันธ์/หนังสือคู่มือ โปสเตอร์ ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจในการท างาน หมายถึง การรับรู้ของพนักงานสถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะมีต่อการท างาน หรือความรู้สึกพึงพอใจมีความปลาบปลื้มและศรัทธาในงานที่ท า ที่ตนรับผิดชอบ มีความมุ่งมั่นและมีความตั้งในในการท างาน รวมถึงอารมณ์ที่แสดงออกทางทางด้านบวกและด้านลบ ทั้งสิ่งแวดล้อมในการท างาน รู้สึกตนเองมีคุณค่า มีความสุขสนุกกับการท างาน พยายามท าให้งานเสร็จตามเป้าหมาย ปัจจัยความเชื่อด้านสุขภาพ หมายถึง ความคิดเห็น ความรูสึกนึกคิด ความเข้าใจ ของ ผู้ที่ประกอบอาชีพเก็บขยะที่มีต่อพิษภัยจากขยะอันตราย ซึ่งอาจจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้องตามหลัก อาชีวอนามัย แต่เป็นความรู้สึกที่ฝังแน่นในความคิดความเข้าใจ ในการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างาน ซึ่งมีองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคและบาดเจ็บจากการท างาน 5 การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์ การับรู้อุปสรรค และการชักน าให้เกิดการป้องกันโรคและบาดเจ็บในการท างานเกี่ยวกับขยะ ประเมินโดยแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคม หมายถึง การที่พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ได้รับการกระตุ้นเตือนและค าแนะน า ตลอดจนได้รับความห่วงใยและการได้รับสิ่งของหรือวัสดุในการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน จากบุคคลในครอบครัว และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรวิจัย 1. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกันโรค และการบาดเจ็บจากการท างานส าหรับกลุ่มคนท างานที่เกี่ยวข้องกับขยะ คัดแยกขยะ เก็บขยะ ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น 2. ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ส านักงานสาธารณสุขอ าเภอ ทราบผลการศึกษาและสามารถน าผลการศึกษาไปใช้สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคของบุคลากรกลุ่มคน เก็บขยะในจังหวัดสุรินทร์ 3. บุคคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถน าผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ เป็นแนวทางส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการบาดเจ็บจาการท างานให้กับกลุ่มที่ท างานเกี่ยวข้องกับขยะ ต่อไป เช่น พนักงานเก็บคัดแยกขยะ คนเก็บขยะขาย กลุ่มคนรับซื้อของเก่า ที่น าไปสู่การปฏิบัติได้จริงและครอบคลุมครบทุกมิติหน่วยบริการสุขภาพ รวมถึงหน่วยสนับสนุนการจัดบริการสุขภาพสามารถน าไปศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมกับกลุ่มเสี่ยงที่ประกอบอาชีพเก็บ คัดแยกขยะ รีไซเคิลขยะ และประชาชนที่อาศัยรอบบ่อขยะให้เข้าถึงบริการสุขภาพ และมีส่วนช่วยลดปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหา ความเลื่อมล้ าในทุก ๆ ด้านของประเทศไทย