6 บทที่1 ทัศบูรณ์.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์280 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ การเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคโลกาภิวัตน์ มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีการด าเนินชีวิตของมวลมนุษย์จากการพึ่งพาตนเองไปสู่การพึ่งพาระบบอุตสาหกรรม มีเครื่องอุปโภคบริโภคที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่ปนเปื้อนไปด้วยพิษภัยที่เกิดจากกระบวนการผลิต จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยก าลังพัฒนาตามกระแสสังคมโลกจึงได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรม ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น แม้จะมีความพยายามแก้ไขจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขแต่ปัญหาก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่กลับซับซ้อนมากขึ้น ประเวศ วะสี (2546 : 13-14) กล่าวว่า การแพทย์แบบเก่า ๆ ไม่สามารถสร้างสุขภาวะได้ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีก้าวหน้าและราคาแพง บริการไม่ทั่วถึงและไม่เป็นธรรม ตลอดจนไม่สามารถแก้ปัญหาใหม่ ๆ อันเกิดจากพยาธิสภาพและความเจ็บป่วยทางสังคมได้ เนื่องจากโครงสร้างสาธารณสุขมีไว้ส าหรับแก้ปัญหาโรคที่มีสาเหตุทางกายและท างานแบบตั้งรับ สอดคล้องกับสมศักดิ์ ชุณหรัศม์ (2554 : ออนไลน์) ที่ให้ข้อคิดในการแก้ปัญหาสุขภาพว่าการพัฒนาสุขภาพต้องท าเชิงรุก โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและจัดการโดยชุมชนเองซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ส าคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพ เรียกว่า “ระบบสุขภาพชุมชน” เพราะถ้าไม่ช่วยกันสร้างระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็ง ภาครัฐก็อาจแบกภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพไม่ไหว อย่างที่ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศก าลังเผชิญอยู่ เราจึงควรปรับวิธีสร้างสุขภาพดีให้กับประชาชนโดยเฉพาะการบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้ประสิทธิผลมากที่สุด การแพทย์วิถีธรรมเป็นแพทย์ทางเลือกในสังกัดกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทาง

อ่านต่อ

เลือก กระทรวงสาธารณสุข ผู้สร้างแนวคิด คือ ใจเพชร กล้าจน ที่ได้น าจุดดีของการแพทย์สาขาต่าง ๆ มาบูรณาการด้วยหลักพุทธธรรมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินการอยู่ที่เป็นสาเหตุของโรค ใจเพชร กล้าจน (2553 : 138) ศึกษาการอบรมแพทย์วิถีธรรม 1-5 วัน ที่ให้ความส าคัญกับการให้ความรู้และเทคนิควิธีการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง 9 วิธีได้แก่ (1) การดื่มสมุนไพรปรับสมดุล (2) การกัวซา หรือขูดพิษขูดลม (3) การสวนล้างล าไส้ใหญ่หรือดีท้อกซ์ (4) การแช่มือแช่เท้าด้วยน้ าสมุนไพร (5) การพอก ทา หยอด ประคบ อบอาบเช็ดด้วยสมุนไพร (6) การออกก าลังกาย โยคะกดจุดลมปราณ (7) การรับประทานอาหารปรับสมดุล (8) การใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญ ท าใจไร้กังวล 9) รู้เพียรรู้พักให้พอดี พบว่าผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 80 มีอาการเจ็บป่วยลดลงเกือบทุกกลุ่มโรค ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทุกคนสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันได้มีผู้น าแนวทางการอบรมแพทย์วิถีธรรมไปขยายผลอยู่ในทุกภูมิภาค เป็นเครือข่ายท างานภายใต้มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของ แบนดูรา (Bandura. 1989 : 1175) ที่น าเสนอแนวทางการพัฒนาการรับรู้ความสามารถตนเอง ได้แก่ (1) การมีประสบการณ์ประสบความส าเร็จด้วยตนเอง (2) การได้เห็นตัวแบบหรือประสบการณ์ของผู้อื่นที่เป็นบุคคลจริง (3) การใช้ค าพูดชักจูง เพื่อให้เชื่อว่าตนเองสามารถจะประสบความส าเร็จในพฤติกรรมที่ตนเองต้องการได้ (4) สภาวะด้านร่างกายและอารมณ์ มีอิทธิพลต่อการรับรู้ความสามารถ 2 ตนเองเนื่องจากการที่ร่างกายแข็งแรงสุขสบายเป็นส่วนหนึ่งที่ท าให้บุคคลรู้สึกเชื่อมั่นในความสามารถตนเองที่จะสามารถจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ในปี 2560 ทางเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมได้มีการปรับเนื้อหาการอบรมแพทย์วิถีธรรมจากค่ายสุขภาพไม่เกิน 5 วัน มาเป็นค่ายสุขภาพและพระไตรปิฎกรวมระยะเวลา 9 วัน โดยให้เวลามากขึ้นกับเนื้อหาด้านพุทธธรรม (เทคนิคข้อที่ 8) ที่จะมีผลต่อการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ดีที่สุด ผู้วิจัยในฐานะที่เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมมีส่วนร่วมในการจัดการอบรมสุขภาพให้กับประชาชนผู้สนใจอยู่ในเขตภาคเหนือ จึงมีความสนใจที่จะศึกษารูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมที่มีการปรับปรุงขึ้นใหม่ว่ามีความเหมาะสมอย่างไร ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของผู้เข้าอบรมอย่างไร พร้อมทั้งปัญหา อุปสรรคและความต้องการเพื่อจะได้เป็นแนวทางน าไปปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาต่อไป ค ำถำมกำรวิจัย 1. การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในระดับใด 2. การปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในระดับใด 3. การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมกับการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม ของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีความสัมพันธ์ กันอย่างไร 4. มีข้อเสนอแนะที่ดีเกี่ยวกับรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่อย่างไร วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย 1. เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 2. เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมกับการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม ของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอ สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 4. เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะที่ดีเกี่ยวกับรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนา เกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สมมติฐำนของกำรวิจัย การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม ของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 3 ขอบเขตของกำรวิจัย 1. ด้านเนื้อหา ผู้วิจัยมุ่งศึกษารูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 2. ด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1 ประชากร คือผู้เข้าค่ายอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ณ วันที่ 20-28 ตุลาคม 2560 จ านวน 500 คน 2.2 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางส าเร็จรูปของคริสซี และมอร์แกน (Krejcie and Morgan. 1970 : 607-610, อ้างถึงในธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 121) ได้จ านวน 217 คน ในการวิจัยครั้งนี้ได้เพิ่มขนาดตัวอย่างเป็น 240 คน คิดเป็น 10 % ของกลุ่มตัวอย่างที่ค านวณได้ เพื่อป้องการถอนตัวออกจากโครงการก่อนสิ้นสุดการวิจัยวัชรีภรณ์ ไชยมงคล (Chaimongkol. 2005 : 29) 3. ด้านพื้นที่ ท าการศึกษาที่ส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 4. ด้านระยะเวลา เดือนตุลาคม 2560-มกราคม 2561 5. ด้านตัวแปรที่ศึกษา 5.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ รูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมของผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 5.1.1 ด้านเนื้อหาสาระการเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ 5.1.2 ด้านการจัดการเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ 5.1.3 ด้านกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ 5.1.4 ด้านการใช้สื่อประกอบการเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ ` 5.1.5 ด้านการประเมินผลการเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ 5.2 ตัวแปรตาม คือ การปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม ของผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 5.2.1 การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล 5.2.2 การกัวซาหรือขูดพิษขูดลม 5.2.3 การสวนล้างล าไส้ใหญ่หรือดีท้อกซ์ 5.2.4 การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายด้วยน้ าสมุนไพร 5.2.5 การพอก ทา หยอด ประคบ อบอาบ เช็ดด้วยน้ าสมุนไพร 5.2.6 การออกก าลังกาย โยคะกดจุดลมปราณ 5.2.7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล 5.2.8 การใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญ ท าใจไร้กังวล 5.2.9 การรู้พักรู้เพียรให้พอดี 4 นิยำมศัพท์เฉพำะ การอบรม หมายถึง กระบวนการที่จะท าให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะความช านาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อันจะเป็นผลท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม แพทย์วิถีธรรม หมายถึง “การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม” หมายถึง การแพทย์ที่น าเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั้ง 4 แผน คือ แผนปัจจุบัน แผนไทยแผนทางเลือกและแผนพื้นบ้านรวมกับหลัก 8 อ. เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญนิยม มาจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ผสมผสานบูรณาการด้วยหลักธรรมของแต่ละศาสนาตามความเชื่อถือของแต่ละคน และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ โดยใช้สิ่งที่ประหยัดที่สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ด้วยวิธีที่เรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึ่งพาตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างยั่งยืน รูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม หมายถึง หลักสูตรการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ หลักสูตร 9 วัน การรับรู้ หมายถึง กระบวนการที่อินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตพยายามท าความเข้าใจสิ่งแวดล้อมโดยผ่านทางประสาทสัมผัส กระบวนการนี้เริ่มต้นจากการใช้อวัยวะสัมผัสจากสิ่งเร้าและจัดระบบสิ่งเร้าใหม่ภายในระบบการคิดในสมอง จากนั้นจะแปลความหมาย เป็นขั้นที่มีการใช้ประสบการณ์เก่าเป็นพื้นฐานของการแปลความหมาย การรับรู้แบ่งได้เป็น 2 กิจกรรม คือการรับข้อมูลและการแปลข้อมูลให้เป็นข้อความตามความเข้าใจ การรับรู้จะต้องค านึงถึงความรู้ความเข้าใจในข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์ จึงสามารถท าให้แปลความถูกต้อง (นิตยา สุภาภรณ์. 2552 : 6-7) การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม หมายถึง การแสดงความรู้ ความรู้สึกและความคิดเห็นต่อกระบวนการจัดอบรมแพทย์วิถีธรรม 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านเนื้อหาสาระการเรียนรู้ หมายถึง หลักการดูแลสุขภาพ โดยการปรับสมดุลกายใจตามหลักแพทย์วิถีธรรม ประกอบด้วยเทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ หรือ ยา 9 เม็ด 2. ด้านการจัดการเรียนรู้ หมายถึง วิธีการปฏิบัติตามเทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ด้วยวิธีการบรรยาย สาธิต และฝึกปฏิบัติ โดยวิทยากร สร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนรู้มีส่วนร่วม และมีตัวแบบผู้ประสบความส าเร็จในการดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาถ่ายทอดประสบการณ์ 3. ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ หมายถึง การจัดกิจกรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติตามเทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ หรือ ยา 9 เม็ด ได้แก่ การสวดมนต์ไหว้พระ การทบทวนธรรม การแบ่งกลุ่มโรคแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กิจกรรมบ าเพ็ญบุญ เปิดโอกาสให้ได้ท าความดี ช่วยเหลือผู้อื่น เช่น ท าความสะอาดห้องน้ า ท าความสะอาดสถานที่อบรมและรอบอาคาร กิจกรรมเรียนรู้การท าน้ าสมุนไพร กิจกรรมเรียนรู้การจัดการขยะให้เป็นศูนย์ เพื่อปลูกฝังการท าความดี พึ่งตน เสียสละ ให้สามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 4. ด้านการใช้สื่อการเรียนรู้ หมายถึง การใช้สิ่งใด ๆ ก็ตามที่เป็นเครื่องช่วยถ่ายทอด 5 ความรู้เรื่องเทคนิคการดูแลสุขภาพ 9 ข้อ หรือ ยา 9 เม็ด เช่น สื่อบุคคล อินเตอร์เน็ต พาวเวอร์พ้อยท์ ซีดี วีซีดี หนังสือ เป็นต้น 5. ด้านการประเมินผลการเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ เกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เข้าอบรม ทั้งในขณะอบรมและหลังการอบรม การปฏิบัติตาม หมายถึง การน าความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับมา ไปใช้ในการด าเนินชีวิต การปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม หมายถึง การน าความรู้และประสบการณ์ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 9 เทคนิค หรือ ยา 9 เม็ด ไปปฏิบัติ ประกอบด้วย 1. การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล หมายถึง การเลือกสมุนไพรฤทธิ์เย็น-ร้อน เพื่อน ามาคั้นหรือปั่น แล้วดื่มเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย 2. การกัวซาหรือขูดพิษขูดลม หมายถึง การใช้อุปกรณ์ที่มีขอบเรียบ ขูดบริเวณ ผิวกายที่มีอาการเจ็บป่วย เพื่อระบายพิษออกจากร่างกาย 3. การสวนล้างล าไส้ใหญ่ (ดีท้อกซ์) หมายถึง การใช้น้ าหรือสมุนไพรที่ถูกกับภาวะ ในร่างกาย สวนล้างล าไส้ใหญ่ เพื่อท าให้เกิดกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกายเพิ่มมากขึ้น 4. การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายด้วยน้ าสมุนไพร หมายถึง การใช้น้ าสมุนไพร ที่ถูกกับภาวะร่างกาย กระตุ้นการระบายพิษออกทางฝ่ามือ ฝ่าเท้า 5. การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ดด้วยสมุนไพร หมายถึง การระบายพิษ ทางผิวหนัง โดยใช้สมุนไพรที่ถูกกับภาวะร่างกาย ด้วยวิธีการพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด 6. การออกก าลังกาย โยคะ กดจุดลมปราณ กายบริหาร หมายถึง กิจกรรมท าให้ กระดูกกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท แข็งแรง ยืดหยุ่นและเข้าที่เข้าทาง ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น เดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ กายบริหาร เป็นต้น รวมทั้งการประเมินสภาพร่างกายหลังการออกก าลังกาย 7. การรับประทานอาหารปรับสมดุล หมายถึง การเลือกวัตถุดิบในการปรุงอาหาร ให้มีฤทธิ์ร้อนฤทธิ์เย็นที่เหมาะกับภาวะของร่างกาย รวมถึงการเลือกประเภทเชื้อเพลิง ความแรงของเชื้อเพลิงและระยะเวลาในการปรุง ให้เกิดพิษในอาหารให้น้อยที่สุด 8. ใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญ ท าจิตใจให้ผ่องใส หมายถึง การน าหลักธรรมะมา ใช้ในการด าเนิน การเว้นจากการท าบาป บ าเพ็ญบุญ และท าใจให้ผ่องใส โดยการการตั้งศีลหรือข้อปฏิบัติเพื่อขัดเกลากิเลสตัวเอง บ าเพ็ญความดีด้วยตัวเองหรือร่วมกับหมู่มิตรดี ใช้หลักความพอเพียงเลี้ยงชีพด้วยความดี 9. การรู้เพียร รู้พักให้พอดี หมายถึง การรู้จักประมาณในการด าเนินชีวิต ให้มีความ พอเหมาะพอดี ระหว่างการท างานกับการพักผ่อน โดยเฉพาะเมื่อยามเจ็บป่วย การได้พักผ่อนหรือท าให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่เร่งรัด ไม่รีบร้อน จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรวิจัย 1. ได้ทราบการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 6 2. ได้ทราบการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 3. ได้ทราบความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมกับการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม ของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 4. ได้ทราบข้อเสนอแนะที่ดี เกี่ยวกับรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการดูแลสุขภาพแบบพึ่งตนให้กับประชาชน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน