ความเป็นเทวะของพระเจ้าแผ่นดิน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.38 KB
วันที่แก้ไข17 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ความเป็นเทวะของพระเจ้าแผ่นดิน ทีนี้ คำว่าพระเจ้าในส่วนที่เป็น นามธรรม จิตวิญญาณ ศาสนาเทวนิยมถือว่าพระเจ้าเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่สุด ของศาสนาพุทธเป็นโลกุตระยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าอีก ศาสนาพุทธนั้นจิตวิญญาณยิ่งใหญ่ ไม่ได้น้อยหน้ากว่าศาสนาเทวนิยม พระเจ้ายิ่งใหญ่ศาสนาพุทธก็ยิ่งใหญ่ แต่ความเป็นพระเจ้าของศาสนาพุทธนั้น มาสถิตอยู่ในตัวบุคคลจริง เอาความเป็นพระเจ้าออกมา เอามาประกาศเอามาเผยแพร่ โดยตัวเอง โดยไม่ต้องซ่อน ความเป็นพระเจ้าอยู่ที่ไหนลึกลับโดยที่เทวนิยมไม่รู้จักพระเจ้าจริงๆ ได้แต่มีคำสอนของพระเจ้าเท่านั้น แต่พระพุทธเจ้าประกาศเองว่าเป็นคำสอนของพระองค์เองตรัสรู้เองเป็นเจ้าของธรรมะเองธรรมะสามี ไม่ได้รู้มาจากของใคร ตรัสรู้เองเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันนี้พูดไปเหมือนยกตนข่มท่านในศาสนาเทวนิยมเขา แต่พวกเราเข้าใจก็ไม่ต้องยกตนข่มใคร แต่เข้าใจเป็นสัจธรรม อะไรเป็นความ เป็นสิ่งที่เหนือกว่า เป็นอุตระหรือเป็นโลกุตระ อะไร อันนั้นก็คือ พุทธเจ้านั้นดูทั้ง 2 ส่วน ส่วนที่เป็นเทวนิยมก็รู้ แล้วส่วนที่ไม่ใช่เทวนิยมคือโลกุตระ อเทวนิยม ที่เทวนิยมไม่มีสิทธิ์รู้ได้เลย นิรันดรตลอดกาล และจะเป็นคนส่วนมากในโลกที่ไม่มีสิทธิ์จะรู้โลกุตระ หรืออเทวนิยม เพราะ อเทวนิยมนั้นรู้ทั้งสองส่วนทั้งเทวนิยมหรือพระเจ้าจริงๆคืออะไร คือจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทีนี้ของอเทวนิยมหรือของศาสนาพุทธนั้นเอารู้ทั้งความยิ่งใหญ่ที่สุดและรู้ทั้งเหนือความยิ่งใหญ่ที่สุด และก็สลายความยิ่งใหญ่ที่สุดคือแม้แต่พระเจ้าแม้แต่พระจิตวิญญาณ แม้แต่อาตมันแม้แต่ปรมาตมันก็สูญสลายเป็นพระนิพพานเป็นปริโยสาน หมดพระจิตวิญญาณนิรันดร พระเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่งกับจิตวิญญาณของมนุษย์ใดๆ แต่ทางเทวนิยมเขาไม่ได้จิตวิญญาณทุกอันเป็นของพระเจ้า ตายไปแล้วก็อยู่กั

อ่านต่อ

บพระเจ้า แต่ของพระพุทธเจ้าบอกว่าตายเองได้สบายจิตวิญญาณได้ไม่ต้องมายุ่งเลยพระเจ้า สิ่งเหล่านี้พูดได้ในหมู่พวกเรา แต่จะไปพูดกับพวกเทวนิยมอธิบายไปอย่างนี้ไม่ได้ เขาฟังไม่รู้เรื่องและจะกลายเป็นยกตนข่มท่านจะไม่ชอบใจ เราก็พูดได้ในหมู่พวกเรา ศาสนาพุทธมีปรินิพพานเป็นปริโยสาน ที่เทวนิยมไม่รู้เรื่องสลายจิตวิญญาณไม่ได้ ไม่รู้จักจิตเจตสิกรูปนิพพาน ไม่รู้จัก รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่รู้จักเวทนา 108 ไม่รู้จักเคหสิตเวทนา ไม่รู้จักออกจากเคหสิตเวทนา เป็นเนกขัมมสิตเวทนา จนทำให้จิตวิญญาณสูญสลายได้ เป็นความสำเร็จสูงสุด เป็นความจบที่จะมีความรู้ในความเป็นคน ซึ่งรู้ทั้ง โลก รู้ในความเป็นอัตตา นี่เป็นเรื่องละเอียดสุด พระพุทธเจ้านั้น ท่านเกิดมาแต่ละชาติๆ ตั้งแต่เป็นพระโพธิสัตว์ อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ก็รู้ ว่าเกิดมาก็ศึกษาความเป็นคนกับความเป็นสังคมมนุษย์ ไม่ได้ศึกษาอย่างอื่น ซึ่งยืนยันได้ พระพุทธเจ้าเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ พระราชบิดา ก็ให้ไปศึกษาความรู้ทางโลกท่านก็ไปเรียนรู้หมด เป็นมหาวิทยาลัยทางโลกสมัยนั้นท่านก็เรียน มีกี่วิชาท่านก็เรียนจบหมด 18 สาขาวิชา เรียนจบหมดทุกวิชา เหมือนกับสมัยนี้ ก็เรียนจบทุกคณะในมหาวิทยาลัย จบปริญญาเอกได้เกียรตินิยมทุกคณะ เสร็จแล้วก็กลับมา พระเจ้าสุทโธทนะ ท่านก็ตั้งใจให้ครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินตามโลก แต่พระพุทธเจ้าทั้งหมด 18 วิชา มาสอนธรรมะ เดินพระบาทเปล่า จนสิ้นพระชนม์ชีพไม่เอาเลย18 วิชาทางโลกความรู้ทางโลก นี่มันแสดงให้เห็นว่า อะไรมันยิ่งใหญ่ ธรรมะมันยิ่งใหญ่กว่า สิ่งที่เป็นความรู้ทั้งโลกนั้นจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ท่านจบมาหมดปริญญาเอกเกียรตินิยมอันดับ 1 หมด ที่พูดไม่ได้เกินจริงไม่ได้คุยโม้ แต่เป็นอจินไตย เป็นคนที่มีบารมีทั้งทางโลกและทางธรรมสูงสุด บริบูรณ์สูงสุดหมดเลย ท่านจบทุกอย่างแล้ว ในความเกิดมาเป็นมนุษย์โลกและท่านก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานจบเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง แล้วก็เลิกเลย อาตมาเคยบรรยายให้ฟัง พระพุทธเจ้าจะเป็นพระพุทธเจ้าเพียงสมัยเดียว ไม่มีสองสมัย 631013_พ่อครูเทศน์ในพิธีรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน