211203 สักกายทิฐิ-พ่อท่าน-สันติอโศก-R068.txt

โฟลเดอร์2521 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์108 KB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านประพจน์ที่รักแสดงธรรมก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายวันนี้ก็มาพบกันอีกนะชั่วอย่างน้อยอาทิตย์นึงหรือว่า 6 วัน 7 วัน 8 วันมาพบกันครั้งหนึ่งสำหรับคนที่ขยันมาพบตามที่เราถือว่าเป็นวันพบกันคือวันธรรมะสวนะธรรมมาพบกับธรรมถ้าอยู่กับทางด้านลบ หนึ่งก็หลายวันมาอยู่กับฉันบ้างอย่างน้อยครั้งหนึ่งใน 7 วันไม่มีสักครั้งหนึ่งก็ยังดีที่เป็นต้นก็ถึงวาระเพื่อมาพบกันแล้วก็เป็นธรรมเนียมของเราที่นี่แสดงธรรมหรือสวดมนต์แบบทางที่ดีสันติอโศกนี่สวดสาธยายมนต์สาธยายธรรมะที่เราจะสาธยายพอพึงจะเป็นประโยชน์แก่กันและกันตามกาละตามความเหมาะสมวันนี้ก็ตั้งใจว่าจะพูดถึงเรื่องหัวข้อหลักๆอะไรสำคัญสำคัญกับพวกเราฟังบ้างเพราะข้อหลักๆ พูดกันอย่างสูงๆญาติโยมเองมาฟังธรรมะอาตมาก็พูดแต่เรื่องทานเรื่องศีลเรื่องอบายมุขเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรต่างๆนานาเรื่องบอกตัวแท้ๆชัดๆตัวเนื้อตัวตัวของวัตถุกิเลสวัตถุกามเราให้ฟังชี้แจงบอกว่าไอ้นี่เลิกกันก่อนพักกันมาห่างมันมาลำบากมันให้ได้อดทนยังไงยังไงยังไงก็บอกกรรมวิธีเพราะวันนี้ก็คิดว่าอยากจะพูดถึงเรื่องของเข้าไปหาทางด้านจิตมันละเอียดละออเข้าไปถึงจิตขึ้นไปอีกแล้วมันจะทำให้เราเองมีสภาพอย่างไรบ้างสำหรับบางคนที่จะปฏิบัติมากันก็ ทดสอบไปดูตามฟังตามความหมายที่บอกไปแล้วเราก็จะได้เห็นรูปเห็นรอยเข้าใจได้มากขึ้นถ้าผู้ที่ได้ปฏิบัติธรรมมาโดยหลักการของศีลสมาธิปัญญาแล้วก็เอาไปปฏิบัติเสมอศีลไม่ใช่ว่ารับศีลจากพระเสร็จแล้วก็จบกันไม่ใช่ศีลต่างๆเนี่ยเป็นหลักเกณฑ์ที่จะปฏิบัติของแต่ละบุคคลผู้ใดมีกิเลสอะไรของตัวเองที่มันเรารู้อยู่กับตัวเราเราว่าไอ้เรื่องนี้เราติดจะติดมากหรือติดน้อยก็ตามติดน้อยก็ควรเอาออกก็มันติดน้อยสลัดมันซะเลยพยายามหาหลั

อ่านต่อ

กเกณฑ์เข้ามาไล่มันออกไปให้มัน ไปเฉลยก็มันติดนิดหน่อยเดียวอ่ะแล้วยิ่งติดมากแล้วก็ยิ่งจะต้องเขียนมาอีกเหมือนกันคือมันไม่มีตัวพูดตามกิเลสแล้วจะติดมากติดน้อยมีหน้าที่เดียวต้องเข็นมันออกทุกประตูติดมากก็จะต้องจัดการเพราะไม่เช่นนั้นแล้วมันก็ยิ่งเหนียวแน่นมันก็ยิ่งเปราะยิ่งหนาก็ยิ่งยุ่งยุ่งยากยิ่งลำบากตัวขึ้นไปทุกวันๆมากก็เอาเหลือน้อยก็ยิ่งเอาเพราะงั้นเราจับอะไรประเด็นไหนได้ก็ตามที่เห็นเด่นชัดว่าไอ้กิเลสเรื่องนี้จุดนี้ที่เราเห็นสำคัญท่านเรียกว่าสกายยักษ์หาเรียกว่าตัวเรื่องโครงการใหญ่อาตมาแปลเป็นไทยว่าตัวการใหญ่ตัวการสำคัญที่เราจะซัดกับมันน่ะจะเอามันออกมันเกี่ยวโยงไปจนถึงภายนอกเกี่ยวโยงไปถึงวัตถุลงไปถึง ข้างนอกเยอะแยะการเกี่ยวโยงกันที่ประชุมรวมกันมันมีองค์ประชุมในเราเรียกว่ากายความประชุมเป็นทั้งตัววัตถุเป็นทั้งตัวรูปแบบเป็นทั้งตัวกิริยากลายเป็นทั้งการเกี่ยวข้องอะไรกันอยู่รวมนั่นน่ะเป็นกายโยหรือกายทั้งนั้นแหละเป็นความประชุมกันพร้อมเสร็จแล้วก็ไปเกี่ยวถึงใจด้วยตัวจิตใจนี่แหละตัวร้ายกับตัวสำคัญมันไม่ใช่อื่นหรอกไอ้วัตถุนั้นก็เป็นตัวของมันมันไม่มีฤทธิ์มีเดชอะไรมากไอ้ตัวใจนี่แหละตัวร้ายกาจแต่ที่เราจะต้องจัดการกับมันจับจิตจับใจของเราให้ได้มันดิ้นมันโดนมันเกี่ยวมันเหนี่ยวมันติดมันยึดมันไม่ยอมพลาดยอมห่างได้มาบำบัดแล้วมันก็รู้สึกว่ามันเป็นชีวิตชีวาเป็นสวรรค์เป็น demand อร่อยเป็นความสุขหลักใหญ่ๆของพระพุทธเจ้าท่านปรารถนาที่ท่านยืนยันว่าท่านค้นหาพบอริยสัจจากสัจจะที่แท้ของพระพุทธเจ้าเรียกว่าสัจจะอย่างของคนฉลาดอริยะแปลว่าฉลาดผู้ชราเจอแล้วสัจจะแท้จริงแล้วมันเป็นทุกข์ไม่ใช่เป็นสุขมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปหลงใหลเพลิดเพลินเอร็ดอร่อยยิ่งยาวๆคล้ายๆเป็นรถโล่งๆโลกโลกีย์รสนั้นมันยิ่งไม่เข้าท่าถ้ามาเป็นรถของโลกีย์เหมือนกันแต่ว่าเป็นรถทางด้านละเอียดและทางด้านจิตและเสพความปิติรายชื่อจ่ายแล้วก็เสพอารมณ์สงบเสพอารมณ์ที่มันว่าเป็นคุณงามความดีและก็เพลิดเพลินหวือหวาในใจอะไรต่างๆนานาซึ่งเป็นตัวจิตเองเลยตอนนี้โรคจิต วางตรงๆสบายบ่าวก็ไปติดอารมณ์อย่างนั้นอีกอย่างนี้ก็เป็นเรื่องของจิตในจิตที่ลึกซึ้งเข้าไปอีกถึงอย่างนั้นเราก็ยังจะต้องมาเรียนรู้แล้วก็จะต้องมาเลิกละปล่อยออกไปอีกเราจะรู้ความจริงว่าในโลกนี้เกี่ยวข้องกับวัตถุบ้างพอประมาณไม่มากเลยแต่เราหลงผิดเหลือเกินว่าชีวิตจะต้องยุ่งเกี่ยวกับวัตถุมากๆไม่มากหรอกปัจจัยในชีวิตก็ไม่มากความจำเป็นของชีวิตก็ไม่มากแต่เราหลงผิดหมดเลยโลกมันพาเป็นเมื่อผู้ใดได้มาปฏิบัติเป็นขั้นตอนในอาตมาลงได้วางวางรอบชัดๆจริงๆก็ไม่ได้วางเองหรอกก็เอาของพระพุทธเจ้านั่นแหละมาค่อยๆเทียบเคียงออกมาตั้งแต่หยาบต่ำที่ เป็นที่ปฏิบัติตั้งแต่ศีล 5 อาตมาก็เอาไล่ขึ้นมาเป็นชั้นๆเพื่อมาเรียบเรียงออกมาเพื่อให้เราปฏิบัติได้เป็นขั้นตอนและที่เราได้พูดกันในไร่อบายมุขทำศีลให้บริบูรณ์ซึ่งท่านก็ตรัสไว้ของท่านอาตมาไม่ได้เรียนไม่ได้พูดเอาเองไม่ได้มาทำเอาเองไม่ได้มานึกคิดเอาเองไม่ใช่อาศัยหลักฐานอาศัยความจริงอาศัยเรียบเรียงคั้นออกมาจากของพระพุทธเจ้าที่ท่านทำเอาไว้เน้นชี้ให้เห็นเด่นชัดๆยืนยันเข้าไปตรงๆแล้วเราจะเป็นสุขเมื่อเราละนายไอ้เรื่องที่มันรู้ขั้นตอนของเราออกมาได้ถ้าเราไม่มีเราก็รู้ฐานของตนเราไม่ติดอบายมุขเราไม่ติดสิ่งอย่างต่ำศีล 5 ของเราบริบูรณ์ศีลอย่างง่ายๆเนี่ยเรา รู้แล้วว่าเราเป็นคนฐานที่เออพอสมควรและเราก็เข้าใจให้ได้ว่าไอ้นั่นมันชั่วมันต่ำมันอยากจะไปยุ่งยากมันอีกมันได้ฟรีๆมันตัดขาดได้แล้วก็สบายดีแล้วอย่าไปวกเวียนอย่าไปสงสัยทำความเข้าใจให้แจ้งปัญญาไม่ใช่บังคับให้คุณอย่าไปเวียนเฉยๆไม่ใช่แต่คุณต้องแจ้งปัญญาของคุณเองจริงๆความรู้ของจิตปัญญาของเราจะเห็นเด่นชัดว่าไอ้นี่มันเรื่องต่ำๆหยาบๆอย่างนี้เราจะวกเวียนลงไปทำไมไม่มีความจำเป็นอะไรเลยนะเห็นจริงๆด้วยความจริงด้วยปัญญาของเราอย่างยิ่งแล้วใครจะมาบังคับใครจะมาพูดยังไงใครจะมาหลอกล่อให้เรารู้แก่นรู้แกนของมันแล้วมันจะไปงงมวยอะไรไม่งงมวยไม่สงสัยไม่ลังเลไม่เห็นลำบากลำบนเลยหมดสงสัยสิ้นสงสัยเป็นจริงแล้วจึงหยาบสิ่งตามที่ชัดเด่นอย่างนี้พูดกัน แล้วก็ไม่ยากส่วนมันสูงขึ้นมาแล้วฐานพระโสดาฐานพระสกิทาทีนี้พระโสดาน่ะที่จริงผู้ใฝ่ธรรมรู้ด้วยปัญญาดีอยู่แล้วแล้วก็ไม่ติดมายึดอะไรแล้วมันไม่ใช่ของย่าพระพุทธเจ้าศีล 5 ไปนี้เขาก็โอ้ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์และมีหลักเกณฑ์ต้นๆอย่างนี้เขาสบายเขาไม่ติดมันมีภูมิธรรมเองจริงๆเพราะว่าจะไม่ทำปฏิบัติอะไรเลยฟังธรรมพระพุทธเจ้าเสร็จปั๊บก็เป็นพระอริยะโสดาก็เป็นน่ะที่กับคนที่ไม่มันเป็นฟรีๆอ่ะมันเป็นคนดีฟรีแล้วก็มาซ้ำลงไปที่ปัญญาว่าแน่นะเชื่อแน่นะไม่ต้องเวียนกลับนะเป็นผู้ปิดอบายนะเป็นผู้ที่ไม่ต้องตกต่ำลงไปอีกนะไอ้นั่นน่ะชัดแล้วเราไม่ต้องไปหลงโลกเขาอีกนะเขาหลอกยังไงก็อย่าไปหลงคร่าวๆมันก็ย้ำในใจเราให้แน่นอนเราก็เป็น เวียนตกไปต่ำจริงเพราะมันรู้ด้วยปัญญาชัดเจนแล้วอ๋ออย่างนี้เหรอเราก็ได้แล้วหนอเราก็ยืนยันอยู่ในฐานที่สูงอยู่อย่างนั้นน่ะสิแล้วมันก็บอกตัวเองได้ชัดเด่นแล้วก็แน่ใจมั่นใจแล้วก็ไม่มีโอกาสตกต่ำสติสัมปชัญญะเราดีอยู่นอกจากจะมันจะเผลอเลอกลายเป็นคนสติตกสติต่ำไม่รู้เนื้อรู้ตัวทั้งๆที่เคยรู้ดีแล้วก็ยังไปเผลอไปไม่รู้ดีถ้าอย่างนั้นอีกเรื่องนึงแต่ถ้าเกิดว่าพูดที่มีสติสัมปชัญญะดีมีจิตใจมั่นคงปัญญาแทนตลอดดีจริงแล้วเมื่อไหร่เมื่อไหร่ของชัดๆเจนๆอย่างนี้มันก็จะไปมีปัญหาอะไรเราไม่วายอีกเด็ดขาดจิตใจมันจะผ่องใสจิตใจมันสะอาดเป็นฐานเป็นอินทรีย์เป็นภาระเป็นความเชื่อมั่นท่านเรียกว่าศรัทธา ศรัทธาเมื่อเรามีศรัทธานี้ถ้าเราไม่รู้อานิสงส์แห่งความเชื่อมั่นว่าเราเลิกอย่างนี้มาได้แล้วเป็นของดีเป็นของจริงผู้ที่ได้ฟรีแล้วหมดสงสัยแล้วพลังงานมันจะเพิ่มขึ้นมาเลยแต่จิตใจเลยแล้วจะต้องไม่สงสัยไม่ลังเลยังไงยังไงก็ตัดรอบแข็งแรงจิตอันนี้แหละมันมีพลังมันมีพลังเราจะเอามาทำงานทำการอะไรได้แข็งแรงยิ่งขึ้นและหมดกังวลตัดสิ่งที่ไม่ต้องสงสัยอีกออกไปแล้วโลกแต่ละโลกโลกที่เลอะๆเลอะเทอะจับๆต่ำๆลดลงกำลังอินทรีย์ภาระเราจะสูงขึ้นเมื่อสูงขึ้นเราก็ยิ่งจะได้ของแถมมาอีกเราเรียกว่าความขยันวิริยะอุตสาหะพยายามเราจะได้มาจริงๆ มาเพราะเหตุว่าเราเกิดเห็นแจ้งศรัทธาจึงเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้ตัดละหลุดพ้นไปเป็นขั้นตอนต้นๆตามลำดับแล้วเราจะมีฤทธิ์แรงมาช่วยไม่มาช่วยแล้วเราจะเห็นว่าอานิสงส์เราเลิกมาได้แค่นี้เรายังมีความแข็งแรงขนาดนี้จิตใจมนุษย์จะรู้ทีเดียวว่าเราแข็งแรงเจตนากำลังจะอธิบายถึงอินทรีย์ 5 พละให้คุณฟังศรัทธานี่เป็นองค์หนึ่งเป็นอันที่ 1 ของอินทรีย์หรือพละอินทรีย์นี่หมายความว่าแค่ความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจของเราเราเรียกว่าอินทรีย์บาลีแปลว่าร่างกายก็แปลแปลว่าอำนาจกับแปลเป็นอำนาจในตัวเราเป็นแรงเป็นพลังอินทรีย์และภาระเหมือนกันอินทรีย์ ก็มีศรัทธามีวิริยะมีสติมีสมาธิมีปัญญามีเป็นตัวหัวข้ออธิบายอาตมากำลังจะอธิบายความหมายเนื้อหาเข้าใจง่ายๆให้ฟังฟังแต่หัวข้อคุณก็ต้องหัวข้อไปเฉยๆแล้วเราไม่เข้าใจลึกซึ้งไม่เข้าใจเห็นเหตุเห็นปัจจัยเห็นเหตุเห็นผลมันก็มันก็ไม่เกิดปัญญาโล่งแจ้งมันก็ไม่เกิดความเชื่อถือแล้วมันก็ไม่เกิดปัญญาว่าอ๋อเราทำไปแล้วมันจะเกิดอย่างนี้จริงๆเราก็ไม่รู้ตัวทีนี้พอทำไปแล้วเราจะรู้ตัวแต่เราเชื่อว่าเราเลิกคนที่ติดมาแล้วเลิกได้เนี่ยมันจะรู้สึกดีใจมากกว่าศรัทธาจะมากกว่าวิริยะก็จะมากกว่ามันจะเชื่อมั่นมากกว่าเพราะเราไปติดซะแล้วแล้วเราก็เลยเลิกมันได้อย่างนี้หลุดพ้นมาได้อย่างนี้เพราะมันชื่นใจกว่าแต่คนที่ไม่ติด มันได้ฟรีอยู่แล้วบอกว่าอย่างนี้แหละเป็นความอดทนของคุณได้หลุดพ้นฟรีๆนะมันก็ไม่ตื่นเต้นเพราะเราไม่ได้ออกเรียกออกแรงอะไรเนี่ยเราได้ฟรีๆอยู่แล้วแต่มันยิ่งน่าดีใจแล้วมันเป็นพรหมจรรย์อันสะอาดคุณไม่เคยไป 8 เปื้อนอบายมุขไม่เคยไป 8 เปื้อนสิ่งนั้นเลยไม่ด่างไม่เพราะเลยถ้าคุณยิ่งจริงๆมันน่าดีใจแต่มันไม่ตื่นเต้นมันไม่เหมือนกับเราได้ลงมือลงแรงตัดออกมาจริงๆแล้วมันเลยเผิงผังใหม่มันปิติแรงที่ตีแรงกว่ากันมันก็ยังมีบทบาทการต่อสู้และเราได้ชนะมันมาอย่างนี้มันดีใจมากดีใจแรงศรัทธามันก็แรงวิริยะมันก็แรงนะที่พูด 2 ตัวก่อนนะศรัทธาวิริยะสติสมาธิปัญญานี้พูด 2 ตัวก่อนเป็นอินทรีย์ถ้าเรียกสัตว์กินฟรีกับไม่ได้ยินซีพลเอกศรัทธาพละวิริย มันเหมือนกันมันมีอาการเหมือนจะมีความหมายเหมือนกันความหมายของศรัทธาเป็นยังไงความหมายของวิริยะเป็นยังไงมันเหมือนกันนะแต่เป็นกำลังอยู่ในตัวเรานี่แหละเป็นกำลังจริงๆรายละเอียดเยอะอาตมาเองพูดไม่หมดบางอย่างมันละเอียดลออเป็นอรูปก็พูดสู่ฟังไม่เป็นภาษาไม่ไหวแต่เราจะรู้ตัวของเราไปอ่านดูดีๆจะเห็นขึ้นมาว่าเราเกิดความเชื่อมั่นเพราะเห็นด้วยปัญญาว่าเมื่อเราเลิกแล้วละเราหลุดมาแล้วนี่มันเชื่อเพราะเราว่าได้ประโยชน์เราได้สบายเราไม่เปลืองเราไม่ต้องไปวุ่นวายเราเห็นว่ามันหลงมาตั้งนานติดมันแล้วก็งงๆเงยๆพยายามบอกอบายมุขแล้วคุณเห็นชัดยิ่งหลุดมาได้เลยจิตนี่แหละมันไปเกี่ยวจิตมันเป็นกิเลสจริงคิดมันไม่วิมุตจิตมันยังเกี่ยวแล้วไม่เห็นเป็นรถเป็นชาติมันยังเห็นเป็น ทำไมมันก็ดูมันๆดีมันก็ดูสุขดีอร่อยดีเพลิดเพลินดีอะไรดีมันเป็นรถอย่างนั้นจริงๆเรียกว่าภาษาบาลีเรียกว่าอัสสาทะรถโล่งๆรสนิยมลดโลกีย์รอบโลกลดลงอันนี้ตัวรถตัวนี้แหละเรียกมันว่าอัตราเรียกมันว่าอัตตาฟังดีๆนะนี่พูดถึงเรื่องตัวจิตแล้วนะศรัทธาในรวมหมดเลยความประชุมทั้งรูปนอกรูปในมีทั้งวัตถุมีทั้งอะไรก็ได้ประชุมหยาบศักยะตัวการใหญ่เรื่องใหญ่มีมากอันมากแบบมากองค์ประกอบทีนี้พอเน้นๆเข้ามาแล้วมาถึงจิตในจิตแล้วท่านเรียกว่าอัตราคือ รถแท้ๆตัวจริงๆในจิตไม่มีสภาพเป็นรถตัวอักษรถ้าตัวรถที่เราติดเรายึดนี่แหละมันมีอารมณ์นี่แหละมันเป็นอัตตาทีนี้คำนึงถึงความจริงที่เราว่าเรามีผู้ใดมีติดแล้วก็ได้รถออกลองดูจะมีขั้นตอนไหนอาตมาสมมุติอบายมุขคุณไม่เอาขั้นบันไดมุกเอาคันอื่นที่คุณลดได้เรื่องไหนเรื่องนึงก็ตามเทียบเคียงดูจะได้เข้าใจอัตตาและอนัตตาได้อาตมาจะอธิบายอัตตาและอนัตตาสู่ฟังนะเพราะงั้นอารมณ์ของจิตที่มันติดมันยึดมันอร่อยมันเพลิดเพลินมันยินดีเนี่ยประเดี๋ยวสุขทุกข์นี่แหละอัตตาถ้าได้เศษสมสุขสมสุขถ้าไม่ได้หิวโหยขึ้นมาถ้าหิวโหยขึ้นมา ต้องการขึ้นมาไม่มีไม่ได้แล้วจะเห็นทุกชั้นมันต้องดิ้นรนแสวงหาโลภะราคะต้องเอาให้ได้คนตายไม่ได้ถ้าไม่มีอะไรมาคอยบำบัดให้มาคอยเป็นสิ่งที่จะต้องทดแทนความอยากอันนั้นหรือมาเป็นให้เราเสวยให้เราได้ลิ้มให้เราได้เสพถ้ามันไม่มีเราก็ทุกข์มันอยู่นั่นแหละแต่ถ้าเรามีแล้วก็บำบัดไปนึกว่าเราเป็นสวรรค์นึกว่าเราเป็นสุขมันเหน็ดเหนื่อยอย่างนี้มันต้องหามาต้องหามาให้มันอยู่อย่างนี้เสมอทีนี้ถ้าเกิดว่าเรารู้แล้วเราก็ลดละหาวิธีการหาศีลหาคนทำแบบฝึกหัดปฏิบัติสู้ทนเอาจริงๆแล้วรู้ว่าอารมณ์กิเลสเราเกิดเราก็พยายามบังคับมันด้วยการกดข่มการปรับมันอย่างสู้ด้วยแรงสู้กันดื้อๆเนี่ยไม้ดื้อกฎคมต่อสู้กันตรงๆนี่ด้วย เราเรียกว่าบทสมถะอดทนของฝืนถ้าบทวิปัสสนาก็ต้องหมดพิจารณาหาเหตุผลเห็นความจริงให้ได้ว่าเราไม่ติดมันหยุดทำไมคนอื่นเขาไม่ติดแล้วก็ระลึกถึงพระพุทธเจ้าระลึกถึงอริยสาวกระลึกถึงตัวอย่างที่ผู้ที่ท่านเป็นที่พึ่งและอย่าไปลึกระลึกถึงเพื่อนที่มันติดด้วยกันก็เสร็จซะทีมันก็บอกเพื่อนมันยังติดหนี้เพื่อนก็หลายคนด้วยมองไปทางโลกก็ยิ่งเยอะด้วยทั้งโลกเขายังติดกันอยู่นี่เราจะไปออกมาทำไมอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่มันนั่งมองว่าพุทธังสะระณังคัจฉามิถ้าอย่างนั้นมันก็คนละเอาเพื่อนเป็นที่พึ่งเอาชาวโลกเป็นที่พึ่งชนเป็นที่พึ่งไม่เอาอริยะไม่เอา พระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งแบบนั้นเราต้องเอาหลักเกณฑ์ที่พึ่งที่เป็นหลักที่ดีเอาตัวอย่างอันนี้ระลึกถึงตัวอย่างอันดีอันนี้ระลึกถึงท่านทำไมเป็นได้แล้วท่านเป็นแล้วท่านขาดมาได้มันเป็นหลักยืนยันว่าเอ๊ะท่านก็ขาดได้ถ้าเราทำให้ขาดไม่ได้แต่ท่านก็ลดได้ท่านก็คนเราก็คน 10 นิ้วเหมือนกันมีหัวกลมๆคอหยักๆเป็นคนเหมือนกันมีอวัยวะ 32 เหมือนกันมีอาการ 32 เหมือนกันมันก็ไม่น่าจะมาทำไม่ได้นี่นาท่านก็ทำได้เราก็ต้องทำได้สิพิจารณาแล้วก็พยายามทั้งอดทั้งทนดูด้วยเห็นว่ามันไม่ตายพยายามดูว่ามันไม่ตายหรอกมันลดละจางกลายมาได้จิตที่เคยติดหยาบๆที่เคย จี๋จ๋าแรงๆถ้าเราทำมาเรื่อยๆแล้วมันก็จะเบาบางลงก็เห็นได้ชัดว่านี่มันเกิดอนิจจังแล้วแต่ก่อนนี้รถนี่แรงๆไปก่อนไม่ได้ฮึดฮัดฟัดอย่างแรงถ้ามันลดลงมาได้บ้างเราไม่ต้องแสวงหาไม่ต้องดิ้นรนจัดขึ้นมานั่นคือความลับอัตราลดละความติดยึดแรงแรงชักเบาบางลงได้นี่คืออัตตาคือจิตนะคือตัวโลกียะคือตัวกิเลสมันเล็กลงมันเบาบางลงมันไม่มีฤทธิ์มากแล้วฤทธิ์มันลดจางคลายลงมาถ้าพูดได้จับจิตตัวเองแล้วก็ปฏิบัติได้ในเรื่องใดที่เราเห็นว่าตัวนี้แหละตัวสำคัญกิเลสเราจะซัดมันตัวนี้แล้วคุณปฏิบัติเห็นอ่านไปซ้อนลงไปถึงจิตมีอาการเบาบางมีอาการลดราได้มีอาการและชักจะค่อยๆยังชั่วหน่อยขึ้นมาอย่าง นั่นเรากำลังเห็นศักดายักษ์รถเราเรียกว่าพ้นสักกายทิฏฐิฟังดีๆในขณะที่เราฟังนี่เข้าใจรู้เห็นแล้วเอาไปปฏิบัติลองดูเพราะปฏิบัติจับจิตเห็นว่ามันลดได้จริงมันไม่แน่มันไม่เที่ยงจริงๆมันลดได้ถึงแม้จะเห็นบอกว่าเดี๋ยวมันก็สุขคนเดียวมันก็ทุกข์มันก็เป็นเห็นอนิจจังแล้วถ้าอย่างนั้นจังเห็นแน่แท้แบบปัญญาเชื่อมั่นเลยว่าไอ้นี่จะต้องตีแตกตายไอ้นี่มันไม่ตายตัวไอ้นี่มันจะครองโลกอยู่ไม่ได้มันจะมีอำนาจวนเวียนเหนือเราอยู่อย่างนี้ตลอดไม่ได้ขณะที่เห็นด้วยปัญญาแค่นี้ก็เป็นคนอนิจจังผลมิจฉาชีพเห็นเป็นอนิจจังเพราะวิชาดนตรีอย่างเดียวยังไม่ได้เป็นอริยะเพราะวิธีอย่างเดียวยังไม่ได้เป็นต้องพ้นสักการะทิฐิ ฉันจะนับเป็นโสดาบันต้องพ้นเป็นสักกายะทิฐิคือลดลงได้จริงๆเริ่มลดลงนิดนึงก็เป็นอริยะนิดนึงเนื่องจากช้างสารในรถลงมารดลงมามากๆก็ยิ่งพ้นจากกายะโตโตลงมันได้ผลสักกายะที่มีเนื้อหามากขึ้นเนี่ยผลมาเรื่อยจนกระทั่งตัวจิตนี่ทีนี้ตัวจิตที่เรียกว่าอัตรารถที่มันแต่ก่อนมันเอาจริงเอาจังมันยึดถือมันไม่ได้ขาดวันขาดมือขาดโอกาสขาดเวลาไม่ได้ตอนนี้ฉันขาดได้เวลาเราขาดได้จำนวนก็ลดลงเหลือจางลงจางลงเขาเรียกว่าเป็นอัตรายิ่งบานเท่าไหร่ก็มาเรื่องจิตในจิตเท่านั้นแม้แต่เป็นตัวตนของวัตถุทั้งหยาบทั้งคายอะไรไกลห่างเรียกว่า ก็มาได้จริงจิตของเราก็อ่อนฤทธิ์แรงที่มันจะเสพจะติดที่มันจะเป็นแรงกิเลสตัณหาเบาบางลงเบาบางเรียกว่าอัตราตอนนี้อัตราแท้ๆเลยเรียกว่าอัตราอนุตตราบอกอนุโมทนาเจอกับอัตตาของตัวเองได้จริงอย่าสักแต่ว่าปากพูดว่าอัตตาอัตตาแล้วเราไม่เคยเรียนรู้ไม่เคยจับจิตจับจิตเจตสิกจับรูปของจิตอาการมันเวทนาของมันต่างๆเราไม่เคยจับเลยนั่นน่ะแสดงว่าเราเองเรายังไม่เข้าปรมัตถ์ได้จับจิตเอารูปไปจิตมันจางคลายจนมันเป็นรูปเป็นจิตที่ชัดเอาลงจับได้เป็นจางตายลงมาจนเหลือเล็กเหลือ ดูเหมือนเราว่าดูเหมือนเราไม่มีแล้วบางครั้งนะเรารักรถจนกระทั่งเหลือน้อยเหมือนหมดอัตราแล้วก็หนึ่งอย่างนั้นนี่แสดงว่าเราทำมาได้ถึงขั้นฌานแล้วชานอุเบกขาวางเฉยกับมันได้ดูเหมือนมันเราไม่มีเลยโอ้นี่เราเฉยไม่หวั่นไหวนิ่งขึ้นฌาน 4 เลยเรารู้แล้วล่ะเรื่องนี้แล้วรถมันได้เรื่อยมาจนกระทั่งมีปิติก็มีแล้วจนกระทั่งปิติมันก็ไม่ปิติแล้วเพราะมันเคยลดได้ก็ต้องทำได้รถได้ใหม่ๆมันจะผิดๆนี่เรียกว่าระบบของฉันพอมันว่าเราได้มากขึ้นมันก็สบายปิติมันก็รถถอยลงมามันก็ไม่ดีอกดีใจอะไรมากมายแต่มันก็ได้ประโยชน์จริงแล้วทักเฉยชักว่าวลงมานะมีสุขมีอุเบกขา นิทานแบบรูปฌานจับรูปต่างๆรสต่างๆของเรื่องหยาบหยาบได้จนกระทั่งเรารู้สึกว่าเหมือนกับเราเฉยแล้วว่างแล้วเป็นอากาศจิตโลกเบาบ้างแล้วไม่เสพไม่ติดแล้วแต่มันยังมีลูกเล่นมันยังมีในใจมันยังมีอะไรอาวรณ์ไม่ได้มีบทบาทเล็กๆน้อยๆแต่ทำทีเป็นว่าเราไม่รู้จิตของเราเหมือนกันมันไม่รู้แต่ถ้าจริงมันยังมีเศษละเอียดยิบๆอยู่ในจิตของเราเป็นรูปตัวนี้เป็นรูปเป็นจิตต้องตามจะไปดีนะเอ๊ะยังมีอะไรๆยังมีเรื่องเล็กๆน้อยๆเป็นรถเป็นชาติเป็นอย่างนู้นอย่างนี้พอสัมผัสแต่เราทำเป็นไม่รู้มันเฉยๆผ่านๆเฉยๆถ้าเป็นสมถะยากต้องใช้จิตวิทยาต้องอ่านรูปพวก อาการของจิตที่มันยังมีผลอย่างโน้นอย่างนี้อยู่บ้างต้องอ่านให้จริงจึงจะเจอเจ้าพวกนี้เป็นกิเลสขั้นอรูปจึงจะเจอเราอย่าไปหลงว่าเราว่าแล้วนะเป็นอากาศแล้วนะเป็นวิญญาณบริสุทธิ์แล้วนะไม่มีแล้วภาษาของอากาศยังทานนี่นะเขาอากาสานัญจายตนะอย่างวิญญาณัญจายตนะอากิญจัญญายตนะเนี่ยภาษาบาลีพวกนี้อากาศมันก็แปลว่าความว่างโล่งโล่งละเอียดยิ่งกว่าลมแต่ทีนี้หมายเอาจิตที่เรามันว่างลงมันไม่เป็นลมเรามันไม่ใช่ธาตุลมมันละเอียดกว่านั้นแต่เป็นความรู้สึกเบาว่าไม่มีอะไรต้องติดขัดมัน บางเบาง่ายไปเงี้ยมันไม่มีอะไรติดขัดนี่อากาศและเป็นเรื่องวิญญาณวิญญาณเนี่ยมันรู้มันรู้มันเข้าใจฉันแล้วมันมีธาตุรู้ก็เป็นตัววิญญาณอินทร์จันทร์แปลว่าไม่มีแล้วเรารู้ด้วยว่าอะไรไม่มีที่เราพูดกำลังพูดอยู่เดี๋ยวนี้คือกิเลสบางตัวที่อาตมาสมมุติอยู่ถ้าขายเองใครจะตัดกิเลสตัวไหนก็เข้าใจเรากิเลสตัวที่เราสมมุติว่าเรากำลังตัดเนี่ยมันไม่มีจริงๆแล้วนะอาการอาลัยอาวรณ์การอะไรไม่มีเรานึกว่ามันไม่มีจริงๆพวกนี้แหละเราจะต้องทำเป็นขั้นตอนให้ลึกละเอียดขึ้นไปจนกระทั่งเราจะเข้าใจเอาว่าเราไม่มีต้องอ่านต้องจับอารมณ์ไรๆอารมณ์ที่ยังจะต้องมีรอนๆอารมณ์ที่จะต้องมีรสชาติเบาๆบางๆอะไรพวกนี้ต้องจับให้ได้ยังเหลืออีกเศษมันมีจริงๆอันนี้จริงๆ คนแหละเราคิดว่าจะประมาทเราจึงมักจะเผลอไปเรานึกว่ามันได้แน่ๆแต่เปล่านะไม่มีอะไรๆร้อนๆอีกนี่คือความสะอาดที่เราจะต้องไม่ประมาทที่จะต้องเรียนรู้เสริมฐานจิตถ้าผู้ใดจับชัดรู้แจ้งรู้จริงพ้นเนวสัญญานาสัญญาเรียกว่าพ้นความไม่รู้ชัดแต่ว่ารู้ก็รู้มากแล้วล่ะแต่ว่ามันก็ยังมีเศษที่ไม่รู้จักความไม่รู้แล้วก็รู้เท่าทันที่ไม่รู้นี่ได้อย่างแน่ๆจนหมดสงสัยว่าเรารู้ทั้งรู้ทะลวงรู้แจ้งแทงทะลุแท้เด็ดขาดจับมันได้อาการของจิตไม่เกี่ยวกับวัตถุนะขนาดนี้อาตมาอธิบายเนี่ยเป็นอัตราอนุเป็นอัตตาในเป็นตัวร้อนๆตามติดจริงๆมันถึงจะเห็นทำไมตามติดไม่ซับซ้อนอ่านอารมณ์ชัดๆละเอียดละ แปลว่าเข้าใจอัตตานุทิฏฐิหมายความว่าตำแหน่งเข้าใจแล้วไอ้ตัวอัตตาน้อยๆนี่ต้องต่างกันนิดเลยถึงจะจับตัวมันได้ถ้าใดที่เราจับตัวมันได้ปลานั้นเรากำลังเป็นผู้คิดถึงอัตตานุทิฏฐิแต่ไม่ใช่พ้นนะหมายความว่าถึงแต่ว่ายังไม่พ้นจะพ้นอัตตานุทิฏฐิก็คือทำให้มันเป็นอนัตตาทำให้มันไม่เหลือตัวอัตราเลยเหลือน้อยก็ต้องละลายต้องพยายามปล่อยวางรสชาติหรือว่าเหลือตัวเศษตัวนี้ก็มีวิธีมีกรรมวิธีที่จะปลดปล่อยมันจริงๆจนเรารู้ว่าจิตที่มันวางปล่อยแม้แต่เศษเบาเศษน้อยพวกนี้กระจ่างคลายสลัดคืนปล่อยออกได้ จริงยิ่งมีความสุขุมประณีตที่จะรับรถอันว่างเบาอันละเอียดสุขุมลึกซึ้งเข้าไปอีกเนี่ยพูดแต่ภาษานะก็คนปฏิบัติต้องไปปฏิบัติเองไปรับรู้เองเป็นปัจจัตตังเป็นตัวเองครับรับผลเองอาตมาพูดภาษาในภาษามันยากๆที่ภาษาอธิบายรูปขนาดอัตราตัวที่กล่าวถึงขนาดนี้นี่นะโอ้โหคุณเอ้ยมันหลอกเล่นบางคนตลอดตาย 50 ปี 80 ปีก็จับมันไม่ติดจับติดละลายได้จริงปล่อยปล่อยมันได้จริงลดราคามันได้จริงมันจึงจะเป็นอริยะแท้มันถึงจะเป็นอรหัตผลแท้รูปก็จิต ศุภกิจอย่างที่ว่านี้มีจริงหรือรูปกิเลสเอารูปกิเลสอย่างลึกๆอย่างนี้มีจริงถ้าเราจับได้ปลดปล่อยได้ทีนี้เราวางลงสบายเลยเป็นสภาพที่อัตราหายไปไม่มีตัวไม่มีตนของรสชาตินั้นอีกจริงๆแม้แต่สัมผัสอยู่จะเป็นยังไงอยู่ก็ไม่มีหยาบก็ไม่มีเห็นอยู่ระลึกไปถึงจิตตังนัยตรวจสอบเข้าไปอีกก็ไม่มีรูปรอยของสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งต่างๆที่ยังเบาบางที่ยังมีเศษเหลือไม่มีจริงๆอ่ะตรวจแล้วตรวจอีกตรวจแล้วตรวจอีกอ่านแล้วอ่านอีกจนแน่ใจว่าไม่มีเด็ดขาดแล้วให้รู้จักจบตรวจจะไม่รู้จักจบสักทีตรวจแล้วก็ตรวจอยู่นั่นแล้วแล้วก็มีหรือไม่มีก็ยังขาดแคลนสงสัยอยู่มันก็เลยไม่ต้องพ้นฉลาดสักทีก็ยังไม่พ้นโง่สักทีก็เลยจะโง่อยู่นั่นแหละเราได้หรือเปล่า มันหมดแล้วจริงหรือเปล่าหว่างมงายงมงายอยู่นั่นแหละตัดสินตัวเองก็ไม่ได้ตัวจริงก็อ่านไม่ออกบอกไม่ถูกนี่เรียกว่าเราก็ยังไม่เก่งถ้าเราเก่งจริงเราต้องรู้อ่านออกบอกถูกไปเรื่อยๆแล้วแน่ใจเมื่อนั้นเมื่อนี่มีเหตุปัจจัยเอาเวลานั้นเวลานี้เราก็ได้มีสติสัมปชัญญะพิษมันเรื่อยหมดเกลี้ยงแน่เราก็จะตัดสินรู้ว่าเราหมดสิ้นสนิทหมดสิ้นแล้วก็ไม่ต้องกังวลมากทีนี้ก็หาเรื่องอื่นๆใดๆที่จะต้องเสริมสารลงไปอีกก็เอาจิตเอาใจไปตัดขาดกิเลสส่วนอื่นอีกในรูปรอยอื่นอีกซึ่งมีอีกอย่างรายละเอียดมีเป็นไม่ใช่น้อยๆหรอกคุณตรวจดูตัวเองมีกิเลสอยู่เท่าไหร่มันมีอีกไม่ใช่น้อยเราก็ ทำมันอีกทำก็ไปทำความมีหน้าที่ที่จะทำมันมีรูปรอยคล้ายกันล่ะทีนี้ถ้ายิ่งรู้ตัวอย่างชัดๆเลยนะเราเข้าใจถึงอาการกิริยาของจิตเหตุปัจจัยมันมาได้หลายหลายเหลี่ยมหลายแง่แต่โดยเข้าจริงๆแล้วเวลามันเป็นแล้วมันจิตมันเป็นโลภะโทสะเหมือนๆกันเหมือนกันคนนี้ติดรูปมันก็เป็นราคะเป็นโทสะกับลูกคนนี้ติดเสียงมันก็ไอ้ราคะโทสะจากเสียงเป็นเหตุมาเป็นเหตุปัจจัยแต่ตัวราคาโทรศัพท์มันติดตัวเดียวกันมันลักษณะเหมือนกันเป็นสปริงเหตุปัจจัยมันต่างกันแค่นั้นเองถ้าเป็นได้เพียงเหตุปัจจัยมันต่างกันต่างชิ้นต่างเชื้อมันต่างเชื้อกันเท่านั้นเองนั้นถ้าเราจับได้สูตรจับสูตรตัวนี้ได้แล้วก็ทำละลายได้ทำกระทั่งวางได้เอาอันไหนอีกอันอื่นอีกทำเหมือนกันยิ่ง เอามามากๆมากๆมันจะรู้สึกว่ากรอบกวาดกวาดเอามาได้มากๆเลยทำทีละหลายๆด้านสติสัมปชัญญะเราจะกว้างแล้วจะรู้เหลี่ยมเลยว่าอ๋อไอ้เจ้านี่มันก็พาเป็นกิเลสไอ้เจนี่ก็พาเป็นกิเลสไอ้เจนนี่ก็พาเป็นกิเลสมันมาแล้วมันก็มารวมที่เก็บเป็นอย่างนี้จิตจางคลายจากกิเลสเป็นอย่างนี้แล้วจะอ่านจิตของเราออกชัดๆเพราะงั้นอะไรจะมาสัมผัสวัตถุไหนด้านไหนด้านไหนที่มีเราก็จะรู้หน้ามันชัดรู้ง่ายขึ้นจริงๆปัญญาอันฉลาดยิ่งจะสูงขึ้นสูงขึ้นแล้วเราก็ทำเก็บกวาดไปเรื่อยๆเรื่อยๆเอาจริงหรือคุณยิ่งจะเห็นอานิสงส์ยิ่งปฏิบัติธรรมถูกแล้วพิจารณามีปัจจะเวกเพราะเราเลิกละได้แล้วมันสบายอย่างนี้มันเจริญอย่างนี้มันดีอย่างนี้นะมันก็ยิ่งจะภาคภูมิใจมันก็ยิ่งจะมีกำลังใจในการที่จะปฏิบัติล้ำไปเรื่อยๆ ไอ้สิ่งที่ด่าแล้วเป็นแล้วดีแล้วนะที่มันถึงที่จริงเป็นธรรมะแล้วมันไม่มีความสงสัยและไม่มีเวรกลับเมื่อไหร่เมื่อไหร่ใครมายุยังไงยังไงก็ไม่ไปตัวจริงหรือไม่มีอรหัตผลจริงไม่ว่าเรื่องไหนเรื่องไหนเป็นการสิ้นกิเลสอาสวะถอนรากของเรื่องนี้รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งแพงตลอดและจริงไม่มีการเวียนกลับเอาอะไรมาต่อเรามาต่อล้อต่อแลกยังไงอีกไม่มีทางที่จะหลงลมไม่จริงๆอาตมาพูดนี่มันพูดเหมือนเอาตัวเองเข้าไว้แล้วก็อาตมาก็พูดตามความมั่นใจของตัวเองเพราะว่าอย่างที่เขาเป็นโรคเขาติดก็มีแต่เขารู้เรารู้แล้วเรารู้อย่างเขาเป็นน่ะแล้วเข้าใจเข้าใจแล้วเราก็ไม่ได้ยินดีกับไอ้ที่เขาได้แล้วเราก็จะต้องไปได้อย่างเขาไม่ยินดีก็ได้มากก็ไม่มีริษยาไม่ เห็น

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน