211216 ทานอย่างไรให้ได้อานิสงส์สูงสุด-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ017.txt

โฟลเดอร์2521 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์69 KB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แสดงธรรมก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเอ่อเจริญธรรมญาติโยมถ้าวันนี้เราเข้ามากันทำบุญทำทานอะไรกันตามควรสำหรับผู้ที่เห็นว่าควรจะมาที่นี่อย่างน้อยที่สุดแต่แสดงอะไรออกอาการทำบุญทำทานหรือว่าการถวายภัตตาหารพระก็ดีซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะได้สร้างไว้เป็นจารีตเป็นแบบแผนเพื่อที่จะกระทำกิจกรรมและเพื่อที่จะสืบสัมพันธ์กิจกรรมของมนุษย์ถ้าไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องในการทานในการเผื่อแผ่ในการรู้จักการเสียสละผู้ได้ทำทานเพื่อได้ทำการเผื่อแผ่อยู่เสมอแล้วก็รู้จักผู้ที่ควรจะได้เผื่อแผ่การเผื่อแผ่กับผู้ทรงคุณก็ถือว่าพระเป็นผู้ทรงคุณอันดับ 1 ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ที่เรียนรู้ละเลิกรถเป็นผู้ที่ไม่โลภ โปรดได้จริงแต่แม่จำในยุคข้างหน้านี้ในยุคปัจจุบันนี้มาแล้วจะปฏิบัติจนกระทั่งละโลภรักโกรธอะไรไม่ได้มากมายจริงจังเข้าไปเท่าใดก็ตามมันก็ยังเป็นอย่างน้อยที่สุดก็ยังเป็นสภาพที่เรียกว่ายังมีกฎมีศีลมีระเบียบมีวินัยอะไรที่เป็นเครื่องรับก็ให้พระอยู่ในแวดวงในกิจการในศีลในวินัยเนี่ยถ้าไม่พักก็ยังอย่างน้อยก็ไม่ไปที่ดีทำอะไรเพื่อนหรือว่าแสดงความโลภความรักเอาเปรียบอะไรมากมายเกินไปนักก็ทำให้ส่วนนึง ก็ดีอยู่แม่จะไม่บริสุทธิ์ถึงใจก็ยังมีส่วนนอกที่ดีงามแล้วก็ยังเคารพพระที่ยังมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่แสดงถึงความเผื่อแผ่แสดงถึงความละเว้นไม่กระทำอะไรอย่างเต็มเหนี่ยวเต็มที่ไม่โลภไม่โกรธอย่างเต็มที่ซึ่งสภาพของสังคมและสภาพของมนุษย์ที่อยู่ด้วยกันถ้าเกิดว่าได้กระทำจุดนี้กันจริงๆได้ละโลภะโทสะแต่ก็ทำออกในการที่จะต้องมีการแสดงออกเกรงใจระมัดระวังนึกว่ามันยากมันยังกันบ้างสังคมมันก็ไม่เดือดร้อนความเป็นอยู่ของประชาชนมันก็เป็นไปดีทีนี้ถ้าผู้ใดเข้าใจเข้าใจจริงเป็นไปได้ลึกซึ

อ่านต่อ

้งยิ่งกว่าการ ทำกิจกรรมด้วยที่พูดไปแล้วนี่เป็นเรื่องจริงๆเห็นนินทาคาตาเนี่ยทำการบริจาคทำการเพื่อช่วยเจือจางแสดงออกมันไม่ใช่ว่ามันเป็นบุญโดยเฉพาะที่พูดด้วยปากพูดแค่นี้มันมีรายละเอียดเยอะแยะเกี่ยวกับจิตเกี่ยวถึงวิญญาณผู้ที่ได้กระทำเองก็มีสภาพจิตวิญญาณของตัวเองเข้ามาสำคัญอย่างยิ่งขอให้ทำแล้วเกิดปัญญาเกิดรู้จริงเห็นจริงว่าเราได้ทำโดยจิตใจของเราไม่ได้โลภโมโทสันทำให้จิตใจของเรานี่ละหน่ายคลายจางเผื่อแผ่การกระทำอย่างนั้นเป็นภาวะปัจจัยเป็นอานิสงส์แห่งจิตวิญญาณของเราจริงซึ่งจะเป็นผู้ได้ผู้เป็นผู้ ก็เป็นของผู้ทำเองแลกกันไม่ได้ทดแทนกันไม่ได้โกงกันไม่ได้ไม่มีเรื่องของจิตวิญญาณเป็นของจริงก่อนพูดได้ผู้ใดทำแล้วถ้าทำถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิไม่ทำอย่างโลภโมโทสันมาทำทานทำบุญก็ทำออกนอกคิดนอกทางยิ่งทำทานยิ่งเป็นหนี้ยิ่งทำทานยิ่งออกนอกเรื่องช้างๆๆเป็นอะไรตายไปอีกมากมายมากอย่างมันก็ไม่เข้าเรื่องเข้าทางแล้วถ้าผู้ใดได้ทำกับผู้ทรงคุณผู้ทรงคุณก็จะแนะนำวิธีทำทานนั้นทำอย่างไรทำกับใครทำไปแล้วแต่ทำจิตทำใจยังไงทำให้มันมีอานิสงส์ได้สูงที่สุดยิ่งถ้าผู้เข้าใจเคยย้ำเคยอธิบายแล้วว่าถ้า ทานทำด้วยจิตว่างทำด้วยจิตที่ไม่ต้องสร้างโลภะโทสะอย่างแท้จริงได้และเราก็รู้ด้วยเหตุด้วยปัจจัยด้วยเหตุด้วยผลว่าทำทานกับใครควรใครไม่ควรเราพิจารณาออกทำถูกผู้นี้เป็นผู้ทรงภูมิผู้นี้เป็นผู้จนผู้นี้เป็นผู้ต้องการผู้นี้เป็นผู้จำเป็นผู้นี้ถ้าทำทานกับพวกนี้ไปแล้วเป็นประโยชน์ยิ่งเราก็ดูรู้เข้าใจถูกมันก็จะเป็นประโยชน์แม้ปัจจุบันนี้ก็เป็นประโยชน์และโดยลักษณะจริงถ้าทำทานกับผู้ทรงภูมิคือผู้ไม่โลกเราไปให้แก่ผู้ไม่โลภมันไม่มีปัญหาอะไรไม่ให้จะพูดในโลกเลยมันดีผู้ไม่รอดทำประโยชน์นั้นน่ะให้สืบสานให้เจริญงอกงามให้เป็นไปดีได้ส่วนผู้ทำทานแต่ ที่โลกทั่วโลกก็เอาไปใช้ไปจ่ายเอาไปทำอะไรต่ออะไรที่มันไม่เป็นไปด้วยดีก็แน่นอนเพราะฉะนั้นผู้ทรงภูมิและผู้ที่เป็นพระเป็นผู้ที่ไม่โลภจึงเป็นอันดับ 1 ที่เราน่าทำทานด้วยนี่ไม่ใช่ผู้เข้าข่ายไม่ใช่พูดกับการพระพุทธเจ้าท่านตรัสสูงกว่านั้นตัดไปถึงสนามว่าจะทำทานกับพระใส่บาตรเป็นประจำก็ดีอยู่ถ้าได้ทำทานทำถวายภัตตาหารแก่พระโสดาบันก็ได้อานิสงส์สูงยิ่งกว่าทำทานเป็นนี้จะทานถ้าไปทำทานมี 1 ครั้งยิ่งใหญ่อานิสงส์เทียบเท่ากระทำกับพระโสดาบันร้อยครั้งถ้าทำถวายภัตตาหารแก่พระอนาคามีเพียงหนึ่งครั้งก็ยิ่งมีอานิสงส์สูงเทียบ คําศัพท์ภาษาไทย 100 ครั้งทำกับพระอรหันต์ 1 ครั้งก็สูงเทียบเท่ากระทำกับพระอนาคามี 100 ครั้งจนกระทั่งวิ่งไปกว่านั้นไปถึงพระปัจเจกพระพุทธะไปถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไล่ระดับกันขึ้นไปอย่างนี้เป็นต้นถ้าจะให้สูงกว่าทำสูงกว่าพระพุทธเจ้าแล้วก็ทำกับพระโดยไม่กำหนดสงฆ์แค่นั้นสูงขึ้นไปอีกเป็นอานิสงส์สูงสูงขึ้นไปอีกเป็นสภาพที่แจกทั่วไม่โดยไม่มีจิตกำหนดหมายโดยไม่มีจิตเพ่งถ้าจิตเพ่งแล้วมันเกิดความลำเอียงเพราะถ้าเราทำกับคนที่รู้ได้ปัญญามันมีแทรกซ้อนอยู่นิดนึงถ้าเราทำกับพวกนี้ผู้นี้สมบัติสมควรที่สุดด้วยปัญญายิ่งไม่ใช่ทำเพราะเรารัก ถามว่าคนนี้เป็นพระลูกชายทำเพราะคนนี้เป็นพระหลานชายทำเป็นเพราะคนนี้เป็นพระที่เราเสน่หาไปอย่างนั้นบาปไปอย่างนั้นไม่ได้อานิสงส์สูงสูงแต่ถ้าเราทำกับพระองค์นี้เพราะว่าท่านเหมาะสมท่านจนท่านไม่มีนอกจากไม่มีใครคอยดูแลแล้วถ้ายังเป็นผู้ที่มีความจำเป็นและท่านก็เป็นผู้ที่ดูจะพอใจต้องการแล้วเราให้แล้วจะเกิดประโยชน์ยิ่งถ้าให้กับพระองค์นี้แล้วให้เกิดประโยชน์ยิ่งสมควรถ้าบางองค์น่ะเราดูแลแล้วเราเห็นแล้วว่าองค์นี้ท่านมีคุณธรรมสูงก็จริงแต่ว่าท่านเยอะแล้วนี่ให้กันไปก็เกินมาแล้วก็แบ่งไปให้พระ วัดลูกเล็กลูกน้อยบ้างการใกล้กับพระโดยมันกำหนดสงฆ์จึงเป็นการจราจรแจกจ่ายไปด้วยพระลูกวัดลูกเล็กลูกน้อยเอาน้ำที่ต่างว่าตอนนี้จะทำสังฆทานพระลูกวัดลูกเล็กลูกน้อยออกมาจะกำหนดสงฆ์จะกำหนดว่านี่เป็นพระองค์ที่เราชอบพระผู้ใหญ่พระที่เราเคารพนับถือจึงให้ไม่ใช่เพราะไม่ว่าพระเล็กเณรน้อยอะไรออกมาก็ใส่ให้เรื่อยไปไม่กำหนดองค์อย่างนี้มันยิ่งจิตใจมันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เมตตาถ้าเรามีมากพอถ้าไม่มีมากก็ดูว่าจะเหมาะสมผู้ใดขาดผู้ใดเป็นยิ่งดีดูผู้ใดขาดใจผู้ใดจนผู้ใดมีน้อยอย่างนี้เป็นอานิสงส์สูงสูงเพราะการที่จะรู้ค่ารู้ความจำเป็นรู้ความเป็นประโยชน์ที่แท้จริงเหมาะสมทั้งบุคคลเหมาะสมทั้ง เราก็จะต้องใช้ปัญญาพระพุทธเจ้าจึงสรรเสริญการทำทานด้วยปัญญามากๆต้องมีปัญญาอันลึกซึ้งมีปัญญาอันรู้จักฐานะอนุศักดิ์สัดส่วนรู้จักบุคคลไม่รู้จักที่จะกระทำก็จริงอยู่ไปทำกับผู้ที่มีคุณวุฒิที่แท้จริงผู้ที่มีจิตใจไม่โลภไม่โกรธเป็นผู้ที่ให้ไปเท่าไหร่ถ้าแจกจ่ายเองท่านเผื่อแผ่เองน่ะมันก็ไม่มีปัญหาว่าเราเลือกไม่ได้แล้วให้แก่ท่านองค์เป็นประธานองค์ที่เราแน่ใจในคุณธรรมนอกนั้นท่านจะรู้เหมาะสมควรเรียนท่านจะแจกจะจ่ายถ้าจะเอื้อเฟื้ออะไรไปอย่างนั้นก็ได้ก็ง่ายดีไม่ใช่ว่าไปทำกระเพาะองค์นี้แล้วนี่ท่านเป็นพระผู้ใหญ่และเป็นพระผู้ที่เราเคารพนับถือมากให้กับท่านแล้วก็ท่านจะเอาไปแจกจ่ายกับใครก็ไม่ได้เอาไป ท่านต้องกินต้องใช้คนเดียวท่านตายนะอาตมาจะบอกให้ว่าท่านตายนะไม่กินคนเดียวไม่หมดหรอกใครก็จะให้แก่ท่านมากมายก็จริงท่านไม่หมดยังไงก็ตายแน่ๆอย่าไปอั้นอย่าไปอัดอย่าไปคิดอย่างนั้นเป็นอันขาดนะถ้าให้ท่านแล้วแต่ท่านจะพิจารณาตัดสินท่านจะเอาไปแจกจ่ายเจออาจารย์ถ้าจะเผื่อแผ่ไปคนนั้นคนนี้อย่างโน้นอย่างนี้ตามหมอลำควรถ้าไม่มีความลำเอียงแล้วปล่อยท่านเถอะท่านจะรู้ความสมการทำกับผู้ที่ทรงคุณผู้ที่เราเคารพนับถือแล้วจงไว้ใจจงวางใจได้เลยท่านจะจัดสรรท่านจะไปอย่างโน้นอย่างนี้อะไรต่ออะไรต่างๆนานาอย่างไรและก็ปล่อยได้เลยอันนี้ก็ขอแนะไม่อยากเป็นวุ่นวายอะไรท่าน My ตัดเองตัดแบ่งชั้นแจกท่านอย่างโน้นอย่างนี้อะไรตามหมอตามสมซึ่งมันต้องเป็นฝ่ายต้องเป็นไปเองไม่ต้องไปไปคำนึงไปกังวลทันหรอกมันเป็นไปเองแล้วไม่ต้องห่วงเพราะว่าตำรวจเราก็รู้ว่าฉันเองเป็นพระผู้ใหญ่เป็นผู้ทรงคุณเป็นผู้ที่ไม่มีโลภมีโกรธแล้วก็แน่นอนละท่านจัดการจัดสรรเองสบายอันนี้ก็ได้เน้นหรือว่าพยายามที่จะอธิบายถึงเรื่องทานถึงเรื่องการให้การอะไรให้มากยิ่งขึ้นเห็นอานิสงส์ให้เห็นประโยชน์ให้เห็นสิ่งที่เราควรจะทำยังไงเหมาะสมไปเพิ่มขึ้นเพราะการถวายสังฆทานจึงเป็นนโยบายพระพุทธเจ้าว่าถ้าถวายสังฆทานไม่กำหนดพระเราจะถวายของก็ตามเราถวายถวายภัตตาหารเรามีแต่ของกำหนดเวลาไม่รู้จะเจอพระก็ให้ข่าวท่านอาจจะเต็มบาทก็ได้อาหารได้เต็มบาทไม่รู้ฉันเตรียมของเข้าท่าเดียวว่างั้นนะ กฎของแต่ไม่กำหนดพระก็ดีก็เอาล่ะก็ยังเป็นอานิสงส์ชั้น 1 เอาไปให้ไม่กำหนดพระจะเห็นได้จะเข้าใจได้ว่ามันมีนัยยะที่ดีไม่จำเพาะเจาะจงมาให้แก่ผู้ที่เรารักเขาชอบเราไอ้นั่นเท่านั้นแต่ถ้าเผื่อว่าเหนือกว่านั้นผู้มีปัญญาแล้วก็ไม่เป็นไรเราจะเจาะจงก็ได้แต่เราเจาะจงด้วยความไม่ลำเอียงจริงๆนะแต่ก็ยากเพราะพูดทนทานที่เป็นฆราวาสฆราวาสยังมีจิตใจยังมีความลำเอียงอยู่ในใจยังไม่พ้นฉันขาดสติต่อมาหาติหรือพระยาสันติยังไม่พ้นความลำเอียง 4 ยังมีกิเลสอยู่บ้างมันก็ต้องเลือกเลือกอยู่บ้างเพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านตัดปัญหาเลยไม่เอาไม่เลือกถวายกับพระองค์นั้นเจอหน้าปั๊บเอาเลยนี่แบบนี้เรียกว่าสังฆทานถวายสงฆ์ที่เป็นผู้ เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเป็นนักบวชพระพุทธเจ้าที่ไม่มีพระพุทธเจ้าท่านรับรองเป็นประธานอยู่หมายความว่าพระที่ไม่ปาราชิกหรือพระที่ไม่หลุดจากขั้วเองก็ตามหรือว่าถูกไล่ออกจากความเป็นพระแล้วพระพุทธเจ้าไม่รองรับแล้วไม่รับแล้วพระพุทธเจ้าไม่อยู่เดี๋ยวนี้ก็ใช้ธรรมะวินัยรองรับพระธรรมวินัยรองรับอยู่อย่างจริงก็ถวายไปเถอะไม่ต้องกำหนดส่งผู้นี้ยังไม่บาปมากยังไม่หนักหนาอะไรก็ถวายได้เป็นผู้ที่ควรได้รับของทานก็ถวายได้แต่สมมติสงฆ์ก็ตามแต่สมมติที่ 2 ที่ยังมีคุณธรรมพอได้ก็ถวายหรือยิ่งไม่ถวายสมเด็จพระไล่มาแล้วแต่ต้นจนเป็นพระโสดาสกีทานาคาก็ยิ่งไม่สูงสูงอย่างที่ว่าแล้วถ้าเราไปพอดีเจอกันยิ่งดีไม่เป็นไร ได้แต่ถวายพระอรหันต์พระอรหันต์แจ๋วแต่มันไม่ได้ก็ไม่เป็นไรจะจ่ายเจือจางไปเถอะไม่กำหนดพระไม่กำหนดคนเนี่ยดีต่อไปกว่านั้นสูงกว่านั้นอีกการทำทานแบบจตุรทิศจตุธาตุจะจุดที่ 3 สาเหตุสังฆทานใหญ่ยิ่งกว่าสังฆทานเล็กที่อธิบายไปเมื่อกี้แล้วเรารู้กันดีอยู่แต่สังฆทานเล็กเพราะท่านประธานใหญ่นี่ก็ไม่พูดทีก็ไม่พูดกับพ่อพระรุ่นหลังมากำหนดเอาไว้เข้าของอะไรต่ออะไรเนี่ยไปแปรเปลี่ยนด้วยแต่สังฆทานใหญ่นี่กลายเป็นสร้างวิหารที่จะมาอธิบายรายละเอียดก็อธิบายไม่ได้แต่จะติดพื้นที่สาธารณะ สร้างวิหารถวายพระได้อานิสงส์สูงว่างั้นเลยนะทับศัพท์เลยสร้างวิหารเลยที่จริงมันไม่ใช่วิหารแปลว่าเครื่องยังอยู่ของสงฆ์ทั้งหลายสงฆ์ทั้ง 4 ทิศสงฆ์ทั่วไปทั้งหมดไม่กำหนดสมการสันติกลับจากทวีศักดิ์เนี่ยหมายความว่าสงฆ์ไม่กำหนดไม่กำหนด 2 เหมือนกันนอกจากไม่กำหนดส่งแล้วไม่กำหนดวิหารพระด้วยมันกำหนดสิ่งที่จะเป็นเครื่องยังอยู่ในชีวิตของพระสงฆ์เครื่องจะยังอยู่อะไรบ้างล่ะปัจจัย 4 ก็เป็นเครื่องยังอยู่อาหารเครื่องดื่มหอมที่พักยารักษาโรคก็เป็นเครื่องยังอยู่บริขารก็เป็นเครื่องยังอยู่สิ่งอะไรอีกปีกย่อยที่จำเป็นสำหรับพระก็เป็นเครื่องยังอยู่ทั้งสิ้น ขาดแคลนอะไรให้ขาดแคลนอะไรตอนนี้ก็กำหนดหลักเราจะต้องสอดส่องดูแลใกล้ชิดท่านขาดอะไรจะให้ท่านขอน่ะเหรอพระท่านจะไปขออะไรกันนักหนาเราต้องคอยดูสิบางทีบางอย่างท่านไม่พูดหรอกขาดเด็ดขาดน้อยหรือขาดมากบางสิ่งจำเป็นและท่านก็พูดไม่ออกก็มีนะเพราะว่าบางอันมันอาจจะราคาแพงมันอาจบางอย่างมันอาจจะเป็นราคาแพงไงว่าอย่างนี้แล้วท่านจะไปพูดก็บอกเองว่าอย่างนี้ไม่ดีก็เงียบแล้วก็ดูเอออาจจะราคาแพงแต่จำเป็นนะสิ่งนี้เราก็รวมหัวกันเราออกคนเดียวไม่ได้ก็หลายคนช่วยองค์นี้ขาดอันนี้น่ะเป็นเครื่องยังอยู่กับท่านนะอย่างสมมุติว่าพวกคนจนๆอย่างนี้อาจจะไม่เห็นโอ้นี่จีวรท่าน ไม่มีใครดูแลพระองค์นี้เลยถ้าเกิดเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนะจีวร 01 ก็ตั้ง 300 200 200 อะไรแล้วแต่เราออกคนเดียวไม่ได้ก็ไปบอกเพื่อนฝูงมาหลายๆบาทหน่อยอาจจะอยู่หมู่คนจนงี้ก็มาช่วยดูแลของอะไรจำเป็นอะไรที่สำคัญอะไรที่ดูว่าพระนี่ขาดสิ่งนี้ของสิ่งนี้แล้วเราต้องใช้ปัญญาสอดส่องแล้วก็ถวายของที่จำเป็นแก่พระของพระพุทธเจ้าทุกองค์ไม่กำหนดส่งด้วยและก็ดูแลของด้วยไม่ใช่ว่าเราตั้งใจจะถวายข้าวท่าเดียวโถข้าวเต็มๆไม่รู้เอาข้าวไปแล้วกันก็จะถวายอาหารนี่นะเล่นแต่ถวายของจำเพาะอย่างเดียวเท่าที่เราถนัดเท่าที่เราเหมาะใจอย่างเดียวอย่างนี้ท่านท่านคลายแค้นบางอย่างไอ้นี่ถ้าไม่ขาดแคลนเลยเอาท่านก็เลยแย่เลย ขาดไปจะให้กินแต่ข้าวก็เจ๊งกันพอดีเออผ้าขาวก็ต้องหาผ้าให้ท่านหน่อยอะไรอย่างนี้เป็นต้นถ้าขาดแคลนอะไรก็ต้องดูอันนั้นหน่อยนี่มันต้นอันนี้มันก็เป็นการขยายความหรือว่าขยายอานิสงส์ให้สูงให้ลอกไปอีกใช้ปัญญาใช้ความใกล้ชิดถ้าผู้ใดได้มาใกล้ชิดซ้ายก็จะรู้จะดูแลได้เป็นนโยบายอันนึงที่จะให้คนเข้ามาดูแลพระเข้ามาสอดส่องเมื่อเข้ามาใกล้พระก็ได้ฟังสัจธรรมฟังธรรมะอย่างน้อยอะไรก็ได้โอภาสฟ้าใสได้ดูส่วนที่มันเป็นกายกรรมวจีทำอะไรก็แล้วแต่มันต้องได้นะถ้าจะเป็นพระที่เป็นพระที่มีคุณธรรมจริงๆก็ต้องมีได้สัมผัสได้เข้าใกล้เนี่ยรับทำก็จะได้เกิดประโยชน์เสริมสร้างแก่กันและ เสมอเสมอเพราะอานิสงส์ในการถวายจตุปัจจัยยิ่งมามีอานิสงส์มากแต่อย่าไปเข้าใจว่าสร้างวิหารถวายพระและอานิสงส์ใหญ่กว่านะมันไม่ถูกเขาเอามาแปลอย่างนั้นจริงๆเดี๋ยวนี้เลยเอามาอ้างกันใหญ่โตเพื่อที่จะอยากได้วิหารก็เลยเอามาสร้างวิหารกันอย่างเดียวแต่จะสุทธิสารที่เก่าที่หารับประทานสังฆทานใหญ่เป็นการสร้างวิหารถวายพระได้อานิสงส์มากกว่าถวายสังฆทานอันนี้อาตมาขอยืนยันเพราะว่าในสูตรที่กล่าวถึงเรื่องจตุจักรที่เก่าที่หารับประทานนี้มีข้อบอกชัดเจนพระพุทธเจ้ายืนยันว่ามีคนมาถามว่าจะถวายทานอย่างใดที่ถวายก็ราคา น้อยด้วยแต่มีอานิสงส์สูงสูงด้วยก็มาสร้างวิหารมันจะราคาน้อยได้ยังไงอ่ะถวายภัตตาหารนั่นมันราคาน้อยอานิสงส์ๆวิหารไม่ถูกนี่นี่มันขัดแย้งแล้วมันขาดถวายเข็มถวายได้นิดหน่อยนี่มันไม่มากเลยบางครั้งท่านขาดขาดข้าวน่าจะมีฉันอยู่พอแล้วแต่ผ้าพันขาถ้าไม่มีได้ถ้าไม่มีเข็มจะเย็บอย่างนี้เป็นต้นเป็นบริขารอย่างหนึ่งเหมือนกันถ้าเราเห็นว่าท่านขาดได้ขาดเข็มถวายเข็มถวายได้อานิสงส์สูงสูงนะของน้อยแต่แหมราคาสูงแต่อานิสงส์มากนะเข็มก็ได้ราคาถูกกว่าถวายข้าวสำหรับ 1 ถูกกว่านะแต่ถ้าอานิสงส์สูงกว่าเป็นจตุจักรที่เก่าที่สหรัฐผ่านจริงๆอย่างนี้เป็นต้น มียกตัวอย่างให้เห็นชัดๆเพราะฉะนั้นการที่จะอธิบายความหรือว่าการทำความเข้าใจพวกนี้เนี่ยมันจึงขัดแย้งคำศัพท์พระพุทธเจ้าอยู่พระพุทธเจ้าท่านตรัสที่ไม่ได้หมายอย่างนั้นเลยถ้ามาอย่างนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่มีพระปัญญาธิคุณตัดไขกันคำที่เขาต้องการเขาถามทำไงถึงจะบอกว่าถวายได้ราคาถูกของน้อยด้วยแต่มีอานิสงส์สูงด้วยอะไรอย่างต่างคนนี้ถ้าไปเอาอันนี้มาอธิบายแล้วอธิบายไม่ออกอธิบายจากสุทธิสารที่เก่าที่หารับประทานไม่ออกเพราะฉะนั้นก็ทานใหญ่จึงจะต้องเข้าใจความหมายอย่างนี้ด้วยวิหารประธานก็ขอแปลและไม่ได้แปลผิดคนตีความผิดแปลผิดในแปลอย่างที่ว่านั้นมีอยู่เราเข้าใจอย่างที่เขาแปลอาตมาก็เข้าใจแต่อาตมาเห็นว่าอย่างนี้แปลผิดความหมายที่พระพุทธเจ้าจึงตัดในสูตรอาตมาเอามายืนยันให้ฟังอย่างนี้มันก็พังสิ อยากจะมาต้องเข้าใจไปกว่านั้นยิ่งด้วยว่ะไอ้ที่เขาไปแปลกันเพราะเขาเองเขาจะหาเงินสร้างวิหารมันเป็นกิเลสส่วนหนึ่งอีกด้วยจึงแปลกันไปตามไปตามทิฐิของตัวเองชอบมันเลยเลอะไปอย่างนี้เป็นต้นนะนี่ก็ขอขยายความให้ฟังแต่ถ้าวัดใดขาดวิหารก็ไม่ว่านะอาตมาไม่มีปัญหาถ้าขาดวิหารคนไม่มีเงินพอก็ไปเรี่ยรายกันมาแล้วก็สร้างวิหารให้ท่านให้บอกว่าไอ้สมถ้าจำเป็นวิหารจำเป็นนะไม่ใช่ว่าจะพูดอย่างนี้ก็เลยไม่ให้สร้างวิหารในพระซะอีกก็เดี๋ยวก็พาซื้ออีกก็พังกันอีกเหมือนกันไม่ใช่ทางวิหารก็สร้างแต่ว่ามันมากนะพี่หานะบรรยายแต่ก็ไม่ต้องย้ายแล้วถ้าเกิดว่าต้องการวิหารที่พอใช้สอยเป็นศาลาพอประมาณแล้วก็ทำได้ไม่ต้องไปมักใหญ่มักโตไม่ต้องฟรีอัคคาอะไรเยอะแยะมันก็เป็น ได้ไม่ยากเท่าไหร่ก็ดูเหมาะสมวัดนี้มีพระอยู่ 5 องค์สร้างวิหารเจ้าโอโหเห็นแต่เสาร์แค่นั้นก็มืดหน้าแล้วเนี่ยนะจะสร้างวิหารนะเนี่ยสร้างสำหรับวัดนี้หลายๆวัดอาตมาผ่านไปแล้วมีพระอยู่ไม่ถึง 5 องค์ที่บอกว่าขาดเงินจะสร้างวิหารจะฆ่าเออได้ลงหลักปักแล้วนี่มีสาวได้แต่เสาร์เท่านั้นเป็นนัดสาวแค่นั้นก็ไม่อยากจะสนับสนุนแล้วเพราะวันนั้นน่ะมีพระ 5 องค์แต่นับเสาร์ที่เขาวางซะลาวของเขาแล้วสาวก็เมาแล้ว 50 ต้นบางทีก็สร้างไม่ทำอะไรกัน 5 เสาร์ 50 ต้นดูแล้วก็บอกมันไม่เหมาะสมเลยอย่างนี้เป็นต้นมันก็ไม่น่าสนับสนุนไม่เสร็จสักทีช่วยกันหน่อยเจ้า ถ้ามันไม่ถ่อมตัวเลยสร้างไปทำอะไรวัดนั้นกับพระเท่านั้นแขกคืออะไรก็จะมากมายแค่ไหนมีคุณธรรมมากแค่ไหนประวัตินั้นน่ะที่จะต้องสร้างศาลารับแขกซะจนต้องใช้ใหญ่โตมโหฬารศาลาใหญ่มากมายเงินมันไม่เหมาะสมอย่างนี้เราก็ต้องดูแต่ถ้าวันไหนเหมาะสมนะต้องสร้างศาลาใหญ่เพราะว่าผู้คนก็มากวัดนี้พระก็ต้องมาช่วยเหลือเกินควายกันต้องใหญ่ต้องกว้างพอที่จะทำประโยชน์ได้พอเหมาะพอสมควรเชิญทีเดียวเพราะฉะนั้นมักจะมาหรือว่าสัมมนาต้องดูความเหมาะสมต้องดูความพอเพียงพอไปต้องใช้ปัญญาในการที่จะเสริมที่จะช่วยเหลือโปรไฟล์เป็นหน้าที่ของคฤหัสถ์ที่จะดูไม่ให้พระมานั่งกำหนดเองพระน่ะมันกำหนดแล้วก็น่าเกลียด บางทีไม่มีคนฉลาดซะจริงๆจังๆมองไม่รักมาออกเลยโทรครับแค่กันก็จะแย่ศาลาจะใช้ทั้งฆราวาสก็เบียดกันทั้งพระเองก็แทนที่จะแย่ไม่มีใครเห็นดูก็ดูไปอย่างนั้นเองเหมือนคนตาบอดจะช่วยขยับจะช่วยขยายจะช่วยไอ้โน่นไอ้นี่บ้างไม่มีใครคิดพระบางองค์ท่านก็อาจจะบอกเป็นนัยๆก็ได้บอกเออมันอยู่คับแคบมันก็ไม่เป็นไรนะโยมนะแต่ทับกันก็หุ่นดีเหมือนกันนะบางทีเหงื่อตกหน่อยก็อยู่ๆไปก่อนทำไงได้เรามีศาลาแค่นี้นะมันอาจจะเคยจะหนีก็ได้นะถ้าพูดฉลาดก็เออจริงด้วยนะที่ฉันบอกว่าเฮ้ยขยายตลาดหน่อยสิวะทำไมเราไม่ดูเลยเบี้ยก็จะแย่แล้วเหงื่อตกก็ยังไม่รู้เลยถ้าคนฉลาดก็จะมองออกแก้เปลือยแค่นี้ก็อาจจะรู้ถ้าจะไปขอตรงๆง่ายๆเลยพระน่ะท่านก็ด่ามันไม่ใช่เรื่อง เป็นไปได้เพราะงั้นก็ต้องดูความฉลาดฟังทั้งพูดทำเสียงกริยาเห็นเป็นของจริงถ้าเรารู้ว่าควรจะช่วยเหลือเกินไปด้านนั้นด้านนี้แล้วก็ใช้ปัญญาพระพุทธเจ้าถึงสรรเสริญผู้ทำทานด้วยปัญญานี่เป็นการมองออกแต่ไม่ใช่ว่าพูดเนี่ยของที่นี่นะที่นี่เรื่องศาลาจะไปถึงห่วงที่นี่สาลายังใช้ได้ดีนี่มากันหลวมๆนานๆจะมีนั่นสักทีไม่ต้องขยายศาลาที่นี่หรอกที่พูดไปนี่น่ะไม่ได้ก็พูดว่าเพื่อจะให้พวกคุณมาเห็นศาลาที่นี่แล้วขยายตลาดที่นี่นะไม่ใช่นะบอกในก่อนเลยว่ายังศาลาที่นี่ยังกว้างพอยังใช้งานได้ทำมาแค่นี้ก็เหลือแล้วพอเป็นไปถ้าบอกว่าในอนาคตมันจะมีอะไรอีกก็ค่อยว่ากันทีหลังตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นอะไรมากมายนานๆทีถ้าทุกวันทุกวันก็เบียดกันเหงื่อแตกเหงื่อแตกทุกวันมันก็ต้องขยาย อธิบายในเรื่องของทานในเรื่องของส่วนที่จะประกอบเป็นองค์ประกอบในการที่จะพิจารณาในการทำทานจะมีอานิสงส์มีประโยชน์ทันตาด้วยอานิสงส์ในการที่จะทำอะไรจริงใจในการที่จะทานในการที่จะเสียสละในการที่จะมาช่วยเหลือเฟือฝ่ายสร้างสรรค์สิ่งอย่างนี้เพื่อสืบสานศาสนาก็ดีสืบสานสิ่งที่ควรจะได้อุดหนุนกันเพราะว่าด้านศาสนาต้องมีคู่โลกอยู่เสมอแหละแบบไหนก็ตามแต่ถ้ามันอยู่ในรูปของศาสนาต้องมีอยู่คู่โลกเสมอเพราะเหตุใดทางด้านจิตวิญญาณของมนุษย์ชาติถ้าไม่ทำไม่ได้ไม่ว่าเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็มีไม่เรียกคำว่าศาสนาเขาเรียกอะไรอย่างหนึ่งอยู่นั่นเองเกี่ยวกับทางด้านจิตวิญญาณเสมอเพราะผู้เข้าใจแล้วจึงจะทำอะไรก็ถูกเรื่องถูกกล่าวได้อานิสงส์ ได้ประโยชน์ทั้งทันตาได้ประโยชน์ทั้งตัวเราเองที่ทำทุกคนบุญใครก็บุญคนนั้นทานใครก็บุญของคนนั้นเป็นอานิสงส์ของคนนั้นเองและของผู้อื่นก็ด้วยมันเกื้อกูลกันทั้งผู้ให้และผู้รับเป็นประโยชน์แก่กันและกันการทำทานจึงจะมีอยู่ตลอดโลกมีอยู่เสมอเด่นหลักแรกเลยพระของพระพุทธเจ้าตื่นเช้าขึ้นมาเช้าตรู่เดินไปบิณฑบาตแล้วไปเพื่ออะไรเป็นเหตุประกอบไม่มีทายกมีปฏิกิริยาของให้เกิดผู้รับผู้ให้ให้มีการเกิดการทานเพราะฉะนั้นชาวบ้านไม่มีเวลามีจิตมากมีธุระมากก็จะมาทำทานที่วัดเอาข้าวมาให้พระฉันก็รู้อยู่ว่าพระต้องฉันข้าวแต่ไม่มีเวลาไม่มีโอกาสอ้าวพระเสียสละบ้าง เดินจงกรมไปหรือว่าเดินบิณฑบาตไปแสดงจิตใจไปแล้วอย่าไปอยากได้นะพระก็จะต้องรู้คุณธรรมของบิณฑบาตคืออะไรไปไม่ใช่ไปล่าสัตว์นะไปโปรดสัตว์นะนี่พูดนี่พูดศัพท์สั้นๆแรงๆเพราะพระเองก็ต้องทำตนให้อย่างไม่ใช่ไปล่าสัตว์ต้องไปโปรดสัตว์ไปไม่ไปแสดงจิตใจที่โลภโมโทสันแสดงความสำรวมระวังแสดงความสุขสมหวังแสดงความเบิกบานแจ่มใสแสดงธรรมที่ถูกต้องสำรวมจริงๆแม้แต่เราจะไปเห็นอะไรตรงนู้นอันนี้กิเลสเรายังมีก็จะต้องระมัดระวังใจนะไปปฏิบัติธรรมด้วยจะไปอยากได้อะไรต่างๆนานายังมีกิเลสตัณหาอะไรก็รู้จักตนเองปฏิบัติธรรมเป็นปัจจุบันน่ะทำไปในขณะบิณฑบาตทีเดียวอันนี้ก็จะมาใส่บาตรโอ้โหเป็นของเราชอบนะรู้จิตรู้ใจกำหนดสติปัฏฐานไปตลอด ฟังอะไรต่างๆนานาซึ่งพระก็ต้องอบรมกันบอกกันเห็นแนะกันให้ไปฝึกปฏิบัติไปบิณฑบาตต้องไปปฏิบัติธรรมด้วยไปโปรดสัตว์จริงๆด้วยให้เกิดปฏิคาหกเกิดทายกอะไรจริงๆอย่างนี้ถึงที่ว่านะเพราะเราเองเราเห็นโอกาสแล้วโอ้นี่ผมเป็นรหัสเป็นคนมีธุระมากจิตมากไปไม่ถึงวัดท่านมาดีแล้วรีบเอาข้าวเอาน้ำมาท่านมาถึงบ้านแล้วนี่อ้าวปากข้าวไปให้ท่านให้ฉันได้อยู่อ่าอย่างนี้ก็เป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกันเราต้องรู้นี่มีจารีตมีประเพณีมีรูปแบบมีวัฒนธรรมอะไรที่กระทำมีความหมายอย่างไรจุดมุ่งหมายอย่างไรเข้าใจจุดมุ่งหมายเข้าใจลูกเรื่องที่มันประสานกันสัมพันธ์กันอะไรเป็นประโยชน์เราก็จะทำทุกอย่างอย่างถูกต้องเกิดผลดีแก่กันและกัน อย่างน้อยที่สุดกลายเป็นบิณฑบาตเนี่ยเป็นการเปิดโอกาสให้เห็นว่าคนในโลกนี้ไม่ใช่ขี้เหนียวนะของใครของมันไม่ใช่เห็นแต่แก่ตัวไม่ใช่แต่เผื่อแผ่กันได้นะเช้าๆมามีพระหรือถือเดินจงกรมเดินบิณฑบาตมาเดินอุ้มบาตรมาทางนี้ก็เผื่อแผ่โอ้นี่ท่านพระท่านไม่มีข้าวของท่านเป็นพระท่านจะต้องเป็นปฏิคมต้องไม่มีของควรรับท่านเจ้าควรจะได้ของทานเอารีบเอาข้าวเอาน้ำอะไรไปอย่างน้อยที่สุดหรือจะมีอื่นใส่บาตรที่เหมาะที่สมก็ตามใจถ้าเรารู้แล้วพรุ่งนี้ต้องขายไอ้นี่เราไปวัดไม่ถึงใส่บาตรท่านเดี๋ยวนี้เลยท่านขาดเข็มขัดได้ถ้าขาดของอะไรใส่เดี๋ยวนี้เลยเราไม่มีโอกาสไปวัดเพราะว่าธุระเรามากจิตเรามากดังกล่าวแล้วก็เป็นโอกาสอย่างนี้เป็นต้นเราก็จะได้ช่วยเหลือฟรี ซึ่งกันและกันผู้ไปบิณฑบาตก็ไปเกื้อกูลญาติโยมเหมือนกันมีอีกเยอะอาตมาเขียนเป็นเล่มๆเลยไอ้เรื่องเกี่ยวกับบิณฑบาตเนี่ยเพราะงั้นการกระทำใดๆที่ไม่เห็นอย่างน้อยที่สุดเห็นคนที่ยังมีแจกจ่ายกันคนที่อยู่บ้านโน้นบ้านนี้มองเห็นโอ้ที่นี่เขามีอะไรเพราะพระองค์นี้มาคนคนนี้มาอีกคนคนนึงมีเอาของมาแจกกันให้ให้กับคนคนนี้ไปเพราะบ้านเมืองนี้ก็มีการให้กันด้วยเหรอเกิดการให้เกิดการบริจาคเกิดการทานเท่านั้นก็เป็นคุณเหลือเหลือแล้วในโลกอย่างนี้ในเมืองไทยมียังดูได้ยังเห็นได้ยังเป็นตัวอย่างยังยืนยันว่าเมืองไทยไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวไม่ใช่ตัวใครตัวมันจะมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยังมีการแจก เจือจานจะมีการทานเห็นทานตื่นเช้าขึ้นมาก็เห็นแต่ทานเริ่มต้นก็เห็นทานเป็นอานิสงส์สูงแล้วแก่มนุษย์เริ่มต้นมีแต่แยกเขี้ยวยิงฟันเอาของข้ามาเอาของข้ามาไอ้พันนี้พังตื่นเช้าขึ้นมาก็มีแต่จะเอาจะเอาของข้าของข้าขี้โรคมันเป็นสัญลักษณ์แห่งการตีกลับคำว่าโลกมันเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้สัญลักษณ์แห่งการแจกจ่ายเจือจางเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเป็นคุณธรรมคุ้มครองโลกเพราะฉะนั้นการไปแสดงสภาพธรรมการไปแสดงถึงลักษณะสัญลักษณ์ของการแจกจ่ายคืออาจารย์เมตตาเกื้อกูลเป็นสัญลักษณ์เอกของโลกตอนนั้นลักษณะนี้เป็นเรื่องของมนุษย์มนุษย์คนนั้นทำเป็นมนุษย์เท่านั้น เครื่องหมายมนุษย์เท่านั้นที่จะรู้จักนโยบายรู้จักวิธีการเป็นเรื่องสูงสุดเพราะฉะนั้นการบิณฑบาตในผู้เข้าใจไม่ได้จึงไม่เข้าท่าเลยผู้เข้าใจได้จะเห็นว่านี่เป็นเรื่องของปัญญาชั้นสูงสุดทีเดียวนโยบายในการบิณฑบาตมีความลึกซึ้งอธิบายอะไรอื่นๆให้ละเอียดละออขึ้นไปอีกก็ได้แต่วันนี้ก็จะพูดพอสมควรดังนั้นพวกเราที่จะได้มาทำลายแม้วันที่เราเองเราว่างเราไม่ได้บิณฑบาตเราไม่ได้ใส่บาตรถึงจะไม่ใส่บาตรจะมีโอกาสใส่บาตรแต่เราจะนำของมาที่นี่เลยมาถวายมาอะไรต่ออะไรแต่เราก็จะได้เอาของมาวัดมาเกี่ยวข้องมาสัมพันธ์มาอบรมมาใกล้มาได้รับสัจธรรมต่างๆด้วยทางนั้นทางนี้ที่นี่มีหลายผู้หลายคนเนี่ยมีพระ มีผู้ปฏิบัติหลายอย่างหลายอันมีจริตมีความเป็นของแต่ละบุคคลต่างกันแล้วก็จะได้มารับได้มาซึมๆซากๆได้มาโอภาปราศรัยได้มาคุยถึงมากถึงทางได้มาคุยถึงผลให้มันเกิดศรัทธาให้มันเกิดปัญญาให้มันรู้แนวร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน