สัจจะมีหนึ่งเดียวในโลกคือคำสอนของพระพุทธเจ้า.docx
เนื้อหาในไฟล์
สัจจะมีหนึ่งเดียวในโลกคือคำสอนของพระพุทธเจ้า _ถ้าจะกล่าวว่า สัจจะมีหนึ่งเดียวคือสัจธรรมที่เป็นคำสอนพุทธเจ้าได้ไหมคะ เช่น มีรักที่ใดมีทุกข์ที่นั่น หรือฆ่าความโกรธได้อยู่เป็นสุขได้ เป็นต้น เพราะไม่มีใครเห็นแย้งเลยได้ไหมคะ พ่อครูว่า….ได้อีก สิ่งที่มีความเป็นสองที่ยกขึ้นมาเทียบเคียงกันแล้วว่า อะไรจะดีกว่าอะไร นี่เป็นเรื่องของโลกีย์ธรรมดา แยกให้ออกเลยนะ ว่าศาสนาพุทธเนี่ยเรื่องดีเรื่องชั่วๆเนี่ยเป็นเรื่องของโลกีย์ นี่ศาสนาพุทธก็รู้ก็มีด้วยเป็นสมมติสัจจะ เป็นเรื่องของโลกๆคนโลกีย์ทั้งหลายแหล่ ศาสดาทุกองค์ก็ศึกษาเรื่องนี้หมดทั้งนั้นน่ะส่วนใครจะรู้เยี่ยมยอดสูงสุดอยู่ยังไง เป็นยังไงก็แล้วแต่ศาสดาของแต่ละศาสนาจะกล่าวไว้จะบัญญัติไว้จริงๆแล้วพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติในโลกปีนี้มี 2 อย่างละ 2 อย่างไม่เที่ยงขึ้นกับกาละเทศะสถานะของแต่ละยุคแต่ละยุคสมัยแต่ละองค์การและยุค ไม่เที่ยงหรอก สมมุติตอนนี้มันยังไม่ถูกเปลี่ยน กาลเปลี่ยนไปเปลี่ยนสถานะไปจริงๆ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบโลกต่างๆที่จะอาศัย จึงเป็นสมมติจะไม่เที่ยงรู้จักตรัสรู้เรื่องนี้ด้วยอะไรดีไม่ดีและเที่ยงไม่เที่ยง ท่านไม่ยึดมั่นถือมั่นในโลกีย์ ส่วนอีกอันนึงคือโลกุตระ อันนี้สิเขาไม่มีศาสดาของเทวนิยมใดๆเขาศึกษาและไม่รู้ ศาสนาไหนก็ไม่รู้ มีศาสนาพุทธที่รู้สุขทุกข์นี่เรื่องนี้ยิ่งใหญ่ สุขทุกข์ สุขทุกข์นี่คืออะไร สุขทุกข์นี่คืออาการหรืออารมณ์ของความรู้สึกของจิตวิญญาณ แล้วคนมันหลงสุขหลงทุกข์ เขาไม่ศึกษาไม่ศึกษาวิญญาณไม่ศึกษา 2 อย่างนี้
แล้วเทวนิยม ศาสนาพระเจ้าไม่มีพระเจ้าให้ศึกษาเลย จึงไม่รู้จักความจริงอันนี้เพราะไม่รู้จักความจริงอันนี้ จึงไม่รู้ว่าวิญญาณนังอนัตตา จึงไม่สามารถรู้จักรู้แจ้งรู้จริงว่าวิญญาณไม่มีตัวตนพระวิญญาณไม่มีตัวตนก็พูดกันไปด
อ่านต่อ
้วยตรรกะ ของศาสนาเทวนิยมก็พูดเท่ๆ แต่เขาไม่รู้เรื่องหรอก เพราะมันไม่มี นี่คือมันไม่มีจริงๆมันไม่มีตัวตนจริงๆ เขาก็ตัวตน อัตตา อาตมัน คือพระเจ้า ปรมาตมัน เขามีนิรันดร เทวนิยมต้องมีนิรันดร เขาไม่สามารถที่จะเลิกล้างความเป็นอัตตา ความเป็นความรู้สึกได้จึงเป็นองค์ความรู้สึกอยู่ จึงเป็นมนุษย์สุขนิยม เป็นมนุษย์สุขนิยมจะเอาจะสุขจะทุกข์ แต่ไม่รู้ว่าสุขทุกข์นี้เป็นภาวะอนัตตา สุขไม่มีตัวตนจริงมันเป็นของจริงมีตัวตนจริงหรอก มันเป็นความหลงของธาตุรู้ที่เรียกว่าวิญญาณ มีศาสนาพุทธเท่านั้นที่ตรัสรู้ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ศึกษาและค้นพบจนกระทั่งสลายธาตุจิตวิญญาณได้ แม้ยังไม่สลายบรรลุอรหันต์แล้วก็ทำจิตให้ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เป็นจิต กลางๆเป็นอุเบกขา จิตกลางๆ จิตอุเบกขานี่แหละไม่สุขไม่ทุกข์นี่แหละที่จึงไม่สุขไม่ทุกข์กับอุเบกขา อุเบกขามันนึกว่าไม่สุขไม่ทุกข์ แต่ไม่มีพยัญชนะก็เลยใช้ 2 ตัวนี้เป็นไวพจน์กัน แต่เป็นซินโนนีม คำใช้แทนกันไปใช้แทนเท่านั้นจริงๆและอุเบกขามันสุดจบกว่าไม่สุขไม่ทุกข์ ความไม่สุขไม่ทุกข์ก็พอให้คนที่ไม่รู้จักอุเบกขา แต่เขารู้สึกทุกข์ก็พอสัมผัสได้
อุเบกขานี่เขาสัมผัสไม่ได้ ก็มีผู้ที่ศึกษาอย่างมิจฉาทิฏฐิเป็นนั่งหลับตาทำ อุเบกขาในขณะนั่งหลับตาเขาก็ได้อุเบกขานะอุกเบกขา จะเป็นอุเบกขาแบบโลกีย์ แบบคนโลกๆมันไม่ว่างจากกิเลส มันไม่รู้จักกิเลสทำกิเลสออกไปไม่มีแล้ว เป็นจิตบริสุทธิ์จึงเรียกว่าอุเบกขาจะเป็นประโยชน์กับโลก อื่นๆใดๆไม่รู้จักอุเบกขาหรอกเป็นสมมติกลางเฉยๆข้างๆเป็นสมมติสัจจะจิตที่เป็นอุเบกขาจริงๆเขาไม่รู้ แม้แต่ในศาสนาพุทธทุกวันนี้คำสอนพุทธเจ้ายังอยู่แต่หาคนที่จะมารู้จักอุเบกขาจริงๆอาตมาว่าไม่มีหรอก นอกจากอาตมา ขออภัยจริงๆนะพูดแล้วยกตัวเองจริงๆไม่มี อันนี้โลกุตระอาจจะไกลเกินไป แต่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไรเราจะรู้ได้ด้วยการศึกษา เราไปติดอะไรที่มันสุขมันทุกข์ มันมีอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์ ที่เราไปติดไปยึดอยู่ มันมี อันนี้เรื่องจริง ก็ต้องได้ตรงนี้ ต้องเป็นสัมผัสในสัมผัส แล้วก็สุข ถ้าสมมุติตามจะหยุดถ้าไม่ได้ตรงตามสมมุติก็ไม่สุข สุขมากสุขน้อยไปตามลำดับ เพราะฉะนั้นถ้าเราเรียนรู้จักอาการหรืออารมณ์ของความรู้สึกที่ว่าเนี่ยตั้งแต่ไปสัมผัสกับเหตุปัจจัยอะไรเกิดอารมณ์ขึ้นมาก็เรียนรู้ เรียนรู้จนชัดเจน มันเป็นความสุขความเจริญเป็นสภาพ 2 อย่าง จนสามารถสัมผัสแล้วมันก็ฝึกฝนไปทำปัญญาให้แจ้ง ไปนั่งสะกดจิตเนี่ยนั่งหลับตามันไม่มีทางที่จะรู้ความจริงได้ มันไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายที่จะรู้สึกครบบริบูรณ์ของคนธรรมดาที่มีความตื่นเต็มชาคริยาเต็ม มันก็เลยมันก็มืดๆอยู่งั้น อยู่ในภพที่มันไม่เปิดตาปฏิบัติธรรมเรียนรู้ มันไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าเลยไม่ใช่ของศาสนาพุทธเลยจริงๆเลยมาถึงปีนี้ 50 ปี พูดเรื่องนี้สอนเรื่องนี้ มาเรื่องหลับตาหน่อยว่ามันไม่ใช่ของพุทธ ที่พูดเรื่องนี้สอนเรื่องนี้มากว่าเรื่องหลับตาหน่อย ว่ามันไม่ใช่ศาสนาพุทธ อ่านพระไตรปิฎกไปเลย เล่มที่ 9 อ่านดีๆไปเลย แต่อ่านไม่แตกหรอกเพราะเขายึดติดอย่างนั้น มันมีเหตุปัจจัยเยอะในพระไตรปิฎกฉบับนี้มันเป็นของพระกัสสปะ ซึ่งเป็นสายหลับตาสายติดเทวนิยม อะไรต่างๆรวบรวมพระไตรปิฎกด้วยไป อะไรหลายๆอย่างยิ่งยากใหญ่เลยแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะว่าเรามีฉบับนี้แต่ถ้าเข้าใจจริงๆก็ไม่มีปัญหา
630907_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 7