เศรษฐกิจดีเยี่ยมคืออย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
เศรษฐกิจดีเยี่ยมคืออย่างไร พ่อครูว่า...มาเข้าเรื่องประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ก็มี 3 คำใหญ่ ประชาธิปไตยคือการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ประชาธิปไตยที่มีเศรษฐกิจดีเยี่ยมคืออย่างใด หรือสังคมประเทศไทยมีเศรษฐกิจดีเยี่ยมคือสังคมที่มีประชาธิปไตยดีเยี่ยมแล้ว มาเข้าเศรษฐกิจดีเยี่ยมคืออย่างไร? เศรษฐกิจดีเยี่ยม คือ สังคมที่มีชีวิตอยู่อย่างสาราณียธรรม 6 จริงๆ แล้ว สาราณียธรรม 6 เกิดจากอะไร ทำอย่างไรถึงจะบรรลุคุณธรรมตาม 6ข้อที่ว่า จะเกิดได้ก็จากการปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 อย่างสัมมาทิฏฐิ เป็นเงื่อนไขหลักเลยนะ เมื่อได้ปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 อย่างสัมมาทิฏฐิมันก็จะเกิดสัมมาทิฏฐิ 10 ซึ่งก็ต้องบริบูรณ์ทั้ง 10 ข้อ สัมมาทิฏฐิ 10 จะสมบูรณ์เพราะมี สยังอภิญญาที่เป็นสัตบุรุษมาประกาศธรรมของพระพุทธเจ้ามาให้คนปฏิบัติได้เกิดผลจริง พูดตามสัจธรรมวิชาการนะ สัมมาทิฏฐิ 10 เกิดได้จะต้องมีสยังอภิญญา ที่เป็นสัตบุรุษผู้มีความรู้อภิญญาด้วยตัวเอง สย คืออย่างแท้จริง เป็นผู้ที่มาประกาศ สัตบุรุษผู้มาประกาศธรรมะจะต้องรู้สัมมาทิฏฐิ 10 นี้จริงๆ ข้อที่ 10 ก็อธิบายปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมอย่างไร หากเริ่มต้นไม่เข้าใจเรื่องศีลแล้วไม่มีศีลเป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติจรณะ 15 จนเกิดฌาน จนเกิดวิชชาสมบูรณ์แบบ นั้นก็ไม่ได้ ผู้ปฏิบัติต้องมีศีลเป็นมรรคผลอย่างเป็นลำดับแล้วรู้จักความเป็นโลกหน้าที่ต่างจากโลกนี้ คือโลกียะ รู้จัก อยังโลโก และปโรโลโก หรือสัมปรายภพ คือโลกหน้า โลกหน้าอย่างสัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่ไปเอาแบบวิมานจินตนาการที่ตายไปแล้วไปอยู่อย่างนั้นไม่ใช่ โลกหน้าคือโลกุตระ ปัจจุบันนี้คือความหมุนเวียนเปลี่ยนออกจากโลกนี้ไปสู่โลกใหม่โลกหน้าที่เป็นโลกโลกุตระ ผู้ที่จะเป็นอย่างนี้ได้มีคุณธรรมที่จะเป็นเครื่องยืนยันคือวรรณะ 9 เป็นคนเจริ
อ่านต่อ
ญไปตามลำดับ มีคุณธรรม ลองไล่วรรณะ 9 ดู สุภระ สุโปสะ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ สัลเลข ธูตะ ปาสาธิกะ อปจยะ วิริยารัมภะ วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย , ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) ช่วยกันสั่งสอนอบรมพระพุทธให้เจริญได้ง่ายและเจริญอย่างไร เจริญอย่างเป็นผู้ มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ไม่ใช่คนเจริญคือคนมากๆมักใหญ่มักโตไม่ใช่ คนละทิศทางคนละขั้ว คนละเหวกับฟ้าเลย เราเข้าใจผิดเท่านี้ก็ไปไม่รอดแล้ว ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ใจมันต้องพอ น้อยก็พอ หากมีมากก็ค่อยๆลดลงมา แต่ก่อนอาตมาเคยใช้เงินเดือนละ 50,000 เราก็ลดลงมาเดือนละ 30,000 หากยังมากอยู่ก็ลดลงเหลือ 20,000 ยังมากไปก็ลดลงเหลือ 5,000 ก็พอ หนักเข้าก็เท่าที่มีเท่าที่ได้ที่ที่จะใช้ จิตใจเป็นศูนย์ เท่าที่มีความจำเป็น แล้วก็มีสังคมส่วนกลางมีสาธารณโภคี เราใช้เท่าที่จำเป็นไม่ได้อยากฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายบำเรอตน รู้ความจริงว่าเราเองน้อยได้ จนกระทั่งเปลืองน้อยที่สุด นอกจากเปลืองน้อยสุดแล้ว ก็ยังเป็นคนมีความขยันมีสมรรถภาพสร้างสรรผลผลิตอยู่ในสังคมนั้นอยู่ จึงเป็นคนที่ไม่จน ไม่ใช่เป็นคนที่ไม่มีอะไร ก็มีแรงงาน มีสมรรถนะที่เราได้สร้างสรร ทั้งความรู้ความสามารถต่างๆ มันก็เกิดผลผลิต ขึ้นมาในสังคม มี product เกิดขึ้นมาในสังคม เพราะฉะนั้นในสังคมที่มี product ขึ้นมา ตอนนี้ก็ขอแวะ Product ผลผลิตที่เขาเรียกว่า GDP G คือ Gross รายได้องค์รวม D คือ โดเมสติก แปลว่าของภายใน อธิบายไปหลายทีก็ยังยากเพราะว่า GDP ของเขาเป็น GDP ของโลกีย์ของนายทุนของความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ มันไม่ใช่ GDP ของคนเสียสละ คนที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น GDP นั้นเป็นประโยชน์บำเรอความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว แก่ความโลภ ที่มีตัวตนแบบโลกีย์แล้วไม่มีที่สิ้นสุดแห่งความโลภ จึงเป็นการอธิบาย GDP แบบโลกียะ ที่เป็นอบายมุข ที่เป็นชาวนรกขี้โลภ ขี้โกรธ
ขี้หลงเต็มรูปเลย เพราะฉะนั้นต้องมาแก้ความเข้าใจผิดตรงนี้จึงยากแสนยาก
630911_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐกิจดีที่สุดคือเศรษฐกิจแบบคนจน