เศรษฐกิจดีที่สุดคือเศรษฐกิจคนจน.docx
เนื้อหาในไฟล์
เศรษฐกิจดีที่สุดคือเศรษฐกิจคนจน _ส.เดินดิน...พ่อครูเคยพูดเร็วๆนี้ ว่า อยากดูว่าหมู่บ้านแห่งไหน สังคมไหนพึ่งพาตัวเองได้ต้องดูในช่วงโควิด หากต้องปิดประเทศ ปิดจังหวัด ปิดอำเภอ ปิดตำบล ปิดหมู่บ้าน ปิดไปเป็นปีก็ดี ปิดแล้วอยู่ได้ ก็แสดงว่าหมู่บ้านนั้นพึ่งพาตัวเองได้ หมู่บ้านเราก็อยู่ในอันดับ ตอนนี้พัฒนากร บอกว่าจะส่งหมู่บ้านเราเข้าประกวด พ่อครูว่า...อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็มีผลผลิตมีผลงาน แม้สิ่งที่ปลูกไม่ได้ปลูกก็เป็นพืชพันธุ์ธรรมชาติ เช่นดอกโสน พวกเราขยันก็ช่วยกันไปเก็บผลผลิตพวกนี้ ไม่อย่างนั้นก็เหี่ยวแห้งสูญหายไป พวกนี้เป็นพืชล้มลุก เก็บไปใส่ศาลาปันสุข ให้ได้เรื่อยๆ ใครจะเอาไปกิน ตั้งกองเก็บไปเลย เราก็มีมะละกอเยอะ พริกก็มี มะเขือก็มีไม่ใช่น้อย เรากินไม่หมดหรอกมันจะสูญเสียแล้วมันก็จะแห้ง เราก็มีพันธุ์อยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้พวกเรายังมีความขยัน สมรรถนะในการสร้างสรรไปได้อีกเยอะ ถ้าเผื่อว่าเราเพิ่มพลังสร้างสรรพวกนี้ขึ้นมา แม้แต่เก็บผลผลิตขึ้นไปเพื่อที่จะเผยแพร่แจกจ่าย อาตมาว่าเป็นที่ศาลาปันสุข หรือไปแจกที่อุทยานบุญนิยม แจกที่สหกรณ์บุญนิยมก็ได้ถ้ามีมากพอ เก็บได้เท่า นี้ก็หมดแล้วก็เท่านั้นพรุ่งนี้ก็เอาไปแจกใหม่ ทำด้วยความจริงใจเป็นผู้ให้ เป็นผู้ที่มีเหลือ เราไม่ได้ยากจน แต่เราเป็นคนจน เป็นแต่เพียงพวกเราเป็นคนอยากจน พวกเราไม่ใช่คนยากจน เพราะเราจนสำเร็จแล้ว เราต้องการจะมาเป็นคนจนแล้วเราก็จนสำเร็จด้วยไม่ต้องอยากเพราะเราเป็นได้อยู่แล้ว จึงกลายเป็นคนยากจนอยู่แล้ว แต่เป็นคนยากจนมหัศจรรย์ เป็นคนยากจนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นคนยากจนที่ประเสริฐ เป็นคนยากจนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นอยู่ได้เสมอ มันเป็นความขัดแย้งกันอยู่ในตัวทั้งหมดเลย ในสภาวะจริง พูดอย่างหนึ่งแต่สภาวะจริงอีกอย่างหนึ่ง นี่คือลักษณ
อ่านต่อ
ะสิริมหามายา เดี๋ยวก็พูดกลับไปกลับมา มันกลับยากหรือไม่ยากที่พูดเมื่อกี้นี้ พวกเราจนโดยไม่ยาก วันนี้เจอดอกกระเจียวนี่ ใหญ่ (บนโต๊ะ) สอดคล้องกับพระพุทธเจ้าและในหลวงรัชกาลที่ 9 และตรงเป้าที่สุดกับสัจธรรม เพราะอะไร คนในโลกนี้เป็นคนมีความโลภมากกว่าคนไม่มีความโลภซึ่งมีน้อย คนไม่มีความโลภคือคนที่มาทำตัวเป็นคนจน ความจนนี้ถ้าจนคนเดียวไม่มีเพื่อนเลย ไม่อยู่ในร่วมทฤษฎีหลักการเดียวกัน มีความจนคนเดียวก็ตายคนเดียว แต่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้านั้นไม่ใช่ขัดแย้งกับธรรมชาติ คนเป็นสัตว์โขลงที่ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ให้คนมาศึกษาและเป็นคนจนในทฤษฎีเดียวกันกับของพระพุทธเจ้าให้ได้ เมื่อคนมาจนได้มีจิตที่มีปัญญา จิตใจมันรู้ว่าต้องมาจนแล้วมันมีความเป็นได้คือมี เจโต และรู้ว่าจนนี้ดีด้วย ในองค์ประกอบทฤษฎีทั้งหมด มาจนแล้วก็มีองค์ประกอบของคนอยู่ร่วมกันสร้างสรรร่วมกัน ไม่เห็นแก่ตัวเอง หรือไม่แม้แต่เห็นแก่พวก หรือบางคนก็มีอยู่บ้าง แต่คนที่ไม่มีตัวตนก็เป็นสัจจะของคนที่ปฏิบัติได้เป็นแก่นเป็นแกน เพราะฉะนั้นในความเป็นสาธารณโภคี จึงเป็นสภาพเศรษฐกิจของคนจน คือจนหมดเนื้อหมดตัว ทำงานแล้วให้กองกลางหมด เรียกด้วยภาษาว่าเสียภาษี ที่จริงไม่ได้เสียภาษีหรอกแม้แต่ต้นทุนก็ให้หมด ทำแล้วเอาเข้ากองกลางหมด แบ่งกันกินใช้ตามระบบสาธารณโภคี ไม่ได้ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย กินแต่พอเหมาะพอควร เพราะฉะนั้นคนแต่ละคนมาสร้างให้เป็นคนมีสมรรถนะ มีความขยัน ที่มากเกินพอ คนๆหนึ่งกินใช้ไม่มาก แต่เราสร้างได้มาก คนที่มีความสามารถสำหรับคนๆหนึ่งเลี้ยงคนได้เป็นร้อย เลี้ยงคนได้เป็นพันได้ ความสามารถของคนๆหนึ่งสามารถเลี้ยงคนเป็นร้อยเป็นพันได้ แต่ต้องเป็นคนมักน้อยสันโดษกันด้วยนะ หากไปเลี้ยงคนตะกละตะกลามมันก็ไม่พอหรอก เมื่อคนที่มีทัศนคติหรือมี Concept มาในทิศทางเดียวกันเป็นสัมมาทิฏฐิเป็นทิฏฐิสามัญญตาอย่างที่พวกเรามารวมกัน มันจึงรวมกันแล้วเป็นทั้งกระบวนการเป็นทางพฤติกรรมตามกระบวนการและมีทั้งทิฐิที่เป็นสามัญญตา จึงเกิดพฤติการณ์ของสังคมที่เราเป็นอยู่ ก็มีอยู่ทั้งงานการผลผลิตความเป็นอยู่อย่างมีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม อยู่กันอย่างเกื้อกูลเมตตากัน ไม่มีใครไปริษยากัน รู้ว่าคนไหนควรจะช่วยมาก คนเจ็บป่วยมากช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยก็ช่วยให้มากหน่อย คนพิการคนแก่ช่วยตัวเองไม่ได้มากก็ต้องให้คนอื่นช่วยมาก เด็กนี้ช่วยตัวเองไม่ได้เลย หรือช่วยตัวเองได้น้อยอย่างนี้เป็นต้น ก็มีภูมิปัญญามีปฏิภาณรู้ว่าต้องช่วยคนที่สมควรอยู่ แล้วคนเหล่านั้นไม่ใช่เขาจะไปแกล้งเป็น มันก็เป็นตามชะตา เด็กก็คือเด็กคนแก่ก็คือคนแก่ คนพิการก็คือคนพิการ คนเจ็บป่วยก็เป็นคนเจ็บป่วย คนไร้สมรรถภาพสมองไม่บริบูรณ์เป็นต้น มันก็ต้องเป็นของเขาตามธรรมชาติ มันเป็นสังคมเดียวกันก็ต้องช่วยดูแลกัน การที่มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มันครอบคลุมหมดแล้ว พฤติกรรมจริงของแต่ละคนมันมีจริงไหม เป็นของจริงไหม เพราะฉะนั้นจิตใจของคนที่ได้ฝึกอบรมมาอย่างดีแล้ว มีจิตใจมีเมตตา มีจิตเป็นพระพรหม มีพรหมวิหาร 4 อย่างแท้จริงแล้ว มันก็มีภาพจริงให้เห็นได้ ท้าทายให้มาพิสูจน์ เรียกมาดูได้ เอหิปัสสิโก ได้จริง อาตมามั่นใจว่าเศรษฐศาสตร์ที่กำลังขยายความนี้ พวกเราทำได้แล้วเป็นสามัญปกติไม่ได้ยาก สบายๆปกติไม่ได้ยากอะไร ไม่ต้องมีกิเลสเข้ามาขับดัน มันก็อยู่อย่างนี้ ได้อย่างนี้เป็นอย่างนี้สบาย สบม ทมด ปกต หห จจ ความจริงพวกนี้เรามีไม่ใช่น้อยคน ชาวอโศกก็มีเป็นชุมชนๆๆ อยู่ทั่วประเทศ มีทิฏฐิสามัญญตา มีศีลสามัญญตา แล้วก็อบรมฝึกฝนตัวเองอยู่ ผู้ที่ได้แล้วเป็น อรหัตตผล ก็เป็นแกนให้หมู่ไป มีแต่ความเจริญเพื่อผู้อื่นตลอดไปเลย หมดประโยชน์ตนก็มีแต่ประโยชน์ผู้อื่น ผู้ที่ยังไม่เป็นอรหันต์ก็ตามสัจจะ อนาคามีก็เหลือประโยชน์ตนเองไม่มากแล้ว สกิทาคามีก็เหลือประโยชน์ตัวเองไม่ใช่น้อย พระโสดาบันก็เริ่มจะลดประโยชน์ตัวเองทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นให้มาก ลดลงไปไม่ใช่มานั่ง กดข่ม แต่ลดเพราะมันเฟ้อ มันโง่มันถูกหลอก ไปกินตามแฟชั่นหลอกไปใช้ตามแฟชั่นหลอก เท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะว่าแฟชั่นมันไม่หยุดหลอก มันหนักหน้าเพิ่มอีกเท่าไหร่ ไม่ว่าแฟชั่นทางการแต่งตัว การกิน การเต๊ะท่า สารพัดมีเท่าไหร่มันจะพอ ไม่ต้องเอาอะไรมาก กูรวยมากๆขึ้นอันดับทำเนียบได้เท่าไหร่ยิ่งยอด แค่นี้ก็ตายแล้ว ชัดเจนไหม รวยแบบไม่มีลิมิตเลยต้องขึ้นเบอร์ 1 ใน Top 5 Top Ten แค่นี้คุณก็ตายแล้ว ดูดได้ดูดไปแล้วก็ขึ้นทำเนียบโชว์กันอยู่นั่นแหละ แล้วเขารู้ตัวที่ไหนว่าเขาเองเขาขายขี้หน้า เปล่าเลยเขาบอกว่าเขาได้หน้า เห็นไหมว่ามันกลับกันเป็นสิริมหามายา เขาขายขี้หน้าแต่เขากลับว่าเขาได้หน้า น่าอายแต่เขาก็ว่าน่าโชว์ เห็นไหมอย่างนี้ ซึ่งมันยาก เอาคนที่เข้าใจ คนที่ชัดเจนก็มาสร้างฐานอันนี้ สร้างฐานความเป็นโลกุตระบุคคล ความเป็นอาริยะที่ประเสริฐแท้ คำว่า โลกุตระ นี้ใช้ได้ คำว่า อริยะ นี้ใช้ไม่ได้เท่าไหร่แล้ว มาจากคำว่าศิวิไลซ์ เป็นภาษาโลกีย์ เจริญแบบโลกีย์ ซึ่งมันไม่ใช่ ศิวิไลซ์ของเรามันเป็นศิวิไลซ์แบบโลกุตระ ตรงกันข้ามกับโลกียะ คนละขั้วกัน อธิบายไปแม้จะยากเท่าไหร่ก็ต้องทำ เพราะอันนี้มันจะช่วยโลกได้ โลกมันมีแต่แนวโน้มที่ไปในทิศทางโลกียะ เดี๋ยวนี้ก็ยิ่งไปนำหน้าไม่หยุดหย่อน แต่ดีที่มันได้เกิดโลกุตระขึ้นแล้ว คนที่มีจิตโลกุตระเป็นอริยะ มันมีได้แล้ว เกิดในประเทศไทย ขอพูดดังๆขออภัย ข่มประเทศไหนก็ช่างเถอะ เพราะว่าประเทศอื่นไม่มี มันมีแต่ในประเทศไทย แม้พุทธศาสนาในประเทศอื่นก็ตาม ยังไม่มี ยัง ตามอโศกมา ไม่ว่าพุทธศาสนาประเทศไทย ยังไม่ใช่โลกุตระเท่าประเทศไทยเรา แม้แต่ตัวลักษณะของ โควิค เป็นเครื่องชี้บ่งความเป็นโลกุตระชนิดหนึ่ง โควิดนี่ อาตมารู้สึกตัวว่ายังไม่เก่งเท่าไหร่ที่จะขยายความ แล้วมันเป็นอะไรอย่างไร ยกตัวอย่างคิดยังไม่ออก ใครคิดออกช่วยขยายความสู่กันฟัง ขยายออกไป เพราะพวกเรามีปฏิภาณปัญญาพอที่จะอธิบายแทนอาตมาได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรามั่นใจเราเชื่อแน่ว่าโลกุตรธรรมคืออย่างนี้ ๆๆ แล้วมันได้เกิดเชื้อขึ้นแล้ว มันเกิดแล้วในมนุษย์ ไม่ใช่คนเดียว ไม่ใช่สิบคน ไม่ใช่ร้อยคน ไม่ใช่พันคน มากกว่า พันแล้ว เป็นหมื่นเป็นแสนแล้ว แต่ยังไม่อยากเดาไปว่าเป็นล้าน ถ้าเขาจะมี อัญญธาตุ เป็นธาตุโลกุตระ พูดอย่างเข้าข้างตัว ก็กะปริดกะปรอยก็ เป็นล้านแล้ว เพราะว่าการสื่อสารมันเจริญ เขาได้แต่เชื่อถือ ก็เชื่อถือ ก็ดี แต่ก็ไม่ทำตามหรอก ถ้าเชื่อฟังแล้วทำตามนะ คนทำตามแล้วเกิดผลหยั่งลง ก็เป็นการเชื่อมั่น
630911_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐกิจดีที่สุดคือเศรษฐกิจแบบคนจน