เพลง อิสรเสรีภาพ.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพลง อิสรเสรีภาพ อิสระเป็นเช่นใด ใช่ฝันกันได้ง่าย อิสระกายแต่ใจ ไม่พ้นคนคือทาส เพราะเพียงกามโกรธยังบังอาจ ขลาดกลัวแท้ แพ้มันไม่สร่าง อิสระเป็นเช่นไร ใช่นึกทึกทักได้ อิสระใจหากใครเข้าถึง ซึ้งเกินอ้าง นั้นคือคนที่มีใจว่าง ผู้เพียรล้าง จนกิเลสตาย อิสระไซร้ใช่เพียง แค่เกี่ยงเอาได้ดั่งใจ หรือจะประสงค์สิ่งใด แล้วได้ตามใจมุ่งหมาย นั้นใช่อิสรชน นั้นแค่คนยังวุ่นวาย เพราะว่าอัตตามากมาย ขายหน้าความเป็นทาสใจ อิสระคือบุคคลผู้พ้นความเป็นทาส ปราศจากปวงบ่วงกิเลสไซร้เป็นใจใหม่ เสรีภาพอาบใจยิ่งใหญ่ ใคร่ครวญซ้อนสังวรให้ดี ผู้มีอิสระจริงนั้นยิ่งไม่เอาแต่ใจ เพราะไม่ประสงค์สิ่งใดใคร่อยากบำเรอ“สุขี” เพราะท่านไม่เห็นแก่ตัว รู้ทั่วตัวกิเลสดี ลึกด้วยปัญญามากมี เหลือที่จะทายคาดเดา อิสระคือบุคคลผู้พ้นโลกีย์ได้ หากปองสิ่งใด“ให้ตน” ไม่พ้นเกมคนเศร้า ขืนงมจมอยู่ในโลกเก่า ก็ยังเขลา มี“เรา”เรื่อยไป. เพลง“อิสรเสรีภาพ”นี้แต่งทำนองเอาไว้ตั้งแต่ ๓๐ พ.ค. ๒๔๙๙ แล้วมาเขียนเนื้อร้องเมื่อ ๒๙ ม.ค. ๒๕๒๙ แถมยังแก้ไขใหม่อีกเสร็จ ๒๗ ก.พ. ๒๕๓๔ แล้วให้ปราจีณ ทรงเผ่า แยกเสียงประสาน และ The Hot Peppers Singings ซึ่งประกอบด้วย รุ่งพิรุณ เมธารมณ์,ผุสดี เอื้อเฟื้อ,ศาสสัณฑ์ บุญญาสัย,ยงยุทธ มีแสง เป็นคณะแรกที่ขับร้องอัดเสียงลงอัลบั้ม“ขวัญ” พร้อมด้วยแผ่นเสียง long play เมื่อ ๒๙ เม.ย. ๒๕๒๙ วางตลาด มิ.ย. ๒๕๒๙ จากนั้น ก็มี สุทธินันท์ จันทระ ขับร้องเดี่ยวในอัลบั้ม“ฟากฟ้าฝั่งฝัน” ที่วางตลาด ธ.ค. พ.ศ.๒๕๓๔ และต่อมามีอีกหลายคนจำไม่ได้ เพลง“อิสรเสรีภาพ”นี้คือเพลงที่ชื่อว่า ศิลปะที่เป็น “โลกุตระ”แท้ๆชัดเจน เพราะเป็นเพลงที่สื่อถึงเรื่อง“จิต-เจตสิก-รูป-นิพพาน”โดยตรง ผู้ที่ไม่มีภูมิรู้ใน“โลกุตร
อ่านต่อ
ธรรม”หรือผู้ที่ติดยึดอยู่แค่บัญญัติ ก็อาจจะเห็นว่าเพลงนี้ยังมีภาษาคือคำว่า“บุคคล”ปนอยู่ในเนื้อเพลงนี้ ก็มีจริง..แต่คำ ว่า“บุคคล”ที่มีในเพลงคำนี้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ“รูปธรรม”คู่อยู่กับ“นามธรรม” ซึ่งแสดงถึงความเป็น“ภาวะจริงที่มีคนจริง”ใน“ธรรมะ ๒”ยืนยันว่ายุคนี้มีจริงๆโดยอธิบายความเป็น“กาย”ของ“ปรมัตถธรรม”แท้ ซึ่งบุคคลผู้พ้นความเป็น“ทาส”จริง หรือพ้นความเป็น“โลกีย์”แน่แล้วที่ยืนยันว่า ตนเป็นผู้มี“อิสระเสรี”เหนียวและมั่นคงแน่นนานจริงนั้น มัน มีได้ใน“ยุคนี้”ตามธรรมที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้าอยู่จริง ไม่ได้หมายถึงว่า มีได้ใน“คน”ที่ยังอยู่แต่“ยุคทาส”ที่เป็นกันเมื่อหลายร้อยหลายพันปีโน้นเท่านั้น ทว่าหมายถึง“อิสรเสรีภาพ”ที่เป็น“อาการใจ”ของคนแท้ๆนั้นมีได้แม้ในคนยุคปัจจุบันนี้ทีเดียว ยืนยัน(confirm) นั่นต่างหาก “อิสรเสรีภาพ”ในเพลงนี้ จึงไม่ได้หมายถึง ความเป็น“สมมุติธรรม”โดดๆเพียงอย่างเดียว แต่มีความเป็น“ปรมัตถธรรม”ของจริงร่วมยืนหยัดอยู่ เราขอยืนยันจริงๆ เพลงนี้คือ“ศิลปะโลกุตระ”ที่มีมนุษย์ยุคนี้อยู่กันอย่างเป็นสังคมหมู่ชนที่เป็น“ประชาธิปไตยผู้สัมบูรณ์”ด้วย“อิสรเสรีภาพ-ภราดรภาพ-สันติภาพ-สมรรถภาพ-บูรณภาพ” ไม่ขึ้นต่ออำนาจ“โลก”ยุคนี้ที่เต็มไปด้วย“อบายลาภ-นรกยศ-อเวจีสรรเสริญ-อสูรกายสุข-เปรตจิตว่างจิตเป็นกลาง”ที่มีอยู่ในประเทศใหญ่,ประเทศเล็ก และประเทศกลางๆ มัวเมากันอยู่อย่างหน้ามืดบ้าง ยังจมดิ่งดื่มอยู่อย่างไม่เงยหูเงยหัวบ้าง ยังหลงงมงายผลุบๆโผล่ๆอยู่บ้าง หรือพอรู้ได้แต่ยังกระมิดกระเมี้ยนแอบๆแฝงๆแก้ตัวไปปะล่อมปะแล่มปัดๆป้องๆตนเองอยู่บ้าง หรือที่ทำเป็นหลบๆนิ่งเงียบซ่อนบังฉากบางๆอยู่บ้าง. “สมณะโพธิรักษ์”(๕ ก.ค. ๒๕๖๐) **[หลังปกเราคิดอะไร? ฉบับ ๓๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐]