เพลง ฝั่งฝันชาวหินฟ้า_.docx

โฟลเดอร์เนื้อเพลงพ่อครู เพลงพ่อครู
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.19 KB
วันที่แก้ไข15 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เพลง ฝั่งฝันชาวหินฟ้า

ฝั่งฝัน ณ ดวงจินต์ชาวหินฟ้า คือฝันว่าฟ้างามอร่ามใส ฝันว่าดินดีอุดมผสมไพร และฝันว่าน้ำใสยังไหลริน ทั้งฝันว่าน้ำใจในมนุษย์ เปรียบประดุจน้ำสะอาด ณ หาดหิน ฝันว่าคนหรรษาไร้ราคิน ทุกสิ่งสิ้นที่ฝันเห็นจักเป็นจริง.

เพลง“ฝั่งฝันชาวหินฟ้า”นี้เป็นบทกวีของ“ท่านจันทร์” (สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ)ที่อาตมาพบความฝันของท่านเข้า ก็รู้สึกว่า มันเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่จริงๆ “ฝันว่าคนหรรษาไร้ราคิน”ปานนี้นี่ มันสุดยอดแล้ว ถ้าสังคมใดที่มีคน“หรรษาไร้ราคิน” ซึ่งชัดๆก็คือ มีคนที่ทั้งเป็นสุขสบายสดชื่นรื่นรมย์ ทั้งไม่มี“ราคิน” ก็คือไม่มีมัวหมองด้วยความไม่ดีไม่งามทั้งหลาย แม้ที่สุดไม่มัวหมองด้วยกิเลสทั้งหลาย ก็สุดแสนวิเศษเลยสังคมนั้น แถมขึ้นต้นบทด้วยบรรยากาศธรรมชาติอันแสนหวานอีกด้วย ฟ้างาม-ดินดี-น้ำใส-น้ำใจในมนุษย์สุดสะอาด สังคมมนุษย์หรือกลุ่มคนที่เป็นอยู่อย่างหรรษาไร้ราคินนี้ น่าจะใส่ทำนอง ร้องเป็นเพลง อาตมาจึงนำมาใส่ทำนองเมื่อ ๒๐ เม.ย.ถึง ๒๓ เม.ย. ๒๕๓๖ ก็เสร็จ บรรเลงอัดเสียงเวอร์ชั่นแรกก็ให้ ปฏิพล เหมวรานันนท์ แยกเสียงประสาน เพียงดาว ประดับดิน(ดร.ปู) ขับร้องคนแรก ในอัลบั้ม“เก็บดอกหญ้ามาฝาก” อัดเสียงเมื่อวันที่ ๑ พย.๒๕๓๖ ประกอบดนตรีเสร็จ ๕ ธ.ค. ๒๕๓๖ มิกซ์เสร็จ ๑๖ ธ.ค. ๒๕๓๖ ออกวาง ตลาด ธ.ค. ๒๕๓๖

กวีกานท์ของ“อิสรา”เป็นศิลปะพ้นไปจากขั้น“ลามก” จากขั้น“ราคะ” เป็น“ศิลปะ”ส่งเสริม“สาระ”(essence) เป็น “ธรรมะ”ขั้น“โลกุตระ”ทีเดียว กล่าวคือ เป็นเพลงชี้ชวนให้หันมาใส่ใจในชีวิต ที่หลงโลกีย์ อันหมายถึง ชีวิตต้องเป็นหนึ่งในโลกุตรธรรม เป็นอิสระออกมาจากโลกียธรรมเสียบ้าง ชีวิตไม่ใช่จะหลงอยู่แต่กับลาภ,ยศ,สรรเสริญ,สุข ที่สังคมโลกทุกวันนี้นั้นจูงนำ ชี้ชวน ประโคมโน้มน้อมย้อมใจกันให้ห

อ่านต่อ

ลงงมงายจมปลักไปกับ“โลกธรรม”จนสาหัสสากรรจ์ยิ่ง ก็ไม่รู้สึกรู้สากันแล้ว หันมาสังวรสำรวมตน เป็นคนติดดิน เหมือนดอกดินดอกหญ้า ที่พึ่งตนเอง แข็งแรง สู้แดดน้ำลมฝน ทนทานได้อย่างอิสระ มันเป็นชีวิตของเรา ที่เรามีสิทธิ์ที่จะเป็นเช่นนี้ มีร่มไม้ และสายธาร เรียบง่าย สบายใจ สัจจะของชีวิตไม่ใช่จะปรารถนา จะเอาแต่จะเป็นใหญ่เป็นโต มีอำนาจบาตรใหญ่ ร่ำรวยล้นฟ้า อย่างที่ปุถุชนคนทั่วไปคิดกัน ซึ่งอย่างนั้นมันคือทางแห่งการสะสมกอง“กิเลส”ใส่ตนยิ่งขึ้นๆๆๆๆ ก็ไม่รู้ตัว ดูอย่างดอกหญ้านั้นบ้างเถิด ชีวิตนี้อะไรกันนักหนา ความง่ายงามแห่งชีวิต มันหล่นหายไปไหน สัจจะจากดอกหญ้ามีให้เราฉุกคิดอะไรได้บ้างไหมเอ่ย?

“สมโพธิรักษ์”

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน