เพลง ล้ำค่ากว่าดาว.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพลง ล้ำค่ากว่าดาว
อยู่ไปวันวัน ฝันถึงดวงดาว เจ็บปวดรวดร้าวปีนป่ายไม่ถึง มิอาจซาบซึ้งคุณค่าสามัญ เริ่มชีวิตใชหม่ จุไฟสร้างสรร มาเป็นพืชพันธุ์ ใกล้ชิดติดดิน หยั่งลงสู่พื้น หยัดยืนทั่วถิ่น ให้ร่มห่มดิน ล่ำค่ากว่าดาว
เพลง“ล้ำค่ากว่าดาว”นี้เป็นบทกวีของ“อิศรา” ภาษากวีกระทัดรัด สั้นๆได้ความคมชัด เห็นว่า น่าจะใส่ทำนอง ร้องเป็นเพลงคงดี อาตมาจึงนำมาใส่ทำนองเมื่อ ๑๑ มิ.ย.ปี ๒๕๑๖ เวอร์ชั่นแรกให้ ปฏิพล เหมวรานันนท์ แยกเสียงประสาน รอยใจ ประดับดิน(กุ้ง) ขับร้องคนแรก ในอัลบั้ม “เก็บดอกหญ้ามาฝาก” อัดเสียงเมื่อวันที่ ๑ พย.๒๕๓๖ ออกวางตลาด ธค. ๒๕๓๖ เนื้อหาสาระเป็นศิลปะพ้นไปจากขั้น“ลามก” จากขั้น“ราคะ” แทนที่จะส่งเสริมกิเลสแต่มี“สาระ”(essence)เป็น“ธรรมะ”ขั้น“โลกุตระ”ทีเดียว กล่าวคือ เป็นเพลงชี้ชวนให้หันมาใส่ใจในชีวิต ที่หลงโลกีย์ อยู่ไปวันๆฝันถึงดวงดาว อันหมายถึง ชีวิตต้องเป็นหนึ่งในโลกธรรม มีลาภ,ยศ,สรรเสริญ,สุข ที่สังคมโลกนั้นมันจูงนำกันให้หลงงมงายจมไปกับ“โลก”นั้นหนักหนาสาหัสยิ่งแล้ว เมื่อรู้ว่า อย่างนั้นเป็น“โลกฝัน”จึงหันมาเริ่มชีวิตใหม่จุดไฟสร้างสรร กลับมาหาความเป็นพืชพันธุ์ใกล้ชิดติดดิน แทนที่จะไปหลงดวงดาว ก็หันมาหยั่งลงสู่พื้น หยัดยืนทั่วถิ่น ให้ร่มห่มดิน นี้จะลำ้ค่ากว่าดาวเป็นไหนๆ อย่างนั้นมันมีแต่การเพิ่ม“กิเลส”ใส่ตนยิ่งขึ้นๆๆๆๆ แม้จะประสบผลสำเร็จในโลกธรรมอย่างสุจริตก็ตาม กิเลสก็ได้รับการบำเรอใส่ใจตนหนาขึ้นหนักขึ้นตลอดเวลา จึงได้ชื่อว่า“คนกิเลสหนาขึ้นๆ”ไปตลอดกาล ซึ่งคำว่า“ปุถุ” แปลว่า หนา,ใหญ่,โต,มาก,อ้วนแท้ๆ ปุถุชนผู้แสวงสุขในโลกีย์จึง ชื่อว่า คนมีชีวิตในวันแต่ละวัน มัวเมาเอาแต่หลงฝันไขว่คว้า “ดวงดาว” เมื่อหายจากหลงฝัน จึงชื่อว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
“สม
อ่านต่อ
ณะโพธิรักษ์”