เพลง สมรรถภาพ.docx

โฟลเดอร์เนื้อเพลงพ่อครู เพลงพ่อครู
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.50 KB
วันที่แก้ไข23 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

เพลง สมรรถภาพ [สร้อย]...๏มาเถิดมาอย่าช้า อยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียม มาปลูกย้ำทำเนียม เตรียมไถไร่นาป่าสวนมวลพืชพันธุ์ มาสร้างคนร่วมกันรังสรรค์บ้านเมือง ประเทืองประทีปไทย

[คำร้องท่อน1] ๏เมื่อเกิดมาเป็นคน ทุกชีพชนฝันใฝ่ สูงสุขจริงยิ่งใหญ่ต่างไขว่ต่างคว้า พลิกตนฟันฝ่าเพื่อจะพาชีวิตดี หากใครเชื่อกรรมสมรรถะทำเต็มที่ ขยันสร้างสรรแล้วพลีย่อมมีคุณแท้ ทั้งเป็นทรัพย์แก่ผู้แผ่บุญหนุนโลก .......[ร้องซ้ำ..สร้อย]....... [คำร้องท่อน2] ๏เมื่อเกิดเป็นคนแล้ว จะแคล้วคลาดความทุกข์โศก ก็เพราะฝึกตนทวนโลกโชคดีหลุดพ้น พลิกตนพาชาติปราศอบายเสริมบุญ สร้างคนสร้างงานสามารถจานเจือจุน สมรรถะนี้คือทุนยอดคุณค่าแท้ ทั้งเป็นบุญแผ่แก่มวลชนทั้งโลก .......[ร้องซ้ำ..สร้อย].......

เพลง“สมรรถภาพ”นี้เป็นเพลงล่าสุดของอาตมาแต่งเนื้อร้องในปี ๒๕๔๖ จากทำนองที่แต่งไว้เมื่อ ๑๖ ก.ย.๒๔๙๙ เวอร์ชั่นแรก ปฏิพล เหมวรานันนท์ แยกเสียงประสาน ปัญญาพล เหมวรานันท์ ขับร้องคนแรก จังหวะช้า อัดเสียงเมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค.๒๕๔๖ใน อัลบั้ม“จงดิ้นให้แร้งดู” ออกวางตลาดในงาน“ตลาดอาริยะปีใหม่ ๒๕๔๗ ที่ชุมชนราชธานีอโศก เวอร์ชั่นแรกนี้มีเนื้อร้องแค่“ท่อน๑”ท่อนเดียว มาแต่งเนื้อร้อง“ท่อน๒”เติมอีกทีหลังในปี๒๕๔๗ เวอร์ชั่นใหม่ในปี๒๕๕๙นี้ “โอ๋กับป็อบวงฆราวาส” ช่วยกันแยกเสียงประสาน เกียรติศักดิ์ เหมวรานันท์ ร้องนำในจังหวะเร็ว ต่างกับเวอร์ชั่นแรก เนื้อหาสาระเป็นศิลปะพ้นไปจากขั้น“ลามก” จากขั้น“ราคะ” แทนที่จะส่งเสริมกิเลสแต่มี“สาระ”(essence)เป็น“ธรรมะ”ขั้น“โลกุตระ”ทีเดียว กล่าวคือเป็นเพลงชี้ชวนให้หันมาใส่ใจในกสิกรรมอันเป็น“งานรากเหง้าพื้นฐานแท้ของชาวไทย” ที่สมัยนี้ถูกเมินถูกเหยียดเป็นงานของคนชั้นล่างไปแล้วิ

อ่านต่อ

เป็นของคนแรงงาน ซึ่งจริงที่สุดต้องใช้แรงงานหนัก ผลิตเพื่อเลี้ยงโลกสังคมโลก โลกีย์นั้นมันจูงนำกันให้หลงงมงายจมไปกับ“อัตตา”หนักหนาสาหัสยิ่งแล้ว โลกหรือสังคมที่มอมเมากันด้วย“ศักดินา”นั้นมันไม่ได้สร้างสรรสังคมอะไรกันหรอก อย่าหลงจมไปกับ“กิเลส”ชาติแล้วชาติเล่ากันนัก ถ้าไม่หันมาศึกษาพุทธที่เป็นโลกุตรธรรมให้ได้ ก็พากันจมไปกับโลกีย์ที่มีแต่การเพิ่ม“กิเลส”ใส่ตนยิ่งขึ้นๆๆๆๆ แม้จะประสบผลสำเร็จในโลกธรรมอย่างสุจริตก็ตาม กิเลสก็ได้รับการบำเรอใส่ใจตนหนาขึ้นหนักขึ้นตลอดเวลา จึงได้ชื่อว่า“คนกิเลสหนาขึ้นๆ”ไปตลอดกาล ซึ่งคำว่า“ปุถุ” แปลว่า หนา,ใหญ่,โต,มาก,อ้วนแท้ๆผู้แสวงสุขในโลกีย์จึงชื่อว่า ปุถุชนตื่นเสียทีเถิด!..คนเอ๋ยคน!.

“สมณะโพธิรักษ์” ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๙ [หลังปกเราคิดอะไร? ฉบับ ๓๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน