a13.ภาคผนวก.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์4.96 MB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

208 ภาคผนวก 209 ภาคผนวก ก แบบสัมภาษณกึ่งมีโครงสรางความสัมพันธระหวางการปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง 210 แบบสัมภาษณกึ่งมีโครงสรางความสัมพันธระหวางการปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณขงผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง เก็บขอมูลวันที่ ........เดือน.............พ.ศ........... สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไปของผูใหขอมูล 1.1 ขอมูลสวนตัว ชื่อ นามสกุล อายุ เบอรโทรศัพท ที่อยู อาชีพ สถานภาพสมรส ศาสนา การแพรกระจายของโรค การผาตัดทวารเทียมยาวนานเทาไร ชนิดของทวารเทียม และการเปนมะเร็งลําไสใหญยาวนานเทาไร 1.2 ขอมูลการเจ็บปวย การรักษา และการปฏิบัติตนในอดีตกอนมาเปนมะเร็งลําไสใหญ สวนที่ 2 ขอมูลการปฏิบัติตนดานสุขภาพ ขอมูลการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพหลังจากที่ไดรับการผาตัดแลวมีอวัยวะเทียมเพื่อขับถายหนาทอง ไดปฏิบัติตนดานสุขภาพตอการดําเนินชีวิตอยางไรทั้งหมดออกเปน 6 ขอดังนี้ 2.1 ความรับผิดชอบตอสุขภาพตนเอง 2.2 ดานกิจกรรมทางรางกาย 2.3 ดานการรับประทานอาหาร 2.4 ดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคล 2.5 การพัฒนาทางปญญา 2.6 การจัดการกับความเครียด ความวิตก กังวลตาง ๆ สวนที่ 3 ขอมูลความเปนอยูอยางผาสุกในจิตวิญญาณตอดํารงชีวิตประจําวัน ขอมูลความคิดเห็นที่ใหอยูไดอยางผาสุก และสามารถอยูอยางปกติสุขกับผูอื่นในสังคมได 3.1 ความผาสุกในสิ่งที่เปนอยู 3.2 ความผาสุกในความศรัทธายึดมั่นในพระพุทธศาสนา 211 ภาคผนวก ข แบบสอบถามความสัมพันธระหวางการปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง 212 แบบสอบถามในงานวิจัยเรื่องความสัมพันธระหวางการ

อ่านต่อ

ปฏิบัติตนดานสุขภาพกับความผาสุกทาง จิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทอง คําชี้แจง : แบบสอบถามนี้ประกอบดวย 3 ตอน ตอนที่ 1 ขอมูลทั่วไป 13 ขอ ตอนที่ 2 การปฏิบัติตนดานสุขภาพ 61 ขอ ตอนที่ 3 ความความผาสุกทางจิตวิญญาณ 30 ขอ ตอนที่ 1 ขอมูลทั่วไป ขอมูลสวนบุคลของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีทวารเทียมหนาทองขอความอนุเคราะหทานทําเครื่องหมาย ถูกในชองสี่เหลี่ยม ตามความเปนจริง เพศ 1) ชาย 2) หญิง ปจจุบันอายุ..........ป ศาสนา 1) พุทธ 2) อิสลาม 3) คริสต 4) อื่น ๆ ระบุ........ ระดับการศึกษา 1) ไมไดเรียนหนังสือ 2) ประถมศึกษา 3) มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา 4) อนุปริญญาตรีหรือเทียบเทา 5) ปริญญาตรี 6) ปริญญาโท 7) ปริญญาเอก รายไดเฉลี่ย..........บาท/เดือน 1) ต่ํากวาหรือเทียบเทา 5,000 บาท 2) ตั้งแต 5,001 -15,000 บาท 213 3) ตั้งแต 15,001 – 30,000 บาท 4) สูงกวา 30,001 บาท สถานภาพสมรส 1) โสด 2) สมรส 3) หมาย 4) หยาราง 5) แยกกันอยู การแบงระยะแพรกระจายแของโรค 1) เซลลมะเร็งลุกลามผานทะลุชั้นเยื่อบุแตยังไมทะลุลําไสใหญ 2) เซลลมะเร็งลุกลามผานทุกชั้นของผนังลําไสใหญแตยังไมลุกลามตอมน้ําเหลือง 3) เซลลมะเร็งลุกลามผานทุกชั้นของลําไสใหญและลุกลามตอมน้ําเหลือง 4) เซลลมะเร็งลุกลามไปตามอวัยวะตาง ๆ 5) ไมทราบแนชัดระยะใดหรือจําไมได ผาตัดทวารเทียมหนาทองมายาวนานเทาไร 1) ต่ํากวาหรือเทียบเทา 6 เดือน 2) มากกวา 6 เดือนไมเกิน 12 เดือน 3) มากกวา 1 ปไมเกิน 5 ป 4) มากกวา 5 ป แตไมเกิน 10 ป 5) มากกวา 10 ปขึ้นไป ทานใชสิทธิ์อะไรในการเบิกถุงทวารเทียมหนาทอง 1) บัตรทอง (30 บาท) 2) บัตรประกันสังคม 3) บัตรขาราชการ 4) บัตรรัฐวิสาหกิจ 5) ไมมีบัตรสิทธิ์พิเศษ ชนิดของทวารเทียม 1) ทวารเทียมถาวร 2) ทวารเทียมชั่วคราว 3) ไมทราบแนชัด ถุงทวารเทียมที่ใชแบบใด 214 1) แบบประหยัด(ใชถุงพลาสติก) 2) แบบปกติที่ขายทั่วไป ผาตัดตรงสวนใดของลําไสใหญ 1) ลําไสดานขวา(Ascend colon) 2) ลําไสดานซาย(Descending colon) 3) ลําไสสวนตรง(Sigmoid colon) 4) ลําไสสวนปลาย (Rectum) ความกวางของแผลมีผลตอความรูสึกเจ็บหรือไมสบายหรือไม 1) มีความรูสึก 2) ไมมีความรูสึก 215 ตอนที่ 2 แบบสอบถามการปฏิบัติตนดานสุขภาพของผูปวยมะเร็งลําไสใหญมีทวารเทียมหนาทอง คําชี้แจง: ขอความตอไปนี้ไมมีขอความใดถูกหรือผิดขอความอนุเคราะหทานอานขอความแลวเขียนเครื่องหมายถูก ลงในชอง ตามความเปนจริงกับการปฏิบัติดานสุขภาพของทานตามความหมายดังนี้ ทําสม่ําเสมอ ปฏิบัติตนประจําสม่ําเสมอหรือเกือบทุกวัน 5-7 วัน/สัปดาห ทําบอยครั้ง ปฏิบัติตนเปนสวนใหญ 3-4 วัน/สัปดาห ทําเปนบางครั้ง ปฏิบัติตนเปนบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห ไมทําเลย ไมปฏิบัติตนเลย ขอที่1ปฏิบัติตนดานความรับผิดชอบตอสุขภาพ ขอ ขอความพฤติกรรม ปฏิบัติตนดานความรับผิดชอบตอสุขภาพ สม่ําเสมอ5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง 3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง 1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 1 ทานจะเปลี่ยนถุงรองรับทวารเทียมใหมเมื่อเริ่มสกปรกหรือมีกลิ่น 2 ทําความสะอาดดวยตนเองแบบเบาๆ มือคอยๆ เช็ด 3 ทุกครั้งที่เปลี่ยนถุงรอรับทวารเทียมผิวหนังบริเวณโดยรอบทวารเทียมตองสะอาดและเช็ดใหแหง 4 ทานขับถายของเสียออกมา จะไมทิ้งไวนานตองรีบทําความสะอาดประมาณ 3-5ครั้งตอวัน 5 ดูแลตนเองและชวยเหลือตนเองเทาที่ทําได 6 มักไมไปสถานที่แออัด ที่มีคนพลุกพลานมากๆ 7 ใชถุงรองรับทวารเทียมมีคุณภาพดี 8 ควบคุมดูแลตนเองไมใหอวน (มีผลตอการแปะถุงรองรับทวารเทียมหนาทอง) 9 ใสเสื้อผาหลวมๆสบายๆเพื่อปองกันไมใหผิวกดทับหรือเสียดสี 216 ขอ ขอความพฤติกรรม ปฏิบัติตนดานความรับผิดชอบตอสุขภาพ สม่ําเสมอ5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง 3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 10 หมั่นสังเกตความผิดปกติของรางกาย ขอที่ 2 ปฏิบัติตนเกี่ยวกับกิจกรรมทางดานรางกาย ขอ ขอความพฤติกรรม ปฏิบัติตนเกี่ยวกับกิจกรรมทางดานรางกาย สม่ําเสมอ5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 1. ออกกําลังกายเชน เดินแกวงแขน เดินทน รําจีน ขี่จักรยาน หรืออื่นๆ เปนตน 2. ทํากายบริหารประมาณวันละ 30 นาที 3. ทํางานบานที่ไมหนักไดเปนปกติ 4. บีบนวดตามรางกาย เลือดลมเดินสะดวก 5. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถตางๆ หรือเคลื่อนไหวรางกายอยูเสมอ ไมวาจะเปนนั่ง ยืน เดิน 6. ทํากิจกรรมตางๆเชน เลี้ยงหลาน เลี้ยงสัตว หรือมีงานอดิเรกอื่นๆ ทํา 7. หลีกเลี่ยงการทํางานที่ใชกลามเนื้อหนาทอง เชนกมตัวเพื่อยกของหนัก 8. สูดหายใจเอาออกซิเจนเขาปอดลึกๆ ชวยใหสดชื่นแจมใส 9 นอนหลับหรือพักผอนที่เพียงพอ 217 3. ปฏิบัติตนดานการรับประทานอาหาร ขอที่ ขอความพฤติกรรม ปฏิบัติตนดานการรับประทานอาหาร สม่ําเสมอ5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง 3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง 1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 1 เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชนตอรางกาย 2 ชอบพืช ผัก สมุนไพร มาทําอาหารเพื่อปรับสมดุลรางกาย 3 ชอบเลือก ซื้อผลไมในทองถิ่นหรือในประเทศมารับประทาน 4 พยายาม ลด ละ เลิกรับประทานเนื้อสัตวเชนเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก เนื้อปลา เนื้อกุง เนื้อปู หอย 5 ลด ละ เลิก อาหารปง ๆ ยางๆ 6 อาหารที่แข็งเคี้ยวยาก ถาจําเปนตองรับประทาน จะหันเปนชิ้นเล็กๆเพื่อจะไดยอยงายๆ 7 ลด ละ เลิก การรับประทานอาหารปรุงรสจัด เชนเปรี้ยว หวาน มัน เค็มตางๆ 8 รับประทานอาหารที่รสจืดได 9 หลีกเลี่ยง อาหารทอดดวยน้ํามันหรือมีไขมันมากๆ 10 รับประทาน ธัญพืชที่มีประโยชนกับตนและยอยงาย 11 เคี้ยวอาหารชาๆ และละเอียดๆ 12 หลีกเลี่ยงอาหารที่ไมถูกกับรางกายตน (เพราะทําใหทองผูกหรือทองเสียได) 218 ขอที่ ขอความพฤติกรรม ปฏิบัติตนดานการรับประทานอาหาร สม่ําเสมอ5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง 3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง 1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 13 หลีกเลี่ยงไมรับประทานที่หมักดอง 14 ลด ละ เลิก ดื่มน้ําอัดลม ชา กาแฟ 15 งดเวนของมึนเมา และเครื่องดื่มที่มี แอลกอฮอลตางๆ 16 อาหารที่กลิ่นฉุนมากๆจะหลีกเลี่ยง ขอที่ 4 ปฏิบัติตนดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคล ขอ ขอความพฤติกรรม ปฏิบัติดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคคล สม่ําเสมอ 5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง 1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 1 จะเปนคนที่คิด พูด ทํา ที่เขาใจงาย และรูหนาที่ตนเอง 2 ชวยเหลือผูอื่นเสมอ มีคนอื่นพึ่งพาตนได 3 ไปมาหาสูกับญาติมิตร 4 มักทํากิจกรรมทํารวมกันกับผูอื่น หรือปรึกษาพูดคุยกัน 5 ทําความดีกับผูอื่นโดยไมหวังวาใครจะเห็นหรือไม 6 มีเวลาวาง จะหาอะไรทําอยู 7 หลังผาตัดมีประสบการณเรื่องโรค ไดบอกกลาวขอมูลที่เปนประโยชนใหผูอื่นทราบ 8 เดินทางมาชวยโรงพยาบาล มาใหกําลังใจผูปวยรายใหมๆ 219 5.ปฏิบัติตนดานพัฒนาปญญา ขอ ขอความคิด เรียนรูและปฏิบัติ ปฏิบัติตนดานพัฒนาปญญา สม่ําเสมอ5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง 1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 1 พูดคุยและฟงธรรมะอยูเสมอ 2 ทานไดสวดมนตและนั่งสมาธิทําใหใจสบาย ใจสงบ 3 เปนคนตัดสินใจรอบครอบ ใจเย็น ไมฟุงซาน 4 ปฏิบัติตนอยูในกรอบของศีล 5 คิดและเตือนสติตนเองเสมอ ความสุขไมมีจริง มันไมเที่ยง 6 พากเพียรปฏิบัติในศีล 5 อะไรไมดีก็พยายาม ลด ละ เลิก 7 ทําดีไปเรื่อยๆเพราะเชื่อในความดี 8 ลด ละ เลิก ความอยากได อยากเปน 9 ไมไปยุงเกี่ยวกับอบายมุข เชน เลนหวย เลนหุน เลนพนันตางๆ 10 คิดและเรียนรูสิ่งดีๆ เพื่อพัฒนาปญญา 220 6. ปฏิบัติตนดานการจัดการความเครียด ขอ ขอความพฤติกรรม ปฏิบัติตนดานการจัดการความเครียด สม่ําเสมอ5-7วัน/สัปดาห บอยครั้ง3-4วัน/สัปดาห เปนบางครั้ง 1-2วัน/สัปดาห ไมเคย 1 เมื่อมีปญหา จะหลบเลี่ยงออกไป จากจุดที่กระทบกัน เพื่อบรรเทาความตึงเครียดลง 2 เมื่อเกิดปญหา จะแกไขที่ตนเองกอน 3 เมื่อไมไดดั่งใจตน ก็รูจักที่จะปลอยวาง 4 เมื่อไมสบายใจหรือเครียด จะคลายลงไดดวยการอานหนังสือ ฟงเพลง ดูหนัง ดูละคร เลนดนตรี ไปเที่ยวหรือปลูกตนไม 5 เปนคนใหอภัยคน ไมถือสาใคร 6 เมื่อทุกข เครียด วิตก กังวล นําหลักธรรมะมาอานและพิจารณาใหเกิดปญญา 7 นั่งสมาธิ สวดมนต ชวยผอนคลาย สบายใจขึ้น 8 เมื่อทุกขเจ็บปวย รางกายหรือจิตใจ จะอดทนและสูดลมหายใจลึกๆเพื่อตั้งสติ 221 ตอนที่ 3 แบบประเมินวัดความผาสุกทางจิตวิญญาณของผูปวยมะเร็งลําไสใหญที่มีอวัยวะเทียมหนาทอง ขอความตอไปนี้ไมมีขอความใดถูกหรือผิด ขอความอนุเคราะหทานอานขอความแลวเขียนเครื่องหมาย ถูกลงใน ชอง ตามความเปนจริงกับความรูสึกเห็นดวยหรือไมเห็นดวยที่ตรงกับใจทาน ตามความหมายดังนี้ เห็นดวยมาก ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เปนอยู คอนขางเห็นดวย ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เปนอยู คอนขางไมเห็นดวยความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เปนอยู ไมเห็นดวยมากความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เปนอยู ขอ ขอความ ระดับความคิดเห็น ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนา เห็นดวยมาก คอนขางเห็นดวย คอนขางไมเห็นดวย ไมเห็นดวยมาก 1 การเปนคนดีที่มีความรู คือตองมีคุณธรรมและจริยธรรม ควบคูกัน 2 ผูปฏิบัติตามคําสั่งสอนพระศาสดา จะดํารงชีวิตอยางผาสุก 3 เชื่อและศรัทธาในพระพุทธเจา พระองคเปนผูรูโลกอยาง แจมแจง 4 ทุกศาสนาสอนใหคนเปนคนดี แตคนมักจะไมปฏิบัติตามคําสั่งสอน 5 คําสอนของพระศาสดาจะสอนใหคนรักสงบและสันติ 6 ลด ละ กิเลส โลภ โกรธ หลงคือความผาสุกของชีวิต 7 การปฏิบัติตนใหอยูในกรอบของศีลจะพนทุกขได 222 ขอ ขอความ ระดับความคิดเห็น ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนา เห็นดวยมาก คอนขางเห็นดวย คอนขางไมเห็นดวย ไมเห็นดวยมาก 8 เชื่อวาการถือศีล 5 ดี จึงพยายามปฏิบัติอยู แตยังไดไมครบ 9 ศีล 5 เปนแนวทางในการดําเนินชีวิต เปนสิ่งดีที่ควรทํา 10 ถาปฏิบัติศีล 5 อยางเครงครัด จะมีกุศลที่คุมครองใหแคลวคลาดและปลอดภัยตางๆ จากวิบากกรรมที่ทํามา 11 ทําแตชั่ว เห็นแกตัวจิตใจจะเศราหมอง จะมีแตทุกข 12 เชื่อในกฏแหงกรรม ยอมรับความจริง เปนสิ่งที่เราเคยทําในอดีต ชาติที่แลว และปจจุบันในชาตินี้ (กรรมคือการกระทําของตน) 13 เชื่อในวิบากกรรม วามีจริง เมื่อเราเบียดเบียนสัตว เราจะมีวิบากกรรมทําใหเราเจ็บปวยและอายุสั้น 14 การรับประทานอาหารที่ผานๆมา มีผลตอระบบยอยและกอใหเกิดโรคในปจจุบัน 15 ทําดีไดดี ทําชั่วไดชั่ว มีจริง 16 มีความเชื่อวา ชีวิตเราที่เหลืออยู จะมีความสุขได 17 เมื่อเปนมะเร็งก็ตองยอมรับ วาเราเปน ยอมรับการรักษา และทําใจไมใหเครียด 18 ยอมรับตัวเองเปนอยางนี้ พอใจชีวิตที่เปนอยู ครอบครัวรัก เขาใจและใหกําลังใจ 19 เราทําใจได เพราะในชีวิตไดปฏิบัติธรรมไปดวย 20 ทุกวันนี้พึงพอใจกับชีวิต ถึงจะมีเงินแคพอมีพอกินก็ดํารงชีวิตก็อยูได 21 มีความสุขกับสิ่งที่เปน เนื่องจากมีญาติดี เพื่อนดี สังคมดี 223 ขอ ขอความ ระดับความคิดเห็น ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นตอพระพุทธศาสนา เห็นดวยมาก คอนขางเห็นดวย คอนขางไมเห็นดวย ไมเห็นดวยมาก 22 มีความผาสุก ที่ใชหลักเมตตากับเพื่อนมนุษยดวยกัน 23 พอใจในสิ่งที่เราทําได ใหกําลังใจตนเอง ภูมิใจในตนเอง 24 การมีถุงหนาทอง ไมตองกังวลกับการมองหาหองน้ํา 25 ยอมรับและเปดเผย พรอมปรับปรุงตนเองใหดีขึ้น 26 หลังจากเปนโรคแลว ก็ปรับตัวโดยศึกษาธรรมะทําใหรูจักโลกมากขึ้น 27 โลกจะสงบสุขไดตองอยูอยางพอเพียง มีความพอใจในสิ่งที่เปน ทําใหจิตใจผองใสไมขุนมัว 28 เราอยูอยางที่ ในหลวงทานเตือน ใหมีอยูมีกินพอเพียง.. ก็พอแลว 29 อยาเปนหนี้เขา จะทําใหตนเองเปนทุกข 30 ถามีนอยก็ตองอดออม ถามีเหลือใช แลวคอยแบงปน 224 ภาคผนวก ค กลุมผูใหขอมูลเชิงประจักษ 225 กลุมผูใหขอมูลเชิงประจักษจํานวน 30 ทานที่ทําการสัมภาษณเจาะลึกมีดังนี้ ผูใหขอมูลหลักในการดูแลสุขภาพตนเองดวยจิตวิญญาณที่ผาสุก ภาพที่ 12 ขอมูลสวนบุคคลของผูใหขอมูลรายที่ 1 ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต, ภาพถาย. 2557, พฤศจิกายน 11) ขอมูลสวนตัว “เปนเพศหญิง อายุ 55 ป ปจจุบันเปนแมบานดูแลหลาน พักอยูกับสามี และบุตรสาว เปนโรคมะเร็งลําไสใหญระยะที่ 3 ปจจุบันมีอาการปวดกระดูก ขา เทาชา พบแพทยประจําอยูเสมอ ในครอบครัวเคยมีผูปวยเปนโรคนี้อยูแตเปนระยะตน ๆ ผูใหขอมูลไดผาตัดมาไดครบ 3 ปแลว” ขอมูลการเจ็บปวย การรักษา “ครั้งแรกไดมาทําการตรวจที่โรงพยาบาลสุรินทร อาการเริ่มจากความผิดปกติคือทองผูก จริง ๆ แลวตนเองเปนคนทองผูกมาตั้งแตเด็ก ๆ จนมาโตเปนสาวอายุ 20 กวาก็ยังทองผูกอยูก็ไมคิดวาผิดปกติใด ๆ นั่งทํางาน 4-5 วันก็จะถายอุจจาระสักทีหนึ่ง พออายุ 40 ป เริ่มผิดปกติไปอบรมเริ่มปวดกระดูกและหลัง ถายก็ไมออกเริ่มมาใชยาสวนเพื่อจะไดขับถายออกไปบาง หลายวันเขาเริ่มเจ็บกระดูกมากขึ้นไปที่โรงพยาบาลสุรินทร เขาตรวจเช็คและบอกวาเปนมะเร็ง บอกแพทยวาขอไมผาตัด แตไดเดินทางไปที่จุฬาตรวจก็ไมเจอ เวลาผานไป ในป พ.ศ. 2554 หมอทําการตรวจวาเปนมะเร็งแนตองทําการผาตัด เพราะมีติ่งเนื้อและมีเลือดออกมาก จึงตัดสินใจทําประวัติขอยายไปที่โรงพยาบาลรามา ทางโรงพยาบาลนัดผาตัดวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 หมอบอกวาเปนระยะที่ 3 ไดมีการฉีดคีโมและฉายแสงจนครบหมด พอตนป 2557 มาตรวจเลือด ซึ่งปกติจะตรวจทุกเดือน แตตอมา 3 เดือนครั้ง ไดตรวจพบวาคาเลือดขึ้นสูง อยูที่ 5 และทําการตรวจดวยเครื่องมือทุกวิถีทางก็ไมเจอ จากนั้นหมอนัดมาตรวจเลือดอีก ตอนนี้คาเลือดสูงขึ้นไป เปน 25.8 และตอมาไดตรวจพบจุดเล็ก ๆ ที่ตับและปอด หมอปอดมาตรวจก็วาไมมีอะไร แตหมอไดนัดมาสแกนเมื่อปลายเดือน กันยายนป 2557 ซึ่งเริ่ม 226 มีอาการชาที่ฝาเทาทั้ง 2 ขาง หมอกระดูกใหยามากินพอบรรเทาแตไมหายและยังคงชามาจนถึงทุกวันนี้ มีอาการเหมือนเหนื่อย มีอาการชาทั้งกลางวันและกลางคืน” ดานความรับผิดชอบ การดูแลสุขภาพตนเอง “แตดูแลตัวเองได เดิน นั่งได ดูแลกิจวัตรประจําวันทําความสะอาดถุงรองรับอุจจาระประจํา ถุงจะเปลี่ยนทุกสัปดาห จะใชแบบแปะติดที่ทองไดเลยไมมีแปนรองรับ มันงาย และสะดวก ชวงผาตัดใหม ๆ ไมชินกับถุง ไมถนัด จะตะแคงก็ไมได บังเอิญที่ที่บานมีคนเคยเปนอยูผาตัดมากอนเรา เปนนอยกวา และเปนระยะตน ๆ ซึ่งหลัง 4-5 เดือนไปแลวคอยเริ่มดีขึ้น” กิจกรรมทางดานรางกาย “ชีวิตประจําวันตองดูแลหลาน แตมีเวลาไดมาเดินออกกําลังกายรอบ ๆ บาน เดินแกวงแขน หรือ ขี่จักรยานไปตลาด บางทีก็ไปอบตัวที่วัดโยธาประสิทธ เพราะสมัยกอนเคยอบเองเวลาไมสบายก็จะใสขมิ้น ไพล ใบมะขาม ใบมะยม หัวหอม เทาที่มี” ดานการรับประทานอาหาร “จะอยูอยางเรียบงาย การกินอาหารถาไมทานของสแลงที่จะทําใหทองเสีย หรือของหมักดองจะไมมีปญหาเลย การขับถายจะเปนเวลา ตื่นมาถายเชาทีหนึ่ง ชวงกลางวันก็อีกทีหนึ่ง การรับประทานอาหารจะเนนผัก ผลไม ผักจะเปนผักบานเรา เราปลูกเอง แตชวงหลังตองเลี้ยงหลาน ไมคอยไดปลูกเพิ่ม แตยังเนนผักผลไมอยูเมื่อสมัยกอนชอบทานฝรั่งมาก เวลาอุจจาระออกมา เหนียวมาก ตองเอาไมชวยเขี่ยออก ฝรั่งกินมากทองผูก และตอนนั้นตัวเองมีพยาธิดวย รังเกียจพยาธิเลยไมคอยอยากถาย อายคนเรื่องพยาธิ สวนผลไมอื่น ๆ ไมคอยไดทาน สมัยกอนผลไมสุกที่ยอยงายไมคอยทาน และน้ําก็ไมคอยดื่ม จะดื่มน้ําตอนกินขาวเทานั้น แตตอนนี้ดื่มน้ําสมุนไพรเปนประจําเชนใบยานาง ใบเตย ถาไมทําเองก็ไปซื้อแตไมใหใสน้ําตาล ไมชอบดื่มน้ําอัดลม ชา กาแฟ จะไมกินอาหารรสจัด เนื้อสัตวก็ไมคอยไดรับประทานแตจะคงมีปลา กุง บางนิด ๆ หนอย ๆ และเปนคนรับประทานอาหารเร็ว เคี้ยวขาวไมละเอียด จะรีบกลืนอาหาร ซึ่งพยายามจะเคี้ยวใหชาลง” ดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคล “ชวงที่ไมสบายเปนโรคเกิดวิกฤติใหญ ลูกสาวทองได 5 เดือนไมรูจักวาผูชายคนนั้นเปนใครเหมือนโดนหลอก โดนยา ลูกไมกลาบอกแม เพราะเห็นแมไมสบาย ไดถามลูกวาเอาสามีไหม ถาไมเราจะเลี้ยงหลานเอง ตอนนี้หลานอายุ 2 ขวบแลว ในตอนนั้นทั้งลูกและสามีเสียใจรองไห เราเห็นคนอื่นเซแลวเราจะเซอีกคนก็จบกัน จะปลอยเปนอยางนี้ไมได ปญหาเกิดมาแลวก็ใหผานไป เชื่อวาเปนกรรมที่มาทดสอบจิตใจ คิดดูคนจากสระบุรีเดินทางมาถึงที่นี่มาทําราย ดีจะไดหมดทุกขไปพรอม ๆ กัน รับกรรมไปแลวและก็อโหสิกรรมให ไมตองมารับผิดชอบอะไร ทําใจใหเปนสุขได ปกติชอบสวดมนตประจํา และตนเองเปนคนเปดเผย มีปญหาสวนตัวก็จะเลาอยางเรื่องลูกสาวจะบอกความจริง ตอนนี้ 227 ลูกสาวเรียนจบ เพื่อนก็ใหกําลังใจ ลูกเราเปนคนคิดดีไมเคยคิดเอาลูกออก เราเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น อะไรที่เกิดขึ้นตองยอมรับจะปฏิเสธไมจริงไมได จะไมอาย จะมีเพื่อนสงยาดี ๆ มาให หรือโทรถามอาการอยูประจํา ตอนไปปฏิบัติธรรมบางคนไมรูเลยวาเราปวย แตถารูวาปวยก็จะชวยเหลืออยางดี” ดานการพัฒนาทางดานปญญา “ไมคิดวาเปนปมดอยแตอยางใด พอใจในสิ่งที่ตนมี ยอมรับความจริง ตัวเองปฏิบัติธรรมทําใหสบายใจ เปนสุข เชื่อพระพุทธเจา ทําดีจะทําใหทุกขลดนอยลง” ดานการจัดการกับความเครียด “ปกติเปนคนเรียบงาย ใจดี มีหลานตัวเล็กลูกของลูกสาว นารักไมดื้อ อยูบานเลี้ยงหลานไป ทํากับขาวไป สามีก็ไปทํางานนอกบาน อยูกันสบาย ๆ ไมมีอะไรใหกังวล ตัวเองเปนคนยอมรับความจริงเสมอ และปกติชอบสวดมนต ฟงธรรม” พึงพอใจในชีวิตที่เปนอยู “เราทําใจได เพราะไดปฏิบัติธรรมไปดวย ชวงแรกจะอยูบานแม เวลาไปวัดก็จะไปกับเขา แตชวงหลัง มีอาการชาที่เทาก็จะไปนอยลง ซึ่งตนเองทําใจได ยอมรับความจริง จะเปนอะไรก็เปนไป” (คุณป. 2557 : พฤศจิกายน 11) ผูใหขอมูลหลักในการดูแลสุขภาพตนเองดวยจิตวิญญาณที่ผาสุก ภาพที่ 13 ขอมูลสวนบุคคลของผูใหขอมูลรายที่ 2 ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต, ภาพถาย. 2557,ตุลาคม 29) ขอมูลสวนตัว ผูใหขอมูลรายที่ 2 เปนเพศหญิง อายุ 69 ป 6 เดือน ไมไดแตงงาน เปนขาราชการครูเกษียณ เคยเปนมะเร็งที่ไต ไดผาตัดแลว ปจจุบันเปนมะเร็งลําไสใหญ ระยะที่ 4 ไดลุกลามไปที่กระดูก 228 เชิงกราน ไดทําการผาตัดลําไสใหญและมีทวารเทียมหนาทองเมื่อ 5 มกราคม พ.ศ. 2557 ทําการคีโมครั้งแรกเมื่อ 15 พฤษภาคม ครั้งที่ 2 เมื่อ 5 มิถุนายน ครั้งที่ 3 เมื่อ 26 มิถุนายน ครั้งที่ 4 เมื่อ 17 กรกฎาคม ครั้งที่ 5 วันที่ 7 สิงหาคม ขอยกเลิกเนื่องจากเจ็บปวดทรมาน หลังหยุดใหคีโม เมื่อ 29 ตุลาคม ไปตรวจวัดคาเลือดลดลงเหลือ 2.41 (คาปกติ 0.00-5.00) ซึ่งหมอบอกวาดีมาก ขอมูลการเจ็บปวย การรักษา “หลังจากไดผาตัดมาอยูบานญาติมีหลานชวยดูแล ตอนนั้นยังรับประทานอาหารคือ ปลา และไขอยูนิดหนอย ตอมาไปอยูที่วัด เพื่อนแนะนําใหไปทําคีโม จึงไปทําคีโมแตการทําคีโมตองกินเนื้อสัตวมาก ๆ เพื่อจะไดมีแรง และตองรับประทานไขมาก ๆ ทํารับประทานทุกวันวันละ 4-8 ฟอง เพื่อจะไดสูกับโรคได ทานจนเบื่อ ครั้งแรกที่ไปใหคีโมจะไดรับประทานเปนยาเม็ดไปดวยใน 3 สัปดาหแรก พอในสัปดาหที่ 4 หยุด แลวมาฉีดคีโมใหมอีกพรอมกับรับประทานยาเม็ดไปดวยใน 3 สัปดาหแรกพอสัปดาหที่ 4 หยุด ทําแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครั้งที่ 4 ไมไหว มันเจ็บปวดทรมาน คลื่นไสอาเจียน เจ็บปาก ทองเสีย นอนไมไดเลย ตองใหเลือด อาบน้ําตองมีคนชวยอาบ มันออนเพลียมาก ในครั้งที่ 5 จึงไปยกเลิก หมอยินยอมและนัด 2 เดือนมาตรวจเลือด เช็ค ผลคาของเลือดดีทุกอยาง จึงเลื่อนไปเปน 3 เดือนมาดูผลเลือดทีหนึ่ง ครั้งหลังนี้คา CEA ดีมาก เทากับ 2.41 หลังจากหยุดคีโม” ดานความรับผิดชอบ การดูแลสุขภาพตนเอง “สามารถดูแลตนเองได จะทําความสะอาดตรงทวารเทียมแบบเบา ๆ มือ คอย ๆ เช็ด และจะเปลี่ยนถุงมาซักทุกวันแลวเอามาผึ่งลมใหแหง วันละ 2 รอบ วันหนึ่งใช 2 ถุง สวนแปนที่รองรับจะเปลี่ยนทุกสัปดาหจะมีผูอื่นชวยจับให แปนรองรับจะอยูนานไมไดมันสกปรก สวนเรื่องอุจจาระนั้นเมื่อขับถายเสร็จก็จะเช็ดดวยสําลีชุบน้ําทําความสะอาดทันที เพราะอุจจาระมักจะติดอยูตรงแปนที่รองรับถุงอยูเสมอ แรก ๆ ยุงยากหนอย ซึ่งระบบขับถายนั้นจะมีอาการปวดทองเหมือนคนทั่วไปแตตนเองจะมีอาการปวดปสสาวะดวยไปพรอมกัน หรือบางทีเมื่อปวดปสสาวะแลวก็จะมีอาการปวดอุจจาระตามมาดวย ซึ่งมันกระทบถึงกันได จึงจําเปนตองมีแผนซึมซับอยูขางในอีก 1 หนึ่งชิ้น วันหนึ่งตองเปลี่ยน 5-6 แผน” ดานกิจกรรมทางดานรางกาย “สวนการดูแลดานอื่นนั้นตนเองชอบทําโยคะกดจุดลมปราณ และเดินแกวงแขนไปมา จะทําชา ๆ ทําทุกวันเพราะเมื่อทําแลวจะนอนหลับสบาย ตื่นมาสดชื่นมาทํากับขาวกินเองได” ดานการรับประทานอาหาร “จะเลือกอาหารที่รสไมจัด ไมรับประทานเผ็ด จะมีผักผลไมและอาหารเสริมที่ทําจากผักผลไมอีกดวยเพราะรับประทานไปดวยทําใหอุจจาระไมเหลวเกิน นิ่มพอดี ทําความสะอาดงาย เคยปดปากถุงไมดีอุจจาระรั่วกระจายไปทั่วแตกลิ่นไมเหม็นมากเพราะไมไดรับประทานเนื้อสัตวเลยมีแตผัก 229 และผลไม ตนเองไมชอบรับประทานอาหารที่มีกลิ่นฉุน เชน พวกสะตอ ชะอม กระถิน จะไมรับประทานเลย จะรับประทานอาหารวันละ 2 มื้อ” ดานพัฒนาสัมพันธภาพระหวางบุคล “ถาไมทํากับขาวเองจะมีญาติหรือลูกหลานชวยดูแล จะชวยเหลือกัน เราจะทําแตสิ่งที่ดี ๆ และจะหวงใยผูอื่น บางครั้งไปอยูที่วัดจะมีเรื่องขัดใจบางนิด ๆ หนอย ๆ ก็เปนธรรมดา ไมถือสากัน ดานพัฒนาทางปญญา(จิตวิญญาณ) “จะปฏิบัติธรรมถือศีล สวดมนต ไหวพระ นึกถึงพระพุทธเจา จะทําบุญอุทิศสวนกุศลใหเจากรรมนายเวรไปเกิดในที่ดี ๆ ปกติตนเองเวลามีเรื่องอะไรจะคิดวามันก็เปนอยางนี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู ดับไป อยาเอามาเปนอารมณ หลวงพอกัญหาสอนใหทําใจดี ทําใจสบาย ๆ จะเปนทุกขทําไม” ดานการจัดการกับความเครียด “บางครั้งดูทีวี ดูขาว ฟงเพลง ผอยคลายพวกเพลงสุนทราภรณ สุเทพ เพลงเกา ๆ และชอบออกไปเที่ยว แตตอนนี้ไมคอยไดออกไป เที่ยวเยอะแลว ตนเองจะมีความกังวลอยูบางเรื่องขับถายเพราะถาอยูนอกบานจะทําความสะอาดยากหนอย เพราะเวลาปวดมีทั้งอุจจาระและปสสาวะมาพรอม ๆ กันแตไมทุกขอะไร” ค

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน