631209_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์.docx
เนื้อหาในไฟล์
631209_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์ ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/18_SzTufDBA7gfd89f-0WCUdBbCZ0_9uC8EhIqbXEnKk/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1aBpVw_Btn87hwFrL3jejqzvEDpKNXgh2/view?usp=sharing
และยูทูปที่ https://youtu.be/jJHvaJustDs
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก รัฐบาลช่วงนี้ก็ให้ของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน แต่ของขวัญปีใหม่จากพ่อครูเป็นของขวัญที่ได้แล้วได้เลยจนกว่าจะปรินิพพาน เป็นของขวัญสุดพิเศษของชีวิตอันประเสริฐใครอยากได้ก็มาฟังเอา ช่วงปีใหม่เราก็จะจัดงานเพื่อฟ้าดิน จะมีการสอบโดยใช้เนื้อหาจากหนังสือร่วมเปิดยุคบุญนิยมเล่ม 1 พ่อครูว่า…ก่อนจะเข้าสู่เรื่องก็ต้องโอภาปราศรัยกับผู้ที่ส่งข่าวคราวกันมาทักทาย ยังมีของผู้ที่ยังไม่ได้ตอบมาหลายวันแล้ว...ต่อมา
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สุริยเปยยาล 7 เริ่มต้นที่มิตรดีให้มีฉันทะ _สมณะคิดถูก...ผมไม่ได้ไปร่วมงานศพโยมพ่อผมจะบาปมากใหม ช่วงปลายเดือนนี้พี่น้องเขาจะทำบุญให้ ถ้าผมไม่ไปร่วมด้วยจะน่าเกลียดหรือเปล่า ใจผมก็ไม่อยากไปเพราะรู้ว่าบุญมันส่งให้กันไม่ได้ ช่วงโยมพ่อเสียชีวิตผมชุมนุมอยู่กรุงเทพฯ ปี 57 น้องๆก็ไม่ได้ส่งข่าว มารู้ภายหลัง ปกติผมก็ไม่ได้ไปเยี่ยมบ้านบ่อย 20 ปี ไปครั่งนี่ก็เพิ่งไปเยี่ยมพี่สาวมา เขาตาบอดข้างหนึ่งเพราะเบาหวานขึ้นตาเขากลัวจะมองไม่เห็นทั้งสองข้างเลยนิมนต์ผมไปให้เห็นหน้าสักครั้งผมไปกับท่านลั่นผา โยมพี่เขาฟังพ่อครูทางวิทยุสวนธรรมร่วมใจที่ป่าติ้วเป็นประจำแต่ก่อนดูทางโทรทัศน์บุญนิยมทีวี พี่เขยกับลูกชายลูกสาวก็พยายามทำเกษตรไร้สารเคมี พอได้กินและแบ่งปัน ขายบ้าง มีที่ 12 ไร่ แบ่งปลูกพืชผักผลไม้
อ่านต่อ
2 ไร่ นมัสการพ่อครู ช่วยเทศโปรดให้พี่เขยเลิกบุหรี่หน่อยครับ เขาติดมากๆสูบไม่ขาดปากเลย ไม่รู้เพราะลงทุนสูบมานานอายุก็ 70 กว่าปี ถ้าเลิกเสียกลัวขาดทุนหรือเปล่า? พ่อครูว่า…อาตมาจะเทศนาอย่างไรให้เขาเลิกสูบบุหรี่ ถ้าคนเรานี่นะ ไม่พยายาม ไม่พยายามจริงๆ จะเทศน์ให้ตายบอกให้ตายยังไงก็อย่างนั้นเฉยๆ ก็เสพกันไป เป็นอยู่อย่างนั้นมันไม่มีฉันทะไม่มีความยินดีที่จะเลิก มันยินดีที่จะอยู่สิ่งที่เราติดมันก็ไม่มีทางที่จะเลิกได้ มันต้องจริงๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในมูลสูตร ว่าความยินดีเป็นมูลกา เป็นต้นเค้าของทุกอย่าง ถ้าไม่มีอาการของความยินดี อาการยินดีเป็นอย่างไรคุณต้องอ่านจิตใจตัวเองให้ออกเลยว่าอาการอย่างนี้แหละคือความยินดี ถ้าไม่มีอันนี้อะไรก็ยาก อิทธิบาท 4 นี้ไม่ไปไหนเลย ถ้าหากไม่มีฉันทะ ขนาดมีฉันทะแล้ววิริยะจะต้องหมุนตามพากเพียรมีจิตใจเท่าไหร่ก็โถมใส่ มันถึงจะถึงเลือดถึงเนื้อเป็นวิมังสา หรือแม้แต่ในอื่นๆเยอะแยะในพระสูตรต่างๆ ความยินดีนี้ แม้แต่ในสุริยะเปยยาลฯ ถึงแม้ว่ายินดีจะไม่อยู่ตัวต้น มันก็ต้องมีตัวเริ่ม เริ่มพบผู้ที่เป็นมิตรดี หากไม่มีมิตรดี จะไม่มีโลกุตระให้ยินดี มิตรดีคือมิตรที่มีประพฤติโลกุตรธรรม เมื่อเราสัมผัสแล้วเป็นอย่างนี้หรือ เกิดความยินดี ว่าเขาเป็นคนมีศีล เห็นว่าปฏิบัติศีลอย่างนี้ แล้วมันจะพากันไปเป็นกระบวน สุริยเปยยาลฯ 7 อาตมาพยายามเน้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าแสงอรุณจะมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น คนที่จะได้พบพระอาทิตย์จะต้องพบกับแสงอรุณก่อน ถ้าไม่พบแสงอรุณก่อนอยู่เฉยๆจะเจอพระอาทิตย์จะไม่รู้เรื่อง และเป็นไปไม่ได้ด้วย ไม่มีทางที่จะเจริญ เพราะฉะนั้นจะต้องมีแสงอรุณนำพาไปก่อน จึงจะเกิดการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 มรรคมีองค์ 8 ก็คือพระอาทิตย์ จะได้เห็นพระอาทิตย์จะต้องมีแสงอรุณก่อน อยู่ๆจะไปเห็นพระอาทิตย์ก่อนแสงอรุณ ไม่มีแสงนำมาที่จะเห็นพระอาทิตย์ มันเป็นไปไม่ได้เลย สามัญสำนึกคนก็ดูออกแล้ว สุริยเปยยาล มีหมู่มิตรดี พระพุทธเจ้าตรัสว่าเรานี่แหละเป็นมิตรดีของเธอ ทำเป็นตัวตั้งต้นของโลกุตรธรรม ต้องพบผู้ที่มีสัจจะธรรมโลกุตระธรรมในตัวเองหรืออย่างน้อยผู้นั้นต้องอยู่ในฐานะของครูที่มีสัมมาทิฏฐิที่จะให้ได้จึงจะได้รับโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมรู้เองไม่ได้ ไม่มีใครรู้ได้เอง ต้องได้รับการถ่ายทอดมาจากพระพุทธเจ้า หรือ ผู้ที่รับมาจากพระพุทธเจ้าแล้ว หรืออย่างน้อยต้องเป็นผู้อยู่ในฐานะของครูที่มีความรู้ในเรื่องของสัมมาทิฏฐิเรื่องของโลกุตรธรรม จึงจะได้รับการถ่ายทอดมาอย่างถูกต้องไม่เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ เมื่อมีมิตรดีแล้ว ถึงจะรวมเริ่มต้นที่ ศีล แม้ได้พบมิตรดี ได้ฟังเทศน์ฟังธรรมจากมิตรดีเขาต้องเริ่มต้นด้วยศีล ศีลจึงเป็นข้อที่ 2 ใน สุริยเปยยาลฯ เมื่อเริ่มศีลแล้ว คุณไม่ตามด้วยความยินดีเลย ฉันทสัมปทา ก็ไม่มีทางก้าวหน้าไม่มีทางเป็นไปได้ ตัวที่ 4 นี้สำคัญมาก ตัวกลาง อัตตสัมปทา ต้องดูความเป็น อัตตา ตั้งแต่เริ่มสักกายะของอัตตา กายะของตนของอัตตา สักกะคือตัวเรา อัตตาที่ตัวเรา ให้รู้กาย คำว่า “กาย” นี้ ยิ่งใหญ่ คนเราทุกวันนี้ชาวพุทธเข้าใจ กาย ผิดไป อย่างสำคัญเลย เข้าใจว่า กาย เรื่องของวัตถุ แต่ถ้าเข้าใจว่า กาย เป็นเรื่องของจิตวิญญาณยังพอเป็นไปได้ แต่ถ้าเข้าใจว่า กาย ไม่เกี่ยวกับจิตใจเลยเป็นเรื่องของภายนอกวัตถุก็จบเห่เลย ไปไม่ออกเลย ในเรื่องศาสนาพุทธ อัตตา ก็โยงใยไปถึงกาย สู่ความเข้าใจอย่างถูกต้องเป็นทิฏฐิสัมปทา มีความเข้าใจถูกต้อง เข้าถึงทิฏฐิที่สัมมา อย่างน้อย ไม่ได้ฟัง ปรโตโฆษะ จากผู้รู้แล้ว จากเดิมเราไม่เคยเอาใจใส่เราก็มาเอาใจใส่ ปรโตโฆษะ เข้าใจว่า อ๋อ ปฏิบัติ โยนิโสมนสิการเป็นอย่างนี้ ปฏิบัติให้ถึงจิตถึงใจเป็นอย่างนี้ 2 ตัวนี้ถ้าเข้าใจจะเกิดเป็นสัมมาทิฏฐิได้ เป็นสัมมาทิฏฐิ 2 เพราะเราต้องได้ฟังจากผู้อื่น ถ้าคุณเองมีสัมมาทิฏฐิแล้ว คุณปฏิบัติอยู่นั้นจะต้องบรรลุเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจเพราะยังไม่เป็นอรหันต์สักที หรือว่าเป็นอรหันต์ยังมิจฉาทิฏฐิเป็นมิจฉาผลก็แล้วไป หลงเตลิดเปิดเปิงทะลุไปจนนึกว่าตัวเองบรรลุ ไม่รู้จะทำอย่างไรคนที่หลงตัวเองว่าสำเร็จเป็นมิจฉาทิฏฐิก็ยาก อย่าว่าแต่ผลสำเร็จเลย ผู้หลงตามผู้ที่สำเร็จมิจฉาผล ยังจะดึงกลับมายากเลย ทุกวันนี้อาตมาพยายามช่วย ให้มาฟังให้มาทำความเข้าใจให้ดี เมื่อทำทิฏฐิได้แล้วก็ต้องไม่ประมาท! ต้องพยายามจริงๆอย่าไปทำเหลาะแหละ ต้องตั้งใจจริงๆให้เสมอ คำว่า ประมาท เป็นข้อสุดท้ายของอุปกิเลส 16 เชียวนะ พยายามพากเพียรปฏิบัติจริงๆ โดยทำโยนิโสมนสิการให้ชัดเจนให้แน่นอนเป็นตัวที่ 7 เลย ของสุริยเปยยาลฯ นั้นคือทบทวนสุริยเปยยาลฯ 7 ข้อ ที่พูดมานี้ พี่เขยคุณศรัทธาอาตมาบ้างไหม ถ้าไม่ศรัทธาก็มีหวังน้อยมาก ที่พูดไปนี้เขาจะฟังหรือเปล่า ถ้าหากพี่เขยคุณยังไม่ถึงขั้นที่เป็นโรคทรุดโทรมจริงๆ ทรมานเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ยาเสพติด บุหรี่หมากพลู ดมกาว แม้แต่ดูละเม็งละคร ดูเตะฟุตบอล ดูรำฟ้อน อะไรที่มันเยิ้มฉ่ำ รื่นเริงบันเทิงจัดเป็นนรกปหาสะ แล้วไม่ไปงานศพของพ่อจะบาปไหม ...ก็จะมีผลจากผู้ที่เขายึดถือ พี่น้อง ญาติโกโยติกา เขาก็ไม่ค่อยชอบใจ มันก็เป็นวิบาก จะให้ทำอย่างไร ถ้าเขาคิดอย่างนั้นเราจะไปห้ามใครเขาได้ แต่ถ้าไปเสีย มันก็ไม่เป็น มันก็ไม่มีอกุศลวิบากพวกนี้ คุณไม่ได้ทำผิดทำถูกอะไรหรอกแต่สิ่งที่ควรนี้มันเป็นกุศล สิ่งที่ไม่ควรก็เป็นอกุศล ก็ทำสิ่งที่ควรดีกว่า ก็ตอบอย่างนี้ก็แล้วกัน
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน อุปาทานคือสิ่งที่หลงยึดถือว่ามี ทั้งรสอร่อยและผีสางเทวดา _ มังคลา วงษ์จันทร์ ...พระอริยะสอนไม่เหมือนท่านเลยนะครับ หลวงตาม้านี้ (บุคคลที่ยกมาอ้าง) ท่านเทศน์สอนเรื่องวิญญาน เรื่องภพเรื่องภูมิ เรื่องผีเรื่องเทวดา หลวงพ่อฤาษีลิงดําท่านก็สอนเรื่องเดียวกัน หลวงปู่แหวนหลวงปู่ตื่อ นอกจากเรื่องนิพานแล้วท่านก็สอนเรื่องเดียวกัน เพราะตราบใดที่ยังไปนิพานไม่ได้ ก็ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ไปตามภพตามภูมิต่างๆ พระพุทธเจ้าเองท่านก็ตรัสถึงอบายภูมิทั้ง 4 นรก เปตร อสูรกาย เดรัจฉาน แล้วจะไม่มีผีได้งัย ก็พวกสัมพเวสี พวกตายก่อนกำหนด เค้ายังไม่ได้ไปตามกรรม ที่ท่านบอกมันขัดกับที่พระพุทธเจ้าสอน พระองค์ต้องการสอนให้คนไปนิพาน แต่เรื่องผีเรื่องวิญานพระองค์ก็บอกว่ามี แต่พระองค์ไม่ให้มุ่งเน้นไปทางนั้น ให้เน้นไปนิพพาน เพื่อพ้นทุกข์ ธรรมเป็นเครื่องรู้ได้เฉพาะตน เค้าปฏิบัติ เค้าถึงได้ญาณ ได้ฌานเค้าถึงได้ตาทิพย์หูทิพย์ เป็นธรรมวิเศษ เป็นโลกียะ ถึงไม่ใช่โลกกุตระ ก็สามารถเห็น นรก สวรรค์ เห็นผี เห็นภพเห็นภูมิต่างๆได้ เพราะเค้าปฏิบัติ เค้าไม่ได้เรียนปริยัติในตำรา อ่านมาอ่านอย่างเดียวไม่ปฏิบัติ ถึงไม่เห็น อ่านในตำราสอนก็สอนในตำรา เค้าลงมือปฏิบัติพระกรรมฐาน จนได้ญาณได้ฌาน เค้าถึงบอกว่ามี พระอริยทั้งหมดในเมืองไทย ท่านก็บอกผีมี หลวงปู่แหวนท่านโดนผีแกล้ง หลวงปู่ตื่อท่านก็ไปปราบให้ ท่านก็ยังเอามาเทศสอนลูกศิทธิ์ อยู่ แล้วมันจะไม่มีได้งัย พระที่ผมพูดมาท่านละสังขานกระดูกท่านเป็นพระธาตุหมดแล้ว มีหลวงตาม้าที่ท่านดำลงธาตุขันต์อยู่ ทุกวันนี้ท่านก็บอกให้ผูกมิตรกับวิญานเค้าช่วยเราได้ สอนมนต์ปฏิบัติธรรมเสร็จแผ่ให้เค้าๆ แล้วแบบนี้จะไม่มีหรอ พระอภิญาบอกแบบนี้ จะไม่มีหรอ มีหลวงพ่อนี้แหละบอกมโนหลอกลวง ให้พิจราณาเอานะครับ พ่อครูว่า…อาตมาก็ขอรับรองว่า หลวงปู่แหวนหลวงปู่ตื้อ หลวงตาม้าหรือหลวงพ่อฤาษีลิงดํา ไม่ใช่อริยะ ไม่ใช่อรหันต์ ขอยืนยันและบอกคุณตรงๆด้วยความสงสาร อย่าหลงงมงาย ตื่น มีปรโตโฆสะ ฟังเสียงอาตมาบ้าง แล้วก็ตั้งใจฟังดีๆอย่าฟังด้วยอคติ ฟังดีๆตั้งใจดีๆแล้วจะได้ปัญญา เรื่องผีเรื่องวิญญาณขออธิบายให้ฟัง เรื่องผีเรื่องวิญญาณที่เห็นแล้วเขาเอามาพูดกัน มันมีสิคนมีกิเลสอุปาทานมันก็มี แต่คนไม่มีกิเลสไม่มีอุปทานมันก็ไม่มี คนมีก็คือมีกิเลสเป็นตัวตั้งให้มันมี ฟังใหม่อีกที โปรดฟังครั้งที่ 2 คือ เรื่องผี เรื่องตัวตน ผีเป็นรูปร่างตัวตน เป็นสิ่งที่ยังมีอยู่ มันเป็นอุปาทาน อุปาทาน แปลว่า การหลงยึดว่า มี เช่นว่า รสอร่อย คุณกินกระเจี๊ยบนี้เปรี้ยว แต่ก็บอกว่าอร่อยดีจัง อีกคนกินกระเจี๊ยบเปรี้ยว จะบอกว่าไม่ไหวไม่เข้าท่าเลย คนหนึ่งบอกว่าอร่อยดีจังอีกคนนึงบอกว่าไม่เข้าท่าเลย แต่รสกระเจี๊ยบมันเป็นอย่างเดียวกันอย่างนี้ของแท้ แต่คนๆหนึ่งบอกว่าไม่ได้เรื่อง อีกคนหนึ่งบอกว่าอร่อยดีจัง ไอ้นั้นแหละคืออุปาทาน คือของยึดมั่นถือมั่นตามคนอื่นพาให้ยึดถือมา คุณยึดถือว่ามี แค่รสอร่อยรสไม่อร่อยมันก็มีแล้ว จริงๆ จะไปปั้นเป็นผีเป็นตัวเป็นตนมันยากกว่ารสอร่อยรสไม่อร่อย มันยากกว่าอีก แล้วยังไปยึดถืออีก แต่คนที่ไปยึดถือมากกว่านี้มันเป็นอย่างไร คนที่ไปยึดถือสิ่งที่มันเป็นไปได้ยากและอุตส่าห์ไปเป็นได้อีกอันนี้แหละเป็นคนโง่ มาเรียนรู้รสอร่อยรสไม่อร่อยนี่ให้ได้ แล้วผีสางเทวดาตัวตนอย่างนั้นเลิกได้ง่ายเลย ฟังอาตมาเข้าใจตามนี้นะคุณเลิก อย่าสนใจว่าเป็นผีเป็นเทวดาเป็นตัวเป็นตน ไม่เช่นนั้นคุณจะมีนิยายลวงโลกอีกมากเลย มีคนสร้างหนังผีละครผี เล่าเรื่องผีกันเต็มอยู่ในโลก เป็นเทวนิยมมันมีอยู่อย่างนั้น ศาสนาพุทธเป็นศาสนาอเทวนิยม ตั้งใจให้ดีๆ ขอยืนยัน ฌานของ หลวงปู่แหวน หลวงตาบัวหลวง ปู่ตื้อพวกนี้เป็นฌานเป็นมิจฉาทิฏฐิ ฌานของพระพุทธเจ้าเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 ต้องมีศีลต้องลืมตาจึงจะมี ฌานได้ ไปหลับตานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับตาหูจมูกลิ้นกาย หลับตาแล้วก็เป็นฌานนอกรีต ฌานฤาษี เป็นมิจฉาทิฏฐิ ฟังวันนี้อาตมาไม่ประนีประนอม พูดหักเลย ผิดก็ว่าผิดถูกก็ว่าถูก วันนี้อาตมาไม่ออมมือ หักด้ามพร้าด้วยเข่า และคุณเข้าใจว่า ที่เป็นโลกียะนั้นไม่มีทางไปถึงนิพพาน คุณเข้าใจตรงนี้ถูกแล้วดีมาก ชื่นใจพอมีหวัง คำว่า มี คำนี้ คนที่มีอุปาทาน ยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองหนังเหนียว เขาก็หนังเหนียวจริงๆ จิตที่มีอุปาทานยึดถือ มันไม่ใช่ง่ายๆ อาตมาก็เคยเล่นมา หนังเหนียวที่ไหนกัน เราเล่นกัน เช่นใช้มีดโกนยิลเลตต์ คมขนาดว่า ก่อนจะกรีด โกนขนร่วงเลยนะ ก็เอามาฟัน กรีด หากกรีดแรงๆ ก็จะเป็นรอยแดงเป็น ยางบอน เจ็บ แต่ไม่เหวอะหวะ มันฟันไม่เข้า แค่เป็นรอยแรง เรื่องอุปาทาน สิ่งไม่มีก็กลายเป็นมี อย่างที่เทศกาลกินเจภูเก็ต เขาเอาอะไรมาแทง เอาท่อเหล็กมายัดปาก เจ็บ แต่เขาก็ไม่เจ็บ เขาทนได้ เดินลุยไฟไม่ไหม้ เจ็บบ้างแต่ก็ทนได้ แต่ไปเดินแช่กลางกองไฟไม่ได้หรอก มีแต่วิ่งไปผ่าน ถ้าคุณเข้าใจก็มาเลือกได้ อย่างเช่น รสอร่อย อย่างเช่นกระเจี๊ยบอาตมาจะกินก็ได้ชอบไม่ได้ชัง มันก็มีรสเปรี้ยวจะให้กินถ้ามันเป็นประโยชน์ก็กินได้ กระเจี๊ยบนี้เปรี้ยวน้อยกว่ามะนาวก็กินได้ แต่ไม่ชอบไม่ชัง จิตมันจะไม่มีอาการชอบชัง มีแต่จิตกลางๆเฉย จะต้องเปรียบเทียบอาการจิตที่มันเฉยๆ เช่นคุณเป็นผู้ชายไม่ได้ชอบอย่างที่ของผู้หญิงเขาชอบ ผู้หญิงเขาชอบลิปสติก คุณเห็นลิปสติกคุณก็เฉยๆ หรือคุณจะไปชอบลิปสติกก็ไม่รู้นะ จะไปกันใหญ่มันจะยากเลยหากจะชอบลิปสติก มันก็จะกลายเป็นกระเทย ซึ่งมันไม่ใช่ของผู้ชาย ถ้าคุณเองไม่ได้มีจริตกระเทยเลย ลิปสติกของผู้หญิงเขาถ้าเขาว่าสวย เราดูก็เฉย ดีไม่ดี จะไม่ชอบเอาด้วย อาตมาว่าไม่ชอบนี้ ยังจะเข้าท่ากว่าชอบนะ เมื่อมาปฏิบัติหลายคนก็จะถึงขั้นไม่ชอบ แต่ก่อนเราชอบตอนนี้เราไม่ชอบแล้ว เห็นคนอื่นเขาใช้เราก็ไม่ชอบทั้งที่คนอื่นเขาก็ชอบเขารัก มันก็สลับไปสลับมา ให้ตั้งใจให้ดีๆ อาตมาก็ขอยืนยันว่าคุณควรจะฟังอาตมาต่อไปให้ดีๆและพิจารณาตามให้ดี อย่าเพิ่งเลิกนะ พยายามฟังอาตมาไปเรื่อยๆ จะบังคับให้รู้ได้เร็วๆไม่ได้ ต้องตั้งใจฟังต่อไปให้ดี ให้มี ปรโตโฆษะ อาตมาว่าอาตมาถูกต้อง อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้าขอยืนยันอย่างนั้นจริงๆ แต่คุณจะเชื่อแค่ไหนไม่ใช่แค่ไหนก็ฟังไปเรื่อยๆ อาตมามีหลักฐานอะไรก็เอามายืนยันเยอะ
_ละอองหิน วิลามาศ... คำตอบคำถามที่พ่อท่านฝากถึงลูกๆและขอกราบนิมนต์พระครูให้คำแนะนำสั่งสอนแก่ลูกๆความเจริญของลูกๆด้วยค่ะ 1. ถ้าอาตมาไม่ตื่นขึ้นมา พวกคุณจะรู้สึกอย่างไร ? 2. ถ้าอาตมามีอายุยาวไปอีก 30 ปี พวกคุณจะอายุเท่าไหร่ ? ขอตอบข้อ 2 ก่อนค่ะ ถ้าร่างกายขันธ์นี้ยังดำรงอยู่ได้ก็จะอายุ 95 ปี แต่ถ้าดำรงอยู่ไม่ได้ตายก่อน 30 ปีก็ไม่อาจจะรู้ได้ ถึงอายุ ณ ตอนนั้น ถ้ากิเลสตายไปก่อน ที่พ่อครูจะนอนไม่ตื่น ก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ากายขันธ์บวกกิเลสนี้ ยังไม่ตายก็คงจะเศร้าเสียใจทุกข์โทมนัสแสนสาหัสตามภพภูมิ พ่อครูว่า…ถูกต้อง เอาทฤษฎีมาพูดเลยก็ถูก กิเลสมันยังมีอยู่ก็มีบ้างแต่ถ้ากิเลสไม่มีแล้วก็ไม่รู้สึกอะไร
_เพื่อนน้องภูมิพุทธ วาฬเกยตื้นริมมูล... ขอนอบน้อมกราบนมัสการสุดเศียรสุดเกล้าสุดบูชา เพลง งมงาย (วงบอดี้แสลม) กราบมอบเพลงนี้ถวายพ่อครูครับ ฝากเพลงนี้ถวายพ่อครู เมื่อวานพ่อครูอ่าน smsว่า แฮรี่พอตเตอร์งมงาย “เกิดมาได้เจอคนที่ตามหามานานแสนนาน ทำให้รู้ว่าเธอมีค่ามากแค่ไหน จะอยู่ตรงนี้ถึงแม้ว่าฉันไม่เหลือใคร …(เพลง)” ปล.อิจฉาน้องภูมิ ช่วยใส่รองเท้าให้พ่อครู ผมขอใส่ให้พ่อครูสักครั้ง …งมงาย (นามปากกา) พ่อครูว่า…เลิกงมงายเสียสิอย่าไปซ้ำเติมตัวเอง
SMS วันที่ 6-7 ธ.ค. 2563
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ประชาธิปไตยแบบพุทธส่งต่อจากพุทธเจ้าถึงเมืองไทย _Jaidin Chaohinfa (ใจดิน ชาวหินฟ้า) : พ่อครูนำพาฝึกประชาธิปไตยประหนึ่งก้าวสู่ยอดเขาแล้ว ขณะนี้เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยประหนึ่งใกล้ๆเชิงเขา เขาจึงมองไม่ค่อยเห็นอย่างพ่อครูพาฝึก เข้าใจแบบนี้เป็นอย่างไรคะ พ่อครูว่า…สำหรับคนอยู่เชิงเขาตีนเขาก็เป็นอย่างนั้น แต่คนที่ขึ้นไปสู่ยอดเขาได้ก็มี ประชาธิปไตยตามที่อาตมาอธิบายขอยืนยันว่า ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้านั้นยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าสร้างประชาธิปไตยท่ามกลางยุคทาส ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระเจ้าแผ่นดินยิ่งใหญ่ เรียกว่าเผด็จการสมบูรณ์แบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระราชาเป็นเจ้าของชีวิตเป็นเจ้าของทรัพย์สินทุกอย่าง อนุญาตให้ใครมีแล้วจะริบลงให้หมดเลยก็ได้เอาคนนั้นมาฆ่าเลยก็ได้อย่างนี้เป็นต้น สมบูรณาญาสิทธิราชย์ยิ่งใหญ่ถึงปานนั้นในยุคนั้น แต่พระพุทธเจ้า สามารถที่จะมีธรรมนูญของท่านเอง จุลศีลมัชฌิมศีลมหาศีล ใครมาเข้ารีตมาปฏิบัติตามมายึดถือธรรมนูญนี้ พระเจ้าแผ่นดินในยุคนั้น มีหลายแคว้นหลายประเทศ บางประเทศก็ใหญ่มากเช่นแคว้นโกศล แคว้นมคธ สองแคว้นใหญ่ ในทวีปอินเดีย ก็ยอมให้พระพุทธเจ้าหมด ขนาดพระเจ้าแผ่นดินมคธบอกเลยว่า มาช่วยกันบริหารประเทศเถอะ เราจะแบ่งมคธนี้ให้ครึ่งหนึ่ง กรุงกบิลพัสดุ์ของพระพุทธเจ้านั้น เล็กกว่ามาก พระเจ้ามคธบอกว่าแบ่งให้ครึ่งนึง ยังใหญ่กว่ากรุงกบิลพัสดุ์มากกว่า พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่หรอกเราจะมาทำงานทางด้านธรรมะ ไม่ไปทางนั้นแล้วเลิกแล้วอย่างนี้เป็นต้น ท่านลองถึงขนาด ลูกพระเจ้ามคธคือพระเจ้าอชาตศัตรู ที่ประหารพ่อ แล้วตัวเองก็ขึ้นครองราชย์ เสร็จแล้วมันเป็นอนันตริยกรรม ก็ยังมาศรัทธาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็โปรดไป จนกระทั่งสุดท้ายถามว่า ถ้าเผื่อว่า คนของพระองค์ คนที่อยู่ใกล้ชิดรักมากรับใช้ตื่นก่อนนอนทีหลัง รับใช้เก่งทุกอย่างเลย เป็นราชวัลลภ ใกล้ชิด รักที่สุด ช่วยทุกประตูเป็นตัวแทนเลย คนนั้นของพระองค์ที่ตื่นก่อนนอนทีหลังรับใช้ ไว้ใจได้ทุกอย่าง เป็นข้าราชบริพารสนิทชิดเชื้อเลย เกิดมาศรัทธาพระพุทธเจ้า แล้วก็มาขอบวช ท่านจะเอาคืนไหม? เพราะท่านมีสิทธิ์เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ท่านไม่ให้ก็ได้ ท่านจะเอาคืนก็ได้ พระเจ้าอชาตศัตรูก็บอกว่าไม่หรอก มีแต่จะสนับสนุนส่งเสริมเราจะเป็นอุปัฏฐากให้ด้วยซ้ำไปจะต้องเคารพเขาด้วย เห็นไหม ทั้งที่ท่านไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นพระโสดาบันได้เพราะเป็นอนันตริยกรรมแต่ท่านเข้าใจ จิตยังไม่เป็นแต่ปฏิภาณปัญญายอมรับทุกอย่างอย่างนี้เป็นต้น พระพุทธเจ้าก็ตรัสบอกพระเจ้าอชาตศัตรูชัดเจนทุกอย่าง ถ้าไม่มีอนันตริยกรรมจะเป็นพระโสดาบัน ณ ที่นั้นเลย ไม่รู้จะทำอะไรก็ต้องรับวิบากไปเป็นชาติจะมีเป็นต้น ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าในยุคนั้นท่านทำได้ เนื้อหาหัวใจแท้ๆของประชาธิปไตยคือ 1 ไม่มีตัวตน ไม่มีอัตตา ไม่มีกิเลส 2. เสียสละแรงงานแรงกายแรงใจทำเพื่อผู้อื่นเพื่อมวลมนุษยชาติโดยไม่มีอคติ นี่คือยอดประชาธิปไตย ใครก็ตามที่ทำงานเป็นนักการเมือง มีคุณสมบัติทำงานแบบไม่มีอคติ ทำงานอย่างมีปัญญา อันนี้คุณจะได้ประโยชน์อันไหนก็ทำอย่างซื่อสัตย์ตามที่มีภูมิปัญญามีปฏิภาณว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ลำเอียงเข้าข้างใคร เสียสละรับใช้ตลอดเวลา ไม่ต้องการอะไรตอบแทนแลกเปลี่ยนไม่ต้องชมเชยไม่ต้องยกย่องเชิดชู ก็ไม่ว่า หรือจะชมเชยยกย่องก็ไม่หลงระเริงอะไรเลย รับรู้ความจริงตามความเป็นจริง นี่คือเนื้อแท้คุณลักษณะคุณวิเศษของพระอรหันต์ คุณวิเศษของพระอริยเจ้า นี่คือหัวใจของประชาธิปไตย ใครที่บอกว่าอย่าเอาธรรมะมายุ่งกับการเมือง คนนี้โง่ที่สุดกว่าคนที่โง่ที่สุดในโลก เพราะคุณคิดอย่างนี้ นักการเมืองจึงไม่มีธรรมะ คุณไม่เอาธรรมะไปพูดกับนักการเมืองนักการเมืองก็ไม่มีธรรมะ มันจึงฉิบหายวายป่วงหมดเลย แค่นี้คุณทำความเข้าใจให้ได้ ประชาธิปไตยในเมืองไทยขณะนี้เป็นเมืองพุทธ และกำลังก้าวสู่โลกุตระ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นนักประชาธิปไตยที่โลกยอมรับ แต่เขาไม่เข้าใจคุณวิเศษนี้ เขาไม่มีชื่อเรียกว่าเป็นคุณวิเศษเป็นประชาธิปไตยสุดยอด แต่เขาก็พยายามแสวงหาประชาธิปไตย ทั่วโลกทุกวันนี้ต้องการประชาธิปไตย แต่เขาไม่รู้ เขาไม่ชัดเจน แต่เขาก็รู้ว่าคุณสมบัติอย่างนี้เป็นเรื่องยอดเยี่ยม แต่รูปธรรมของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์เป็นพฤตินัย พระจริยวัตรของพระองค์ทั้งหมดเป็นประชาธิปไตย 100% แต่เขาก็ขยายความไม่ออก เขาอธิบายรายละเอียดไม่ได้แต่เขารู้ นัยยะของอันนั้นแล้ว แต่อธิบายไม่ได้เอามาพูดเอาเนื้อฉลากยามาใส่ไม่ได้ อาตมาจึงจำเป็นจะต้องเอาฉลากยามาแปะ อธิบาย อาตมาจึงพูดเป็นภาษาธรรมะที่จะอธิบายถึงพฤติกรรมทางกายกรรม วจีกรรม ที่เป็นรูปธรรม ให้รู้ว่านี่คือพฤติกรรมประชาธิปไตย เมืองไทยตอนนี้ผู้นำอย่างน้อย 1 ไม่มีทุจริต อันนี้ไปรอด ถ้ามีทุจริตไม่รอดประชาธิปไตยไม่รอดถ้ามีทุจริตไม่รอด โดยเฉพาะตัวผู้ปฏิบัติที่เป็นนักการเมืองหรือเป็นผู้นำ หรือผู้มีอิทธิพล เพราะฉะนั้นลูกน้องก็จะเกรงกลัว สิ่งที่อาจจะมี error เป็นเรื่องสุดวิสัยแต่ถ้าท่านรู้แล้วก็จัดการเลยไม่ไว้หน้า จะสำเร็จมันต้องเด็ดขาด เมืองไทยมันกำลังไปดีแล้ว นอกจากไม่อคติไม่มีกิเลสตัวตนทำงานเสียสละจริง แล้วยังเป็นผู้ที่มีบารมีที่มนุษย์อยากได้ คำว่าบารมีนี่รู้ยากมาก ในบารมีของคนต่างๆไม่ใช่ว่า แบบโลกๆที่ปูพื้นเอาไว้ อย่างเช่นโดนัล ทรัม สร้างค่ายกลเอาไว้จนกระทั่งได้สำเร็จเป็นประธานาธิบดี แล้วเป็นอย่างไร พาอเมริกาหมดท่าเลย พังระเนระนาดเลย เป็นงานหนักของ โจ ไบเดน มากเลย แต่เขาก็ต้องทำ มันต้องเป็นเขาซึ่งก็น่าเห็นใจ ก็ดูไปก็แล้วกัน ไม่ต้องดูไบ
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท…ยุคประชาธิปไตยเก่าเมื่อ 31 ตุลาคม 2548 โดยคุณทักษิณ ชินวัตร บอกว่า.. จังหวัดไหน มอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ จังหวัดไหนที่ไม่ไว้วางใจเราน้อยต้องเอาไว้ทีหลัง ส่วนยุคเผด็จการฯกล่าวเมื่อ 9 สิงหาคม 2559 พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า.. ขอบคุณพี่น้องชาวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้ว่าจะรับหรือไม่รับก็ตาม ผมก็จะทำให้ท่านต่อไป เพราะมันเป็นความยากลำบากของท่านในเรื่องความเป็นอยู่คุณภาพชีวิต ในขณะเดียวกันผมต้องดูแลภาคอื่นด้วย เพราะทุกคนคือคนไทย ในยุคเผด็จการฯก็พูดดูแลทุกคน แต่ยุคประชาธิปไตยใครไม่เลือกผมก็เอาไว้ทีหลัง
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ผี คืออุปาทาน สะกดจิตก็ใช้อุปาทาน _เบิกฟ้า หาพุทธแท้ : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง...ขอเรียนถามพ่อครูระหว่างวิญญาณกับโอปาติกะต่างกันอย่างไรครับ...ดูข่าวทางทีวีเมื่อสองวันก่อนเรื่องมี คนเจอผีจะจะแบบมีตัวตน เห็นและสัมผัสได้เป็นรูปร่างพูดสื่อสารได้เหมือนคนเลย...คือมีคนขี่มอเตอร์ไซร์ไปตามถนนในตอนกลางคืนแล้วเจอพระซึ่งเสียชีวิตมาแล้วเกือบสิบปีเดินอยู่ริมถนน และเขาก็อาสารับพระรูปนั้นขึ้นซ้อนท้ายไปส่งบ้านญาติของพระรูปนั้น....ขี่ไปได้สักพักหนึ่งพระรูปนั้นก็ได้อันตรทานหายไปจากเบาะที่ซ้อนท้าย....อย่างนี้หมายความว่าอย่างไรครับ พ่อครูว่า…ถ้าไม่ตกมอเตอร์ไซค์ตาย ก็หายตัวไป หายตัวไปคืออุปาทานของคุณ คุณรู้ว่า ตายไปตั้ง 10 ปีแล้ว คนมาเล่านี้ คนที่รับขึ้นไปก็รู้ว่าตายเป็น 10 ปีแล้วรับขึ้นได้อย่างไร ก็ต้องดูว่าเป็นผีแล้วละสิ แล้วรับอย่างไร มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง นิยายเรื่องนี้โกหกไม่สนิท เอาเถอะ ถึงจะโกหกสนิท ว่าผี นี่เขาตามเจอเลย คนที่เห็นรูปร่างของผี บอกแล้วว่าไม่ยากเลยมันง่ายจะตายไป อาตมานี่เคยศึกษาทางจิตวิญญาณ ทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ศึกษา ทางด้านไสยศาสตร์ก็ศึกษา ทางพุทธก็ศึกษา ทางไสยศาสตร์สรุปแล้วว่ามันลึก ลึกลับ แต่ไม่กระจ่าง แต่เป็นไปได้ แต่ทางวิทยาศาสตร์กระจ่างชัด แปลกเหมือนกัน แต่ก็ไม่ลึกเท่าไหร่ ยกตัวอย่างตื้นๆง่ายๆ คนปวดฟัน มาหาอาตมา อาตมาก็สะกดจิตโดยใช้วิทยาศาสตร์ สะกดจิตเขาแล้วสั่ง พอจิตเขาอยู่ในอำนาจของเราเราก็สั่งไม่ให้ปวดฟัน ถ้ายังปวดฟันไปหาหมอฟันเขายังไม่ทำให้นะ ต้องรักษาให้ไม่ปวดก่อน ก็มาให้เรา เราก็สะกดจิต จะให้ไม่รู้สึกปวดมันก็ต้องมีฤทธิ์ ชั่วระยะหนึ่งเช่นบอกว่า 7 วัน สั่งให้ไม่ปวด 7 วัน แล้วบอกว่ารีบไปให้หมอจัดการภายใน 7 วัน อย่างนี้เป็นต้น สะกดจิตกันแล้ว คนที่สะกด บางทีก็บอกว่าบนโต๊ะนี้ มีแก้วน้ำไม่มีอะไรเลย ทั้งที่จริงๆแล้วไม่มีแก้วน้ำ เขาก็เอามือหยิบ มันก็ไม่มีแก้วน้ำ เราก็เห็นว่า คนนี้เห็นแก้วน้ำ แต่ที่จริงแล้วมันไม่มีจริงๆ หรือสะกดจิตเสร็จ ก็บอกว่าเอานะ ตอนนี้จะเอาเหล็กเผาไฟแดงๆนาบกับแขน เราก็เอาไม้บรรทัดมาทาบกับแขน แขนเขาก็แดงเป็นเส้นเลย อุปาทาน แดงร้อนเป็นเส้นเลย ทั้งที่ไม่มีความร้อนอะไร อันนี้อาตมาเล่านี้ เล่าจากประสบการณ์ที่อาตมาทำมาจริง ก็เล่าซ้ำไม่รู้กี่ทีแล้ว หรือยกตัวอย่างว่า แจกทอง หรือแบบ ไสบาบา แจกนาฬิกา Rolex อาตมาก็บอกว่าไสบาบา ขโมยนาฬิกานะ จะเอานาฬิกา Rolex มาให้เขา ก็ต้องไปเอาจากเขามา หรือไม่ก็ปลอมนาฬิกา Rolex มา มันเป็นนาฬิกาจริงๆให้เขา ของแท้ต้องมี Serial Number อย่างนี้เป็นต้น ไสบาบานี้มีอีกหลายอย่าง พูดไปขนาดด็อกเตอร์ในเมืองไทยก็ยังศรัทธา ซึ่งไสบาบา เขาก็เสียไปแล้วล่ะ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์ _เดชา อำพร : ทฤษฎีที่มากไปย่อมทำให้วุ่นวายสับสนเปรียบเหมือนโรงลิเก อโศกไม่ควรชอบเล่นลิเกละครให้มากนัก เราว่าถ้าท่านจะอวดอรหันต์(ซึ่งก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ เพราะเป็นเรื่องของนามธรรม และอาจทำให้พวกมิจฉาชีพนำไปทำตามอย่างเพื่อเรียกทรัพย์หรือหาลูกศิษย์บริวารได้ อรหันต์ไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆ ใครจะรู้ไม่รู้กับเราก็ช่างปะไร เมื่อเขาเดินถึง เ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive