631120_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาอภิภายตนะ 8 ประการ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข20 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

631120_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาอภิภายตนะ 8 ประการ ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1aZzfWXicwLVhZm0TtJ5pJWNWsCC7BuPyO7i9Jv2fJkE/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/11TrQjDqa6b6dklvIcznGxLqiAwghXgWv/view?usp=sharing

และยูทูปที่ https://youtu.be/etbhR9W1RL0

สมณะเดินดิน…วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ที่บวรราชธานีอโศก วันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นวันสำคัญที่เราจะได้เชื่อมโยงกับเครือแห กลุ่มที่เคยร่วมกันออกไปแสดงความจงรักภักดี ระดมพลคนเสื้อสีเหลืองจงรักภักดีต่อสถาบันให้มาก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มคณะราษฎร์เขายังเชื่อว่าเขาเป็นคนกลุ่มใหญ่ ก็ต้องพิสูจน์กันด้วยจำนวนมวลที่ออกไปพิสูจน์ยืนยัน มีพวกเราขึ้นรถกองทัพธรรมไปร่วมแสดงพลังจงรักภักดีต่อสถาบัน แต่พวกกลุ่มราษฎรบางคนเห็นว่าเป็นรถกองทัพไปเสียได้ (แสดงว่าไม่เห็นธรรมะ เป็นพวกมืดบอดโมหะ อวิชชา)

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ประเทศไทยเป็นสังคมที่เจริญที่สุดในโลกในหลายด้าน พ่อครูว่า…ขอต่อจากที่ท่านเดินดินได้พูดเอาไว้ เกริ่นไว้แล้ว ว่าขณะนี้สังคมของไทยขอยืนยันว่าเป็นสังคมที่ลงตัว เป็นสังคมที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเชิงประชาธิปไตย ก็เป็นประชาธิปไตยที่สวยงามที่สุดในโลก จริงๆ ไม่ได้พูดเล่นหรอกขอยืนยันว่าอาตมาก็จะมีปฏิภาณความรู้ ยิ่งสื่อสารมวลชนทุกวันนี้เป็น globalization แล้ว พอรู้ได้ว่าประเทศไหนก็มีสังคมของเขามันเกิดความเป็นอยู่อย่างไรแค่ไหน ก็พอรู้เปรียบเทียบได้ อาตมาก็ใช้ปัญญาของตัวเองภูมิธรรมของตัวเองเปรียบเทียบระหว่าง คนไทยนี่รวมแล้ว ค่าของความเป็นจริงที่เกิดจริงเป็นจริงของสังคมมนุษย์คนไทยขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเชิงประชาธิปไตย อาตมาก็ขอให้คะแนนว่าเป็นคะแนนเต็

อ่านต่อ

ม เต็มที่ว่าคือเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆในโลก เป็นที่ 1 ในโลกแล้ว ต้องเต็มร้อยประเทศไทยนี้เต็มร้อย ขณะนี้ แม้แต่ทางด้านเศรษฐกิจ อาตมาก็ถือว่าเต็มร้อย จะมีหลักฐานยืนยันทางสถิติ อาตมาได้สถิติมา จากซุปเปอร์โพลของอาจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา จะได้อ่านให้ฟัง คือ เขาพูดเป็น Fake News PR กันไปหลอกคน มันไม่มีความจริง อยากหลอกว่ามันไม่ใช่มันไม่ใช่ มันตกต่ำเศรษฐกิจชิบหาย รัฐบาลประชาธิปไตยจะชิบหาย สังคมจะชิบหาย อะไรเขาก็พูดใส่ร้าย ใส่ร้าย อุปวาโท ใส่ร้ายใส่ความกัน คือ ความเลวของคนก็ทำเลวไปอย่างโง่เง่า เป็นความโง่เง่าของเขาเองเป็นความโง่ อาตมาไม่ได้ลงโทษไม่ได้ด่าไม่ได้ว่า แต่เพราะว่าอวิชาของเขาพาให้โง่ “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” มันเป็นเรื่องแท้ เขาแสดงอะไรออกมาอย่างไรแสดงความรู้ความประพฤติออกมาอย่างไรมันก็เป็นตัวเขานั่นแหละ เพราะฉะนั้นใครมีความเข้าใจในเชิงโลกียะหรือโลกุตระ ก็จะเข้าใจได้

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ความสุดโต่งสองฝั่งคือพญาครุฑและพญานาค พ่อครูว่า… อาตมาเองได้พูดถึงเรื่องความสุดโต่ง 2 สุดโต่ง คือ โลกทุกวันนี้ สุดโต่ง ในแง่ของพญานาคและในแง่ของพญาครุฑ สุดโต่งไปมาก พญาครุฑคือพวกออกนอกโลกบินออกไปให้ไกลที่สุดออกนอกโลกไปเลยนั่นคือพวกพญาครุฑ ซึ่งมันเกินความจำเป็นแล้ว ดี ที่มีความคิดทางด้านเทคโนโลยี อันละเอียดลึกซึ้ง เอามาใช้งานได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเอาไปทำชิบหายออกนอกทำไม จะเอาไปทำดาวเทียมเพื่อที่จะใช้สะท้อนให้เกิดคมนาคมโคจรการเชื่อมต่อของโลก ในที่ต่างๆได้ก็น่าจะพอแล้ว จะต้องไปสร้างอาวุธที่จะไปยิงกันนอกโลกอะไรต่ออะไรมันจะบ้ากันไปเปล่าๆ ยิงกันในโลกยังไม่พอยังจะไปยิงกันนอกโลก หรือแม้แต่ พวกที่หลงมืด หลงทิศหลงทางออกหนีจากความเป็นสังคม ออกจากความเป็นคนสามัญ กลายเป็นคนเข้าป่าเขาถ้ำไป ไม่รู้เขาจะไปไหนสุดโต่งกันไปเป็นพญานาค ไปลึกถึงบาดาล ไม่ใช่แค่ก้นมหาสมุทร แต่ทะลุก้นมหาสมุทรลงไปถึงบาดาล ชนิดอย่างนั้นก็เหมือนกันพวกที่หนี หนีกันอย่างสุดโต่ง พวกที่ฟุ้งเฟ้อฟุ้งซ่านอย่างพญาครุฑ “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” ความรู้มันล้นๆๆๆ เราก็ไม่ได้ดูถูกความรู้ที่จะเอามาใช้ได้เราก็ต้องเอามาใช้พอสมควร แต่นี่มันล้นเกินมันเฟ้อ เอามาขายเอามาข่มเอามาขู่เอามาดูถูกดูแคลนกัน มันก็เลยกลายเป็นความร้าวของสังคมความแตกของสังคม ทะเลาะวิวาทของสังคม ซึ่งมันเป็นความไม่เจริญ ก็ขอสรุปว่าพวกสุดโต่ง เมื่อไหร่จะเลิกสุดโต่งกันเสียที เข้ามาหาความสมดุลลงตัว ความไม่สุดโต่ง ความไม่เป็นพญานาค ความไม่เป็นพญาครุฑกัน ไปทำความเข้าใจดีๆพญาครุฑคืออะไรพญานาคคืออะไรเขาไม่รู้ตัวกันหรอก เถรสมาคมคือสังคมพวกพญาครุฑ ส่วนพวกพระป่าของชาวพุทธก็คือพญานาค

ทีนี้ก็มาดูความเป็นจริงของสังคม ฟังกันดู แต่เขาคงไม่ฟังหรอกเป็นสัตว์โลกที่โง่ได้ระดับ

ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจนายกฯตู่ ได้ไปต่อ แต่เห็นด้วยควรมีนายกฯคนกลาง

20 พ.ย.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง นายกฯ ตู่ ได้ไปต่อ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,477 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 – 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา

เมื่อถามความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.7 ระบุด้านสุขภาพ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้บัตรประชาชนใบเดียวใช้ได้ทุกโรงพยาบาล รองลงมาคือ ร้อยละ 95.5 ระบุด้านคมนาคม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผลงานถนนเส้นทางต่างระดับเชื่อมภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 94.6 ระบุ ด้านการศึกษา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผลงานความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ ฝาบ้านไม่ครบสี่ด้าน จะดูแลจนจบปริญญาตรี มีงานทำ

นอกจากนี้ ร้อยละ 94.5 ระบุด้านเศรษฐกิจการศึกษา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนยากจนพิเศษมีทักษะดี มีงานทำรายได้ดี ในขณะที่ ร้อยละ 94.4 ระบุ ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้เกิดโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ร้อยละ 94.0 ระบุด้านคมนาคม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผลงานรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ของคนเมือง ร้อยละ 93.8 ระบุผลงานระดับโลก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชามีผลงานรับมือวิกฤตโควิด ได้อันดับหนึ่งของโลก ร้อยละ 92.0 ระบุด้านเศรษฐกิจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผลงานโครงการ คนละครึ่ง แก้ปัญหาปากท้อง กระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ถูกจุดตรงเป้า ร้อยละ 91.7 ระบุ ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรขยายเวลา และเร่งแก้ปัญหาโครงการ คนละครึ่ง ให้ดีที่สุด เช่น ขยายฐานคนมีสิทธิมากขึ้น แก้ระบบฐานข้อมูลที่ผิดพลาด ระบบขัดข้อง ร้านค้าโกงลูกค้าลดจำนวนสินค้า โก่งราคา เป็นต้น และร้อยละ 89.4 ระบุ ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรเปิดประเทศกระตุ้นท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังวิกฤตโควิด-19

ที่น่าพิจารณา คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.7 ระบุ ความขัดแย้งของคนในชาติ ปัญหาบ้านเมืองยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ (พ่อครูว่า…พวกนี้มันทำเสียงดัง ที่มันดังอยู่ตอนนี้เพราะมีสื่อโซเชียล พวกนี้ลงทุนเยอะลงทุนที่จะใช้สื่อพวกนี้มากเลย มันก็เลยดัง เพราะในยุคนี้เป็นยุคสื่อสารสนเทศ มันก็เลยดัง ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ไม่มีเครื่องมืออย่างนี้มันไม่ดังหรอก ถ้าเป็นแต่ก่อนไม่ดังขนาดนี้ไม่เละเทะขนาดนี้ ถ้าคนเข้าใจเหตุปัจจัยของยุคสมัยก็จะไม่ได้แปลกใจอะไรเป็นธรรมดา มันก็ต้องมีอะไรมากเกินบ้าง)

ในขณะที่ร้อยละ 25.3 ระบุ ควบคุมไม่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.1 เห็นด้วยที่ควรมีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมือง เพื่อทำประโยชน์ให้คนทั้งประเทศมากกว่า เอื้อประโยชน์จัดสรรงบให้พื้นที่ฐานเสียงของตนเท่านั้น ในขณะที่ร้อยละ 9.9 ไม่เห็นด้วย (พ่อครูว่า…นายกฯตู่ไม่ได้เข้าพรรคไหนเป็นคนที่รู้เรื่องประชาธิปไตยดีที่สุด ไม่อาศัยแรงของพรรคการเมืองอาศัยแรงของตัวเอง กี่โพลก็เห็นด้วยไม่ต้องอาศัยพรรคการเมืองไปโฆษณาหาเสียง ไม่ต้องเลย เป็นจอมยุทธที่ไม่มีคณะไม่มีพรรค เป็นจอมยุทธจริงๆ)

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงบุคคลที่ควรเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในสถานการณ์แบบนี้ มากที่สุด พบว่า อันดับที่หนึ่งส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.3 ระบุ เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทิ้งห่างอันดับสอง หลายเท่า คือนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 15.0 อันดับสาม สูสีขึ้นมาเทียบใกล้เคียงอันดับสองคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 14.7 ตามด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 7.3 และอื่น ๆ เช่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นต้น ร้อยละ 3.7 ตามลำดับ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ตอนนี้ ณ เวลานี้ คนส่วนใหญ่ยังคิดว่ารัฐบาลและทุกฝ่ายช่วยกันควบคุมสถานการณ์ความขัดแย้งของคนในชาติเอาไว้ได้ และคนส่วนใหญ่ยังเห็นผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านสุขภาพที่รับมือวิกฤตโควิดได้อันดับหนึ่งของโลก ด้านคมนาคมที่สร้างเส้นทางต่างระดับเชื่อมภูมิภาคของประเทศเช่น ภาคอีสานได้สำเร็จในยุคนี้และรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ของคนเมือง ในท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจของโลก และยังมีผลงานด้านความเสมอภาคทางการศึกษาที่ช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษที่ฝาบ้านไม่ครบสี่ด้านในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่แรกเข้าเรียนช่วยเหลือทุกอย่างจะขยายผลถึงปริญญาตรีมีงานทำเมื่อเรียนจบ และยังช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองมีทักษะดีมีงานทำรายได้ดีระหว่างการศึกษา ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เป็นต้น ส่งผลทำให้ฐานสนับสนุนของประชาชนให้ “นายกฯ ตู่ได้ไปต่อ” ในท่ามกลางคนไทยทุกคนที่มีจิตใจเป็นกลาง ไม่ใช้มิจฉาทิฏฐิต่อกัน (พ่อครูว่า…ผลงานพลเอกประยุทธ์นั้นดีมาก ของทักษิณนั้นเทียบไม่ติดเลย ประชาธิปไตยของไทยตอนนี้ไม่มีพรรคใดเด่นเลยมีพลเอกประยุทธ์เด่นกว่า มีพรรคการเมืองที่แสดงตนว่าส่งเสริมพระเอกประยุทธ์เต็มที่ ที่พอรู้ๆกัน แต่พลเอกประยุทธ์ก็ถือว่าเป็นมวยคือไม่เข้าพรรคไหน ก็ยังอยู่เป็นนายกรัฐมนตรีของประชาชน ไม่ใช่เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นนายกรัฐมนตรีของประชาชน การเมืองทั้งหลายฟังโพธิรักษ์พูดบ้างแล้วไปคิดดีๆ )

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า นายกฯ ตู่ได้ไปต่อ เพราะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากที่สุดกับสถานการณ์ของประเทศปัจจุบันที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งได้ด้วยการสนับสนุนของหลายพรรคการเมือง เสมือนนายกรัฐมนตรียืนอยู่บนแพลอยน้ำที่ต่อขึ้นมาจากหลายส่วนสะท้อนให้เห็นว่า สังคมการเมืองไทยมีหลายขั้วไม่ใช่แค่สองขั้ว ที่เรียกขานกันว่าเป็นพวกสลิ่มกับพวกชังชาติเท่านั้น จึงไม่ง่ายที่จะเกิดการเผชิญหน้าเหมือนบางยุคบางสมัยเพราะห้วงเวลานี้สังคมไทยมีหลายขั้วหลายกลุ่ม

“ดังนั้น ไม่ควรมองการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ เป็นศัตรูกัน ถ้าการเคลื่อนไหวของม็อบไม่รุนแรงบานปลายถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญในสังคมที่อาจจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของคนส่วนใหญ่ภายในประเทศ ให้สำนึกรู้คุณแผ่นดิน ปกป้องรักษาสถาบันหลักของชาติอย่างเข้มแข็ง พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์โดยไม่หวั่นไหว แต่คนที่ทำผิดกฎหมายต้องถูกจัดการอย่างเคร่งครัดเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างเกิดการลอกเลียนแบบพฤติกรรมทำตาม ๆ กัน จนอาจกลายเป็นโจทย์ที่ยากและซับซ้อนมากยิ่งขึ้นอันจะเป็นอันตรายต่อความรักความสามัคคีของคนในชาติด้วยความหลากหลายบนแผ่นดินเดียวกัน” ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน เมืองไทยขณะนี้การเมืองดีมากที่สุดในโลก พ่อครูว่า…อาตมามองตามประสาอาตมาว่าเมืองไทยขณะนี้ เรื่องการเมืองนี้ดีมาก มีพวกโง่ตกยุค ที่ร้องเสียงดังเหมือนเด็กๆไร้เดียงสา เหมือนคนโง่ที่ไม่รู้ประสีประสาร้องอยู่เท่านั้นเองไม่เท่าไหร่ เพราะฉะนั้นจึงดูแล้ว มันก็จำเป็น เราไปห้ามคนโง่มันห้ามไม่ได้ มันจะต้องหลงเหลือตกอยู่ในโลก ก็เลยทำให้รู้สึกว่าคนที่ไม่รู้ก็เลยพลอยตื่นเต้นตื่นตูมไปกับสิ่งที่เขาเล่นกันอยู่ แล้วก็มาตีฆ้องร้องป่าวกัน แต่ถึงจะทำอย่างไรพวกนี้อาตมาว่า ไม่รู้นะอาตมาจะคาดคะเนไปผิดหรือเปล่า น่าจะมีกฎหมายออกมาจัดการกับคนพวกนี้ พวกนี้กำลังโง่ซ้ำซ้อน จะให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จริงๆแล้วที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าหากยอมแก้ไขมันจะซวย พวกนี้จะซวย เพราะฉะนั้นก็เลยยักแย่ยักยันอยู่อย่างนี้ รัฐธรรมนูญจะต้องป้องกันสิ่งที่ควรจะต้องออกกฎหมายเพื่อป้องกัน ก็ต้องมีรัฐธรรมนูญที่ละเอียดที่ไปกันพวกนี้ไว้ กันไว้ ทีนี้มันก็ซับซ้อนอยู่ตรงที่ว่า ความใจดีของผู้บริหาร ใจดีตรงไหน? ใจดีตรงที่ว่า สงสารเด็ก คนฉลาดแกมโกงก็ไม่ออกมาทำเอง มันเอาเด็กมานำหน้าเห็นไหมความซับซ้อน มันเอาเด็กมานำหน้า รัฐบาลก็ไม่อยากจะไปทำเพราะรู้ว่ามันไม่ใช่ตัวการ เด็กมันไม่ใช่ตัวการเด็กมันคือหุ่นเชิด เพราะฉะนั้นเด็กทุกวันนี้ที่บอกว่าเขาเต้นอยู่คือโง่ยังไม่เสร็จเสียที ทำไมถึงโง่หนักหนาให้เขาชักใย แล้วเขานึกว่าเขาเป็นตัวเขานะ เขานึกว่าเป็นเด็กฉลาดกว่าผู้ใหญ่ พวกที่อยู่เบื้องหลังไม่ออกมาปล่อยให้เด็กติดคุกไป แล้วก็จะติดคุกกันเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น คือมันโง่ไม่เสร็จ อาตมาก็ถึงว่าทำไมหนอเด็กๆยิ่งเรียนยิ่งโง่ยิ่งโตยิ่งเซ่อ แล้วก็หลงว่าตัวเองมีความรู้นะแล้วออกมาเสนอหน้า พวกที่บ้าด้วยกันก็เชียร์กันใหญ่ หลงคำเชียร์ นี่คือโลกธรรมแท้ๆคือกันเชียร์กันป้อยอกัน แต่ถึงอย่างไรค่ารวมของประเทศก็ดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไร100% สงบคือไม่มีอะไรขัดแย้งเลย...ถ้าอย่างนั้นโลกที่ไม่มีขัดแย้งเลยก็เป็นโลกที่เน่าเลอะเทอะตกตะกอนไปสู่ความเน่าแล้ว มันต้องมีอะไรขัดแย้งกัน แล้วความขัดแย้งอะไรที่เห็นว่าไร้สาระก็มี ธรรมดาก็ต้องมีลมพัดผ่าน ถ้าหากจะให้สงบราบเรียบไม่มีอะไรเคลื่อนที่ไม่มีลมพัดนิ่งไปหมดเลย มันก็ต้องมีพายุสลาตันบ้างเป็นธรรมดา แต่โดยความพร้อมขององค์รวมแล้วก็ดูเรียบร้อยดี ที่จริงแล้ว ลมพัดผ่านพายุมานี้ มันเป็นการสนับสนุนให้สิ่งที่ทรงอยู่นี้เพิ่มพลังงานขึ้นมา เป็นแรงทดทางวิศวกรรม ถ้าไม่มีค่ากระตุ้นทดเพิ่ม จะไม่มีอัตราการก้าวหน้าไม่มีสัมประสิทธิ์ แต่อันนี้เพิ่มสัมประสิทธิ์ได้มันก็ยิ่งเจริญขึ้นๆๆๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องห้ามเขาหรอกให้เขาทำไป ก็เขาเป็นตัวทำให้เกิดแรงทด เสริมแรงทด ที่จะให้มีแรงเพิ่มขึ้นมา ไม่ได้จ้างเขานะเขาโง่เองที่มาเสริม อันนี้เป็นเรื่องซับซ้อน ถ้าพูดที่อยู่ทางวิศวะฟังแล้วจะรู้เข้าใจอันนี้

_18 พ.ย. 2563 กราบนมัสการค่ะพ่อครูที่เคารพบูชายิ่ง ฟังเสียงตัดพ้อของทีมงานอาหารซาคาฮารี แล้วก็รู้เห็นใจ ดิฉันเห็นว่าพวกเราถกเถียงกันบ่อย ๆว่า อาหารสูตรนั้นดี สูตรนี้ดี ทำให้คิดถึงเพลง ๆ หนึ่งที่เขาร้องว่า “โอ๊ยมันบ่แน่ดอกนาย...คนชื่อบุญน้อยโชคดีก็เหลือหลาย คนชื่อบุญหลายตายไปเมื่อวานนี่...โอ๊ย! มันบ่แน่ดอกนาย...” สูตรไหน ๆ ก็ไม่แน่นอนเท่ากับสูตรของพระพุทธเจ้าหรอกค่ะ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สัจจะใดในโลกมิได้มี เว้นแต่อริยะสัจ 4 “ ทุก ๆ สูตรมีทั้งข้อดีข้อเสีย แม้ข้อดีก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอน สูตรไหนไม่ยึดมั่นถือมั่นนั่นแหละดีที่สุด จริงไหมคะ? ทางที่ดี ควรเปิดโอกาสให้พ่อครูเลือกเองดีกว่าค่ะ ตอนนี้สุขภาพพ่อครูก็ดูดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย อย่าทำให้ร่างกายของท่านปรวนแปรอีกเลยค่ะ แต่...ถ้าหากว่ามีสูตรไหน สามารถทำให้สายตาของพ่อครูดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดละก้อ... ดิฉันจะเชียร์สูตรนั้นสุด ๆ เลยค่ะ พ่อครูเห็นอย่างไรคะ?

กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่งค่ะ “คนบ้านราช”

SMS วันที่ 18-19 พ.ย. 2563

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ที่ตั้งของจิตใจคือตาหูจมูกลิ้นกาย _แดง ลานกราบ : วิญญาณมีที่อาศัยคือคูหาสยัง หมายถึง ตา หู จมูก ลิ้น ร่างกาย จิตใจ ใช่ไหมคะ / คิดถึงบ้านราชค่ะ / เมื่อก่อนแดงก็อยากเรียนจิตวิทยาผู้นำ แต่ตอนนี้ไม่อยากเรียนแล้ว เอาตัวเองให้รอดก็พอแล้วค่ะ พ่อครูว่า…ไม่ใช่! คูหาสยังไม่ได้หมายถึง ตาหูจมูกลิ้นร่างกายจิตใจ ฐีติคือที่ตั้ง(ตาหูจมูกลิ้นกาย) ส่วนคูหาสยัง คือองค์ร่วม เป็นห้อง เป็นถ้ำ เป็นโรง เป็นที่อยู่ จิตวิญญาณอาศัยอยู่ใน คูหาสยัง ส่วนวิญญาณหรือจิตต้องมีที่ตั้งต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายเป็นที่ตั้ง ที่ตั้งก็หมายความว่าต้องมีจิตวิญญาณนี้มาสัมผัส มารวมกันเป็นกาย เป็นคู่สัมผัสทางตากับรูปหูกับเสียงเป็นคู่มีรูปมีนามเรียกว่าที่ตั้งที่จะทำงานร่วมได้ ถ้าไม่มีที่ตั้งก็เป็นสัมภเวสี วิญญาณล่องลอยไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย ทำงานอะไรไม่ได้ พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าไม่ได้สอนแบบเดียรถีย์ที่จะสอนแบบนี้ ถ้าไปคิดแบบวิญญาณล่องลอยแล้วไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไรเพราะไม่มีที่ตั้ง เพราะฉะนั้นพวกหลับตาไม่เปิดตาหูจมูกลิ้นกายนี้จึงเป็นพวกที่โมฆะ ไม่มีศาสนาพุทธ เพราะศาสนาพุทธไม่มีหลับตา ศาสนาพุทธต้องมีที่ตั้ง ต้องมีตา หู จมูก ลิ้น กาย ต้องมีที่ทำงานเกิดสภาพสภาวะของรูปต่างๆ ให้นาม เรียนรู้ และวิจัยวิจารณ์ทำงานด้วยนาม 5 เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะมนสิการ ต้องอย่างนี้ แต่เดี๋ยวนี้เขาเพี้ยนไปหมดแล้วนักปฏิบัติธรรม ทั้งที่ตำราในพระไตรปิฎกบอกอย่างนี้หมด แต่ยังหนีไปนั่งหลับตาหมดก็ปิดประตูเสร็จมันโง่เสร็จจบเลยโง่ไม่ฉลาดเลยจนป่านนี้ยังไม่ฉลาดเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยกลายเป็นผู้ทำลายศาสนาเป็นโจรทำลายศาสนา ที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ให้เอาไปจัดการฆ่าเสียให้ตายด้วยหอกร้อยเล่ม อาตมาพูดนี้ก็คือการใช้หอก 100 เล่มไปฆ่า หอก 100 เล่มของอาตมาหักหมดแล้ว กลางวันก็หัก 100 เล่มตอนเช้าก็ 100 เล่ม เย็นก็100 เล่มหมดแล้ว ไม่มีหอกมาทำแล้ว หมดแรงแล้วด้วย แทงจนหอกหักหมดเลยนะ ไม่ใช่ว่าหอกมันหักนะ แทงจนหอกหักมันก็ไม่เข้า เหนียวจริงๆ ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย เขาบอกว่าอะไรมาสัมผัสผิวเท่านั้นนะ หรือไม่รู้สึกเลยคงจะไม่รู้สึกเลยด้วย เอ๊.. อาตมา ขออภัย จะด่าหนักไปกว่านี้ได้อย่างไร อาตมาไม่มีคำด่าหนักกว่านี้ ตำหนิเท่านั้นเอง ตอนนี้ให้รู้ตัว อาตมาไม่ได้อคติรังเกียจหรือข่มเบ่ง แต่อยากให้รู้ให้เข้าใจให้ศึกษาใหม่ว่ามันผิดไปจริงๆ อาตมาไม่มีอะไรเลยนอกจากสัจจะที่พูดด้วยความจริงใจว่ามันผิดจริงๆมันหลงมืดบอดจริงๆ ลืมตาขึ้นมาบ้างเถอะ เปิดตา ปรโตฆษะ ฟังเสียงโพธิรักษ์บ้าง ถ้าคุณจมอยู่กับสิ่งที่คุณยึดมั่นถือมั่น คุณเป็นพระอริยะเจริญงอกงามไปแล้ว แต่คุณทำไม่ได้เจริญกลายเป็นพญาครุฑกับพญานาค แน่จริงทำศาสนาให้เป็นพญาครุฑพญานาคให้หมดเลย เถรสมาคม กลายเป็นพระป่ากลายเป็นพญานาคให้หมดเลย อาตมาสรุปอย่างนี้ ตามพยัญชนะที่มีมาถ้าไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วคือมันสุดโต่ง อาตมาพูดแล้ว มันมีอย่างเดียวคือน่าสงสาร สมน้ำหน้าไม่ลง อาตมาไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ ไม่ได้สมน้ำหน้าเขาหรอก แต่มันน่าสงสารจริงๆ อาตมาพูดด้วยใจจริงทำอย่างไรหนอ เถรสมาคมก็ตาม พระป่าก็ตาม จะเรียนรู้ความสุขตรงที่ตัวเองหลงทิศทางอยู่นี้ เข้ามาศึกษาให้ได้โลกุตระธรรมของพระพุทธเจ้า

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ตายแล้วยังมีกายหมายความว่าอย่างไร _วินัส ศิลาสุวรรณ์ : กราบนมัสการพ่อครูครับ ตายไปเเล้วยังมีกาย หมายความว่าอย่างไรครับ พ่อครูว่า…หมายความว่าเขาโง่ อย่างพวกที่โง่ตายไปแล้วยังมีร่าง ยังยึดติดอีก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ากายคือ จิต มโน วิญญาณ (ใน พตปฎ. ล.16 ข. 230) มันได้ผิดเพี้ยนไปนานแล้ว อาตมาเอาความจริงจากพระไตรปิฎกขึ้นมาพูด ที่บอกว่าตายไปแล้วยังมีกายก็คือเขาโง่เขายังยึดถือกาย เดรัจฉานมันยังรู้เลยว่าตายแล้วต้องทิ้งร่าง เขาคิดว่ากายในภาษาไทยคือร่างมันยึดติดผิด พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ กายนี้ของคนพาลผู้ถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว และประกอบด้วยตัณหาใด เกิดขึ้นแล้ว อวิชชานั้นคนพาลยังละไม่ได้ และตัณหานั้นไม่ได้สิ้นไป เพราะคนพาลไม่ได้ประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ เหตุนั้น เมื่อตายไปแล้วคนพาลย่อมเข้าถึงกาย(กายูปโค สมาโน) เมื่อเขาเข้าถึงกายชื่อว่ายังไม่พ้นจาก ชาติ ชรา มรณะ โสกปริเทวะทุกขโทมนัสและอุปายาส เรากล่าวว่ายังไม่พ้นไปจากทุกข์ (พตปฎ. ล.16 ข. 59) อย่าว่าแต่ตายไปเลย ตอนเป็นๆนี้ก็ทำให้ไม่มี กาย เพราะฉะนั้นจิตที่รู้ดีแล้วไม่ได้ยึดถือกาย เป็นเราเป็นของเรา แต่รู้ความหมาย คำว่า กาย หมายถึงภายนอกกับภายในคู่กัน เพราะฉะนั้น กาย คือ ภายนอกกับภายใน แต่เวลาปฏิบัติปฏิบัติภายใน และทำให้ภายในนี้มันซับซ้อนอย่างนี้นะ ทำให้ภายในเป็นภายนอกคือไม่มีกาย ทำให้จิตนี้เป็นอุตุ ให้จิตเป็นพีชะ อุตุ พีชะ ไม่มีกาย แต่จิตมีกายด้วยปัญญา ด้วยความรู้ ว่า จิต ไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่นมันเป็นสมมุติที่ สื่อ ให้รู้ว่าเราก็มีภายนอกภายในนะ กายเพียงฐานอาศัย เอาพยัญชนะมาใช้ ให้อาศัยเท่านั้น เพราะฉะนั้น กาย ที่ว่านี้ ถ้าเข้าใจความหมาย ทำจิตให้เป็นพีชะ อุตุ ทำให้ไม่มีกาย ผู้นั้นก็พ้นความทุกข์ความสุข กาย ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่มีเวทนา เพราะฉะนั้นการเรียนรู้สติปัฏฐานก็พิจารณากายแยกกายแยกจิตได้ พิจารณาเวทนาในเวทนาหากพิจารณากายกับเวทนานี้ให้ชัดว่า กาย คือ 2 อย่างคือภายนอกกับภายใน ภายในเป็นเวทนาคู่กับภายนอกเกี่ยวข้องกัน เรารู้ความจริงตามความเป็นจริง ตากระทบรูปก็เห็นเป็นเวทนาแท้ แต่ตากระทบรูปแล้วเกิด เวทนา เสร็จแล้วโง่เกิดเวทนา 2 เกิดเวทนาเทียมขึ้นมา เวทนาเก๊ ก็เลยมีความสุขความทุกข์ พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าไม่ต้องมีเวทนา ไม่ใช่ไปดับเวทนา ในพระไตรปิฎกหลายพระสูตรบอกว่า ไม่มีเวทนา แต่ก็ยังมีเวทนาอยู่ วิหรติ แต่เขาเข้าใจไม่ได้ว่าดับเวทนาแล้วทำไมมีเวทนา ก็เพราะว่ายังมีอยู่ไม่ตายเพราะว่าเวทนาที่มีอยู่นั้นบริสุทธิ์แล้วเป็นเวทนาที่มีกิเลสประกอบ เป็นเวทนาอย่างเดียวบริสุทธิ์สะอาดจากกิเลส ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นเวทนาที่เป็นอุเบกขาเวทนา อาตมาว่า อธิบายภาษาธรรมมันจะ Advance ไปมากแล้วมันไปไกล เข้าใจกันไหม?.. เชื่อว่าผู้ติดตามฟังให้ดีจะได้ฟังอะไรดีๆ

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะเดินดิน…วันนี้ได้เห็นคุณสนธิเอารูปของคุณเพนกวินถ่ายรูปกับทูตของประเทศต่างๆ ก็จะทำให้เขาหลงโลกธรรมได้

_แก้วตะวัน พวงบุบผา : น้อมกราบนมัสการพ่อครูค่ะ..ชาวอโศกก็เหมือนกับทองคำบนยอดวิหารพันปี ดำแต่นอกในแผ้วผ่องเนื้อนพคุณ อาจจะไม่เหลืองอร่ามสะดุดตาใคร ๆ แต่เนื้อในงดงามทรงคุณค่าในตัวเองค่ะ / อยากกราบรบกวนพ่อครูกรุณาอธิบายเรื่องเกี่ยวกับไอลอว์(ilaw)ด้วยค่ะ พ่อครูว่า…อันนี้ก็จริงที่สุดเลยนะมันเป็นนิมิตที่ชัดเจนมาก ขอบอกตรงๆเลยว่าอาตมาไม่มีความรู้ในเรื่อง iLaw เลย ดูใน Google จะดูดีกว่านี้เยอะ อาตมาฟังเขาผ่านๆไม่get... iLaw คือพวกนายจอน นายใจ อาตมาพอรู้คร่าวๆแค่นี้ จะเอามายัดเยียดเข้าไป เรื่องนี้อาตมาตอบไม่ได้ไม่รู้

_สติพล จนพัฒนา : ผมเชื่อล้านเปอร์เซ็นต์ว่า..พ่อครูรู้ชัด รู้จริง รู้ก่อน รู้ดี รู้ไกล รู้ลึก รู้ซึ้ง รู้มาก รู้แจ้ง รู้ละเอียด ฯลฯ รู้ในธรรมที่เป็นโลกุตระและโลกียะครับ. พ่อครูว่า…จะหลงอาตมามากเกินไปนะ ระวัง จะหลงจริงๆเขาเตือนสติตั้งหลักให้ดี สรุปอย่างนี้ก็ถูกต้องอาตมารู้ทั้งโลกุตตระโลกียะจริง

_กัญญาวีร์ ศรีบุรี : น้อมกราบนมัสการพ่อท่าน...จ้าว คนที่จะพาชาติไปล่ม พวกเราต้องไปช่วยกันขัดขว้าง.นะจ้าว

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน โพชฌงค์ 7 คืออะไรในธรรมาธิษฐาน _พะโว ศิษย์เก่าอโศก : เหตุใดพระไตรปิฎกจึงมีการบันทึกเรื่องราวลักษณะธรรมาธิษฐาน ที่ชวนให้นึกว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ เช่น พระพุทธเจ้าประสูติแล้วเดิน 7 ก้าวครับ ทำให้หลายคนไม่สนใจศาสนา ขอบคุณครับ พ่อครูว่า…นามธรรมมันเป็นสื่อไม่ได้ มันเป็นนาม มันไม่ใช่รูป นามธรรมมันไม่ใช่รูป แต่จะต้องอาศัยสื่อให้มีรูป ต้องเอารูป เอาลักษณะธรรม เอาลักษณะบุคลาธิษฐาน เอาอะไรต่ออะไรมาสื่อ เขาก็เข้าใจสื่อตามภาษาซื่อๆ เช่นอิทธิปาฏิหาริย์ เป็นผู้ใดเนรมิตตนเองจาก 1 เป็นพันก็ได้ประโยคที่ว่า “เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ” ในพยัญชนะเหล่านี้ไม่มีคำว่าคน แต่ในพระไตรปิฎกบอกว่าเนรมิตคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ แปลเป็นอย่างนั้นเลย ที่ว่าพระพุทธเจ้าประสูติและเดิน 7 ก้าว อันนี้ก็เป็นภาษาที่เข้าใจโดยผู้ที่แปลเข้าใจตื้นง่ายๆ คำว่าเดินคำนี้ไม่มี มีแต่คำว่าก้าว พระพุทธเจ้าเกิดโพชฌงค์ 7 จึงเกิด พระพุทธเจ้าเกิดมรรคมีองค์ 8 จึงเกิด เพราะฉะนั้น มรรคคือทาง โพชฌงค์คือการเดิน เขาก็เลยแปลว่า โพชฌงค์มี 7 ทางมี 8 ทาง เขาก็บอกว่าเดิน 7 ก้าว ที่บอกว่า พระพุทธเจ้าเดิน 7 ก้าวนั้น ธรรมาธิษฐาน บอกว่าไปเผยแพร่ธรรมะ 7 ทวีปอะไรอย่างนี้เป็นต้นซึ่งส่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน