5.610424.บทที่3_แพรลายไม้.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย แบบแผนการวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research) แบบ กลุ่มเดียววัดก่อน-หลังการทดลอง (One-Group Pretest-Posttest Design) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรมมีผลต่อสุขสมรรถนะ 5 ด้าน ได้แก่ สัดส่วนของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด ของประชาชนวัยท างานที่ผ่านค่ายศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การจัดท ากับข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง แบบแผนกำรวิจัย แบบแผนการวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research) แบบ กลุ่มเดียววัดก่อน-หลังการทดลอง (One-Group Pretest-Posttest Design) ประชำกร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยนี้ คือ ประชาชนที่มาเข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 330 คน กลุ่มตัวอย่ำง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ประชาชนวัยท างาน ที่ผ่านค่ายแพทย์วิถีธรรม ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 30 คน ซึ่งได้มาจากเกณฑ์คัดเข้า (Inclusion Criteria) และเกณฑ์คัดออก (Exclusion Criteria) ที่ผู้วิจัยก าหนดขึ้น ดังนี้ เกณฑ์คัดเข้า คือ 1. กลุ่มตัวอย่างมีอายุระหว่าง 20-59 ปี ณ วันที่สมัครเข้าร่วมการวิจัย 2. กลุ่มตัวอย่างมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแร
อ่านต่อ
ง ไม่เป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อการ ออกก าลังกาย สามารถด าเนินชีวิตประจ าได้ตามปกติ และต้องผ่านเกณฑ์แบบประเมินความพร้อมก่อนการออกก าลังกายและแบบสอบถามประวัติสุขภาพทั่วไป 3. กลุ่มตัวอย่างมีสติสัมปชัญญะปกติ สามารถสื่อสาร และเข้าใจภาษาไทยได้ดี เกณฑ์คัดออก คือ 1. กลุ่มตัวอย่างมีอายุต่ ากว่า 20 ปี และมากกว่า 59 ปี ณ วันที่สมัครเข้าร่วมการวิจัย 2. กลุ่มตัวอย่างเป็นโรคประจ าตัว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคหัวใจ โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม หรือมีโรค หรือมีอาการ ที่เกี่ยวกับกระดูกและข้อต่อ 72 3. กลุ่มตัวอย่างมีภาวะความดันโลหิตสูง หรือ มีภาวะความดันโลหิตสูงและได้รับประทานยาควบคุมความดันโลหิต คณะกรรมกำรจริยธรรม การวิจัยครั้งนี้ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ เลขที่ HE-SRRU2-0018 เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือในการวิจัยครั้งนี้ คือ 1. โปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 2. แบบทดสอบสุขสมรรถนะ ประยุกต์มาจากกรมพลศึกษา ปี 2556 3. แบบคัดกรองกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย 3.1 แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check List) และแบบปลายเปิด (Open-Ended) 3.2 แบบประเมินความพร้อมก่อนการออกก าลังกาย PAR-Q จ านวน 7 ข้อเป็นการประเมินแบบการเลือกตอบค าถาม เคย หรือ ไม่เคย 3.3 แบบสอบถามประวัติสุขภาพทั่วไปก่อนเข้าร่วมกิจกรรมออกก าลังกาย จ านวน 6 ข้อ แบบการเลือกตอบค าถาม ใช่ หรือ ไม่ใช่ (ประยุกต์มาจาก ACSM. 2010 : 248-253) อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรวิจัย 1. สายวัด ที่มีสเกลบอกเป็นเซนติเมตร 2. เครื่องวัดความหนาของไขมันใต้ผิวหนัง (Lange Skinfold Caliper) 3. เครื่องวัดก าลังกล้ามเนื้อมือ (Grip Dynamometer) 4. เก้าอี้ที่ที่มีพนักพิง สูง 17 นิ้ว (43.18 เซนติเมตร) 5. นาฬิกาจับเวลา 1/100 วินาที 6. กล่องเครื่องมือวัดความอ่อนตัว ขนาดสูง 30 เซนติเมตร มีสเกลของระยะทางตั้งแต่ค่าลบถึงค่าบวกเป็นเซนติเมตร 7. เครื่องก าหนดจังหวะ (Metronome) 8. กล่องไม้สูง 30 เซนติเมตร (12 นิ้ว) 9. เครื่องชั่งน้ าหนักและวัดส่วนสูง 10. เครื่องวัดความดันโลหิต 11. เครื่องเสียง ไมโครโฟน โปรเจคเตอร์ และจอโปรเจคเตอร์ ขั้นตอนกำรสร้ำงและหำคุณภำพเครื่องมือ 1. ศึกษาเอกสาร หนังสือ ต าราและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรแกรมการออกก าลังกายด้วยการเดินเร็วและโปรแกรมการออกก าลังกายด้วยการท าโยคะ กดจุดลมปราณ และกายบริหาร 2. สร้างโปรแกรมการออกก าลังกายด้วยการกายบริหาร เดินเร็ว กดจุดลมปราณ และโยคะ ดังนี้ 73 ตารางที่ 1 โปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ช่วงเวลำ กิจกรรม เวลำ/นำที 16.30- 18.00 น. 1.อบอุ่นร่างกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อแบบเคลื่อนไหว ได้แก่ เดินเร็ว เดินแกว่งแขน แกว่งขา หมุนหัวไหล่ เป็นต้น 10 นาที 2.ออกก าลังกาย 2.1 ฝึกปฏิบัติกายบริหารท่ายืน (ท่าที่ 1-9) 5 นาที 2.2 ฝึกปฏิบัติเดินเร็ว 15 นาที 2.3 ฝึกปฏิบัติกดจุดลมปราณ (ท่าที่ 10-17) 30 นาที 2.4 ฝึกปฏิบัติโยคะ (ท่าที่ 18-32) 25 นาที 3.คลายอุ่นร่างกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อแบบอยู่กับที่ ได้แก่ ยืดกล้ามเนื้อแขน หัวไหล่ สะโพก น่อง และขา เป็นต้น 5 นาที (รวมทั้งหมด 90 นาที) 3. น าโปรแกรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นไปปรึกษาประธานและกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง 4. น าโปรแกรมที่สร้างขึ้นเสนอผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม จ านวน 5 ท่าน คือ 4.1 ผศ.ดร.มาลินี อุทธิเสน อาจารย์ผู้สอนนักศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 4.2 แพทย์หญิงกานดา ศักดิ์ศรชัย แพทยศาสตรบัณฑิต วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัย นายแพทย์เชี่ยวชาญ ส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (เกษียณอายุราชการ) 4.3 ดร.ใจเพชร กล้าจน ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 4.4 ดร.พิมลพรรณ น้อยบัวทิพย์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม 4.5 นาวาโทหญิงพิไลลักษณ์ พิพิธกุล หัวหน้าแผนกแพทย์วิถีธรรม โรงพยาบาลเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี 74 กำรตรวจสอบคุณภำพเครื่องมือ 1. เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความสอดคล้องของแบบฝึกในแต่ละข้อ และให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนนเป็น +1 เมื่อเห็นว่าเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนนเป็น 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนนเป็น -1 เมื่อแน่ใจว่าไม่เหมาะสมและสอดคล้อง แล้วน าคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC โดยเลือกโปรแกรมการฝึกแบบทดสอบที่มีค่า 0.5 ขึ้นไปจึงจะใช้ได้ (ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. 2551 : 50) โดยค่าความเที่ยงตรงแบบทดสอบที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ได้เท่ากับ 0.97 มีค่าสูงกว่า 0.5 จึงถือว่ามีความสอดคล้อง และสามารถน าโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักแพทย์วิถีธรรม มาใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้ 2. หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักแพทย์วิถีธรรม ซึ่งประกอบด้วยการเดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ และกายบริหาร ดังภาคผนวก ฉ ไปทดลองใช้ (Try-out) ก่อนใช้ในการวิจัยจริงกับประชาชนวัยท างาน อายุระหว่าง 20-59 ปี ในค่ายแพทย์วิถีธรรม ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยมีการตรวจสุขสมรรถนะก่อนและหลังการเข้าร่วมฝึกโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักแพทย์วิถีธรรม โดยมีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือทดสอบเป็นของกรมพลศึกษา ปี 2556 (ดังรายละเอียดในภาคผนวก จ) วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ศึกษารายละเอียดเอกสารที่เกี่ยวกับวิธีการอุปกรณ์และสถานที่ที่ใช้ในการทดสอบ 2. ติดต่อผู้ช่วยในการทดสอบจ านวน 5 คน พร้อมอธิบายซักซ้อมเพื่อความเข้าใจถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของการทดสอบเก็บข้อมูลและวิธีการปฏิบัติให้ถูกต้องตรงกัน 3. ประสานงานเพื่อขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เพื่อติดต่อขออนุญาตถึงประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อขอความอนุเคราะห์ใช้กลุ่มตัวอย่าง สถานที่ อุปกรณ์และสิ่งอ านวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิจัยพร้อมทั้งนัดหมายผู้เกี่ยวข้องถึงวันและเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล 4. ก่อนท าการทดสอบผู้วิจัยและผู้ช่วยชี้แจงกลุ่มตัวอย่าง ถึงจุดประสงค์ของการวิจัยระเบียบปฏิบัติในระหว่างเวลาการฝึก การเก็บรวบรวมข้อมูล รายละเอียดขั้นตอนการทดสอบสุขสมรรถนะ โดยสาธิตวิธีท าการทดสอบแต่ละด้านให้กลุ่มตัวอย่างเข้าใจ แล้วหลังจากนั้นให้กลุ่มตัวอย่างลงนามในหนังสือแสดงความยินยอมเข้าร่วมการวิจัย 5. การทดสอบสุขสมรรถนะก่อนการฝึก (Pretest) ดังนี้ 5.1 สัดส่วนของร่างกาย (Body Composition) 5.2 ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength) 5.3 ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscle Endurance) 5.4 ความอ่อนตัว (Flexibility) 5.5 ความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Endurance) 75 6. ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามวันเวลาที่ก าหนดในการฝึกของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ในวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ในช่วงเวลา 16.30-18.00 น. 3 วัน วันละ 90 นาที (1 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเวลา 8 สัปดาห์ 7. ทดสอบสุขสมรรถนะ 5 ด้าน หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 8. น าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ กำรจัดท ำกับข้อมูลและวิเครำะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ท าการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป ดังต่อไปนี้ 1. หาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของอายุ น้ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิตซิสโตลิก ความดันโลหิตไดแอสโตลิก และอัตราการเต้นของหัวใจของกลุ่มตัวอย่าง 2. เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของสุขสมรรถนะ 5 ด้าน ระหว่างก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ าชนิดมิติเดียว (One Way ANOVA With Repeated Measures) เพื่อที่จะทดสอบความแตกต่างของสุขสมรรถนะ 5 ด้าน ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 หากพบความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ จะท าการทดสอบความแตกต่างรายคู่ โดยใช้วิธีของบอนเฟอโรนี (Bonferroni) ก าหนดความมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05