651221 ลักษณะอันสูงสุดของมนุษยชาติ 7 ประการ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช.docx
เนื้อหาในไฟล์
651221 ลักษณะอันสูงสุดของมนุษยชาติ 7 ประการ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช https://www.boonniyom.net/52624.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1Sc-BkrboDARWc_oKtBeQcyGJ3Zi3kjetfvP893h0Hck/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1zPo6iXzrJ9ghdtt5m7EXnWaOfycXdhKn/view?usp=share_link
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/ZURynjuWnfU และ https://fb.watch/hyWaJY0716/
สมณะเดินดิน... วันนี้วันพุธที่ 21 ธันวาคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก แรม 13 ค่ำ เดือนอ้าย ปีขาล เวลาจะเข้าสู่เทศกาลงานปีใหม่ ตลาดอาริยะครั้งที่ 11 ของเรา ก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ปีนี้สมณะประชุมกันว่า ทุกปีเป็นงานเพื่อฟ้าดิน ปีนี้เราเปลี่ยนเป็นงานตลาดอาริยะแทน โดยทั่วไปทุกปีจะมีการทำข้อสอบ ว.บบบ. ปีนี้คิดว่าเรื่องเยอะด้วย งานเยอะด้วย เราจะเปลี่ยนจากการทำข้อสอบภาคปริยัติมาเป็นข้อสอบภาคปฏิบัติแทน จะมีบำเพ็ญคุณ 3 วัน บำเพ็ญธรรมอีก 3 วัน งานปีใหม่ของชาวอโศกเป็นที่เข้าใจว่าเหมือนการสอบไล่ใหญ่ประจำปี มีเรื่องผัสสะ มีสิ่งที่มากระทบ เครื่องยั่วยวน ปีนี้เราเตรียมตัวขายของตลาดอาริยะเต็มที่ อาจมีพวกเราอยากได้นั่น อยากได้นี่ หรืออาจจะมีพ่อค้าแม่ค้าภายนอกมาด้วย อาจมีคนมาขายเนื้อสัตว์ เราไม่ได้ห่วงคนภายนอกเท่าไหร่ แต่ห่วงเด็กๆหรือพวกเราที่อดใจไม่ไหว เป็นผัสสะที่มากระทบ พวกเราจะปล่อยวางได้หรือไม่ หรือ สบายมาก เห็นเขามาซื้อของเยอะๆเกิดความโลภ เราจะรู้สึกอย่างไร ลงภาคสนามจริงจะเกิดการฝึกฝนจริง จะมีปฐมนิเทศในค่ำวันที่ 25 ได้ชี้แจงว่า จะมีการแบ่งกลุ่ม กระบวนการกลุ่ม จะมีการฝึกฝนอย่างไร มีมิตรดีสหายดีร่วมกันพัฒนา จะมีการลงทะเบียนแบ่งกลุ่ม จะมีบำเพ็ญธรรม 3 วัน วันที่ 29 เป็นการเตรียมตัวต
อ่านต่อ
ลาดอาริยะ ส่วนอีก 3 วัน วันที่ 30 , 31 และ 1 เป็นการเข้าสู่งานตลาดอารยะ พ่อครูเทศน์ข้ามปี วันที่ 31 และวันที่ 1 เขานิยมสวดมนต์ข้ามปี พ่อครูก็เทศน์ข้ามปี พ่อครูว่า... เขาสวดกันข้ามปีจริงๆนะ สวดจริงๆ ข้ามคืนจริงๆ แต่ผมเทศน์ข้ามปีไม่ไหว น่าจะตายก่อนนะ สมณะเดินดิน... ตามลุ้นอีกทีว่า ฝ่ายจัดสถานที่จะทำให้ไปฉลองที่ ภูเฮาได้หรือไม่ จะมีกิจกรรมทำวัตรเช้าช่วงบำเพ็ญคุณตี 4 ถึงตี 5 ครึ่ง มีสมณะ สิกขมาตุแสดงธรรม 3 วัน ช่วงกลางวันจะเป็นการไปช่วยงานเตรียมตลาดอาริยะ ญาติธรรมที่จะมาช่วยกันเป็นเจ้าภาพ จะได้บำเพ็ญกุศลด้วยกัน ใครมาเป็นแขก อาจจะได้กุศลน้อยลงไป
พ่อครูว่า... SMS วันที่ 16 - 17 ธ.ค. 2565
กินมังสวิรัติ 20 ปี ยังเข้าวัดไม่ได้ ทำใจอย่างไร _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ งานปีใหม่นี้ลูกได้ขออนุญาตแม่และสามีเพื่อไปช่วยงาน แม่และสามีอนุโมทนากับลูกและให้อนุญาตทันทีค่ะ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) เพียงแค่ลูกได้รับอนุญาต ลูกก็ปลื้มใจมาก เพราะเป็นความสำเร็จของครอบครัว และลูกได้สอนให้ลูกสาวดูแลแม่(ยาย)เรื่องทำอาหารและยาค่ะ ซึ่งช่วงอากาศหนาวแม่จะป่วยบ่อย ลูกจะไปช่วยงานอาพรตะวันซึ่งเคยดูแลรักษา อายอดบุญ จนสิ้นลมหายใจค่ะ(อายอดบุญเป็นพี่ชายของลูกค่ะ) น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... ดี ก็ยินดีต้อนรับทุกคน ซึ่งอาตมาก็ไม่อยากจะเร่งรัดแต่ละคนๆเกินไปหรอก ก็ให้สมัครใจหรือสะดวกใจตัวเอง ที่คิดว่าควรจะเข้ามาแล้ว ก็พยายามที่จะให้บ้านราชมีคนสัก 777 คน ในทะเบียนเลยนะ ไปๆมาๆก็คงจะพอถึง แต่ว่าอยากจะให้เป็นทะเบียนเลย คนสัก 777 คน ยังไม่ถึงมานาน พูดมานาน มันยากมันเย็นจริงๆ ก็ไม่มีปัญหาหรอก มันยากเราก็รู้อยู่ว่ามันยาก แต่ไม่เป็นปัญหากับเรา เรามีปัญญา เราเข้าใจอยู่ ใจเย็นกับมัน มันไม่ใช่ของธรรมดามันเป็นของโลกุตระมันเหนือสามัญ _แก้วกรองคำ ปาภูเขียว · กินมังสวิรัติมายี่สิบกว่าปีแต่ยังเข้าวัดไม่ได้เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... นี่ก็แสดงความจริงออกมาอีกอันหนึ่งว่าพยายามอยู่นะ แต่ยังเข้ามาไม่ได้ กินมังสวิรัติมาตั้ง 20 ปีแล้ว มีอะไรติดๆขัดๆก็พยายาม ศึกษาฟังธรรมะดีๆ ปลดปลงในโลกก็เท่านั้นเอง ทุกอย่างเราก็นึกถึงตัวสำคัญที่ว่า เราเองห่วงนั่นห่วงนี่ ติดนั่นติดนี่ ถึงอย่างไรเราก็ต้องตายจากทั้งนั้น คิดตรงนี้ดีๆ เราก็ต้องตายจาก ที่เราตายไปแล้วเราไม่รู้ว่า เราตายจากไปแล้วเขาจะเป็นอย่างไรที่เหลืออยู่ ถ้าเรามาเสียตอนนี้ ก่อนที่จะตาย จะได้เห็นอยู่ว่า มันจะเป็นอย่างไร มาแล้วมันจะไหวไหม เขาอาจจะช่วยตัวเองได้ดีที่สุด รู้สึกว่า เป็นภาระต่างๆอาจจะหยุดไปเลยได้ พักไปเลยได้ แต่เราไปติดกังวลไปคิดมาก เราไปนึกว่าเราเองสำคัญอะไรต่างๆนานา ก็แนะนำนะ ไม่ได้ไปใช้การบังคับหรือว่าไปบีบคั้นอะไรหรอก
ประชาธิปไตยขาเดียวคอมมิวนิสต์ยังดีกว่าระบบประธานาธิบดี _ใบฟ้า ธรรมะธารา นาวาบุญนิยม· ท่านอาจารย์หมอเขียว เป็น ต.ย.ของผู้ที่มี "ทศพิธราษฏรธรรม" ดังประจักษ์ ขอบพระคุณ ท่านอาจารย์และคณะ เป็นอย่างสูง ที่ได้มาเป็นกำลังหลัก ร่วมกับพี่น้องชาวบ้านราช ฟื้นฟู สภาพสิ่งแวดล้อม และสร้างอาหาร ให้"แผ่นดินพุทธนี้"เป็นตัวแบบตัวอย่าง ของสังคม"สาธารณะโภคี"ที่ยอดเยี่ยม โครงการ" 1ใน 1000" มีความเป็นไปได้ อย่างไม่นานเกินรอ หาก ท่านอาจารย์และคณะ พิจารณารับคำดำริของ "พระนิยตะโพธิสัตว์เจ้า" กราบขอบพระคุณพ่อครูด้วยเศียรเกล้าฯ ที่ทำให้ลูกๆ ได้ปิติยินดี ว่า"ทศพิธราษฎรธรรม"มีได้ในชาวอาริยะทุกคนค่ะ ใบฟ้า ธรรมะธารา นาวาบุญนิยม พ่อครูว่า... ระบบ กฎมณเฑียรบาลของผู้ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ผู้สืบสันตติวงศ์ จะต้องปฏิบัติฝึกฝนจริงๆเลย แล้วมันก็เป็นความจริง สืบทอดกันมาตลอดกาลนาน มันไม่เหมือนประธานาธิบดีที่เป็น ระบบที่ไม่มีอะไรรับประกันเลยใครก็ได้ จะใช้กลเม็ดกลโกงอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น มันไม่ได้มีความซื่อสัตย์สุจริต มันไม่ได้มีคุณธรรมที่รับรองอะไรสักข้อเดียวที่เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยืนยัน เท่านี้มันก็ชัดเจนแล้วว่า ผู้นำประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีกับผู้นำแบบกษัตริย์ และยังมีนายกด้วยที่เป็นผู้แทนประชาชนอีก เป็นสภาพ 2 ขา ประชาธิปไตย 2 ขา กับประชาธิปไตยขาเดียว อาตมาก็ขอให้นักรัฐศาสตร์ทั้งหลายศึกษาจุดลึกอันนี้ให้ดีๆเถอะ ในความเป็นจริงเป็นสัจธรรมสุดยอดแล้วเนี่ย ประธานาธิบดีเป็นเรื่องปลอมแปลง เป็นเรื่องประชาธิปไตยที่ อาตมาว่า คอมมิวนิสต์ยังดีกว่าประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี เพราะเขายังมีหลายคนที่ถ่วงกันติงกัน มีความเห็นร่วมกันเป็นคณะ แต่ไอ้นั่นมันคนเดียว แม้เขาบอกว่าเขามีคณะ แต่เขาเป็นใหญ่ แล้วก็เลือกใครมาไม่รู้ อะไรต่างๆ เหล่านี้ คอมมิวนิสต์เขาจะต้องมีผู้ที่คอยสืบสานขึ้นมาเป็นคณะ แล้วค่อยๆไต่ระดับขึ้นมา กว่าจะได้เป็นคณะกรรมการบริหารจริงๆ เป็นคณะบริหาร ไม่ใช่บริหารคนเดียว บริหารเป็นคณะแต่ก็มีหัวหน้า เขาก็คัดเลือกสำคัญตรวจสอบกันจริงๆ แต่ถึงอย่างไรมันก็สู้แบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่ได้หรอกอาตมาก็เป็นความเห็นที่มั่นใจที่สุด ส่วนนักรัฐศาสตร์อื่นคนอื่นเขาจะเข้าใจอย่างไรก็แน่นอนเขาก็ต้องคิดว่าเขาเห็นถูกเห็นจริงอะไรไป _สู่แดนธรรม... ประเทศไทยกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้ตีตราแล้วว่าเป็นประชาธิปไตยแบบ 2 ขา ครับ ประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กฎหมายก็ยังรับรองเลยครับ พ่อครูว่า... ตั้งกฏมาตั้งแต่ไหนแต่ไรเลย ไม่เคยคิดจะไปแก้จนกระทั่งถึงบัดนี้ แต่ทุกวันนี้มีคนพยายามจะแก้ แต่มันแก้ยังไม่ได้ เขาก็พยายามจะแก้ จะล้มล้างแบบนี้ ซึ่งไปหลงใหลประเทศฝรั่งเศส แบบอเมริกา ประชาธิปไตยขาเดียว ความเห็นของเขาห้ามไม่ได้หรอก ก็ว่ากันไป
_สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ · วันนี้ได้รับข่าวในสถาบันฯอันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคนไทยฯขอน้อมจิตบูชาพระสยามเทวาธิราชฯ บุรพกษัตริยาธิราชเจ้าฯปกปักอภิบาลรักษาองค์ในหลวงฯราชินีฯเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯทรงพระพลานามัยแข็งแรงฯทรงพระเจริญฯทรงอยู่เป็นพระมิ่งขวัญกำลังใจไทยรักภักดิ์ราชขัตติยวงศ์จักรีฯ ยั่งยืนยาวนาน ตราบนานฯน้อมจิตจงรักฯน้อมใจภักดีฯราษฎรใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ฯ💛🙇💜 พ่อครูว่า... เป็นความเห็นที่สอดคล้องกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทุกคนน้อมจิตน้อมใจเอาใจช่วย
SMS วันที่ 19-20 ธันวาคม 2565 _พิเชฐ บุญวิรุณ · จางคลาย - กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง ถ้าเราไม่มีโลกุตรธรรมในตัวเองบ้างแล้ว คงจะถูกพญาครุฑข่มเสียจนหงอแน่ ๆ ผมเชื่อมั่นว่า “บุญนิยม” ของพ่อครูนี่แหละที่จะล้างบาปของทุนนิยมโลกได้ ทฤษฎีอื่นที่ไปไม่ถึงโลกุตรธรรมมีแต่จะสร้างปัญหาใหม่เพิ่มเข้าไปให้ซับซ้อนหนักขึ้นไปอีกเท่านั้นเอง วนเวียนแก้ปัญหาแบบโลกียะไปไม่มีวันจบวันสิ้น… อันนี้เป็นเพียงความรู้สึกที่อยากจะสะท้อนออกมาบ้างเท่านั้นครับ ส่วนคำอธิบายและรายละเอียดที่ว่าบุญนิยมจะล้างบาปของทุนนิยมได้อย่างไรนั้น ขอน้อมรับและติดตามฟังคำอธิบายของพ่อครูอย่างสงบดีกว่า – สาธุ พ่อครูว่า...แสดงความเห็นมาบ้างก็ดี ก็ต้องขอบคุณดีแล้ว อาตมาไม่ขยายความแม้แต่คนพาดพิงถึง พญาครุฑมันหมายถึงอะไร พญาครุฑ พญานาค อาตมาเคยอธิบายผ่านมาแล้วผู้ที่ติดตามฟังย้อนๆทบทวนค้นหา มีอยู่ในคำสอนที่เขาบันทึกเก็บไว้ พญาครุฑคืออะไร พญานาคคืออะไร พระโพธิรักษ์อธิบาย วันนี้จะผ่านไปก่อน
_จนแท้ บุญคุ้มมาจน · รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม วันที่ 19 ธ.ค. 2565 นี้ สนุกจริงๆครับ.ได้ทั้งธรรมะและปัญญาที่ลูกอยากรู้. พ่อครูว่า... อนุโมทนาสาธุที่ได้ประโยชน์จากรายการ
นิรมาณกายสมัยใหม่สมัยเก่า _ ตุ๊ก อัศวิน : คุณหมอมโนปรารภถึง..ความเชื่อเรื่อง 'ต้นธาตุ-ต้นธรรม'..ถึง 3 version !! ไม่ทราบว่า เจ้าสำนักธรรมกาย (ธัมมชโย) แต่งเรื่องขึ้น..(นึกขึ้นเอง) เช่นนั้นไหมเจ้าค่ะ หรือว่า แต่งเรื่องโดยอิงอาศัยจากตำราใดฤา..เจ้าคะ ช่างน่าประหลาดใจ..เจ้าค่ะ!! เพราะเท่าที่ทราบ..สิ่งที่ชาวพุทธเชื่อถือ ตามประวัติ น่าจะมีแต่ 'พตปฎ' ที่ถ่ายทอดสืบต่อๆมาเริ่มที่ มุขปาฐะ !! เป็น 'งง' กับ ตรรกะความเชื่อนี้..เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... ก็ว่าจะไม่พาดพิงถึงคำอธิบายนั้น พญาครุฑพญานาค ธัมมชโยนี่แหละคือพญาครุฑที่แท้ ทำเป็นบินสูง เป็นสัตว์ในตำนาน เป็นนิรมาณกายชนิดหนึ่งคือเป็นสิ่งที่ สมมุติขึ้น ตัวเองสมมติขึ้นอันหนึ่งเอง ในสาระของเขา เอาชื่อ ชื่อเดิมพญาครุฑเขามี ภาษาพญาครุฑพญานาคเป็นชื่อเดิม แล้วเขาก็มาสวมเรื่องแต่งเรื่อง เขาเป็นนักอ่านตัวสำคัญ ธัมมชโยเป็นนักอ่าน นักศึกษาค้นคว้าและก็จำเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วก็เอามายำเส็งเข้าไป เอามาตกแต่งเข้าไป เป็นนิยายพิลึกพิลั่นของเขา เขามีความสามารถในเรื่องนี้มาก เป็นนักปรุงแต่ง เป็นนักสร้างสรรค์ เป็นนักอะไรต่ออะไรจริงๆเลยจนกระทั่ง มันเป็นเรื่องยิ่งกว่าเรื่อง Star Wars ยิ่งกว่าเรื่อง Harry Potter คนโง่มีมากในโลก อย่าง Harry Potter เป็นต้น คนก็ชอบสนุก แต่ไม่ได้สาระอะไรขึ้นมาเลย ตั้งแต่ Harry Potter ดังจนถึงบัดนี้ยังไม่เห็นแก่นแท้สาระอะไรเลย ที่เกิดจากผลของ Harry Potter เลย Star Wars ก็พยายามอีกอย่างหนึ่ง เพ้อเจ้อออกไปนอกโลก ไปสร้างสถานี ไปสร้างสถานที่ แล้วก็ไปเจอมนุษย์ต่างดาวแปลกประหลาดต่างๆนานา ฝันเพ้อไป แทนที่จะเอาพลังงานเหล่านั้นมาสร้างสิ่งจริงที่ตัวเองสัมพันธ์ เกี่ยวข้องอยู่ในโลกช่วยกัน จะทำอย่างไรอยู่ในโลกนี้อย่างสงบอบอุ่นสบายดี เป็นสังคมมนุษย์โลกที่ดีมาก ทำให้ช่วยโลก ยืดอายุโลก ทำให้โลกไม่มีสิ่งเป็นพิษภัยเป็นโทษ เกิดขึ้นจากพลังงานหรือวัตถุของโลก ซึ่งสัตว์เดรัจฉานมันไม่ได้ทำมากหรอก แต่สัตว์มนุษย์นี่แหละมันทำอะไรต่ออะไร โอ้โห สารพัดที่มันทำให้เกิดความเป็นพิษเป็นภัยให้แก่โลก ก็ต้องเอาแรงงานทุนรอนมาใช้ในทางนี้ มันเป็นการทำลายซับซ้อนที่ไม่น่าจะทำ แต่ก็ห้ามไม่ได้หรอกเขาเป็นอย่างนั้น
_ ใจธรรม สิทธินาวิน : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งค่ะ วันนี้ได้ยินที่นพ.ดร.มโน เล่าว่างานกฐินวัดธรรมกายเคยได้เงินครั้งละเป็นหมื่นล้าน นี่ดิฉันเชื่อเลยค่ะ ดิฉันขอเล่าเรื่องที่เคยเห็นที่วัดธรรมกาย เมื่อประมาณปี 2524 (พ่อครู... ปี 2524 อาตมาพาพวกเราไปที่สวนลุมฯ คนชาวอโศกที่มาจากงานปี 24 นี้มีไม่ใช่น้อย เรียกว่าเปิดตัวเรียกญาติก็เลยมากันตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้) มีเพื่อนคนนึงที่เคยบวชธรรมทายาทที่ธรรมกาย เขาอยากทำบุญเป็นประธานกฐินที่วัดธรรมกาย ก็ชวนเพื่อนๆเป็นกรรมการ โดยได้รับโบชัวร์แผ่นพับ ชวนคนเป็นประธานหรือกรรมการ โดยบอกอานิสงส์ของการได้เป็นประธานหรือกรรมการกฐิน มีข้อความสวยหรู แจกให้เพื่อนๆ จนได้เพื่อนกลุ่มนึงเป็นกรรมการ เสร็จแล้ววัดธรรมกายจะพิมพ์ใบรายชื่อประธานและกรรมการ พร้อมซองให้พวกกรรมการไปแจกเพื่อนๆ เพื่อรวบรวมเงินมาเข้ากองกฐิน เมื่อถึงวันนัดหมายก็ชวนกรรมการไปที่วัดธรรมกาย เพื่อนำเงินไปส่ง เมื่อไปถึง เห็นสถานที่จัดมีเต้นท์ผ้าใบเรียงรายเต็มสนามหลายสิบเต้นท์ และจัดโต็ะไว้ที่เสาเต้นท์ 1เต้นท์มี 4 เสาก็มีโต๊ะรับเงิน 4ตัวมีเจ้าหน้าที่นั่งรอรับเงิน แล้วให้เฉพาะประธานไปยืนรอต่อคิวส่งเงินให้วัดซึ่งคิวยาวมาก ส่วนกรรมการก็มีที่กว้างๆให้นั่งรออีกจุดนึง ตอนนั้นวัดธรรมกายยังไม่ได้ใหญ่มากๆ ยังเป็นขนาดนั้น อีกเรื่องค่ะ ยังมีลูกของคนรู้จักเคยเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าชมรมพุทธซึ่งเป็นของวัดธรรมกายเข้าไปจัดการ เมื่อเรียนจบ เขาเลยเข้าบวชที่ธรรมกาย 1พรรษา เขาก็บริจาคเยอะมากเป็นระดับแกนนำ ก็พาแม่เขาไปวัด แม่เขาบอกว่าวันนึงไปร่วมงานใหญ่(หาเงินนั่นแหละ) นี่ขนาดบริจาคเยอะ(หลักล้าน) นี่ยังนั่งแค่ข้างนอก ส่วนแขกที่นั่งข้างในก็ระดับเจ้าสัวหมื่นล้านลูกศิษย์คนใหญ่คนโตของเมืองไทยเท่านั้น ส่วนข้างนอกๆ นั่งกันไล่ๆออกไป ก็คงบริจาคน้อยๆ เขาทำแบบนี้แหละค่ะวัดธรรมกาย ดิฉันระลึกถึงพระคุณของพ่อครูที่เทศน์สอนโลกุตระให้พ้นทุกข์และมีปัญญาเข้าถึงสัจจธรรมที่แท้จริงค่ะ ขอกราบขอบพระคุณพ่อครูด้วยความเคารพบูชายิ่งค่ะ พ่อครูว่า... อ้าว ดี อาตมาจะไม่ขยายความต่อ คนที่ศึกษาสนใจก็ติดตามแล้วก็สอดส่อง ใช้ปฏิภาณปัญญาของตัวเองเป็นเครื่องตรวจสอบ ตัดสินไป อาตมาชี้นำก็ต้องชี้ว่าเราถูก ธัมมชโยผิด ก็ต้องพูดอย่างนั้นเท่านั้น ซึ่งมันก็ดูไม่เข้าท่าอะไรหรอก มันก็ไม่ดี ก็ตัดสินใจเอาเอง แต่ละคนมีสิทธิ์เสรีภาพในการตัดสิน
ศาสตร์ที่ทำให้คนอยู่เย็นเป็นสุขที่แท้จริงคือโลกุตระ พ่อครูว่า... เอามาพูดกันถึงเรื่องที่ควรจะพูดในวันนี้ อาตมาเขียนนำเอาไว้ว่า “ไม่ว่า ศาสตร์ใดๆ ล้วนมีจุดมุ่งหมายให้ชีวิตคนและสังคมได้อาศัยความรู้คือ ศาสตร์อันนั้นมารับใช้ชีวิตคนหรือสังคมให้เป็นอยู่สุขที่สุด ตามความรู้องค์รวมของแต่ละคนจนกระทั่งผู้บริหารทั้งหลาย แม้แต่ความรู้ที่สามารถสร้างอาวุธมาทำลายกัน มาฆ่าคนแท้ๆ ก็เพื่อจุดมุ่งหมายเพื่อให้ชีวิตคนและสังคมอยู่เย็นเป็นสุข” เขาก็หมายอย่างนั้นจริงๆลึกๆ แต่เขาคิดไม่ออกว่าการจะช่วยให้คนอยู่เย็นเป็นสุข มันไม่ควรจะไปทำแบบนั้น ไม่ควรไปสร้างอาวุธมาเพื่อฆ่าคนอื่น แล้วที่เหลือจะได้อยู่เย็นเป็นสุข อาตมาก็ขอแวะวิจารณ์นิดเดียว คุณสร้างอาวุธขึ้นมาแล้วคุณก็ใช้อาวุธฆ่าเขา แล้วคนที่ถูกฆ่า เขาก็จะต้องหาอาวุธมาฆ่าตอบ การฆ่ากันกลับไปกลับมานี่ก็เป็นหนังจีน ไม่มีจบ“บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ” คำว่า บุญคุณต้องทดแทนก็คือ บุญคุณที่ช่วยคนมาฆ่าเราและเราก็ช่วยฆ่าคนนั้นให้ด้วย คนที่มาช่วยเราแก้แค้นให้ด้วยการฆ่าคนนั้น ก็เลยมีแต่บุญคุณระหว่างคนที่ฆ่ากันและกัน แต่คนที่แค้น ก็จะต้องแค้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นซับซ้อนไปอีกไม่รู้กี่ชาติ แล้วก็ต้อง บุญคุณคือการฆ่ากันเพื่อการแก้แค้น สรุปสั้นๆ บุญคุณคือช่วยฆ่าคนที่มาฆ่าเรา เป็นการทดแทนบุญคุณ ฟังให้ดีนะ บุญคุณ ผู้ที่ฆ่าคนที่ จะเป็นอาจารย์ ญาติพี่น้อง คณะพวกอะไรก็แล้วแต่ ที่เขาฆ่า แล้วคนนี้มาช่วยฆ่า แก้แค้นช่วยเรา มันคือบุญคุณ เพราะฉะนั้นคำว่า บุญคุณ จึงเป็นบุญคุณในการฆ่า ไม่ใช่บุญคุณในการช่วยเหลือเกื้อกูลอุ้มชูกัน เป็นบุญคุณในการฆ่า สรุปง่ายๆมันมี 2 อย่างคือ 1. ช่วย 2. ฆ่าหรือทำลาย เพราะฉะนั้นในศาสนาพุทธนี่ ใครจะฆ่าเรา เราก็ต้องอโหสิ ไม่แค้นไม่ฆ่าตอบ ตายแล้วก็เป็นวิบากใครวิบากมัน เพราะฉะนั้น ผู้นี้จะยิ่งหยุด ยิ่งไม่มีศัตรู ยิ่งไม่มีคู่แค้น ยิ่งไม่มีคู่ฆ่าไปเรื่อยๆ ตามสัจธรรม แต่กรรมวิบากของการแค้นฆ่า ฆ่าแค้น มันจะพัฒนา หมู่กลุ่มที่เป็นพวกที่จะช่วยฆ่าช่วยแกงเหมือนหนังจีน หลานอย่าลืมแก้แค้นให้ปู่นะ สั่งเสียก่อนตายด้วยในหนังจีน ซึ่งมันเป็นการผูกพยาบาท แก้แค้น ไม่อโหสิ ไม่จบ เป็นเรื่องการเพิ่มจำนวนที่จะฆ่ากัน ปฏิพากทวีขึ้น ตลอด ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ มากขึ้น คนคิดได้อย่างนี้เพราะมีอัตตาตัวตน เห็นแก่ตัว เห็นแก่พวก เห็นแก่คณะ มันมีอัตตาตัวตนนั่นแหละตัวสำคัญ มันก็มีมาก เพราะฉะนั้น โลกุตระจริงนี้จึงตรงกันข้ามกันกับเรื่องนั้นเลย เกิดยาก แต่เกิดแล้วมันเป็นเรื่องดี ใกล้กลียุค คือ ใกล้ความรุนแรงสูงสุดแล้ว แน่นอนพวกที่แรงก็แรงไป แล้วพวกแรงเป็นวิบากแก่กันและกัน เขาก็อยู่วงนอก เขาจะไม่เข้ามาถึงพวกโลกุตรธรรม เข้ามาไม่ได้ ด้วยธรรมฤทธิ์ เป็นธรรมฤทธิ์ที่เขาไม่สามารถจะเข้ามาถึง อันนี้เป็นเรื่องที่อาตมาอธิบายไม่เก่ง เป็นพลังงานกำแพงธรรมะ ที่เป็นกำแพงที่เป็นกำแพงไร้สภาพ ไร้ภาวะ ไม่มีอะไรให้เห็นหรอก แต่มีธรรมฤทธิ์ที่กั้นพวกที่รุนแรงนั้นไว้ ไม่ให้เข้ามาใกล้พวกที่มีบารมี อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่อง อจินไตย เป็นกรรมวิบากที่มีจริงและเป็นนามธรรมที่ขยายได้เท่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ใช้ศัพท์นี้ก็คงพอเข้าใจขึ้น เป็นความศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องลึกลับแต่เป็นเรื่องมีเหตุมีผล มีกรรมวิบากที่ได้สร้างสมแล้วมันเป็นเรื่องจริงของแต่ละคน แต่ละคณะ แต่ละประเทศ อย่างประเทศไทยนี้ ในโลกนี้ มีตัวอย่างของประเทศที่สร้างความสงบคือ สวิตเซอร์แลนด์ มาถึงวันนี้หลายร้อยปีเต็มที่แล้ว เขาก็ดี แต่เขาอยู่ในเชิงของ เขาเป็นคนสายศรัทธา ไม่ใช่สายพุทธะที่แท้ ไม่ใช่พุทธิจริต แต่เป็นพวกสัทธาจริต เขาก็ได้อย่างนั้น เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นตัวอย่างอยู่ แต่ก็ คนที่มาถึงใกล้กลียุค พลังงานด้านปัญญา ไม่ใช่พลังงานศรัทธา เช่นเดียวกันกับโลกขณะนี้ พลังงานด้านศรัทธา มวลใหญ่คืออินเดีย พลังงานด้านปัญญามวลใหญ่คือจีน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า จีนมีสิ่งที่ปรากฏ มีพฤติการณ์ ให้โลกเห็นความเด่น เห็นความชัด คือสายปัญญา ส่วนสายศรัทธานั้น ความเด่นไม่ค่อยขึ้น แต่เขาก็อยู่ได้สงบ ทางด้านปัญญามันดูเหมือนไม่สงบแต่ที่จริงเขาสงบนะ จีนทุกวันนี้เขาสามารถสร้างความสงบได้อย่างดีมากเลย ซึ่งจะเป็นตัวอย่างของโลก แต่เขาก็ไม่ได้ลึกซึ้งที่สุดซึ่งเป็นปรมัตถธรรม (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... วันนี้มีข่าวประเทศที่ชนะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก ประเทศอาร์เจนตินา คนออกมาฉลอง 3-4 ล้านคน แน่นถนนจนไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้ เพราะเขากลัวว่าคนจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ดูแล้วจะเกิดจลาจลจึงต้องหยุด เขาดีใจเหมือนจะบ้าคลั่งเลย เคยฟังว่าอาร์เจนตินาเคยเป็นประเทศที่เงินเฟ้อมากเลย ยิ่งคนชนะอย่างนี้ ยิ่งไม่มีคนจะทำมาหากินกันใหญ่เลย ไม่รู้จะโชคดีหรือโชคร้าย พ่อครูว่า... ตอบ โชคร้าย ไม่ใช่โชคหรอก เป็นเคราะห์ร้าย เคราะห์เลย ที่ไปหลงใหลอบายมุข อันนี้มันลึกซึ้งค่อยๆขยายความไป เรื่องเหล่านั้นอาตมาก็ไม่เก่ง ไม่เก่งที่จะขยายความอบายมุขเหล่านั้น อบายมุข อบาย คือความไม่เจริญ ไม่เจริญในการละเล่น บันเทิงเริงรมย์ เรื่องกีฬามันเป็นอบายมุข 6 แต่เขาไม่เข้าใจ คำสอนของพระพุทธเจ้า แม้แต่คนไทยก็ยังเข้าใจยาก ข่าวกีฬานี้ขึ้น โอ้โห ออกกันแทบทุก 15 นาที ข่าวกีฬา แต่ข่าวธรรมะนี้ปีนึงออกสักครั้ง ข่าวธรรมะโดยเฉพาะธรรมะโลกุตระ ก็เห็นใจเขาไม่รู้ เป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่า เขาไม่มีภูมิธรรมที่จะรู้สิ่งนี้ แน่นอนเขาก็จะไม่รู้จะพูดยกย่อง เชิดชูอย่างไร ก็เป็นสัจจะอย่างหนึ่งเหมือนกัน ไม่มีปัญหาอาตมาเข้าใจอยู่ จะเห็นได้ว่าถ้าเผื่อว่าสิ่งเหล่านี้ อย่างเมืองไทยก็เป็นตัวอย่าง ขนาดเมืองไทยที่เป็นเมืองโลกุตระปักหมุดลงไปแล้วจริงๆ มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นในสังคมแท้ มีทั้งราษฎร ธรรมะ ทศพิธราษฎรธรรม มีทั้งทศพิธราชธรรม แท้ๆเลย มีจริงนะไม่ใช่อาตมาพูดลอยลมเป็นพยัญชนะปากเปล่า เรื่องจริง ขนาดนั้นมันก็ยังได้ขนาดนี้เลย แต่โดยองค์รวม อาตมาก็ดูตามภูมิปัญญาของอาตมา เมืองไทยนี้นำพาโลกุตรธรรม เจริญขึ้น นำโลกไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นในยุคใกล้กลียุค มันจะคัดเฟ้น มันจะคัดเลือกคนระดับผู้นำ ระดับปัญญาชนที่จะแสวงหาสิ่งที่เป็นสิ่งยอดที่สุด เขาจะเข้าใจกลุ่มนึง เพราะฉะนั้นจะมีอิทธิพลของผู้ที่มีภูมิปัญญาที่จะรับได้เข้ามาเป็นมวลหรือน้ำหนัก เป็นคุณธรรมองค์รวมที่จะมีพลังงานของธรรมะ แสดงออกมาเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นสามัคคียะ เป็นเอกีภาวะ ปรากฏการณ์เกิดขึ้นในโลกไปเรื่อยๆ ซึ่งจะเป็นเช่นนั้น อาตมาคิดว่า อาตมาเข้าใจไม่ผิด จะเป็นเช่นนั้น ก็ค่อยๆช่วยกัน มาร่วมตัวกัน
ลักษณะอันสูงสุดของมนุษยชาติ 7 ประการ ในชาวอโศก พ่อครูว่า... พวกเราชาวอโศก ซึ่งเป็นแก่นแกนของโลกุตรธรรม ขอยืนยันว่าในประเทศไทยนี้ด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มชุมชนที่ครบบริบูรณ์ มีคุณธรรมตามสาราณียธรรม 6 หรือมีจรณะ 15 วิชชา 8 มีวรรณะ 9 มีโพธิปักขิยธรรม 37 ซึ่งเป็นเรื่องจริง วันนี้ก็ยังไม่ลงไปขยายความ ศัพท์ที่พูดพาดพิงถึงพยัญชนะวิชาการเมื่อกี้นี้ แม้แต่ความรู้ที่สามารถสร้างอาวุธทำลายกัน มาฆ่าคนกันแท้ๆ ลึกๆเขาก็เพื่อจุดหมายเพื่อให้ชีวิตคนในสังคมอยู่เย็นเป็นสุข จริงๆ อยู่เย็นเป็นสุขก็มีซ้อนความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวก ซ้อนอยู่ในนั้น ให้พวกเขาอยู่เย็นเป็นสุข มันไม่เย็นไปได้หรอก มันไม่เย็น แต่เป็นความร้อนอยู่ ร้อนสุข เขาหลงความสุขแต่เขาไม่ได้ความสุขที่เย็น เขาจะได้ความสุขที่ร้อน คนเหล่านี้ ฉะนั้นในภาษาวิชาการถึงบอกว่าเป็นเรื่องของเศรษฐศาสตร์ก็ดี รัฐศาสตร์ก็ดีสังคมศาสตร์ก็ดี ที่เป็นชื่อใหญ่ๆ 3 ศาสตร์ ถูกหยิบมากล่าวถึงนี้ จะนำพากันปฏิบัติ แต่ละกลุ่ม แต่ละประเทศ แต่ละสังคม ปฏิบัติเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ ปฏิบัติการเมืองหรือรัฐศาสตร์ปฏิบัติสังคมศาสตร์ สังคมเป็นภาษารวม เศรษฐศาสตร์กับรัฐศาสตร์ เป็นภาษา 2 อย่าง 2 ขั้ว เป็นเทวะ ชนิดหนึ่ง เศรษฐศาสตร์กับรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง ถ้าเรียกคู่ เขาจะเรียกว่า เศรษฐศาสตร์การเมือง ซึ่งมันก็เอามาปฏิบัติกัน เขาก็ว่า เขาเจริญ แต่ถ้าเผื่อว่ามันไม่เข้าเขตเข้าข่ายของโลกุตระ มันไม่เจริญหรอก มันเสื่อมแล้วมันก็เลวร้าย ไปเรื่อยๆ มันทำเลวทำร้ายแก่สังคมแก่กันและกันไปด้วยโดยที่เขาไม่เข้าใจหรอก เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่สามารถเข้าใจแก่นแท้ของความเป็นจริงกันได้ แก่นแท้ของความจริงที่ผู้ประสบผลสำเร็จแล้วจะเห็นคุณธรรมหรือเห็นลักษณะของพฤติกรรม พฤติการณ์ของมนุษย์กับสังคม เห็นลักษณะ 7 อาตมาพยายามจะใช้ภาษาเอามาสื่อสภาวะเอาไว้ ลักษณะ 7 นั้นคือ 1.อิสระ 2.สบาย 3.สงบ 4.อบอุ่น 5.อิ่มเอม 6.เกษมใส 7.ใจเกื้อกูล 7 คำนี้เทียบเคียงกับพระพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้า สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ เทียบเคียงกันพอได้แต่ไม่ใช่คำเดียวกันตรงกันทีเดียวหรอก คำที่อาตมากล่าวถึง เทียบคำต่อคำไม่ได้เท่านั้นเอง เกษมใสแล้วยังมี ใจเกื้อกูล อีกคำหนึ่ง เพิ่งเติม ก็ลองอธิบายเนื้อหาสาระเหล่านี้เทียบเคียงกับสภาวะปรากฏการณ์จริงของมนุษย์ในโลกสู่กันฟัง อิสระ คำแรก คนไม่เข้าใจง่ายๆหรอก อาตมาเคยสรุปว่า เทวนิยม มันไม่มีความอิสระจริง เพราะมันไม่จริงมาตั้งแต่พระเจ้า พระเจ้านั้นเป็นเจ้าของเป็นนายทาส เป็นนายทาสตัวจริง ประชาชนหรือว่าสมาชิก หรือเรียกว่าศาสนิกของศาสนาที่มีพระเจ้าเป็นหนึ่ง ศาสนิกเหล่านั้นเป็นทาสของพระเจ้าทั้งหมด ไม่ใช่ผู้มีอิสระ ทุกอย่างพระเจ้ายึดอำนาจไว้หมดเลย เป็นผู้บัญชา เป็นผู้สั่งการ เป็นผู้กำหนด จะให้เกิดให้ตายให้สุขให้ทุกข์ ให้เจริญหรือให้เสื่อมอะไรก็แล้วแต่ พระเจ้าทั้งนั้น แล้วพระเจ้านี้ก็เป็นความลึกลับ ซึ่งศาสนิกหรือสมาชิกของกลุ่มพระเจ้าและพระเจ้ามีหลายองค์ แต่มีความเห็นอันนี้อันเดียวกัน คือพระเจ้านี้ยึดเป็นนายทาส ทุกศาสนา ทุกลัทธิ พระเจ้ายึดอำนาจของมนุษย์หรือศาสนิกไว้หมด ซึ่งแตกต่างจากความอิสระของศาสนาพุทธ อิสระเป็นของตนเอง ทุกคนเป็นเจ้าของจิตวิญญาณ เป็นเจ้าของกรรม เราทำกรรมใด กรรมนั้นเป็นทายาท กรรมนั้นเป็นของคุณเอง กัมมัญญา กรรมวิบาก มรดกของตนคนเดียว เดี่ยวๆๆๆ ๑. กัมมัสสโกมหิ (มีกรรมเป็นสมบัติแท้ของตน) ๒. กัมมทายาโท (มีกรรมเป็นทายาทรับมรดกของตน) ๓. กัมมโยนิ (มีกรรมเป็นแดนเกิด-หรือพากำเนิด) ๔. กัมมพันธ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive