651226 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 8 พ่อครูพบ คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2565
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์36 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

651226 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 8 พ่อครูพบ คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม https://www.boonniyom.net/52620.html

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1jJUvjmo36Rg7GVakp1elCqDPtujf4ruRlvCLCdcNlRM/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1_HV9x9AKgGzs-TBIceM3jl1BXFr0VpO9/view?usp=share_link

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/qJRQ_w6l7vc และ https://fb.watch/hFlgJvPu7Z/

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ธรรม 10 ประการที่เป็นหลักประกันของผู้บริหารปกครอง พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้ก็ครึ่ง Merry Christmas แล้วก็กำลังจะไปสู่ปีใหม่ของสากลเลย 1 มกราคม อีกไม่กี่วันอีก 5 วันก็จะหมดปีขึ้นปีใหม่ ซึ่งทุกคนก็มีความเข้าใจมีปฏิภาณที่รู้ว่า กาละ วันคืนวนเวียนวนเวียนไป รอบแล้วรอบเล่าๆ ตั้งแต่เราเจริญวัยขึ้นหรือเสื่อมลงไป มันก็หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดกาลนาน แต่ทีนี้เมื่อเวลาที่มันผ่านไปตาม กาละ โดยไม่เคยหยุด กาละไม่มีใครทำให้พักหรือหยุด หรือทำให้กาละถอยหลัง ไม่มี มีแต่เดินหน้าไป ตาพึด เพราะฉะนั้นคนใดที่รู้จักความสำคัญของ กาละแล้วทำกาละให้มัน เป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเรา ที่เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เราจะ 1. เจริญขึ้น 2. มีประโยชน์ต่อโลก และเราตายไปจากโลก ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร มันจึงจะอยู่ชีวิตเจริญไปในโลก และมีประโยชน์ต่อโลก ต่อโลกคือต่อสังคมทั้งหมด ไม่ว่าจะต่อดินน้ำไฟลม พืชพันธุ์ธัญญาหาร ต่อสัตว์ทั้งหลาย ต่อมนุษยชาติ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเราเกิดมาเป็นชีวิต ถ้าเราเกิดมาเจริญ แม้ที่สุด ความเจริญนี้ เจริญได้เที่ยงแท้ หมายความว่าเจริญไม่มีตกต่ำ สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม

อ่านต่อ

) นี่เป็นหลักธรรมพระพุทธเจ้าเลย ปฏิบัติได้แล้วสำเร็จ คือเป็นคนที่เจริญได้ ไม่ตกต่ำ ไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีอีกเลย สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง ถ้าเรายังมีชีวิตมีกรรมกิริยาอยู่ในโลกยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปจาก กาละ แยกธาตุ สลายเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย เป็น ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ยังวนเวียนอยู่ใน กาละจิตวิญญาณยังไม่ตายด้วยยังไม่สบายด้วย นิพพาน 3 สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน อัปนิหิตตนิพพาน คนผู้นั้นจะเวียนตายเวียนเกิดอยู่ใน กาละมีตลอดกาลละนาน ถ้าทำตัวเองให้มีหลักประกันของจิตวิญญาณของเรา จะตายจะเกิดอีกเท่าไหร่ก็ไม่มีวันทำชั่วอีกเลย เป็นหลักประกันเด็ดขาด แน่นอน ของพระพุทธเจ้า เป็นคนที่รับประกันได้เลย จะเป็นคนมีทศพิธ เต็มๆก็เรียกทศพิธราชธรรม 10 ข้อนี้ ไม่ว่าจะเกิดชาติไหนจะเป็นคนมีทศพิธราชธรรมตลอดกาลนาน คือจะเป็นคนมีทาน มีศีล บริจาคสละออก สละออกเต็มที่ ไม่สะสม บริ รอบเลย บริจาคเต็มรอบ ปริจาคะ ให้ไปโดยไม่ยักไว้ ไม่กั๊กไว้ ไม่สะสม เต็มที่ ตามรอบ รอบเล็กรอบใหญ่รอบโต อย่าง 3 ข้อแรกเป็นคนมีประโยชน์แล้ว 3 ข้อต่อมา อาชวะ มัทวะ ตัปปะ เป็นคนมีความซื่อตรง คำว่าความซื่อตรงคำเดียวนี้ก็สุดยอดแล้วในความเป็นมนุษย์ อย่างประเทศไทยนี้ มีพลเอกประยุทธ์เป็นนายก มีความซื่อตรง ดีมากเลย หลักเดียวนี้ก็เหลือกินแล้ว ซื่อตรงต่อประเทศชาติที่ตรงต่อการงาน ซื่อตรงต่อ 3 สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สุดยอดแล้ว พฤติกรรมที่ซื่อตรง เป็นเหตุใหญ่ของชีวิต พฤติกรรมหรือการกระทำกรรมของตนเองก็จะเยี่ยมยอดแล้ว มีความอ่อนโยน มีความเพียรเผากิเลส-ตปะ มัทวะ-อ่อนโยน อีก 3 ข้อต่อไป อโกธะ อวิหิงสา ขันติ เป็นผู้ที่ไม่ค่อยโกรธ อันนี้ คนยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ผู้ที่มีจิตสูงแล้วเป็นอรหันต์แล้ว ขออภัย อย่างอาตมานี่ ไม่เคยโกรธ แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว อาตมานึกถึงมาตั้งแต่เด็กจนถึงโตไม่เคยโกรธ อาการโกรธเป็นอย่างไรในจิตวิญญาณมนุษย์ แล้วก็แสดงออกทางกาย วาจา เป็นอย่างไร อาตมาไม่เคยโกรธตั้งแต่เด็กจนโต พูดอย่าพูดแรง แรงด้วยสัจจะด้วยธรรมะ อาตมาพูดแรงมาแต่ไหนแต่ไร แต่พูดหยาบพูดแรง ที่ออกไปอย่างมีอิสระ มีความโกรธออกไปนั้นไม่เคยตั้งแต่เด็กจนโต มีแต่คนมาแรงกับเรา หยาบกับเรา เราไม่เคยหยาบ อย่างพูดมึงกับกู เพื่อนสนิทเขาก็พูดมึงพูดกูกับอาตมา แต่ถ้ามาไม่เคยมึงกูกับเขาตอบ อาตมาก็พูดว่า ลื้อ อั๊ว พูดเอ็ง พูดข้า ไม่เคยพูดมึงกูกับใครเลย ไม่ต้องยกตัวอย่างใคร สุเทพ วงศ์คําแหง นี่เพื่อนสนิทกัน เขาก็มึงกูกับอาตมา แต่อาตมาก็ อั๊ว ลื้อ เอ็ง ข้า อย่างนี้เป็นต้น ไม่เคยไปพูดอะไรหยาบ นี่ ระลึกดู ตรวจสอบตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งโตมาขนาดนี้ กำลังจะย่างเข้า 90 คนอายุ 90 นี่ เขาต้องเรียกว่าคนแก่ แต่อาตมาว่า ยังไม่แก่นะ _สู่แดนธรรม... เป็นวัยกลางคนได้ไหมครับ พ่อครูว่า... รู้สึกว่าเราจะยังกลางคนๆอยู่ ที่สุดข้อสุดท้าย ไม่ประพฤติผิดธรรมเลย อวิโรธนะ ทศพิธคือ10 อย่าง ทศะ กับ พิธ 10 อย่างต่างๆ เป็นธรรมะที่มนุษยชาติควรจะระลึกถึง ขออภัย ต้อย อาตมาขอต่ออีกนิด ถ้ามนุษย์ มีคุณธรรม 10 อย่างนี้ เป็นหลักประกันของพระพุทธเจ้าว่าสุดยอดมนุษย์แล้ว เพราะฉะนั้น พระราชาที่มี 10 อย่างนี้ เป็นหลักประกันในชีวิต เป็นผู้ใหญ่ที่ดีตลอดกาลนาน เป็นผู้ใหญ่ ผู้บริหารปกครองที่ดีตลอดกาลนาน เพราะฉะนั้น ในศาสนาพุทธ ในพระเจ้าแผ่นดินของประเทศไทย เป็นพุทธมามกะทุกพระองค์ จะมีทศพิธราชธรรม เพราะอยู่ในกฎมณเฑียรบาล จะมีพวกนี้ ให้ทรงศึกษา จะมีมากมีน้อยก็แล้วแต่ แต่ละพระองค์ เป็นหลักประกันเลย เพราะฉะนั้น คนหรือประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงมีคนบริหารที่มีหลักประกัน เพราะมีกฎมณเฑียรบาล มีทศพิธราชธรรม ส่วนการบริหารประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี คนไม่มีหลักประกัน แม้ข้อนี้ สุดยอดข้อสำคัญของความเป็นมนุษย์แล้ว เขาไม่มี ประธานาธิบดีคือคน ใครก็ได้ ไม่มีหลักประกัน ไม่มีรากฐานของความเป็นผู้บริหารประเทศ ที่มี กรอบ มีรูปแบบ มีการสืบทอด สันตติวงศ์ สืบทอดกฎหลักเกณฑ์ อบรม ฝึกฝน ชีวิตมันผิดกันหมดเลย นี่คือนัยสำคัญที่ละเอียดพอสมควร ผู้ที่ฟังดีๆแล้วจะเข้าใจว่า ความเจริญที่ต่างกัน มีคนคิดไปแยกการบริหารประเทศออกเป็น สังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์ก็ตาม เป็นประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีก็ตาม มันจึงเป็นความล้มเหลวของมนุษยชาติ เป็นความเสื่อมของมนุษยชาติ ไม่ใช่ความเจริญ เพราะมนุษย์ต้องมีลักษณะของ นาย บริหาร เป็นหัวหน้ากับบริวารผู้ปกครอง เป็นธรรมชาติของสัตว์โขลง เป็นธรรมชาติของมนุษย์ แล้วเมื่อเป็นมนุษย์โดยมีหลักเกณฑ์ที่ว่าแล้วเจริญที่สุดจึงเป็นหลักเกณฑ์แบบที่มีพระเจ้าแผ่นดิน และ แม้ วันนี้จะเรียกกันถึงขั้นประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็สมบูรณ์แบบที่สุด นี่เจริญสุด เอาละ อาตมาได้พูดเกริ่น พูดนำเรื่องนี้ไว้ มันออกมาไม่ได้เจตนา วันนี้วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2565 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 2 ปีขาล กำลังจะปีใหม่ของปี 2566 แล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่ ดีมากเลย เรามีแขก สำคัญมา ให้เกียรติมาถึงหมู่บ้าน ราชธานีอโศก คือ คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เจริญธรรมคุณสนธยา อาตมาก็จะเรียกด้วยความสนิทชิดเชื้อว่าต้อย ก็เรียกกันมา ใส่เป็นชื่อเล่นของคุณสนธิญาณเขา อาตมาเคยสนิทชิดเชื้อก็เรียกกันมา โอภาปราศรัยพบพากันมา หลาย 10 ปีมาแล้ว วันนี้เป็นวันที่เป็นเกียรติมาก เป็นฤกษ์ดีมากทีเดียว แล้วพวกเราชาวอโศก มารวมตัวกันที่ราชธานีอโศกกันด้วย จะเห็นได้ว่าอุ่นหนาฝาคั่ง ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ รอบเต็มศาลาเลย เพราะว่าจะมาร่วมกันจัดงาน ตลาดอริยะครั้งที่ 41 คือเราจัดมาแต่ละปี บางปีเราเว้นไม่ได้จัด อาตมาทำงานมา 52 ปีจัดตลาดอาริยะมา 41 ปี 41 ครั้ง ปีละครั้ง ปีนี้ตั้งใจ เขามี budget ให้เลย 10 ล้าน จ่ายไปเลย 10,000,000 ไม่ใช่ค่าสินค้านะ ค่าขาดทุน สินค้านั้นซื้อกว่า 10 ล้าน กองพะเนินแล้วขาดทุนไป หรือเสียสละให้แก่มนุษยชาติ 10 ล้าน เรื่องนัยะ ของการเสียสละในทศพิธนี่แหละสุดยอด คนเราถ้ารู้จักความจริงแล้วก็เป็นความดีที่จริง มันก็เต็มใจที่จะทำความดีนี้ที่จริง ใช่ไหม ถ้าเราทำได้เราไม่ลำบากลำบนเลย พอเป็นไป ไม่ถึงขั้นฝืนมันก็เป็นไปได้ เราก็ทำอย่างสบายใจ อย่างนี้เป็นต้น

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน มี 4 ข้อนี้ ก็สุดยอดแล้วในคน พ่อครูว่า... มีประเด็นที่ตั้งใจจะมาพูดไหม ต้อย วันนี้ คุณสนธิญาณ ว่า... ไม่มีครับ ให้พ่อท่านได้ถามหรือพี่น้องถาม พ่อครูว่า... เมื่อกี๊เกริ่นๆไปกรายๆว่า แน่นอน ประเด็นความเห็นความเข้าใจหลายๆอย่างในบ้านเมืองในสังคมไทยขณะนี้ อาตมาสะดุดทันทีว่า คุณกับอาตมานี่ มีความเห็นที่ไม่ตรงกันทีเดียว อยู่แน่นอน เอาอาตมาพูดก่อน ว่าอาตมาเห็นอย่างไร อาตมาเห็นว่าบ้านเมืองไทยขณะนี้นี่ มีความเป็นอยู่ดีมาก อาตมาเคยพูดหลายทีเลย ว่า ดีมากโดยองค์รวม แง่เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ แง่การเมือง แง่ของสังคม ขณะนี้โดยองค์รวมของสิ่งที่เป็นได้ อาตมาถือว่าประเทศไทยเจริญที่สุดในโลก เพราะเป็นโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมมันเป็นเครื่องประกัน ประกันอย่างไร ประกันว่า ผู้ที่มีโลกุตรธรรมคือคนดีแน่นอน คนไม่เห็นแก่ตัวแน่นอน คนที่เสียสละแก่ผู้อื่นแน่นอน จริงๆ เป็นคนดี เป็นคน ไม่เห็นแก่ตัว เป็นคนเสียสละ เป็นคนขยันหมั่นเพียร สร้างสรรค์ แค่ 4 ข้อนี้ ก็สุดยอดแล้วในคน แค่ 4ข้อนี้สุดยอดแล้ว มีพฤติกรรม 4 ข้อในคน ไม่เห็นแก่ตน เสียสละ ขยัน สร้างสรรค์ แค่นี้ก็เป็นหลักประกันของมนุษยชาติแล้ว และศาสนาพุทธสอนให้คนมีโลกุตรธรรมคือ มีความดีที่จริง มีความจริงที่ดี ที่มั่นคง ถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ตกต่ำอีกเลย มีแต่จะดียิ่งขึ้นสูงสุดเป็นพระเจ้า นี่สุดยอดของศาสนาพุทธเป็นคำสอน และเป็นได้จริง พิสูจน์ได้จริงด้วย เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น สรุปตรงนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศาสนาพุทธมาตั้งแต่เริ่มสร้างประเทศไทยจนถึงวันนี้ ศาสนาพุทธไม่เหมือนศาสนาอื่น ที่เป็นเทวนิยม ตะวันตกทั้งหมด ตะวันตกทั้งหมดเลย เป็นศาสนาพระเจ้า ศาสนาเทวนิยม แต่มีศาสนาพุทธอยู่ในตะวันออก แต่ก่อนนี้อยู่ในอินเดีย แล้วก็มาอยู่ในเอเชีย ประเทศไทย เอาคุณธรรมโลกุตรธรรมนี้ไว้ได้ จนถึงทุกวันนี้มีโลกุตรธรรม พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ ของพุทธโดยตรงเลย ไม่ใช่พูดเปลือกๆ เป็นเนื้อแท้เลย บริหารประเทศมา 70 ปี เป็นพระจริยวัตรหรือพฤติการณ์ที่มนุษยชาติได้สัมผัส นั่นแหละเป็นคุณธรรมที่เป็นของจริง ไม่ได้อธิบาย ท่านไม่ได้อธิบายมากท่านอธิบายเล็ก ๆน้อยๆ ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เอาแบบคนจน อย่าไปแย่งกันรวย เราไม่ต้องไปเจริญแบบนั้น ก้าวหน้าแบบนั้นมีแต่เสื่อมอย่างเดียว เราไม่อยากก้าวหน้าอย่างมากเหมือนเขาก้าวหน้ากันเหมือนเขา เป็นความเข้าใจโลกๆโลกีย์ แทนที่จะก้าวหน้าโลกีย์ แข่งกันยิ่งใหญ่ เบ่งข่ม เป็นมหาอำนาจ มันไม่ใช่ความเจริญมันเป็นความเสื่อมเป็นความต่ำ แต่ท่านไม่พูดแรงพูดเต็มที่หรือหยาบเหมือนอาตมา จะใช้คำว่าหยาบกับอาตมาก็ได้แต่ไม่ได้หยาบ มันชัดมันแรงมันแข็งมันเต็ม พูดชัดแรงแข็งเต็ม ความหมายมันครบมันก็เลยดู เหมือนตะลุมพุก เหมือนอาวุธของนิยายปรณัม เพราะฉะนั้นความเห็นของอาตมา ในเรื่องความเป็นจริงขององค์รวมพฤติกรรมสังคมมนุษยชาติไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ คำว่าเศรษฐกิจก็ดี เขาจะเอามากเป็นหลัก เอารวยเป็นหลัก มันไม่ใช่ ความรวยไม่ใช่เศรษฐกิจที่ดี แย่งกันรวยแข่งกันรวย กอบโกย คนรวยคือคนซวย คนรวยคือคนเลว คุณทำตัวเองให้รวยกอบโกยให้แต่ตัวเอง คนอื่นก็ขาดแคลน คนอื่นก็แย่งชิง แล้วก็รบราฆ่าฟันกัน ใช่ไหม มันดีตรงไหน แค่นี้เขาคิดไม่ได้หรอกเพราะกิเลสขี้โลภ เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้มันแรงจนเขาคิดไม่ออก อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นประเทศไทยมีค่ารวมที่ไม่เหมือนแนวคิดของคนอื่นที่เขาคิด อาตมาจึงขอพูดอีก ประเทศไทยทุกวันนี้เจริญ ชัดเจน นักวิชาการ แหม ผู้รู้แสดงภูมิ ไม่ใช่อะไรหรอก เขาเองเขาไม่รู้รายละเอียดที่อาตมาพูดว่า มันเจริญแล้ว เจริญก้าวหน้าไป เพราะถ้าเมืองไทยจะยิ่งกว่านี้ก็คือ สามารถไม่สร้างอาวุธ ไม่กังวลเรื่องอาวุธเลย หันมาสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร ให้มากมาย แล้วก็เผื่อแผ่แจกออกไป หรือขายออกไปให้ถูกๆคุณภาพดีราคาถูก มีน้ำใจเกื้อกูลไป ให้แก่ทั่วโลกเลย ช่วยกันให้มาก คนไทยจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น และจะเต็มใจมา แล้วก็ทำกันเป็นเลือดเป็นเนื้อ ทำอย่างขยันหมั่นเพียร สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารให้อุดมสมบูรณ์มากเท่าไร เป็นสุข แล้วก็แจก แจกอีก ยิ่งเข้าใจว่าแจกได้มากเท่าไหร่ยิ่งเป็นสุข แล้วก็ทำไปอย่างพออยู่พอกิน ไม่หอบหวง ไม่สะสมกักตุน เรามีพลังงานความร่ำรวยคือ ความมีสมรรถนะ มีความสามารถ กับความขยัน และรู้จักสิ่งที่ตนเองควรสร้างขั้นมาใน กาละ เทศะ ฐานะ นั้นๆ ถูกต้อง ตาม เหตุปัจจัย ตาม กาละ เทศะ ฐานะ นี้ ทุกอย่างไม่มีขาดแคลน ทุกอย่างอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างได้เผื่อแผ่ เจือจาน ไม่มีอดไม่มีอยาก ชีวิตสบายเกื้อกูล ยังชีพไปได้อย่างดี แล้วยิ่งมีความรู้ด้านสุขภาพด้วยก็ยิ่งอยู่เจริญยิ่งยืนนาน อย่างอโศกนี้ ขอยืนยัน ต่อไปในอนาคตจะเป็นสังคมคนอายุยาว จะมีคนอายุยาวเกินร้อย มีอยู่ได้เพิ่มขึ้นๆๆ จะเป็นอย่างนั้นเลย เชื่อมโยง สร้าง DNA เป็นคนแบบนี้ สร้างยีนส์ ของคนเป็นแบบนี้ไป สืบทอดไปเรื่อยๆ ที่อาตมาพูดนี้อาตมาพูดจาก อาตมามีความรู้ในฐานะเป็นโพธิสัตว์ โพธิสัตว์มีความรู้อะไร โพธิสัตว์มีความรู้เรื่องมนุษย์กับความเป็นสังคม เป็นความรู้ตั้งแต่พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ามีความรู้อะไร มีความรู้ในความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ เต็มรูปนาม เป็นเต็มกาย ทั้งกายทั้งจิต ทั้งรูปทั้งนาม ในความเป็นคนกับความเป็นสังคม ไม่เก่งสร้างปืน สร้างระเบิด สร้างอะไรต่ออะไรที่เป็นเทคโนโลยีทางวัตถุ แต่เก่งทาง พืชพันธุ์ธัญญาหาร หรือสำคัญที่สุดอย่างพระพุทธเจ้า สำคัญที่สุดคือเก่งทั้งเรื่องมนุษย์กับความเป็นสังคม แล้วก็มาทำให้คนเข้าใจว่าคนมีชีวิตแต่ละคนอย่างไร 1 คนเข้าใจแล้ว 2 คนเข้าใจอีก 3 คนเข้าใจ 2 คน 3 คน 5 คน 10 คน 100 คน 1000 คน ก็รวมกันขึ้นเป็นสังคม ที่มีความเข้าใจอันเดียวกันสัมมาทิฏฐิ แล้วก็มีข้อปฏิบัติประพฤติ อย่างเดียวกันหรือแถวเดียวกันแนวเดียวกัน สัมมา ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา มันก็เจริญไปไม่มีที่สิ้นสุด

ความรู้สึก ของคุณสนธิญาณ ที่มีความเข้าใจ ที่ความรู้สึกที่คิดว่า มันขัดแย้งอาตมาหรือมันอยากจะให้เกิดให้เป็น เอาเลย ระบายออกมาเต็มที่

_คุณสนธิญาณ ว่า... ต้องกราบพ่อท่านแล้วก็กราบสวัสดี ผมอยากจะเรียนว่าชาวชุมชนอโศกทั้งหลายครับ เป็นผู้มีบุญ ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในกุศลกรรม 10 ได้ ผมเรียกว่าแทบจะสมบูรณ์แบบในชีวิต ตั้งแต่ตื่นเช้ามาวนเวียนไป ซึ่งชีวิตแบบนี้เป็นชีวิตที่มีบุญจริงๆ แต่ถามว่าทำไมมนุษย์ทั้งหลายถึงไม่อยากจะมีบุญแบบนี้ ก็เพราะว่ามนุษย์เกิดมาด้วย ผัสสะ ที่ไปสัมผัสรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส มันก็นำพาไปสู่จิตที่ปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา กิเลสมันก็จะเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งจากที่ตาเห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นชิมรส กายสัมผัส ซึ่งอันนี้เพื่อจะยืนยันว่าทุกท่านที่อยู่ที่นี่เป็นผู้มีบุญ นะครับ ส่วน ความเห็น ของผม ความจริงไม่ได้แตกต่างจากพ่อท่าน ไม่ใช่มาอยู่ที่นี่แล้วกลัวนะครับ คือไม่ได้แตกต่าง ประเทศเราเป็นประเทศที่ดีมาก มันไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่ผู้คน สามารถที่จะให้ทานกันได้ทั้งประเทศตลอดเวลา ระดับของการให้ทานอาจจะมีความแตกต่างกันตั้งแต่พื้นๆทำไป เพื่อหวังที่จะได้กลับมา จนกระทั่งถึงระดับจาคะ ที่ทำแล้วไม่ต้องการ เป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของทาน อันที่ 2 ผมในฐานะที่ไปบวชเรียนมาทางสายของวัดป่า ความจริงหลวงปู่มั่น ท่านได้เทศน์ยืนยันเอาไว้ มีบันทึกไว้เป็นเอกสารอย่างชัดเจน ท่านบอกว่า ประเทศไทย จะไม่มีวัน ร้างไปจากสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะว่าระหว่างพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนานั้นเหมือนก้อนเส้า 3 ก้อน ที่ค้ำยันซึ่งกันและกัน ที่นี่มีผู้สูงอายุเยอะคงจะรู้จักก้อนเส้า ผมอยู่หน้าตาอาจจะแก่แล้วครับ อายุย่างเข้า 64 แล้ว เคยหุงข้าวหม้อดิน ภาษาใต้เขาเรียก รินน้ำออก หลวงปู่มั่นท่านยืนยัน พระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนาก็จะยืนยงคงคู่กันไปในฐานะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางไปจนครบ 5,000 ปี เพราะฉะนั้นในแง่นี้ ผมมีความมั่นใจแน่นอนว่า สถาบันพระมหากษัตริย์จะดำรงอยู่ แต่ทีนี้ครับ สิ่งที่คิดว่ามองต่างกันกับพ่อท่าน เนื่องจากผมอยู่ในข่าวสาร ผมเห็นบางอย่าง อันที่ 2 ผมมีประสบการณ์บางด้านที่ คนจำนวนหนึ่งนะครับมีไม่มาก นั่นคือใครเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์จริงๆ ที่ได้ศึกษา กระบวนการของคอมมิวนิสต์ ผมว่า มันมีระดับเป็นหมื่นคน แล้วในระดับหมื่นคนที่ว่า จะมีโอกาสมาทำสื่อ มีโอกาสที่จะพูด ออกสังคมวงกว้าง โดยไม่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นนักการเมืองไปรับใช้ใครหรือไม่ มันก็น้อย เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมจะกราบเรียนพ่อท่าน แล้วก็กราบเรียนกับพี่น้อง ทั้งหลายว่า ข้อแรก ในความเป็นคอมมิวนิสต์ทำให้ผมรู้จักทฤษฎีที่เรียกว่า สงครามปฏิวัติ สงครามปฏิวัติข้อแรกนะครับ คนจะคิดว่ามันก็คือการจับอาวุธ มันยึดอำนาจเข่นฆ่า ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดเป็นอย่างยิ่ง สงครามปัจจุบันคือสงครามข่าวสาร ที่จะต้องทำข่าวสารเพื่อทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคม เชื่อแล้วก็เห็นตาม เมื่อเห็นตามเสร็จแล้วก็จุดประกาย ให้เกิดความรุนแรงหรือการเปลี่ยนแปลงขึ้น แล้วขั้นตอนการใช้อาวุธจะถึงจุดนั้น ผมไม่เชื่อว่าใครจะล้มสถาบันกษัตริย์ได้ สิ่งที่ผมมีความกังวลในฐานะมีประสบการณ์มาตลอดครับ กลัวมันจะเกิดสงครามกลางเมือง ในปี พ.ศ. 2557 ก่อนหน้าพลเอกประยุทธ์จะยึดอำนาจ ตอนนั้นประชาชนบาดเจ็บล้มตายกันเป็นยี่สิบกว่าคน บาดเจ็บเป็นร้อย ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ถ้าไม่มีการยึดอำนาจจะเกิดสงครามขึ้นแน่นอน ฝ่ายหนึ่งก็เตรียมอาวุธป้องกันตัวเอง อีกฝ่ายนึงก็จะเตรียมอาวุธโจมตีให้เกิดความวุ่นวาย ทำไมเขาต้องการให้เกิดความวุ่นวาย เขาต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองโดยมีต่างชาติสนับสนุน พลเอกประยุทธ์คือคนที่มาแก้สถานการณ์ แล้วทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ผมจะเล่าให้พรรคพวกฟังว่า เมื่อปี 62 ผมอยากจะไปอยู่นครศรีธรรมราช ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ 80 ที่นั่ง ตัวของพรรคจะได้ประมาณ 50 ที่นั่งแล้ว 30 ที่นั่งเป็นเรื่องที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบแล้วมาเทคะแนนให้แก่พรรคอนาคตใหม่ ผมรู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่เขาเคลื่อนไหว แล้วเราคิดว่าก็เคลื่อนไหวไปไม่เป็นอันตราย แต่ทันทีที่เขามีพรรคการเมือง เขาจะมีสถานะที่จะพูดกับสังคม ในสภา มีฐานะที่จะไปเชื่อมโยงกับนานาชาติโดยมีสถานะของความเป็นพรรคการเมือง การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรองรับ ก็จากพื้นฐานที่รู้จักพวกเขา จากสิ่งที่ได้เห็นนะครับ คุณธนาธรเขาประกาศว่า ที่เขามาเล่นการเมืองเขาไม่ได้อยากจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เขาอยากจะมีอำนาจต่อรอง แล้วใช้คำว่า จุดจุดจุดจุด แต่ความหมายคือสถาบันพระมหากษัตริย์ ในส่วนก่อนที่เขาให้สัมภาษณ์ก็พูดมาตลอด สะสมควมคิดเหล่านี้มาว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเพียงวาทกรรมไม่ใช่ความจริง ทำไมเขาพูดแบบนั้น พูดแบบนั้นก็ต้องการที่จะไปต่อต้านความคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น ทำไมคนกลุ่มนี้คิดแบบนั้น คนกลุ่มนี้บอกว่าตัวเองคิดเพื่อคนส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ และความเป็นจริงไม่ใช่ คนเหล่านี้เชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกาและคนตะวันตก จะเห็นว่าตอนเขาโดนจับ ขึ้นศาล ติดคุก จะเห็นสถานทูตในฝั่งตะวันตกและอเมริกาออกมาเคลื่อนไหวในการรองรับคนเหล่านี้ ทำไม? ผมก็จะอธิบาย บางประเทศให้ญาติธรรมทั้งหลายได้เห็นภาพ เช่น ประเทศประเทศหนึ่งชื่อประเทศลิเบีย ถูกฝรั่งตะวันตกแบ่งไปปกครอง แล้วยึดครองสูบเอาน้ำมันทรัพยากรของเขาไปตลอดเวลา แล้วก็มีทหารหนุ่มคนหนึ่งไปเปลี่ยนแปลงก็คือกัดดาฟี กัดดาฟีไปเปลี่ยนแปลงเสร็จ เขาก็ยึดน้ำมันกลับมา จากคนที่ไม่มีบ้าน อดอยาก ชาวเผ่าเบดูอิน ประเทศลิเบีย กลายเป็นประเทศที่ทุกคนมีบ้าน มีรายได้ต่อหัวสูงมาก มีความสุข ตอนที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ปฏิเสธไม่รับแรงงานข้ามชาติ แรงงานจากไทยที่ไปช่วยซาอุดิอาระเบีย ลิเบียเป็นประเทศที่รับแรงงานไทยมากที่สุด 3-4 หมื่นคน เพื่อไปทำโครงการชลประทานใต้ดิน เพราะชั้นดินใต้ผิวโลกจะมีน้ำและน้ำมัน เขาจะสูบขึ้นมาเพื่อให้ทะเลทรายเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหาร สหรัฐไปทำอะไร สหรัฐก็ไปจุดความคิดให้แก่เด็กและเยาวชน แล้ววันหนึ่งก็มีเด็กและเยาวชน 4 ถึง 500 คนออกมาชุมนุม ตอนนั้นกัดดาฟีอยู่ในอำนาจมานานเขาก็สั่งปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้คนจำนวนหนึ่งออกมาชุมนุม แต่เป็นระดับหลายพันคน ไม่ได้เยอะแบบบ้านเรา หลังจากนั้นก็มีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ไปซ่องสุมอยู่ เหมือนตอนชายชุดดำอยู่ในม็อบ เสื้อแดงปี 53 เป็นลักษณะแบบเดียวกัน แล้วท้ายที่สุด พอยิ่งรุนแรง เขาก็ส่งทหาร สหรัฐอเมริกา ส่งระเบิดไปถล่มลิเบีย จนกัดดาฟีตาย จากประเทศที่เคยสงบประชาชนอยู่อย่างมีความสุข ตอนนี้ลิเบียมีแต่ความแตกแยก มีกลุ่มต่างๆเผ่าพันธุ์แย่งอำนาจ รบราฆ่าฟันไม่หยุด ไม่มีความสุขแบบในอดีต ภาพที่ผมเห็นอยู่ในสิ่งเหล่านี้กับสิ่งที่คุณธนาธรกำลังขยายอยู่ในกลุ่มเด็ก ถือว่า เขาได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอนที่มีอำนาจรัฐ มีกลไกรัฐสภา เขาดำเนินตลอด สหรัฐอเมริกาก็สนับสนุนตลอด ตอนนี้ตามไปให้ทุนมหาลัยต่างๆ แล้วให้ไปเรียนที่อเมริกาแค่ปีเดียว ไม่ได้ไปเรียนเพื่อยกวิทยฐานะ แต่ไปเพื่อไปอบรมวิธีคิดแบบประชาธิปไตย เด็กพวกนี้กลับมาก็จะเชื่อมโยงกับอาจารย์กลุ่ม ซึ่งเราจะเห็นตอนที่กลุ่มเด็กตอนนี้ปลุกระดมให้ปฏิรูปสถาบัน พวกอาจารย์เป็นพันคนเหล่านี้ออกมาเซ็นชื่อเรียกร้อง แล้วก็ปรากฏให้เราเห็น เช่น ครูซ่ง ออกมาด่าพ่อเด็กในห้องเรียน ตอนนี้เราไม่ได้มีครูซ่งคนเดียว มีอีกหลายคน เหตุผลเพราะว่าอำนาจรัฐไม่เข้าใจปัญหาเรื่องนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมเป็นห่วงเป็นสิ่งแรกก่อนว่า อำนาจรัฐไม่ได้เข้าใจเรื่องนี้ เพราะตอนนี้เราผ่านพ้นวิกฤตเมื่อปี พ.ศ. 2518 19 20 21 22 23 24 ท่านพลเอกเปรม มองเห็นปัญหา ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี เอานโยบาย 66/23 มาใช้ เมื่อเป็นรัฐบาลใหม่ๆผมเดินไปคุยกับคุณณัฐพล ทีปสุวรรณ ที่อยู่ กปปส. ขอว่าอยู่ในรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา ผมขอนำเสนอ 3 เรื่องแล้วคุณจะกลายเป็นรัฐมนตรีที่โลกจดจำ 1. ขอให้ปฏิบัติศาสนกิจทุกวันวันละ 1 ชั่วโมง ของใครของมัน เพราะไม่ว่าพุทธคริสต์ อิสลาม ก็ล้วนแต่มีการปฏิบัติศาสนกิจที่เป็นการทำสมาธิทั้งสิ้น เด็กจะได้มีสติ มีความยับยั้งชั่งใจ ข้อที่ 2 ขอให้บรรจุวิชา สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย อันที่ 3 ก็คือ วิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เคยขอให้ทำ แต่ว่าเขาไม่ทำ ครอบครัวเด็กๆจะประท้วง มาถึงตอนนี้ผมพึ่งได้ยินรัฐมนตรี ตรีนุช พูดเมื่อปลายเดือนว่า คิดจะบรรจุ วิชาประวัติศาสตร์ ผมต้องการนำเสนอว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย ยกตัวอย่างเมื่อไม่กี่วัน ที่เวียดนามเขาขุด ไปดูสุสานของโฮจิมินห์ที่เป็นคนที่เสียสละสูงยิ่งชาวเวียดนามรักมาก ทำสุสานใหญ่โตใครไปก็ไปดู ผมกลับมาถามว่า เราเคยเห็นไหมประเทศไทยมีสุสานของพระมหากษัตริย์ใหญ่โตเท่ากับสุสานของโฮจิมินห์ โฮจิมินห์คนเดียวทำให้ประเทศไทย ดีขึ้นจากการรุกรานของตะวันตก ในขณะที่สถาบันกษัตริย์ของไทยดูแลประเทศไทยมา 700 800 ปีกลับไม่ได้รับการยกย่อง กลับไม่ได้รับการดูแล ประยุทธ์จงรักภักดีไหมสูงยิ่ง แต่การที่ฝ่ายความมั่นคง โตไม่ทันกับสงครามปฏิวัติที่เปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอล มันถึงเกิดปรากฏการณ์แบบครูส้ม เกิดปรากฏการณ์เด็ก 3 นิ้วไปประชุม ในขณะที่สมเด็จพระเทพพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อมันทำแบบนี้ได้มันจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ โลกมันเชื่อมโยงกันเป็นล้านๆคน ดูตลาดหลวงของปวิน แล้วทำอย่างเป็นกระบวนการ สมมุติว่าผมพูดอะไรไป พรุ่งนี้ก็จะเข้ามารายงาน รัฐบาลเคยตัดสินใจทำ Gateway มาให้คอมพิวเตอร์เป็นทูเวย์เพื่อไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวทางข้อมูลข่าวสาร เมื่อพวกนี้ออกมาต่อต้านก็ไม่ทำ ประเทศจีน เวียดนาม เขาไม่ได้นะ เขาต้องป้องกัน นี่คือความห่วงใยที่เกิดขึ้นคร่าวๆก่อน

เรื่องที่ 2 พวกนี้ มารื้อฟื้นในสิ่งที่เรียกว่าคณะราษฎร ในการเปลี่ยนแปลงของสังคม พวกนี้เรียกตัวเองว่า คณะราษฎรรุ่นใหม่ ทีนี้คณะราษฎรที่ผ่านมา มันคือรากเหง้าของประชาธิปไตยที่เลวร้ายจนถึงปัจจุบัน เพราะขณะนั้นไปเรียนที่ต่างประเทศมาและก็เปลี่ยนแปลงประเทศ เขาต้องการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นแต่ไม่กล้า ไม่กล้าเพราะว่าคนไทยผูกพันกับสถาบันมหากษัตริย์ พวกนี้ก็เข้ามายึดอำนาจด้วยความฉับพล้น ด้วยเล่ห์เหลี่ยม แนวความคิดว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี่นะครับ มันเป็นสิ่งที่ต้องเป็นตามที่พวกเขาขีดไว้ตั้งแต่ 2475 มาถึงปัจจุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน