651226 ฌานคือรู้จักจุดอาการกิเลส อ่านออกแล้วล้างได้ตามลำดับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ฌานคือรู้จักจุดอาการกิเลส อ่านออกแล้วล้างได้ตามลำดับ
พ่อครู…ไม่ง่ายหรอกคนเรา มาแล้วจะเห็น โอโห่ 50 ปีแล้วจะเห็น คนก็ยังไม่ค่อยเห็นคุณค่า เป็นชาวพุทธนะ กอดพระไตรปิฏกสอบได้ดอกเตอร์กัน ไม่ ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่า โอ่ โลกุตระเป็นอย่างนี้หรอ ทั้งๆที่เรามีรูปธรรมออกชัดมากแล้ว โลกุตระ โลกุตระถึงขั้นสาราณียธรรม 6
สมณะเดินดิน…ถ้ายึดรายละเอียดแบบขั้นละเอียดได้
พ่อครู…นั่นแหละ แต่อ่านพระไตรปิฏกมันเอียง ฉบับพระมหากัสสปะมันเอียงไปข้างพระป่า
สมณะเดินดิน…ผมเคยฟังท่านประยุทธ์ ท่านสอนพระรุ่นใหม่ว่า คนที่ทิฏฐิวิบัติ แต่จริงๆเขาดีนะ เขาเป็นคนเสียสละอะไรให้สังคม พูดแล้วหมายถึงพวกเราแน่ๆ แต่ว่าทิฏฐิวิบัติ คือ อาจจะเป็นคนมีศึล ดูน่าเลื่อมใส ทำงานเป็นประโยชน์อะไร แต่มีทิฏฐิวิบัติ
สมณะดินไท…กวาดทิ้งหมดเลยทิฏฐิวิบัติ ร้ายยิ่งกว่าทำลายศาสนา
สมณะแสนดิน…ถ้าทิฏฐิวิบัติผลมันก็จะไม่ดี
สมณะเดินดิน…มันก็จะเป็นอย่างเทวทัตไงเคร่งครัด มังสาวิรัติ ปฏิบัติเคร่งครัด แต่ทิฏฐิ วิบัติ ศีลนี่เราเคร่งครัดมากเลยนะ
พ่อครู…เราไม่ได้เคร่งครัดอะไร ก็ถือศีลตามสัจจะ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์อะไร เราก็ทำ ธรรมดาไม่เคร่งเกินอะไร มันก็เป็นสามัญของเรา
สมณะดินไท…ปกติของเรา มันไม่ปกติของเรา
พ่อครู…ปกติ คือมันเอาที่จิต ถ้าคุณปฏบัติศีลแล้ว คุณปฏิบัติอย่างนี่แหละ ให้ละเว้น อย่างนี้ ก็ละเว้นได้ โดยไม่ยาก โดยไม่ลำบาก เป็นฌาน ฌานไม่ได้หมายความว่าไปเคร่งไปเร่งอะไร ฌานมันหมายความว่ามันมีปัญญา รู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วก็สบายๆ ง่ายๆสบาย เรียบร้อยอย่างนี้
สมณะดินไท…ฌานเกิดตอนไหนครับ
พ่อครู…ฌานคือผลของการล้างสิ่งที่มันมิจฉา
สมณะดินไท…กำลังล้างหรือตอนไหนครับ
พ่อครู…กำลังล้าง ฌาน 1 ฌาน 2
อ่านต่อ
ฌาน 3 ฌาน 4 ก็ล้างเสร็จ ล้างได้ผล ตั้งแต่เริ่มเป็น ฌาน 1 ก็ล้างได้ผล ฌานคือรู้จักจุดที่เป็นกิเลสจริงๆนี่ คือพลังงานหรืออาการของกิเลส แล้วก็อ่านออกว่าในขณะที่มีกรรมกิริยาใดเกิด แล้วก็มีผัสสะ มันก็จะเกิดอาการที่ ปฏิกิริยาเกิดขึ้นมา มันไม่ราบรื่น มันไม่สบาย ง่ายเรียบง่าย แคล่วคล่อง ธรรมดา ไม่ฝืดไม่ฝืนอะไรเลย มันจะมีอะไรก็ตามแต่ มันจะฝืดจะลื่น จะอะไรก็แล้วแต่ อย่างนี้ เป็นต้น เย็นร้อนอ่อนแข็งสัมผัส เจออันนี้ก็เย็น อันนี้ก็ร้อน อันนี้ก็อ่อน อันนี้ก็แข็ง อันนี้ ก็ฝืด อันนี้ก็ลื่นอะไรอย่างนี้ มันก็จริง
สมณะดินไท…แล้วตอนที่กำลังสู้อยู่ มันยังไม่ลื่น มันยังสะดุด โอโห่ มันยังทั้งอดทั้งทน
พ่อครู…ก็อย่างนั่นแหละ ก็จะรู้ความจริงว่าเราเองเรามี เราไปเข้าใจผิดเพราะเกิดจาก อุปทานไปยึดทั้งนั้น ถ้าอย่างนั้นมันจะเป็นไปตามจริง เช่น แค่เริ่มต้นเห็น เห็นอย่างนี้ ทุกคนก็เห็นฟอร์มมันเป็นอย่างไง ก็เห็นกันหมด สีมันเป็นอย่างไง ทุกคนก็เห็นเหมือน กันหมด โดยสภาวะอันเดียวกันหมด ฝรั่งจะเรียกว่าอย่างนี้ เจกจะเรียกอย่างนี้ ไทยจะ เรียก ก็ช่างมันเถอะ แต่ไอ้ที่เป็นสิ่งความจริงตามเป็นจริงสิ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้น ความเป็นฌานคือความเป็นปกติ ทุกคนสัมผัสแล้วเกิดปฏิกิริยาแล้วมีสิ่งเดียวกันหมด ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานนี่ มีสิ่งเดียวกันหมด ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เป็นเหตุปัจจัยหลัก ส่วนดีและชั่วนั้น ไม่แน่นอนเลย สมมติทั้งนั้น สัมผัสแล้วจะต้องอย่างนี้ดีอย่างนั้นชั่ว มันสมมุติ ทั้งนั้น แต่เอาที่สุขทุกข์ เอาที่ปรมัตถ์ เอาที่ความรู้สึกของจิตเป็นหลักในการตัดสินว่า เป็นคนจบแล้ว มีชีวิตอยู่กับโลกเขาก็รู้แล้ว ว่าต้องมีผัสสะ มีการเกี่ยวข้อง ต้องมีการสังขาร แล้วก็ทำถูกหมด สัมผัส เกี่ยวข้อง แล้วก็สังขาร แล้วเกิดผล จบในตัว ผลจะเกิดอย่างไง ผลจะเกิดผลดี ผลเสีย ก็ดู ทำดีเกิดผลเสียก็ได้ เพราะดีชั่วตามสมมุติ แต่เราทำเป็นผลดี สัจจะท่านดีจริงๆตามสัจจะ ทำดีก็ต้องเป็นดี ทำชั่วก็ต้องเป็นชั่ว แต่มันสมมุติกัน 2 คนเริ่มต้นสมมุติต่างกันแล้ว แต่ถ้ามันเป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกีภาวะ มันก็เป็นความสอดคล้อง เป็นสามัคคียะ ก็อวิวาทะ แค่นั้นมันเกิดปฏิกิริยา เกิดเหตุ เกิดผล เกิดการสังขาร สังเคราะห์ เกิดสร้างผลผลิตเป็นแรงงานขึ้นมา มันก็กลายเป็นประโยชน์ เป็นสังคหะ เป็น สิ่งที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ช่วยตั้งแต่เริ่มต้นออกแรงงาน อ้าวมาช่วยดันขอนไม้นีปั้บ มันเป็นหนึ่งเดียวกันเลยนี่ วึด มันก็ปึบไป
สมณะดินไท…อันนั้นมันไม่ใช่สามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกัน มันไม่แตกต่างกัน
พ่อครู…ถ้าเราไปดันนู้น มีคนไปดันทางนี้ด้วย เราดันทางนี้ 2 คน ดันไปแอบดันทางนู้น 10
สมณะดินไท…อันนั้นไม่เป็นหนึ่งเดียว
พ่อครู…มันไม่ใช่หาย แต่งตัวเป็นนินจาไม่ให้เห็นตัวมา 10 กว่าวันแล้ว เฮ้ยทำไมไปวะ ที่แท้มีนินจาแอบดันตรงนี้อีก 10 คน