พระอรหันต์เมื่อตายไปจะไปอยู่ที่ไหน.docx
เนื้อหาในไฟล์
พระอรหันต์เมื่อตายไปจะไปอยู่ที่ไหน _*วิมล เจวรัมย์* : พ่อครูคะ พอถึงอรหันต์แล้วพ่อครูบอกว่า จะมาเกิดก็ได้ไม่มาเกิดก็ได้ ตอนไม่มาเกิดแล้วอรหันต์องค์นั้นจะอยู่ที่ไหนคะ พ่อครูว่า...เอาเถอะน่า คุณปฏิบัติให้เป็นอรหันต์ก็แล้วกัน แล้วคุณจะรู้ว่าคุณจะเกิดหรือไปอยู่ที่ไหน ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้วตาย ถ้าหากตายลงด้วย สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน อปณิหิตนิพพาน ตายด้วย 3 บัญญัตินี้ อันแรก 0 ต่อมาไม่ต้องตั้งนิมิต อันที่ 3 ไม่ต้องตั้งใจที่จะเกิดอีก มันก็สูญครบ ไม่ตั้งนิมิตไม่ตั้งจิตใจ มันก็เลิกตั้งทุกอย่างทั้งรูปและนามมันก็สูญเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสานไป นั่นคือรหันต์ กายสเภทาปรัมมาณา หลังจากกายแตกตายก็เป็นดินน้ำไฟลมไปเลย ไม่มีจิตวิญญาณอรหันต์ของผู้นั้นอีก นี่คือตายปรินิพพานเป็นปริโยสาน เมื่อจบอรหันต์จริงๆเลยก็คือ ผู้สามารถทำตายเป็นปรินิพพานได้ ผ่านวิมุติ ในมูลสูตรข้อที่ 8 แล้วมาเป็นคนอมตะ เป็นคนที่มีวิมุติหลุดพ้นแล้ว จากการติดในโลกทั้งหมดอัตตาทั้งละลายอัตตาได้ ก็เป็นพระอรหันต์ จบวิมุติแล้วคนยังไม่ยอมตายเขาเป็นต่อบุคคล จะเกิดในไทยอีกก็ได้ แล้วยังมาถามวนอีกว่าอรหันต์ตายไปแล้วอยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่จิตตัวเองนั่นแหละ จิตตัวเองมีวิบาก รายละเอียดของกรรมวิบากเป็น อจินไตย อธิบายได้ยาก ถ้าคนไม่มีภูมิรู้ตั้งแต่ตอนเป็นๆตายไปก็นึกไม่ได้ ถึงแม้คุณจะระลึกได้ ตายลง คุณก็ระลึกได้แต่อดีต หรือไม่ก็ฟุ้งซ่านอยู่ในตัวเอง อนาคต ซึ่งมันยังไม่มีจริงหรอกคุณก็ฟุ้งซ่านไปได้เพราะจิตของคุณไปคบคิดอยู่ จิตคุณยังไม่ดับ ยังไม่สลาย คุณก็ต้องมีการขบคิด อนาคตจึงเป็นไปได้ถึง 44 ที่พระพุทธเจ้ารวมไว้เป็นทิฏฐิ 62 จิตในอดีต ก็มีได้แค่ 18 อนาคตอีก 44 คนจะช่างคิดแค่ไหนพระพุทธเจ้าก็รวมไว้ว่ามีเท่านั้น คุณจะบอกว่าตอนปัจจุบันนี้ก
อ่านต่อ
็มีอยู่ ก็ตอนตายไปแล้ว มันไม่อยู่ในภพร่วมกับมนุษยชาติเขาคุณก็เพ้อไปคนเดียว เพราะฉะนั้นคุณคิดของคุณคนเดียว ถ้ามันเป็นตัวทุกข์ คุณก็จมอยู่ในนรก ความคิดของคุณคนเดียวนะ ถ้าคุณเป็นสวรรค์ก็ระเริงอยู่กับสวรรค์ แต่ทุกข์มันเป็นตัวหลัก ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไปคุณจะแข่งไปสู้กับกรรมวิบากที่เป็นสัจธรรมหรือวิสัย ของจิตวิญญาณ ของกรรมวิบาก กรรมคือการกระทำในปัจจุบัน วิบากก็เป็นผลต่อจากกรรมในปัจจุบัน คุณทำปั๊บ มีผลปุ๊บ ถ้าคุณดับเหตุ คุณรู้แล้วว่าเหตุที่มันไม่ดีไม่ควรทำ คุณก็จะอยู่ได้อย่างเป็นผู้ปลอดภัยไม่ทำเหตุชั่วเลย ไม่ทำเหตุผิดเลย คุณก็ทำแต่เหตุที่ดี คุณก็เหลือแต่ดี คุณก็ไม่มีนรกนี่คืออรหันต์ อรหันต์ไม่มีนรกแล้ว เป็นต้น ก็รู้แต่เหตุดี เหตุชั่วแม้เล็กน้อยไม่ทำ ถ้าคุณยังไม่ถึงอรหันต์ปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ยังไม่ได้ คุณก็รู้ดีขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะเป็นอรหันต์ ถึงเป็นพระอรหันต์แล้วคุณได้วิมุตแล้วจะไม่ตายก็ต่อภพภูมิไปอีก สูงสุดได้เป็นพระพุทธเจ้า อย่างอาตมานี้ทำมาจริง อาตมาพูดความจริงมาตลอด เพราะอาตมารู้ว่าความจริงที่ทั้งพูดทั้งทำทั้งคิด กรรมเป็นอันทำทั้งนั้น ถ้ามันไปทำสิ่งที่ผิดสิ่งที่ไม่ดีมันก็เป็นอันทำและเป็นของเรา อาตมารู้แล้วคุณไม่รู้หรืออย่างไร รู้ได้เหมือนกันแต่คุณอดไม่ได้เท่านั้น อาตมาอดได้อาตมาไม่ทำ ไม่พูด มันผิด กรรมเป็นอันทำแล้วอาตมาจะสะสมไปอีกทำไม แล้วอาตมาก็ไม่มีปัญหาด้วยถ้าหากอาตมาไม่ทำไม่พูด อาตมาก็ไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน การจะทำจะพูดอาตมาก็ได้อะไรแลกเปลี่ยน โลกเขาก็แลกเปลี่ยนเป็นวัตถุย้อนกลับ แต่หากอาตมาแลกเปลี่ยนกับคนอื่นที่เขาฟังแล้วเขาได้แล้วเขาก็ยอมรับ ผู้ที่มีกตัญญูกตเวทีก็ระลึกบุญคุณอาตมาก็เท่านั้นเอง อาตมาก็ไม่ได้อยากได้อะไรมาก มันเป็นคุณธรรมของคุณ คุณระลึกถึงคุณมีกตัญญูกตเวทีมันเป็นธรรมะดีคุณก็มีแต่ดีสิ อาตมานั้นพอตัวแล้ว เลี้ยงตนเองได้ไม่ต้องพึ่ง คุณไม่ต้องเอาอะไรมาให้ก็ได้ เพราะอาตมาพอตัวแล้ว ช่วยตัวเองรอดแล้ว แม้แต่ทุกวันนี้อาตมาไม่ได้สร้างวัตถุ ใครจะบอกว่าไม่ต้องให้วัตถุเลยอาตมาก็ไม่มีกิน ถ้าหากมีกินอาตมาก็ต้องไปทำเองปลูกเองสร้างเองอีก อาตมาว่าก็ไม่มีปัญหา ถ้าคนแอนตี้อาตมาหมดเลยไม่มีใครส่งให้กินเลยอาตมาก็ไปทำถ้าจะอยู่ ถ้าจะไม่ทำจะไม่อยู่แล้วก็ไม่เป็นไร อาตมาไม่มีปัญหาเรื่องตายเรื่องเป็น ตายก็ตาย คนในยุคนี้สอนไม่ได้แล้วก็ปล่อยให้ตาย สอนไปก็ไม่มีใครเอา ต่อให้เราต้องตายจริงๆก็ต้องตายเพราะมันสมควรแล้ว เพราะเราไม่มีใครยอมรับไม่ได้เรื่องอะไรแล้ว จะไม่ยอมรับเพราะว่าเราทำผิดแล้วคนเขาบอยคอร์ดเลย เขาก็ตัดเราทิ้งเลย เหลือเราคนเดียว หรือเราถูก แต่คนฟังไม่รู้เรื่องเลย แล้วคุณจะไปอยู่กับใครไปพูดกับใครเพราะพูดกับใครก็ไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งที่จะต้องพูดก็พูดสิ่งที่ดีที่สุด โลกุตระคือสิ่งที่ดีที่สุด ไม่งั้นก็เป็นโลกีย์ที่ดีก็ต้องเท่านั้น แล้วอาตมาก็คิดว่าไม่ไหวหรอกโลกียะสอนอย่างไรอย่างไรมันก็วนเวียน อาตมาก็เลิกสอนโลกียะแล้วสอนแต่โลกุตระก็พอ แล้วมันเป็นสุดยอดของคนมนุษย์ต้องได้โลกุตระ เมื่อได้โลกุตระแล้วคุณจะอยู่หรือคุณไม่อยู่ อะไรก็ได้ แล้วคุณก็รู้ดีรู้ชั่วทุกอย่าง อย่าว่าแต่ดีชั่วที่เป็นโลกียะเลย โลกุตระโลกียะคุณก็รู้แล้ว คุณก็ไม่เอาแล้วโลกียะมันมีดีมีชั่วเท่านั้น คนสอนความดีความชั่วมีตั้งเยอะมากมายในโลกียะเป็นศาสดาก็สอนแค่ดีกับชั่วเท่านั้น เขาไม่ได้สอนเรื่องโลกุตระ ไม่ได้สอนเรื่องสุขเรื่องทุกข์ โลกุตระนี่คือเรื่องสุขเรื่องทุกข์เป็นอริยสัจ ของพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ ตกลงคุณวิมลนี้ว่า ตายไปแล้วจะไปอยู่ไหน เขาสมมติว่าเป็นอรหันต์จะเกิดมาเป็นโพธิสัตว์อีกยังไม่สลายจิตนิยามเป็นดินน้ำไฟลม เขาก็สมมุติว่าไปอยู่ที่ดุสิต ดุสิตคืออะไร ดุสิตคือที่สงบ อยู่สงบสงบธรรมดาเท่านั้น แล้วให้ถึงเวลาวาระ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ตั้งจิตที่จะเกิดอีก ก็ไปอยู่ที่ดุสิตทั้งนั้น อยู่ที่สมมุติ จะอยู่ที่ไหนอย่างไรอย่าคิดเลยมันเป็น อจินไตย จะคิดได้อย่างไรคุณยังไม่ถึง เป็นแดนสงบของท่านอยู่ตรงนั้น ไม่เกี่ยวกับสถานที่ ไม่เกี่ยวกับภพชาติ ความรู้สึกก็คือสงบ ความรู้สึกอะไร สงบว่างๆ ไม่มีไปไม่มีมา ไม่มีบวกไม่มีลบนิ่งๆ ดุสิตใครดุสิตมันและไม่เกี่ยวกับใครด้วย คนก็เดากันว่าไปคุยกันในสวรรค์ดุสิตด้วยโขมงโฉงเฉง ก็เดากันไป 650727 อมตะแบบโลกีย์คือไม่เหยียบคันเร่งความโง่ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ