พ่อครูมาฟื้นคืนโลกุตระได้ผลจนเป็น Axiom.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 กรกฎาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

พ่อครูมาฟื้นคืนโลกุตระได้ผลจนเป็น Axiom _*Aeamaua Lee (เอื้อมเอื้อ ลี)* : เห็นพ่อครูเทศน์เดินเหิรมีพลังเช่นนี้อยู่ได้สบายเกิน 100 แน่ๆ พ่อครูว่า... อาตมาก็พยายามทำ 8 อ. อิทธิบาท อารมณ์ เป็นนามธรรม ส่วนที่เหลือมีรูปธรรม อย่างออกกำลังกาย อาตมาแต่ก่อนไม่เคยคิดวิ่ง เคยวิ่งเหมือนกัน วิ่งทน ซ้อมเพื่อจะวิ่งแข่ง ฝึกวิ่ง ก็พากเพียร พยายามทำตามเขา เอาไปเอามาก็ไม่ได้เรื่อง มันได้ไม่เท่าไหร่ก็ล้มละลายก็เลิกไม่ทำต่อ จะเอาอย่างคนโลกๆเขาที่เขาว่าดูดี แต่เสร็จแล้วมันก็เป็นเรื่องที่จริง เรามีคุณธรรมรู้ดีแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เข้าท่า แต่มันก็จะต้องค่อยๆฟื้น ความเจริญของปฏิภาณปัญญาเจริญเข้าสู่อารยธรรม เจริญเข้าสู่อาริยะขึ้นเรื่อยๆ จนเลยโลกียะไป จนมาอยู่ในโลกุตระ แล้วก็ข่มโลกียะจนคนหาว่าไปข่มเขาทำไม อ้าวก็ขนาดข่มก็ยังสู้เลย เราจึงต้อง ข่มให้เขาสงบไป ตอนนี้โลกียะก็สงบไปเยอะ ทำงานมา 50 ปี อายุก็ 88 ปีจะไปถึงร้อยแล้ว ทำไมอาตมาจึงทน ทนทำ และทนทาน อุตสาหะวิริยะมาเรื่อย นำพาพวกเรา นำพาคน พวกเราด้วยคนอื่นด้วย นำพาโดยการ นำความรู้ความฉลาดความกล้า ความเห็น ความเข้าใจและความเชื่อมั่นว่า เป็นความจริง ที่ Axiom ขอดัดจริตใช้ภาษาอังกฤษเล็กน้อย ตามความรู้ภาษาอังกฤษไส้เดือนกิ้งกือ ยังไม่ถึงขั้นงูๆปลาๆเลย ความจริง Axiom แน่ๆแท้ๆนี้ ทำมาได้นานถึง 50 ปีทั้งที่คนส่วนใหญ่ของสังคมประเทศของโลก คนส่วนใหญ่ของสังคมไทยทั้งประเทศของโลก เทียบได้กับโลกเลย เขาไม่นิยม ไม่ยอมรับ รับไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ด้วย แม้จะมี แม้จะรู้ด้วยก็มีน้อยเต็มที ส่วนที่ไม่รู้เลยมีเยอะ แต่อาตมากลับรู้สึกได้ในตนเองว่า อาตมานี่ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก สำหรับชาตินี้ เกิดมาชาตินี้พอใจมาก ที่ได้นำเอาโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าที่เรียกได

อ่านต่อ

้ว่า สูญพันธุ์ไปแล้ว ในยุค 2,500 กว่าปีมานี้ โลกุตรธรรมสูญพันธุ์ไปจากคนแล้ว โดยเฉพาะชาวพุทธที่ถือว่า แม้ทั้งโลกเขาก็ยกให้หมดว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธ เขายอมรับ ทั้งๆที่เขาก็ยังไม่รู้จุดสำคัญจริงๆ แต่เขาก็พอมีปฏิภาณไหวพริบรู้เลยว่ามันเป็นพุทธ เขาถือซะว่าความแปลกแตกต่างจากสิ่งที่เขาเป็น แต่เขาก็มีปฏิภาณไหวพริบรู้แต่ว่ามันดีนะ ก็พอเข้าใจคนที่มีการพัฒนาตัวเองจะเข้าใจ เช่น บอกว่า มาเป็นคนจน ไม่ต้องเอาหรอกคนร่ำรวย เอาคนจนยกมาข่มคนรวยเลย ในโลกทุนนิยมเขาต้องเอารวย แต่เขาก็พอมีปฏิภาณคนพวกนี้ เริ่มแล้ว มี อัญญธาตุ มาบ้าง แต่แตกต่างจากที่เขายึดถือมาเป็นล้านๆชาติแล้ว เป็นเทวนิยม100%มา ค่อยๆรู้ว่า อ๋อ.. ตอนนี้มันเหนือชั้นกว่ารวยจริงๆ นี่คือความเห็นง่ายๆ ที่เขาบอกว่าจนจะไปดีกว่ารวยได้อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น เป็นประเด็นที่เข้าใจง่ายกว่าประเด็นอื่น ไม่สวยไม่งามมันจะไปดูดีกว่าสวยงามมันจะเป็นไปได้อย่างไร อะไรอย่างนี้ คนเขาก็จะว่าเป็นอย่างไร คนมันก็ต้องสวยต้องงามตลอดชีวิตเลยสิ เป็นสาวพันปี สวยตลอดสองพันปี เขาว่ากัน พูดไป สองพันปี ไม่เหี่ยวให้มันรู้ไป แต่อาตมานี่ 88 นี่ก็ยังดี แต่ช้าลงไม่ปึ๊งๆเหมือนแต่ก่อน อาตมาพอใจมากในชาตินี้ที่ได้นำโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว สูญพันธุ์ไปจากโลกปัจจุบันนี้ไปแล้ว เอากลับคืนมาได้ จริงนะ โลกุตรธรรมก่อนที่อาตมาจะมาเกิดนี้มันได้สูญไปแล้ว แม้ในประเทศไทยที่เขายกย่องกันว่าเป็นศูนย์กลางศาสนาพุทธในยุคนี้ อาตมาพูดจริงๆนะ ที่พูดนี้ เป็นการพูดสัจธรรม ไม่ได้พูดยกตัวอย่างตนหรือหลงมีกิเลส พูดเอาความจริง ไม่มีแม้แต่เศษเล็กๆน้อยๆที่หลงตัวว่าสูงหลงตัวว่าใหญ่ เบ่งข่มผู้อื่น ไม่มี เป็นคำพูดที่จริงที่สุด แล้วที่พูดก็ชัดเจน ยืนยันอีกว่า โลกุตรธรรมได้สูญไปจากโลกนี้จริงๆ ก็อ้างอิงคำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ใน อาณิสูตร 16 ข้อ 672 ล.16 [672] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมาโครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ จักไม่ปรารถนาฟังจักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษา แต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตร มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต อยู่ จักปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ คนได้หลงเพ้อหลงใหล อยู่กับศาสนาพุทธที่มันได้ เก๊แล้ว ปลอมแล้ว ไม่จริงแล้ว แต่ก็ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของจริงของแท้อยู่ อาตมาเกิดมาในยุคนี้ก็มาเป็นชาวพุทธ ก็มาเห็นว่า ชาวพุทธนี้ใช้ของเก๊กัน ของปลอมของไม่จริง ของที่ตรงกันข้ามกับของจริงด้วย มันก็ต้องช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ เพราะว่า โดยเฉพาะเป็นลูกพระพุทธเจ้าเหมือนกัน เป็นพี่ๆน้องๆ มันก็น่าสงสาร ที่ไปติดยึด หลงงมงาย หลงผิด เกาะแน่นยึดติดเหนียว เหนียวสุดๆ ติดยึด อาตมาดูแล้วชาวพุทธทั้งหลาย แม้จะยกท่านเป็นปราชญ์ทางศาสนาพุทธในกระแสหลักที่มีมาก่อนอาตมาเกิด อาตมาก็เห็นว่าน่าสงสาร เหมือนน้องน้อย เด็กน้อยที่ไม่เดียงสา หลงผิดไปคว้าเอาระเบิดปรมาณู ระเบิดนิวเคลียร์ เอามาแกะเล่นด้วย นี่แกะถูกปุ่มมันเมื่อไหร่ ตาย อาตมาจึงจำเป็นมาก ที่เห็นน้องๆต่างๆ อาตมาก็ยืนยันว่า อาตมาเป็นไก่ตัวพี่ นอกนั้นก็เป็นไก่ตัวน้อง จำเป็นต้องรีบแย่งของรักของหวงที่ไม่น่าไปยึดไปรักเลย อาตมาเปรียบเทียบเป็นระเบิดนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู แล้วไปหลงเล่นอยู่ได้ แกะไปแกะมาเดี๋ยวกดถูกปุ่ม ก็ต้องแย่ง แย่งอย่างแรง แล้วก็ต้องทำอย่างรีบร้อนด้วยนะ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่าอาตมาใช้คำทั้งความแรง ทั้งดุเดือด ก็ดุเดือดระดับที่อาตมาเป็นไม่ใช่ดุเดือดเท่ากับการตีฆ่าแกงกัน แล้วก็ต้องพยายามที่จะช่วยจริงๆจังๆ ทำงานมานี้ เป็นเรื่องจริงที่อาตมาพูดแล้ว มันน่าหมั่นไส้อาตมามาก อาตมาพูดความจริง อาตมาพูดความไม่จริงไม่เป็น พูดออกมาเป็นความไม่จริงมันพูดไม่ออก มันไม่มี อาตมาอาตมาพูดคำแรง มันจริงทั้งนั้น นอกจากบางครั้งบางคราว คำผวนคำเล่นสนุกกับคนข้างๆก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อแสดงความจริงแล้ว มันก็จะมีเรื่องสนุกเบาสมองมาเป็นตัวอย่างให้เล่นๆอยู่บ้าง แต่น้อย ก็เน้นเนื้อด้วย พลังจริงจัง พลังแรง ให้เห็นๆ ก็เข้าใจกันได้ สำเนียง สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล เพราะฉะนั้นอาตมาจึงเป็นคนทนทาน นอกจากจะทนทานแล้ว อาตมาเชื่อมั่นว่าอาตมาทนต่อการพิสูจน์ เพราะธรรมะสัจธรรมของ พระพุทธเจ้า จะทนต่อการพิสูจน์ เชิญให้มาพิสูจน์กันได้ทุกเมื่อ เอหิปัสสิโก ทุกเมื่อพิสูจน์ได้เลย เพราะฉะนั้นอาตมาเกิดมาเป็นคน ได้ความรู้ต่างๆมาพูดมาสาธยายยืนยันมา เขียนมาก่อนที่จะบวช อาตมาทำงานมา 50 กว่าปีก็ยังไม่ถึง 60 ปี อาตมาบวชตอนอายุ 36 ปี ถ้า 64 ปีก็ 100 นี่ ยังไม่ถึง 64 ปียัง 52 ปียังเหลืออีก 12 ปี จะเป็น 100 แล้วก็พยายามประคองร่างขันให้คู่กับจิตใจ จิตใจมันเป็นอมตะ จิตใจมันไม่ยอมตายหรอก แต่ถ้ากายแตกตาย มันก็ต้องตายกายมันไม่ไหว ใจไม่ยอมก็ต้องมาเกิดอีกตามปฏิธาน ชาตินี้ปางนี้ เป็นโพธิรักษ์จะเริ่มต้นทำงานศาสนาก็เมื่ออายุ 36 ปี ยังเละเทะที่อยู่ในทางโลกมา 36 ปี ถ้าหากอาตมาไม่มาทางธรรมะอาตมาอยู่ทางโลก ป่านนี้อาตมาก็จะเป็นเจ้าของ เป็นเจ้าสัวไปตามบารมีแน่นอน เพราะบารมีของอาตมา แม้แต่อาตมามาทางธรรมะก็ยังเป็นหนึ่ง ยิ่งในยุคนี้เป็นยุคใกล้กลียุค เป็นยุคที่เสื่อมมากๆแล้ว อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็ยิ่งชัด ยิ่งจริง แล้วนี่ก็เริ่มเข้าโพธิสัตว์ระดับ 8 แล้ว มีอภิภุย ขึ้นมาเรื่อยๆ 650727 อมตะแบบโลกีย์คือไม่เหยียบคันเร่งความโง่ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน