06 610327 บทที่ 3เอมอร__.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์486 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

90 บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi - Experimental Research) แบบ 2 กลุ่ม ทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (Two Group Pre-Test Post-Test Design) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมพลังต่อพฤติกรรมการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์และภาวะสุขภาพ ของผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรมโดยเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลองและระหว่างการทดลองของกลุ่มทดลอง และ กลุ่มเปรียบเทียบ โดยมีรายละเอียดขั้นตอนของการด าเนินงาน ดังนี้ 1. ประชากร (Population)และกลุ่มตัวอย่าง (Sample) 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. การวางแผนการทดลอง 4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 7. การพิทักษ์สิทธิตัวอย่าง ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชากร (Population) ประชากร คือ ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน ณ สวนป่านาบุญ 1 ต าบล ดอนตาล อ าเภอ ดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ถึง 25 ตุลาคม 2560 จ านวน 350 คน กลุ่มตัวอย่าง (Sample) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน ณ สวนป่านาบุญ 1 ต าบล ดอนตาล อ าเภอ ดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ถึง 25 ตุลาคม 2560 จ านวน 35 คน ขนาดตัวอย่างได้มาจากการทบทวนวรรณกรรม ของ สุภาพร แนวบุตร และ มาโนชญบูรณโชคไพศาล. 2559 :97 อ้างถึงใน ชมนาด วรรณพรศิริ ก าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑของ (Dempsey and Dempsey ที่ระบุ วาการวิจัยกึ่งทดลองควรใชกลุมตัวอยางขั้นต ่า 30 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 91 กลุ่มทดลอง เป็นกลุ่ม ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิ

อ่านต่อ

ถีธรรมหลักสูตร 9 วัน และได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม โดย ให้ข้อมูล และ ให้ค าปรึกษาผ่านทางสื่อออนไลน์ หลังการอบรม จ านวน 35 คน กลุ่มเปรียบเทียบ เป็นกลุ่ม ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน แต่ไม่ได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม โดย ให้ข้อมูล และ ให้ค าปรึกษาทางสื่อออนไลน์ หลังการอบรม จ านวน 35 คน เกณฑ์ในการคัดเข้า (Inclusion Criteria) ของกลุ่มทดลอง คือ 1. อายุระหว่าง 20–80 ปี (ดาวชมพู นาคะวิโร. 2555 : 27-30) 2. สามารถสื่อสาร และเข้าใจภาษาไทยได้ดี 3. สามารถใช้สื่อออนไลน์ได้ และเป็นสมาชิกกลุ่ม Line 4. ยินดีเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดโปรแกรม แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยการจับฉลาก ถ้าจับได้เลขคี่เข้ากลุ่มทดลอง ถ้าจับได้เลขคู่เข้ากลุ่มเปรียบเทียบ เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ 1.1 โปรแกรมการเสริมพลัง ต่อพฤติกรรม การลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ ตามหลักการแพทย์ทางเลือกแพทย์วิถีธรรม 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 2.1 แบบสอบถาม 2.2 แบบบันทึกผลการตรวจสุขภาพและอุปกรณ์ตรวจสุขภาพ ประกอบด้วย 2.2.1 เครื่องชั่งน้ าหนัก 2.2.2 เครื่องวัดส่วนสูง 2.2.3 เครื่องวัดความดันโลหิต 2.2.4 เครื่องตรวจน้ าตาลในเลือด 2.3 แบบบันทึกรายการอาหาร 3. โปรแกรมการเสริมพลัง ต่อพฤติกรรม การลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ ตามหลักการแพทย์ทางเลือกแพทย์วิถีธรรม 3.1 โปรแกรมการแพทย์วิถีธรรม ในการเข้าค่ายสุขภาพ 9 วัน 92 3.2 การเสริมพลังต่อพฤติกรรมการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยใช้หลักการแพทย์วิถีธรรม (ใจเพชร กล้าจน, 2553) ร่วมกับ แนวคิดการเสริมพลัง โดยใช้ทฤษฏีการรับรู้ความสามารถตนเองของ Bandura (1986) ประกอบด้วย 3.2.1 การปฏิบัติให้ส าเร็จด้วยตนเอง (Performance accomplishment) 3.2.2 การเห็นตัวอย่างการปฏิบัติของผู้อื่น (Vicarious experience) 3.2.3 การพูดชักจูง (Verbal persuasion) 3.2.4 การกระตุ้นทางอารมณ์ (Emotional arousal) ตารางที่ 4 การเสริมพลังโดยใช้ทฤษฏีการรับรู้ ความสามารถตนเอง ของ Bandura (1986) แหล่งของข้อมูลการรับรู้ความสามารถตนเอง วิธีการด าเนินกิจกรรม 1.2.1 การปฏิบัติให้ส าเร็จด้วยตนเอง (Performance accomplishment) คือการให้บุคคลมีประสบการณ์ตรงจากการท าพฤติกรรมดังกล่าวได้ส าเร็จ ซึ่งจะท าให้มีความเชื่อความสามารถว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามเป้าหมายได้ส าเร็จ 1. ฝึกปฏิบัติการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักการแพทย์วิถีธรรม เช่นการปฏิบัติการรับประทานอาหารสุขภาพไม่มีเนื้อสัตว์ 2. บันทึกการรับประทานอาหารประจ าวัน 1.2.2 การเห็นตัวอย่างการปฏิบัติของผู้อื่น (Vicarious experience) คือ การให้บุคคลเห็นหรือสังเกตการกระท าของบุคคลที่เป็นตัวอย่าง /แบบ (Model) โดยควรใช้ตัวแบบในด้านดีที่จะท าให้เกิดการท าพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตามตัวแบบประเภทของตัวแบบ 1.ฟังการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลสุขภาพตนเองของผู้ประสบความส าเร็จจากการดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรม สื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 1.2.3 การพูดชักจูง (Verbal persuasion) คือการใช้ค าพูดชักจูงให้เกิดก าลังใจ ชักจูงให้เห็นความสามารถของตน กระตุ้นให้ใช้ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 1. การเข้ากลุ่ม ทางออนไลน์ 2. แบ่งปันประสบการณ์ในการลดละเลิกเนื้อสัตว์ในกลุ่มเช่น การพูดคุยประโยชน์ของการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ 93 ตารางที่ 4 (ต่อ) แหล่งของข้อมูลการรับรู้ความสามารถตนเอง วิธีการด าเนินกิจกรรม 1.1.4 การกระตุ้นทางอารมณ์ (Emotional arousal) คือ การที่บุคคลถูกกระตุ้นความรู้สึก จะน าไปสู่การรับรู้ ถึงความสามารถของตนที่มากขึ้นหรือน้อยลงเช่น การกระตุ้นให้กลัวอันตรายของโรค ถ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมก็จะเพิ่มความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ถ้ากระตุ้นให้กลัวหรือกดดันมากเกินไปอาจท าให้รู้สึกล้มเหลว ความรู้สึกบางอย่างอาจเกิดจากการแสดงพฤติกรรมสุขภาพดังกล่าว เช่น การออกก าลังกาย แล้วรู้สึกสดชื่น จะช่วยเพิ่มความเชื่อในความสามารถแห่งตน 1. การใช้วีดีทัศน์ กระตุ้นการรับรู้ โทษ และประโยชน์ ของการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ รายละเอียดโปรแกรมเสริมพลังเพื่อพฤติกกรรม ลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ (ภาคผนวก ฉ : ) กระบวนการเสริมพลัง ระหว่างสัปดาห์ที่ 2-11 1. ทบทวนความรู้การดูแลสุขภาพแพทย์วิถีธรรม โดยใช้เทคนิคข้อ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล ตามหลักแพทย์วิถีธรรม และ เทคนิคข้อ 8 ธรรมะรักษาโรค 2. ให้ความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพิษโทษภัย ของการรับประทานเนื้อสัตว์ และโรคภัยต่าง ๆ ที่เกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ 3. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ คนต้นแบบ จากข้อมูลการบอกเล่า ของผู้ที่ประสบความส าเร็จในการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ 4. สนทนากลุ่มไลน์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการปฏิบัติ วัตถุประสงค์ 1. ให้ค าแนะน า ทบทวนการดูแลสุขภาพ ด้วยการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักแพทย์วิถีธรรม 2. ให้ค าแนะน า ทบทวนธรรม เพื่อเป็นแนวทางเลือกหรือแนวทางปฏิบัติที่สามารถน าไปใช้ในการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ 3. ให้ค าแนะน าในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีผลต่อการดูแลสุขภาพ 94 4. เพื่อเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดความตระหนัก ในการรับรู้พิษโทษภัยของอาหารเนื้อสัตว์ 5. เพื่อเป็นกระตุ้น และเป็นก าลังใจให้กับผู้ก าลังเริ่ม การลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ รายละเอียดข้อมูลการเสริมพลัง 1. คลิปทบทวนธรรมยามเช้า 2. คลิปการบรรยายอาจารย์หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน 2.1 กลไกการเกิดการหายของโรค เวลา 1 ชั่วโมง 26 นาที 591218.3.8 อาหารปรับสมดุล 24.08 นาที 2.2 สิ่งที่พระพุทธเจ้ายืนยันอย่างแน่นอน ในอวิชชาของการปรุงแต่ง 32.42 นาที 2.3 600218.2 1 ใน 9 ที่มีฤทธิ์มากที่สุด คือ อาหาร 26.17 นาที 2.4 600218.3 ชีวิตฝึกที่จะไม่ติดรสในอาหาร 21.15 นาที 2.5 600218.4 ประโยชน์ของการกินอาหารไม่ปรุง 25.48 นาที 2.6 600218.5 กองทุกข์ทั้งมวลที่เกิดจากการปรุงแต่งอาหาร 36.43 นาที 2.7 600218.6 การลดความชอบชังจากการเคี้ยวอาหาร 35.52 นาที 2.8 600219.1 ความไม่มีโรคด้วยศีลข้อที่ ๑ 33.36 นาที 2.9 600219.2 บุญที่แท้จริงที่ส่งผลให้มีอายุยืน ด้วยความไม่ประมาท 34.47 นาที 2.10 600219.3 ทาน ศีล ภาวนา และเทคนิคการทานอาหารพลังพุทธ 32.57 นาที 2.11 600219.4 อาทีนวสัญญา ๘ ต้นเหตุของโรคทุกโรคที่เสียสมดุล 31.16 นาที 2.12 600219.5 อาการเกร็งตัวบีบออก เมื่อเสียสมดุล 36.16 นาที 2.13 600220.1 สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวหาง่ายไม่มีโทษ 32.55 นาที 2.14 600220.2 เทคนิค ๙ ข้อ การปรับสมดุลร้อนเย็น 31.15 นาที 2.15 600221.1 สัตว์ทั้งปวงตั้งอยู่ได้เพราะอาหาร 26.19 นาที 2.16 600221.2 การเคี้ยวละเอียดจะท าให้อายุยืน 30.51 นาที 2.17 600221.3 อาหารสูตร ๗ ปรุงมากเท่าไหรป่วยมากเท่านั้น 34.48 นาที 2.18 600221.4 ๗ สูตรการปรุงอาหารให้เป็นยารักษาโรคตามสัดส่วน 32.55 นาที 2.19 600221.5 เทคนิคการกินอาหาร ๑ มื้อที่ให้พลังและประโยชน์ 24.50 นาที 95 3. คนต้นแบบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ เอกสาร คลิป 4. คลิป ชีวิตร่ าไห้ 5. คลิปตอบค าถามเรื่องความเจ็บป่วย โดยหมอเขียวใจเพชร กล้าจน 6. ให้ความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพิษโทษภัย ของการรับประทานเนื้อสัตว์ และโรคภัยต่าง ๆ ที่เกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ 6.1 คู่มืออาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรม เป็นเอกสารให้ผู้เข้าร่วมโปรแกรม ฯ สามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง (ภาคผนวก ช : ) 6.2 วีดีทัศน์เรื่อง “ ยา 9 เม็ด (หมอเขียว) ” ของ ใจเพชร กล้าจน และวีดีทัศน์เรื่อง ประกอบกิจกรรมในโปรแกรม ฯ ขั้นการออกแบบ (Design) ผู้วิจัยศึกษาผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องและแนวคิดทฤษฎีต่าง ๆ มาเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมโปรแกรมการเสริมพลัง ต่อพฤติกรรม การลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ ตามแพทย์ทางเลือก แพทย์วิถีธรรม โดยการประยุกต์องค์ความรู้การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเอง (self efficacy Theory) จากแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา (Social Cognitive Learning Theory) ของ Bandura ร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม (Social Support Theory) ของ House (1981) ร่วมกับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมฯ ผู้มีประสบการณ์ฝึกการเรียนรู้ในฐานงานแพทย์วิถีธรรม และประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพในการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ และภาวะสุขภาพของผู้เข้าร่วมอบรมแพทย์วิถีธรรม สร้างโปรแกรมการเสริมพลัง ต่อพฤติกรรม การลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ ตามหลักการแพทย์ทางเลือกแพทย์วิถีธรรม โดยก าหนดเนื้อหาในการทบทวนองค์ความรู้แต่ละสัปดาห์ ก าหนดวัตถุประสงค์ในการสอน ก าหนดกิจกรรมและเลือกสื่อในการกระตุ้นการรับรู้มีระยะเวลา 12 สัปดาห์ ขั้นการพัฒนา (Development) ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Content Validity) โดยน าโปรแกรมการเสริมพลัง ต่อพฤติกรรม การลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ ตามหลักการแพทย์ทางเลือกแพทย์วิถีธรรม และแบบสอบถามที่สร้างเสร็จแล้ว เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบแก้ไขเนื้อหาและภาษาที่ใช้ และเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิจ านวน 5 ท่านเพื่อพิจารณาตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม เนื้อหา ภาษาที่ใช้ และภาพประกอบ จากนั้นผู้วิจัยน าเครื่องมือมาปรับปรุงแก้ไขแล้วผลิตขึ้นเป็นต้นแบบ (Prototype) แล้วน าไปทดสอบประสิทธิภาพตามขั้นตอนที่ก าหนดไว้ 96 ขั้นทดลองใช้ (Implement) น าเครื่องมือที่ผลิตขึ้นเป็นต้นแบบ (Prototype) ไปทดลองใช้ (Try Out) กับผู้เข้าร่วมอบรมแพทย์วิถีธรรม จ านวน 35 คน การทดลองใช้ (Try Out) ทดสอบความเป็นปรนัย (Objectivity) ดูความชัดเจนของภาษาและความเข้าใจของกลุ่มตัวอย่างจากนั้นน าโปรแกรมมาปรับปรุงแก้ไข แล้วน าไปใช้จริง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้ 1. แบบสอบถาม ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ เพศ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ ภูมิล าเนา โรคประจ าตัว ส่วนที่ 2 แบบสอบถามการรับรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ ลักษณะค าถามเป็นการวัดการรับรู้ ใช้ข้อค าถามทั้งหมดจ านวน 17 ข้อ โดยเลือกค าตอบเพียงอย่างเดียว ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับ 1.1 การรับรู้ต่อผลของการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ จ านวน 7 ข้อ 1.2 การรับรู้ในเรื่องของการสนับสนุนทางสังคม จ านวน 10 ข้อ ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบประเมินค่า (Rating Scale) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) โดยมี 5 ระดับ คือ มั่นใจมากที่สุด มั่นใจมาก มั่นใจปานกลาง มั่นใจน้อย มั่นใจน้อยที่สุด โดยให้ผู้ตอบเลือกเพียงข้อเดียว และเลือกตอบตัวเลือกที่ตรงกับความคิดเห็นมากที่สุด ในข้อค าถามที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ การให้คะแนนกรณีที่ความรู้สึกเป็นบวกให้คะแนนมั่นใจมากที่สุดในระดับ 5 คะแนน และรองลงมาเรื่อย ๆ จนถึงมั่นใจน้อยที่สุด 1 คะแนน และในทางกลับกัน ความรู้สึกที่เป็นลบให้คะแนนมั่นใจมากที่สุด 1 คะแนน เรียงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนมั่นใจน้อยที่สุด ได้ 5 คะแนน ดังนี้ การรับรู้ต่อผลของการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ จ านวน 7 ข้อ การรับรู้ในเรื่องของการสนับสนุนทางสังคม จ านวน 10 ข้อ แบ่งคะแนนแบบอันตรภาคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ าสุด แล้วหารด้วยจ านวนกลุ่มที่ต้องการแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ 2553 : 206) ดังนี้ Maximum−MinimumInterval = คะแนนสูงสุด−คะแนนต่ าสุดจ านวนชั้น ค าถามเชิงบวก ค าถามเชิงลบ มั่นใจมากที่สุด มั่นใจมาก มั่นใจปานกลาง มั่นใจน้อย มั่นใจน้อยที่สุด 5 4 3 2 1 1 2 3 4 5 97 = 5−14 = 1 ช่วงคะแนนเฉลี่ย ความหมาย ตั้งแต่ 3.01 ขึ้นไป ระหว่าง 2.01 – 3.00 ระหว่าง 1.01 – 2.00 น้อยกว่า 1 มีการรับรู้ความสามารถตนเองในระดับมากที่สุด มีการรับรู้ความสามารถตนเองในระดับมาก มีการรับรู้ความสามารถตนเองในระดับปานกลาง มีการรับรู้ความสามารถตนเองในระดับน้อย ส่วนที่ 3 แบบสอบถามพฤติกรรมการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ จ านวน 10 ข้อ ส่วนที่ 4 แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภค ใช้ข้อค าถามทั้งหมดจ านวน 25 ข้อ โดยเลือกค าตอบเพียงอย่างเดียว ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาในเรื่องพฤติกรรมการบริโภคของผู้เข้าร่วมวิจัย 3 ด้านคือ ทางกาย (12 ข้อ) การบริโภคเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (10 ข้อ) ทางจิตใจ (3 ข้อ) ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบประเมินค่า (Rating Scale) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) โดยมี 5 ระดับ คือ ปฏิบัติประจ า ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติบางครั้ง ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง ไม่เคยปฏิบัติเลย โดยให้ผู้ตอบเลือกเพียงข้อเดียว และเลือกตอบตัวเลือกที่ตรงกับความคิดเห็นมากที่สุด ปฏิบัติประจ า หมายถึง ปฏิบัติเป็นประจ าสม่ าเสมอ หรือ 5-7 วันต่อสัปดาห์ ปฏิบัติบ่อย หมายถึง ปฏิบัติส่วนมากแต่ไม่เป็นประจ า หรือ 3-4 วันต่อสัปดาห์ ปฏิบัติบางครั้ง หมายถึง ปฏิบัติ บ่อยครั้ง หรือ 2-3 วันต่อสัปดาห์ ปฏิบัตินานๆครั้ง หมายถึง ปฏิบัติเป็นส่วนน้อย หรือ ไม่เกิน 1 วันต่อสัปดาห์ ไม่เคยปฏิบัติเลย หมายถึง ไม่เคยปฏิบัติเลย การให้คะแนนกรณีที่แนวทางการปฏิบัติเป็นบวกให้คะแนนปฏิบัติประจ าในระดับ 5 คะแนนและรองลงมาเรื่อย ๆ จนถึงไม่ปฏิบัติเลย 1 คะแนน และในทางกลับกัน การปฏิบัติ ที่มีผลเป็นลบ ให้คะแนนในการปฏิบัติประจ า 1 คะแนน เรียงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนไม่เคยปฏิบัติเลยได้ 5 คะแนน ดังนี้ คะแนนการปฏิบัติ ที่เป็นบวก คะแนนการปฏิบัติ ที่เป็นลบ ปฏิบัติประจ า ปฏิบัติบ่อย ปฏิบัติบางครั้ง ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง ไม่เคยปฏิบัติเลย 5 4 3 2 1 1 2 3 4 5 98 ด้านทางกาย ระดับพฤติกรรมการบริโภค แบ่งคะแนนแบบอันตรภาคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ าสุด แล้วหารด้วยจ านวนกลุ่มที่ต้องการแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206) ดังนี้ Maximum−MinimumInterval = คะแนนสูงสุด−คะแนนต่ าสุดจ านวนชั้น = 60−123 = 16 ช่วงคะแนนเฉลี่ย ความหมาย ตั้งแต่ 44 ขึ้นไป ระหว่าง 28 – 44 น้อยกว่า 28 มีพฤติกรรมการบริโภคในระดับเหมาะสมดี มีพฤติกรรมการบริโภคในระดับปานกลาง มีพฤติกรรมการบริโภคในระดับต้องปรับปรุง การบริโภคเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ระดับพฤติกรรมการบริโภค แบ่งคะแนนแบบอันตรภาคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ าสุด แล้วหารด้วยจ านวนกลุ่มที่ต้องการแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ 2553 : 206) ดังนี้ Maximum−MinimumInterval = คะแนนสูงสุด−คะแนนต่ าสุดจ านวนชั้น = 50−103 = 13.33 ช่วงคะแนนเฉลี่ย ความหมาย ตั้งแต่ 36.66 ขึ้นไป ระหว่าง 23.33 – 36.66 น้อยกว่า 23.33 มีพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ในระดับมาก มีพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ในระดับปานกลาง มีพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ในระดับลดลงมาก ด้านทางจิตใจ ระดับพฤติกรรมการบริโภค แบ่งคะแนนแบบอันตรภาคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ าสุด แล้วหารด้วยจ านวนกลุ่มที่ต้องการแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ 2553 : 206) ดังนี้ Maximum−MinimumInterval = คะแนนสูงสุด−คะแนนต่ าสุดจ านวนชั้น = 15−33 = 4 ช่วงคะแนนเฉลี่ย ความหมาย ตั้งแต่ 11 ขึ้นไป ระหว่าง 7– 11 น้อยกว่า 7 มีพฤติกรรมการบริโภคในระดับสูง มีพฤติกรรมการบริโภคในระดับปานกลาง มีพฤติกรรมการบริโภคในระดับน้อย 99 ส่วนที่ 5 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสุขภาพก่อนและหลังการเข้าร่วมวิจัย และข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ค าถามปลายเปิด) 2. แบบบันทึกผลการตรวจสุขภาพ รอบเอว น้ าหนัก ส่วนสูง (เพื่อค านวณดัชนีมวลกาย) ดัชนีมวลกาย ระดับความดันโลหิต และระดับน้ าตาลในเลือด (ในรายที่ป่วยเป็นเบาหวาน) ก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง ในสัปดาห์ที่ 12 3. แบบบันทึกรายการอาหาร ส าหรับกลุ่มทดลองเพื่อการจดบันทึกรายการอาหารในแต่ละวัน การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือการวิจัย 1. การตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Content validity) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัย คือแบบสอบถาม ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 5 ท่าน ประกอบด้วย 1.1 ดร.สุทธิศักดิ์ แก้วแกมจันทร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ 1.2 ดร.ดวงกมล ภูนวล นักวิชาการสาธารณสุขช านาญการ หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ 1.3 นางนิตยาภรณ์ สุระสาย พยาบาลวิชาชีพช านาญการ โรงพยาบาลอ านาจเจริญ 1.4 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมพร กิ่วแก้ว อาจารย์พยาบาล มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น 1.5 นางสุวิมล มณีโชติ อาจารย์พยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรัง หลังจากนั้นผู้วิจัยได้น าเครื่องมือการวิจัยดังกล่าวมาปรับปรุงถ้อยค าบางค าให้มีความเหมาะสมกับกลุ่มตัวอย่างตามค าแนะน าของผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ความเที่ยงตรง น าเครื่องมือที่ได้รับการตรวจแก้ไขจากอาจารย์ที่ปรึกษาไปให้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 5 ท่าน ซึ่งเกี่ยวข้องและมีประสบการณ์เกี่ยวกับการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมและการสร้างเสริมสุขภาพ พิจารณาตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ความถูกต้อง ส านวนภาษาที่ใช้ พร้อมทั้งขอค าแนะน าในการปรับปรุงเครื่องมือให้เหมาะสมกับการน าไปทดลองใช้โดยใช้เกณฑ์ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะตรงกัน โดยก าหนดให้คะแนนผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ ระดับคะแนน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ +1 แน่ใจว่าสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 100 0 ไม่แน่ใจว่าสอดคล้องกับกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย -1 แน่ใจว่าไม่สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากผลการตัดสินของผู้เชี่ยวชาญ น าไปค านวณหาสัมประสิทธิ์ความสอดคล้องด้วยสูตรIOC (Index of Concordance) เลือกข้อค าถามที่มีค่า IOC ไม่น้อยกว่า 0.6 แสดงว่ามีความตรงตามเนื้อหามาก ผลตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ด้านการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อพฤติกรรมการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ ได้ค่า 0.8-1.00 ด้านพฤติกรรมการบริโภค ได้ค่า 0.8-1.00 จากนั้นผู้วิจัยน าเครื่องมือมาพิจารณาแก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์ ตามค าแนะน าของผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา จากผู้เชี่ยวชาญ มีข้อเสนอแนะให้แก้ไขบางประเด็น ดังนี้ 1. ปรับค าถามให้สอดคล้องกับเนื้อหา 2. ปรับภาษาที่ใช้ในค าถามบางข้อให้เป็นภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย 3. ค าถามบางข้อให้เพิ่มเติมรายละเอียดค าถามให้เจาะจง เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน โดยผู้วิจัยท าการปรับปรุงและแก้ไขทั้ง 3 ประเด็น คือ ปรับภาษาให้อ่านแล้วเข้าใจง่าย ปรับค าถามให้สอดคล้องกับเนื้อหาและเพิ่มเติมรายละเอียดค าถามให้เจาะจง ก่อนน าแบบสอบถามไปใช้สอบถามกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่างที่ท าการศึกษา (Try Out) 2. การหาความเชื่อมั่น (Reliability) น าแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ผ่านการปรับปรุงเรียบร้อยแล้วไปทดสอบใช้ (try out) ในผู้ที่มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 32 คน เพื่อตรวจสอบความเที่ยง (Relibility) ของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยตรวจสอบคุณภาพของข้อค าถามส่วนที่ 2 แบบสอบถามด้านการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อพฤติกรรมการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ และ ส่วนที่ 4 แบบสอบถามด้านพฤติกรรมการบริโภค เป็นแบบประเมินค่าเหมือนกัน ให้คะแนนข้อความแต่ละข้อของแต่ละคน บันทึกข้อมูลใส่โปรแกรมส าเร็จรูปและสั่งเครื่องประมวลผล คัดเลือกข้อค าถามที่มีอ านาจจ าแนก(Corrected Item-Total Correlation) ตั้งแต่ 0.2 ขึ้นไป ซึ่งเป็นข้อที่มีอ านาจจ าแนกใช้ได้ น าไปหาความเที่ยงแบบคงที่ภายใน (Internal Consistency) ด้วยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาซ (Cronbach’s Coefficient Alpha) (ธีรวุฒิ เอกะกุล 2555 : 156) เกณฑ์ที่ใช้หาความเที่ยงของเครื่องมือ = 0.80ขึ้นไป (ธีรวุฒิ เอกะกุล 2555 : 157) ได้ผลดังนี้ ส่วนที่ 2 แบบสอบถามด้านการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อพฤติกรรมการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.940 และและ ส่วนที่ 4 แบบสอบถามด้านพฤติกรรมการบริโภค ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.879 101 กำรวำงแผนกำรทดลอง โดยมีรายละเอียดของการทดลอง ดังนี้ ครั้งที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 X1 X2 X3 X4 X5 X6 X7 X8 X9 X10 X11 X12 กลุ่มทดลอง O1 O2 สัปดาห์ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 12 สัปดาห์ ครั้งที่ 1 X1 กลุ่มเปรียบเทียบ O3 O4 12 สัปดาห์ แผนภูมิที่ 1 แสดงแผนการทดลอง โดยก าหนดให้ O1 O3 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการทดลอง (Pre test) ของกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ โดยใช้แบบสอบถามและผลการตรวจสุขภาพ O2 O4 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลอง(Post test) ของกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ โดยใช้แบบสอบถาม X1 หมายถึง กิจกรรมให้ความรู้และฝึกทักษะ 9 วัน X2 – X12 หมายถึง กิจกรรมให้ความรู้ ทบทวนทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และให้แรงสนับสนุนทางสังคมแก่กลุ่มทดลอง รายละเอียดการทดลองดังต่อไปนี้ 1. ทบทวนความรู้การดูแลสุขภาพแพทย์วิถีธรรม โดยใช้เทคนิคข้อ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล ตามหลักแพทย์วิถีธรรม และ เทคนิคข้อ 8 ธรรมะรักษาโรค 102 2. ให้ความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพิษโทษภัย ของการรับประทานเนื้อสัตว์ และโรคภัยต่าง ๆ ที่เกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นกระตุ้น และเป็นก าลังใจให้กับผู้ก าลังเริ่ม การลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ 3. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ คนต้นแบบ จากข้อมูลการบอกเล่า ของผู้ที่ประสบความส าเร็จในการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ 4. สนทนากลุ่มไลน์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการปฏิบัติ วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1. ระยะก่อนทดลอง 1.1 ประชาสัมพันธ์โครงการวิจัยกับผู้เข้าอบรมค่ายแพทย์วิถีธรรมทั้งหมด และให้สมัครเข้าร่วมโครงการวิจัย 1.2 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามคุณลักษณะที่ก าหนด หลังจากได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่ม ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเข้าร่วมโครงงานวิจัยในครั้งนี้ โดยทั้งสองกลุ่มต้องเข้าร่วมกิจกรรมในค่ายสุขภาพเพื่ออบรมการดูแลสุขภาพการแพทย์วิถีธรรม 9 วัน และนัดหมายเพื่อเก็บข้อมูลก่อนการทดลอง (Pre=test) 1.3 เชิญกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเที

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน