07. บทที่ 1 บทนำ_อ.ปรับให้แล้ว 240461.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วตั้งแต่ปี 2550 คือ มีประชากรสูงอายุมากกว่าร้อยละ 10 โดยใช้อายุตามปีปฏิทินที่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเป็นนิยามที่เป็นทางการของ “ผู้สูงอายุ” ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2546 ในปี พ.ศ. 2550 ประเทศไทย มีประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 10.7 และจากการมองภาพประชากรพบว่าสัดส่วนของประชากรสูงอายุ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นร้อยละ 13.2 ในปี พ.ศ. 2553 เพิ่มเป็นร้อยละ 20.5 ในปี พ.ศ. 2565 และร้อยละ 32.1 ในปี พ.ศ. 2583 (รศรินทร์ เกรย์ และคนอื่น ๆ. 2556 : 1) โดยปัญหาสุขภาพที่มักพบในผู้สูงอายุ คือปัญหากระดูกและข้อโดยเฉพาะโรคข้อเสื่อมพบได้มากถึง ร้อยละ 40 ในจ านวน โรคข้อทั้งหมด โดยเกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของวัยที่เพิ่มขึ้นอัตราการเป็นโรคข้อเสื่อมพบได้ในบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปและโดยเฉพาะในคนที่มีอายุมากกว่า 75 ปี จะมีข้อเสื่อมมากกว่า ร้อยละ 80-90 ในประเทศไทยพบมีประชากรเป็นโรคปวดข้อประมาณร้อยละ 3-5 หรือเฉลี่ยราว 2.1 ล้านถึง 3 ล้านคนจากประชากรไทย 65 ล้านคน และร้อยละ 50 ของจ านวนผู้ที่ไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดข้อจะพบว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากที่สุด (สกาวรัตน์ ศุภสาร และคนอื่น ๆ. 2550 : 74 ) ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่สามารถยับยั้งอาการปวดเข่าได้โดยสมบูรณ์ จึงเกิดการรักษาที่หลากหลาย อาทิ การผ่าตัดการใช้ยา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ในการรักษาอาการปวดเข่า ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์(NSAIDs) ร่วมด้วย ยาบางชนิดเช่น ไดโคติล จะมีผลคือ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง เลือดออกในกระเพาะอาหาร และที่ส าคัญที่สุดผู้สูงอายุถ้าใช้ยาติดต่อกันเป็นเวล
อ่านต่อ
านาน พิษจากยาจะไปรวมอยู่ที่ตับ ท าให้เกิดพิษสะสมมากไม่สามารถก าจัดออกไปหมด ส่งผลให้เซลล์ตับไม่สามารถท างานได้ ส่วนวิธีการผ่าตัด เป็นการรักษาขั้นสุดท้ายเพื่อรักษาไม่ให้ไตวายจากการกินยา โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาในการรักษาซึ่งผู้สูงอายุจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ปุณยนุช คงเสน่ห์. 2554 อ้างถึงใน Fitzcharles et al., 2012 : ธวัช ประสาทฤทธา. 2553) การรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันแม้จะได้ผลดี แต่ก็อาจส่งผลข้างเคียงจากการกินยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะได้ จากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยในปี พ.ศ. 2555 ผู้วิจัยไม่สบายด้วยอาการต่อมน้ าเหลืองใต้ใบหูข้างแก้มอักเสบมีอาการปวดและบวมเป่งแข็งตึงจนไม่สามารถอ้าปากเคี้ยวอาหารได้ ในขณะนั้นเกิดความกังวลอย่างมากเพราะเคยเห็นคนที่เป็นลักษณะนี้แล้วเขารักษาไม่ได้จนกลายเป็นมะเร็งต่อมน้ าเหลือง ผู้วิจัยจึงคิดหาวิธีการที่จะสามารถบ าบัดให้ก้อนแข็ง ๆ ข้างแก้มนั้นหลุดยุบไปให้ได้ตามแบบของแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม จึงทดลองใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นมีย่านาง เบญจรงค์ ดินสอพอง และ ผงถ่าน ทั้งหมดมาผสมคลุกเคล้าเข้าด้วยกันด้วนน้ าย่านาง และน ามาพอกปิดเข้าที่ก้อนแข็งข้างแก้มนั้นหนาประมาณ 1 นิ้วความเย็นจากน้ าและสมุนไพรซ่านเข้าไปในบริเวณที่ก าลังปวดนั้นท าให้รู้สึกดีและสบายขึ้น พอกไว้ต่อเนื่องนานประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างนั้นต้องคอยพลิกสมุนไพรด้านบนลงไปด้านล่างเพื่อให้ความเย็นจากสมุนไพรเคลื่อนเข้าสู่ร่างกายตรงจุดนั้นให้มากที่สุด จนเวลาผ่านไป 2 ประมาณ 2-3 ชั่วโมง อาการปวดอย่างรุนแรงนั้นทุเลาลงจนไม่มีเหลืออยู่เลย แต่ขนาดของก้อนที่แข็งนั้นยังมีขนาดเท่าเดิมวันต่อมาก็ใช้สมุนไพรผสมใหม่พอกต่อเนื่องต่อไป เป็นวันที่ 2, 3, 4 และ 5 ตามล าดับ ผลปรากฎว่าขนาดของก้อนนั้นค่อยๆนิ่มและลดขนาดลงจนหมด ใช้เวลา 5 วัน ที่ท าให้ก้อนนั้นยุบหายไปได้อย่างน่าประหลาดใจซึ่งเป็นแนวทางการรักษาที่ราคาถูกมากๆแทบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลยเพราะใช้สมุนไพรในสวนทั้งหมด มีซื้อเพิ่มเติมเล็กน้อย คือ ดินสอพอง กับผงถ่าน สมุนไพรสดเก็บได้ในสวนข้างบ้านนั้นเอง ผู้วิจัยจึงเห็นว่าการแพทย์ทางเลือกด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ การพอกด้วยสมุนไพร อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการกินยาแผนปัจจุบันได้ ซึ่งมีสูตรในการพอกด้วยสมุนไพรหลากหลายสูตรที่สามารถลดอาการปวดเข่าได้(ส านักแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข. 2554 : 41) สูตรดั้งเดิมของการแพทย์แผนไทย ได้แก่ เพชรสังฆาต เถาวัลย์เปรียง งา หญ้าขัดมอน เอ็นอ่อน ยอ เป็นต้น จากงานวิจัยของใจเพชร กล้าจนผู้ก่อตั้งศูนย์สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงฯภายใต้ทฤษฎีสมดุลร้อนเย็นของแพทย์วิถีธรรม ได้กล่าวถึง การพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นว่า เป็นยาเม็ดที่ 5 ซึ่งเป็น 1 ในยา 9 เม็ดของแพทย์วิถีธรรมที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการใช้พืชสมุนไพรฤทธิ์เย็นมาแก้ปัญหาสุขภาพโดยอาศัยทฤษฎีร้อน-เย็นปรับสมดุลด้วยหลักการที่ว่าความร้อนและความเย็นจะเคลื่อนตัวเข้าหากันเพื่อปรับสมดุลด้วยกฏธรรมชาติอยู่ตลอดเวลาและในทุกสถานการณ์ (ใจเพชร กล้าจน. 2553 : 49) ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในวิธีการและผลของการใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกเข่าว่าสามารถลดหรือบรรเทาอาการปวดเข่าในผู้สูงอายุได้มากน้อยเพียงใด ประกอบกับข้อมูลเบื้องต้นของโรงพยาบาลอ าเภอดอนตาลจังหวัดมุกดาหารพบว่าประชากรผู้สูงอายุในต าบลดอนตาลจ านวน 353 คน โดยผ่านการคัดกรองจากทางโรงพยาบาลดอนตาลแล้ว 255 คน มีความปกติของ ข้อเข่า 188 คน และมีความผิดปกติของข้อเข่า 71 คนคิดเป็นร้อยละ 27.41 ซึ่งเป็นค่าตัวเลขที่สอดคล้องกับตัวเลขสถิติที่อ้างถึงโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุในประเทศไทย ที่พบว่ามีสถิติสูงถึงร้อยละ 23.67 (ภัทราภร วิริยวงค์. 2551 อ้างถึงในสุทธิชัย จิตะพันธุ์กุล และคนอื่น ๆ. 2542) ซึ่งนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจต่อแนวโน้มที่มากขึ้นของสถานการณ์ข้อเข่าเสื่อมของผู้สูงอายุในพื้นที่นี้ อีกทั้งต าบลดอนตาลอ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ได้รับการจัดตั้งให้เป็นต าบลต้นแบบการจัดการสุขภาพผู้สูงอายุ และเทศบาลต าบลดอนตาล จึงมีการจัดตั้งวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่าไทกะเลิง เพื่อตอบสนองนโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการสร้างสุขภาวะของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลต าบลดอนตาล อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาผลเปรียบเทียบของการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นต่ออาการปวดเข่าของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลต าบลดอนตาล อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น เพื่อทดลองใช้สมุนไพรจากในพื้นที่ในเขตชนบททั่วๆไปของประเทศไทยนั้นที่มีอยู่อย่างอุดมไปด้วยพืชสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่หลากหลาย หาได้ง่ายในท้องถิ่น จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะน ามาใช้ประกอบในต ารับยาพอกเข่าที่หาได้ง่าย ราคาถูก ปราศจากพิษอันตรายร้ายแรงใดๆทุกคนสามารถท าเองได้ ดังนั้นผลการวิจัยที่ได้ในครั้งนี้ จึงสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกวิธีรักษาหรือบรรเทาอาการปวดเข่าของผู้สูงอายุในหน่วยงานสาธารณสุขต่อไป 3 วัตถุประสงค์กำรวิจัย เพื่อเปรียบเทียบผลของการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นต่ออาการปวดเข่าของกลุ่มผู้สูงอายุในเขตเทศบาลต าบลดอนตาล อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหารก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น สมมุติฐำนกำรวิจัย หลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น อาการปวดเข่าของกลุ่มผู้สูงอายุบรรเทาลงเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ขอบเขตกำรวิจัย 1. ขอบเขตด้ำนเนื้อหำ แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับผู้สูงอายุ, นิยามผู้สูงอายุ, อาการปวดเข่าในผู้สูงอายุ, หลักการพอกด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น, หลักสมดุลร้อนเย็นของการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม 2. ขอบเขตด้ำนพื้นที่ วัดมัชฌิมาวาส เทศบาลต าบลดอนตาล อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร 3. ขอบเขตด้ำนระยะเวลำ การศึกษาและเก็บข้อมูลการวิจัยครั้งนี้ ก าหนดระยะเวลา 4 สัปดาห์โดยศึกษาทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องดังนี้รัตนาภรณ์ มากะนัตถ์ (2550 : 1-82) ผลการประคบสมุนไพรแห้งต่ออาการปวดข้อเข่าในผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อมใช้ระยะเวลาเก็บข้อมูล 4 สัปดาห์ ผัสชา สมผุด, ณัฐินี จิตรประเวช และกัญพร ยินเจริญ (2557) ผลการพอกเข่าด้วยต ารับยาพอกต่ออาการปวดเข่าในผู้ป่วยโรคจับโปงน้ าเข่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านหนองหลุมพอ อ าเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experiment) กลุ่มเดียววัดก่อน-หลัง ใช้สถิติ Paired Sample t-test กลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ป่วยที่มาใช้บริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบ้านหนองหลุมพอ อ าเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จ านวน 30 คน ท าการพอกเข่าครั้งละ 30 นาที วันเว้นวัน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ศึกษาผลของการนวดไทย แบบประยุกต์ อาการปวด และการท างานของข้อเข่า ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมปฐมภูมิใช้ระยะเวลาเก็บข้อมูล 3 สัปดาห์ และในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ก าหนดระยะเวลา 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง วัดผลทันทีหลังการบ าบัดแต่ละสัปดาห์ รวมเวลาทั้งหมด 4 สัปดาห์ 4. ขอบเขตด้ำนประชำกร 4.1 ประชำกร คือ กลุ่มผู้สูงอายุในเขตเทศบาลดอนตาล ซึ่งมีกิจกรรมร่วมกันที่ วิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่าไทกะเลิงหรือศาลาวัดกลาง หรือวัดมัชฌิมวาส อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 120 คน 4.2 กลุ่มตัวอย่ำง คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีอาการปวดเข่า อายุตั้งแต่ 60-79 ปี ไม่จ ากัดเพศ มีอาการปวดเข่าและข้อฝืดขัดเรื้อรังระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ไม่มีโรคประจ าตัวรุนแรง และไม่ได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นมาก่อนเป็นระยะเวลา 7 วัน เป็นผู้ที่ได้รับการประเมินระดับความรุนแรงของอาการปวดเข่าก่อนการเข้าร่วมงานวิจัย และยินยอมเข้าร่วมงานวิจัย จ านวน 45 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 4 นิยำมศัพท์เฉพำะ ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60-79 ปี มีอาการปวดเข่าไม่จ ากัดเพศและได้รับการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลแล้วว่ามีอาการปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อมรวมทั้งผู้ที่มีอาการปวดเข่าธรรมดาทั่วไป อาการปวดเข่า หมายถึง ความรู้สึกไม่สบายบริเวณเข่าข้างใดข้างหนึ่งหรือบริเวณเข่าทั้งสองข้างของผู้สูงอายุซึ่งอาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น ข้อเข่าเสื่อม โรคเก๊าท์ โรคเบาหวาน หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาการรุนแรง สมุนไพรฤทธิ์เย็น หมายถึง ผลผลิตที่ได้จากธรรมชาติ ทั้งจากพืช สัตว์ และแร่ธาตุ ที่มีฤทธิ์เย็นสามารถน ามาใช้เป็นยารักษาโรคหรือบ ารุงร่างกายซึ่งยังไม่ได้ผสม ปรุง หรือเปลี่ยนสภาพสมุนไพรฤทธิ์เย็น ที่น ามาใช้ในการศึกษาครั้งนี้มี 6 ชนิด ได้แก่ (1) ย่านาง (2) เบญจรงค์ (3) ว่านกาบหอย (4) ต้นกล้วย (5) ผงถ่าน (6) ดินสอพอง การพอกสมุนไพร หมายถึง การน าสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ลดปวดมาต ารวมกันให้ละเอียดแล้วน ามาพอกตามข้อต่อหรือหัวเข่า ประมาณ 30-60 นาที ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ได้ทราบผลการเปรียบเทียบก่อนและหลังของการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นต่อการบรรเทาอาการปวดเข่าในผู้สูงอายุ 2. ผลการวิจัยที่ได้ สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกวิธีการรักษา 3. ผลของการวิจัยท าให้ทราบประสิทธิภาพของสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่สามารถบรรเทาอาการปวดเข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ประชาชนเกิดการพึ่งตนในเรื่องสุขภาพมากขึ้น 5. ประชาชนลดความนิยมในการกินยาใช้ยาเพื่อบ าบัดอาการเจ็บปวดซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอาการข้างเคียงและการได้โรคเพิ่มและยังประหยัดเงินลดค่าใช้จ่ายค่ายาโดยไม่จ าเป็น