สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน วิตกกับวิจารต่างกันอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน วิตกกับวิจารต่างกันอย่างไร _ข้อ2 ขอกราบนมัสการพ่อครู อธิบาย การทำงาน ของคำว่า วิตก และ คำว่า มนสิการ ค่ะ พ่อครูว่า...คำว่าวิตกหมายความว่าจิตของเรามันเกิดเริ่มดำริ ก็คือมีตักกะ ถ้าภาษา ตักกะไม่ใช่วิตักกะ คือรู้แค่ปริยัติภาษาเฉยๆ แต่ถ้า วิตักกะ อยู่ในสังกัปปะ 7 อยู่ในฌานก็ตาม ตัววิตักกะ จะต้องมีญาณอ่านตัวจิตที่ดำริขึ้นมา พยายามให้ทัน เมื่อมีผัสสะปั๊บจิตก็ดำริขึ้นมา หากไม่มีผัสสะจิตมันก็เฉยๆไม่มีความจริงทั้งสมมติและปรมัตถ์ มันมีตักกะที่มีกิเลสรวมปรุงแต่งหรือไม่ ถ้ามันมีกิเลสมาเราก็ต้องแยกออกให้ได้ มันจะมีเวทนาในเวทนา ในวิตักกะจะมีรูปกับนาม มีกายกับจิต มีธรรมะสอง ก็ต้องแยกธรรมะสอง แยกหยาบคือกายกับจิต แยกละเอียดคือเวทนาในเวทนา มีเวทนาเทียมเก๊กับเวทนาจริง เราก็จัดการกับเวทนาเก๊ให้หายไป เหลือแต่เวทนาแท้ ทำให้ตัวกิเลสตัณหาแท้ดับไป ก็เหลือแต่รูปนามสะอาด กายสะอาด เพราะอกุศลจิต ถูกดับไปได้ กายเวทนาจิตธรรม ก็เป็นเช่นนี้ เราสามารถรู้จักการตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ มาอัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา การสังขารก็เป็นอภิสังขารจนเป็น ปุญญาภิสังขาร จนสังขารสะอาดก็เป็นอปุญญาภิสังขารไม่ต้องทำบุญอีก ก็ทำต่อเป็นอาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง ก็จะสั่งสมได้เป็นอเนญชาภิสังขาร สั่งสมตกผลึกแน่นเข้าแข็งแรงมั่นคงไม่หวั่นไหวก็เรียกว่าเป็นสมาธิ สร้างอเนญชาภิสังขาร เรียกว่าสร้างให้จิตตั้งมั่น การอธิบายเช่นนี้เป็นการอธิบายการทำใจในใจ จัดการใจในใจคือการอภิสังขาร ไม่ใช่ว่ามนสิการแปลว่าการพิจารณานั้นไม่ใช่เลย เขาเอาคำว่าโยนิโส มาใส่เข้าไปเป็นคำว่าโยนิโสมนสิการ โยนิโสนั่นแหละเป็นตัวพิจารณา วิจัยวิจารณ์ให้ถ่องแท้ การทำในใจก็ต้องมีโยนิโส มีการวิจารณ์วิจัยทำให้ถ่องแท้ มนสิการ แปลรวมว
อ่านต่อ
่า คือการทำใจในใจ ในมูลสูตรข้อ 2 มีฉันทะเป็นมูล มีมนสิการเป็นแดนเกิด ทำให้จิตใจเป็นพระอาริยจนเป็นพระอรหันต์ก็ต้องทำใจในใจอย่างนี้ 600927_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต่างคิดต่างสิทธิ์ ตอน 3