3.610424.บทที่1_แพรลายไม้.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์262 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยว่ากลุ่มวัยท างานอายุ 15-59 ปี ทั่วประเทศยังมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง (ส านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. 2560) และจากการส ารวจภาวะสุขภาพแรงงานไทย ปี 2552 พบว่ากว่า 1 ใน 10 ของวัยแรงงานในระบบ เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ 3 ล าดับ ที่พบสูงสุดคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 32.4 รองลงมาคือ โรคเบาหวาน/ความผิดปกติของ ต่อมไร้ท่อ ร้อยละ 21.1 และโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังร้อยละ 18.7 (ส านักงานสถิติแห่งชาติ. 2553 : 1-10) ปัญหาสุขภาพวัยท างานส่วนใหญ่เกิดจากการท างานหนัก วิถีชีวิตเร่งรีบท าให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย (ส านักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. 2558 : 1-5) ส านักงานสถิติแห่งชาติได้ส ารวจการออกก าลังกายของประชากรปี 2554 พบว่าวัยท างาน อายุ 15-59 ปี มีการออกก าลังกายเพียงร้อยละ 23.7 ซึ่งลดลงจากปี 2550 ที่มีสถิติการออกก าลังกายร้อยละ 25.9 ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น ๆ (ส านักงานสถิติแห่งชาติ. 2560) โดยกรมอนามัย (2555 : 1) ได้กล่าวว่า การออกก าลังกายเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง การออกก าลังกายเป็นประจ าจะท าให้กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อต่าง ๆ มีความแข็งแรง ทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ซึ่งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น World Health Organization (WHO), Institute of Medicine (IOM), American College of Sports

อ่านต่อ

Medicine (ACSM), American Heart Association (AHA), American Diabetes Association (ADA) แนะน าให้ทุกคนควรออกก าลังกายในระดับปานกลางอย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์เป็นเวลา 30-60 นาทีต่อครั้ง เพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งตรงกับความตอนหนึ่งในพระราชด ารัสของรัชกาลที่ 9 ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สัมมนาเรื่องการออกก าลังกายเพื่อสุขภาพ วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2523 “ร่างกายของเรานั้น ธรรมชาติสร้างมาส าหรับให้ออกแรงใช้งาน มิใช่ให้อยู่เฉย ๆ ถ้าใช้แรง ให้พอเหมาะ พอดีโดยสม่ าเสมอ ร่างกายก็เจริญแข็งแรง คล่องแคล่ว ดังนั้น ผู้ที่ปรกติท าการงานโดย ไม่ได้ใช้ก าลัง หรือใช้ก าลังแต่น้อย จึงจ าเป็นต้องหาเวลาออกก าลังกาย ให้พอเพียงกับความต้องการตามธรรมชาติเสมอ ทุกวัน” (ส านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. 2560) กรมพลศึกษา (2556 : 3-5) ได้กล่าวว่า สุขสมรรถนะ หรือสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ มี 5 ด้าน คือ สัดส่วนของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด สุขสมรรถนะ หมายถึง สภาวะของร่างกายที่อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อที่จะช่วยให้บุคคลสามารถท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอัตราความเสี่ยงของปัญหาทางสุขภาพที่เป็นสาเหตุที่มาจากขาดการออกก าลังกาย สร้างความสมบูรณ์และแข็งแรง ของร่างกายในการที่จะเข้าร่วมกิจกรรมการออกก าลังกายได้อย่างหลากหลาย บุคคลใดที่มีสุขสมรรถนะดี 2 ก็จะสามารถปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวัน การออกก าลังกาย การเล่นกีฬา และการแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ในกลุ่มวัยท างานจะมุ่งเน้นการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย อาทิเช่น การออกก าลังกายในห้องฟิตเนส โยคะ เต้นแอโรบิค (อัจฉรา ปุราคม และคณะ. 2556 อ้างถึงใน วีระวัฒน์ แซ่จิว. 2559 : 32) โดยทางส านักกิจการในพระด าริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (2558 : 14 - 15) ได้กล่าวถึงการแพทย์วิถีธรรม น าโดยใจเพชร กล้าจน หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า หมอเขียว และ ทีมจิตอาสา ได้ด าเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพประชาชน โดยน้อมน าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการกับพุทธธรรม และจุดดีของการแพทย์ทุกแผน คือ การแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก บูรณาการเป็น “การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม” และส านักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติหลักสูตร “การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” โดยแต่งตั้งใจเพชร กล้าจน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม ฯ ปัจจุบันด าเนินกิจกรรมอบรมเผยแพร่ความรู้และทักษะปฏิบัติสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม ฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าอบรม ด้วยเทคนิค 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด เป็นประจ าทุกเดือน ซึ่งในปีท่องเที่ยว วิถีไทย 2558 ทางอ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ได้แนะน าศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ ว่าเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ถ่ายทอดความรู้เรื่องการรักษาโรค โดยใช้พืชสมุนไพร เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ซึ่งมีการสาธิตและฝึกปฏิบัติ อาทิ การท าน้ าสมุนไพร การกายบริหาร โยคะ กดจุดลมปราณ เพื่อให้สามารถดูแลและบ าบัดสุขภาพตนเองได้โดย ไม่ต้องพึ่งยาหรือลดการใช้ยาบรรเทาอาการของโรคและให้หายได้ด้วยการปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส านักงานนครพนม. 2558 : แผ่นพับ) การออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม เป็นหนึ่งในเทคนิค 9 ข้อ ซึ่งใจเพชร กล้าจน ได้บูรณาการจากการเดินเร็วในพระไตรปิฎกและแรงบันดาลใจจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ผู้น าทาง จิตวิญญาณของชาวบุญนิยม ที่ใช้การเดินเร็วในการดูแลสุขภาพ การกดจุดลมปราณของแพทย์แผนจีน รวมกับการนวดเส้นประธาน 10 ของแพทย์แผนไทย โยคะ จากสถาบันโยคะวิชาการ สถาบันพลังจิต พลานุภาพ การจัดกระดูกของหมอพื้นบ้าน อาจารย์ลี่และอาจารย์ถนอมจากจีนไต้หวัน และการกายบริหารของกรมพลศึกษา โดยทางผู้วิจัยได้สร้างโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ที่ประยุกต์เอาการอบอุ่นร่างกาย ด้วยการยืดกล้ามเนื้อแบบเคลื่อนไหว ได้แก่ เดินเร็ว เดินแกว่งแขน แกว่งขา หมุนหัวไหล่ และการคลายอุ่นร่างกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อ ได้แก่ ยืดกล้ามเนื้อแขน หัวไหล่ สะโพก น่อง และขา ประกอบไว้ในโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม มาท าการทดสอบสุขสมรรถนะกับประชาชนวัยท างานที่มาร่วมอบรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มาเข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมจะเป็นวัยท างาน จากหลากหลายอาชีพ ที่มีปัญหาด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคทางด้านพฤติกรรม เช่น ไม่ค่อยออกก าลังกาย โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด ปวดเมื่อยในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และเมื่อผ่านค่ายแพทย์วิถีธรรมไปแล้ว ก็มักจะไม่ได้ปฏิบัติตัวต่อเนื่อง และกลับมาเข้าค่ายอีกครั้งเพื่อทบทวนองค์ความรู้และร่วมปฏิบัติกิจกรรมกับหมู่มิตรดีสหายดี เพื่อจะได้มีก าลังใจในการกลับไปปฏิบัติตัวต่อไป (ใจเพชร กล้าจน. 2560 : 10) 3 จากเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะน าโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม มาท าการทดสอบสุขสมรรถนะกับประชาชนวัยท างานที่มาร่วมอบรมค่ายแพทย์วิถีธรรม เพราะหากประชาชนวัยท างานมีสุขสมรรถนะที่ดีก็จะมีความสามารถในการควบคุมสั่งการร่างกายให้ปฏิบัติภารกิจประจ าวันต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับปริมาณงานและเวลาตลอดทั้งวัน โดยไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานต่อร่างกาย อีกทั้งยังสามารถประกอบกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากภารกิจประจ าวันได้อย่างกระฉับกระเฉง ปราศจากอาการเมื่อยล้า และอ่อนเพลีย (ศิริรัตน์ หิรัญรัตน์. 2536 : 44) ทั้งนี้เนื่องจากงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรมในประเทศยังมีไม่มากนัก ผลการวิจัยที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ และเป็นการเผยแพร่ให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป ค ำถำมกำรวิจัย โปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรมมีผลต่อสุขสมรรถนะ 5 ด้านหรือไม่ วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย เพื่อเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรมที่มีผลต่อสุขสมรรถนะ 5 ด้าน ได้แก่ สัดส่วนของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด ของประชาชนวัยท างานที่ผ่านค่าย ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร สมมติฐำนกำรวิจัย ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ประชาชนวัยท างานมีสุขสมรรถนะแตกต่างกัน ข้อตกลงเบื้องต้น ผู้เข้าร่วมการทดสอบต้องผ่านเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. การวิจัยนี้ผู้วิจัยไม่สามารถควบคุมกลุ่มตัวอย่างในเรื่องการรับประทานอาหารการพักผ่อน กิจกรรมทางกาย ตลอดจนการเข้าร่วมกิจกรรมการออกก าลังกายอื่น ๆ ที่เคยท าอยู่เป็นประจ าในช่วงที่มีการเก็บข้อมูล 2. การเก็บข้อมูลในครั้งนี้ ผู้วิจัยท าการเก็บข้อมูลด้วยตนเองโดยมีผู้ช่วยวิจัยช่วยเก็บข้อมูลซึ่งเป็นชุดเดิมโดยตลอดทุกครั้ง 3. เป็นผู้ที่ลงนามในเอกสารแสดงความยินยอมเข้าร่วมการวิจัยโดยได้รับการบอกกล่าว 4 ขอบเขตของกำรวิจัย ด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นประชาชนวัยท างานที่มาเข้าค่ายแพทย์วิถี ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 330 คน กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ประชาชนวัยท างาน ที่ผ่านค่ายแพทย์วิถีธรรม ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มีเกณฑ์คัดเข้า จ านวน 30 คน ซึ่งได้มาจากเกณฑ์คัดเข้า (Inclusion Criteria) และเกณฑ์คัดออก (Exclusion Criteria) ที่ผู้วิจัยก าหนดขึ้น ด้านตัวแปร ที่ศึกษา มีดังนี้ 1. ตัวแปรต้น คือ โปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 2. ตัวแปรตาม ได้แก่ สุขสมรรถนะประกอบด้วย 2.1 สัดส่วนของร่างกาย (body composition) 2.2 ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength) 2.3 ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscle Endurance) 2.4 ความอ่อนตัว (Flexibility) 2.5 ความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Endurance) นิยำมศัพท์เฉพำะ 1. โปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม หมายถึง การกายบริหารร่างกาย การเดินเร็ว การกดจุดลมปราณ และโยคะ บูรณาการโดยใจเพชร กล้าจน โดยใช้ตารางฝึกโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เวลาเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ๆ 3 วัน ในวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ วันละ 90 นาที (1.30 ชั่วโมง) ตั้งแต่เวลา 16.30-18.00 น. 2. สุขสมรรถนะ (Health - Related physical Fitness) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการควบคุมสั่งการให้ร่างกายปฏิบัติภารกิจประจ าวันต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับปริมาณงานและเวลาตลอดทั้งวัน โดยไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานต่อร่างกาย อีกทั้งยังสามารถประกอบกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากภารกิจประจ าวันได้อย่างกระฉับกระเฉง ปราศจากอาการเมื่อยล้า และอ่อนเพลีย โดยการวิจัยครั้งนี้ใช้เครื่องมือวัดและแบบทดสอบของกรมพลศึกษา ปี 2556 มีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ 2.1 สัดส่วนของร่างกาย (Body Composition) หมายถึง ส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นน้ าหนักตัวของร่างกาย ซึ่งจะเป็นดัชนีประมาณค่าที่ท าให้ทราบถึงเปอร์เซ็นต์ของน้ าหนักที่เป็นส่วนของไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ซึ่งอาจจะหาค าตอบที่เป็นสัดส่วนกันได้ระหว่างไขมันในร่างกายกับน้ าหนักของส่วนอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบ เช่น ส่วนของกระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ โดยใช้การทดสอบความหนาของไขมันใต้ผิวหนัง (Skinfold Thickness) จ านวน 3 จุด คือ บริเวณต้นแขน 5 ด้านหลัง (Triceps Skinfold) บริเวณท้อง (Abdominal Skinfold) และบริเวณเหนือเชิงกราน (Suprailiac Skinfold) หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ 2.2 ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength) หมายถึง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในการเกร็ง เป็นความสามารถของร่างกายหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายในการต้านทานแรงที่มากระท าจากภายนอก โดยงานวิจัยนี้ จะทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนและมือ ด้วยเครื่องวัดก าลังกล้ามเนื้อมือ (Grip Dynamometer) ตามแบบกรมพลศึกษา ปี 2556 หน่วยเป็นกิโลกรัมต่อน้ าหนักตัว 2.3 ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscle Endurance) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อที่จะรักษาระดับการใช้แรงปานกลางได้เป็นเวลานาน หรือหลายครั้งติดต่อกัน จากกลุ่มกล้ามเนื้อขา โดยใช้การทดสอบด้วยการยืน-นั่งบนเก้าอี้ 60 วินาที ตามแบบทดสอบกรมพลศึกษา ปี2556 หน่วยเป็นครั้งต่อนาที 2.4 ความอ่อนตัว (Flexibility) หมายถึง ความสามารถของข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกายที่เคลื่อนไหวได้เต็มช่วงของการเคลื่อนไหว โดยยืดเหยียดอวัยวะส่วนแขนและขาหรือล าตัวซึ่งต้องเหยียดขาตรงไปข้างหน้าจนกว่ากล้ามเนื้อจะรู้สึกตึง และจะต้องอยู่ในท่าเหยียดกล้ามเนื้อในลักษณะนี้ประมาณ 3 วินาที โดยใช้การทดสอบนั่งงอตัวไปข้างหน้า (Sit and Reach) หน่วยเป็นเซนติเมตร 2.5 ความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Endurance) หมายถึง ความสามารถของหัวใจและหลอดเลือด ที่จะล าเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกแรงไปยังกล้ามเนื้อขณะท างาน ให้ท างานได้เป็นระยะเวลานาน และขณะเดียวกัน ก็น าสารที่ไม่ต้องการ ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการท างานของกล้ามเนื้อ ออกจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกแรง โดยใช้การทดสอบก้าวเป็นจังหวะ 3 นาที (3 Minutes Step Test) หน่วยเป็นครั้งต่อนาที 3. ประชาชนวัยท างาน หมายถึง บุคคลที่มีอายุระหว่าง 20-59 ปี ทั้งชายและหญิง ซึ่งก าลังประกอบอาชีพอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามความรู้และทักษะเฉพาะของตน มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจ าตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการออกก าลังกาย ที่ผ่านค่ายแพทย์วิถีธรรม 4. ค่ายแพทย์วิถีธรรม หมายถึง ค่ายที่จัดการอบรมตามหลักการแพทย์วิถีธรรมที่ได้รับการอนุมัติหลักสูตร โดยส านักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่จัดขึ้นในศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงสวนป่านาบุญ 1 อ าเภอ ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2560-กุมภาพันธ์ 2561 ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรวิจัย 1. ท าให้ทราบถึงผลของโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรมที่มีต่อสุขสมรรถนะ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านสัดส่วนของร่างกาย (Body Composition) ด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength) ด้านความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscle Endurance) ด้านความอ่อนตัว (Flexibility) และด้านความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Endurance) ของประชาชนวัยท างาน 6 2. เพื่อเป็นประโยชน์ต่อวัยท างาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่สนใจ สามารถน าผลการวิจัยไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผน และด าเนินการประยุกต์ใช้โปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักแพทย์วิถีธรรมไปใช้ต่อไป 3. ได้แนวทางการวางแผนหรือนโยบายในการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนวัยท างาน และท าให้ประชาชนวัยท างานสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้อง 4. เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน