สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ฌานพุทธมีแต่ในปัจจุบันไม่มีเสื่อม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.71 KB
วันที่แก้ไข30 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ฌานพุทธมีแต่ในปัจจุบันไม่มีเสื่อม _(ช. รักชีวิตวิเศษ) สอบถามได้ไหมครับ สกิทาคามี ฌานเสื่อมตอนทำกาละ จะสามารถได้ฌานอีกภพหน้าได้ไหมครับ เป็นคำถามที่อยากรู้ ไม่มีเจตนาจะไปคิดไม่ดีและเผยแพร่แต่อยางใดครับ พ่อครูว่า...เขาไปแยกอีก ว่าอรหันต์บางคนไม่มีฌาน แต่ที่จริงแล้ว ผู้ที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าไม่มีฌานไม่ได้ แต่อรรถกถาจารย์บางคนบอกว่าไม่ต้องมีฌานก็ได้แล้วจะบรรลุอรหันต์แบบแห้งแล้ง สุขวิปัสโก ซึ่งเข้าใจเพี้ยนไปเรื่อยๆผิดไปหมด บัญญัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ เอาเนื้อหา คำว่า ฌาน ของศาสนาพุทธนั้นเป็นอจินไตยไม่ใช่รู้กันได้ง่ายๆ มันไม่เหมือนกับฌานของฤาษีที่เขาเข้าใจกันทั่วไป ฌาน เป็นพลังงานไฟ เป็นพลังงานจิตวิญญาณ วิธีทำใจในใจให้เกิดพลังงานที่เรียกได้ว่าเป็นฌาน เป็นพลังงาน อุณหธาตุ ไฟทางจิตวิญญาณ มันจะสูงส่ง ไปกำจัดไฟราคะไฟโทสะไฟโมหะ ได้ นั่นเรียกว่า ฌาน ฌานต้องมีปัญญา ปัญญาต้องเป็นโลกุตรธรรม ไม่ใช่ปัญญาโลกียะ ต้องมีธาตุโลกุตระจึงเข้าใจฌาน ต้องมามีอัญญธาตุมีความฉลาดทางธรรมะของพระพุทธเจ้าเสียก่อนจึงจะไปทำฌานได้ ไม่เช่นนั้นไม่มีทางทำได้ เพราะต้องมีปัญญา ปัญญาจึงจะมีฌาน ถ้าไม่มีปัญญาจึงไม่มีฌาน เป็นคู่หูกันทีเดียว ฌาน ไม่หลับตา ฌานไม่นั่งหลับตาทำ แต่ฌาน จะเกิดได้ตลอดเวลาที่ปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติให้มีวิปัสสนาญาณ ให้เกิดปัญญาหรืออย่างที่จะเรียนรู้ ปัสสะ แปลว่าเห็น จะต้องมีการรับรู้ด้วยผัสสะ ปัสสะ แปลว่าเห็นแปลว่าตื่น เข้าใจปัสสะที่นี้ก็ต้องไม่ไปนั่งหลับตาแล้ว ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ตื่น ชาคริยา หากไม่สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ก็ไม่ใช่แล้ว แล้วก็พิจารณาในโภชเนมัตตัญญุตา แล้วสำรวมอินทรีย์มีชาคริยานุโยคะ เป็นหลักปฏิบัติที่ไม่ผิดของศาสนาพุทธทางป

อ่านต่อ

ฏิบัติอยู่ในหลักนี้ 1. อินทรียสังวร (การสำรวมอินทรีย์ทั้ง ๖ ทวาร) . 2. โภชเนมัตตัญญุตา (ความรู้จักประมาณในสัดส่วน . ทั้งอาหารกาย, อาหารอารมณ์, อาหารวิญญาณ) . 3. ชาคริยานุโยค (การหมั่นตื่นออกจากกิเลสโลกีย์) (พตปฎ. เล่ม 20 ข้อ 455)

มีสังวรปธาน ปหานปธาน ภาวนาปธาน อนุรักขณาปธาน ในสัมมัปธาน 4 เขาก็ปฏิบัติไม่ได้แล้ว เพราะไม่มีสำรวมสังวรอินทรีย์ ปหานปธานไม่เกิด ปหานไม่ได้ เพราะมันไม่เกิดเวทนาไม่เกิดกิเลสตัวนั้นขึ้นมาไม่มีภาษาไม่มีตัวกิเลส กิเลสจะเกิดในทิฏฐกาละ กาละปัจจุบัน คุณหลับตาแล้วจะเกิดกิเลสมันไม่ใช่กิเลสมันเป็นแค่ความจำ คุณหลับตามันเป็นอกุศลในความนึกคิด ไม่ใช่กิเลสที่มันเกิดให้คุณฆ่า หากเข้าใจหรือว่าปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าต้องมีปัจจุบันชาติ ทิฏฐกาละ ไม่ได้มีอยู่ในอดีตไม่ได้มีอยู่ในอนาคต ถ้าหากเป็นอดีตและอนาคตก็เท่ากับทำเจโตสมาธิในพรหมชาลสูตร ที่พระพุทธเจ้าท่านได้สอนไว้ ผู้เรียบเรียงก็เอาไว้ในสูตรแรกเลย คุณไปจมในอดีตกับอนาคตจะไม่มีปัจจุบันชาติไม่มีการลืมตาปฏิบัติอยู่กับปัจจุบันชาติ เพราะฉะนั้นจะมีมิจฉาทิฏฐิทั้ง 62 อย่าง เขาก็ตีไม่แตก คำว่าฌาน ผู้ใดที่บอกว่าฌานเสื่อมตอนทำกาละ แล้วก็เข้าใจอย่างนั้นแล้วจะบอกว่าได้อีกในอนาคตไหม ก็คงเข้าใจว่า ทำกาละคือตายจากภพนี้ชาตินี้แล้วไปชาติหน้าจะได้ฌานอีกไหมในภพหน้า สำหรับสกิทาคามี ฌาน ขอยืนยันว่าเกิดในปัจจุบันธรรม ฌาน ไม่เกิดในอดีตหรือในอนาคตไม่ต้องถามเลยว่าตอนทำกาละตายแล้วเป็นอดีตหรืออนาคต มันไม่มี ฌาน มันไม่มีเสื่อม เพราะฌานมันไม่มีที่ตั้ง ฌาน ไม่ได้ตั้งอยู่ในที่ไหน มันเป็นปัจจุบันชาติ ฌานเป็นต้นทางของบุญ ต้องทำใจในใจให้เกิดพลังงานที่เป็นไฟธาตุที่จะเป็นพลังงานไฟพิเศษที่จะไปเผาไฟราคะโทสะโมหะ ในปัจจุบันชาติ ในปัจจุบันนั้นๆเท่านั้น พอไม่ได้ทำ มันก็ไม่มีฌาน ฌานมันไม่มีค้างอยู่ที่ไหนเลย ไม่ต้องไปถามเลยว่าตายเกิดอีก ฌาน เป็นต้นทางของบุญ อาตมาไม่เก่งกว่านี้ ทำให้คุณเข้าใจไม่ได้ 620729_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 60

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน