สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยแบบคนจนโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยแบบคนจนโลกุตระ พ่อครูว่า...บทความนี้ทำให้เข้าใจเรื่องสังคมมนุษย์ชาติ เรื่องของประชาธิปไตยในเรื่องการบริหารสังคม จะใช้บัญญัติภาษาว่าประชาธิปไตยคอมมิวนิสต์เผด็จการอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าพฤติกรรมพฤติการณ์ของผู้ที่ดูแลประเทศหรือว่ามีหน้าที่ที่จะบริหารประเทศอภิบาลประเทศอยู่นี้ เขาทำการประพฤติปฏิบัติมันเป็นไปเพื่อประชาชนโดยไม่โกงไม่ทุจริต ไม่เห็นแก่ได้ ทำงานเหน็ดเหนื่อย แล้วก็เพื่อที่จะแชร์หรือทำให้เศรษฐกิจ ทำให้ทรัพย์สินที่มีจำนวนหนึ่งแจกจ่ายสะพัดให้ทั่วถึงกัน อยู่กันได้อย่างพอสมควรตามฐานะของแต่ละคน เราจะไปบังคับให้คนจนเป็นคนรวยให้คนรวยเป็นคนจนไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องบริหารทำอย่างไรจึงจะแชร์ เห็นใจแบ่งกันบ้าง ศาสนาพุทธจึงสอนให้แทงเข้าไปถึงเหตุเลยคือถึงจิตได้เลย ถึงจิตคนรวยให้สละออกมาหาคนอื่นบ้าง อย่าเที่ยวเอาแต่โลภรวยบาปกินหัวชาติทั้งชาติเอาแต่สะสมเหมือนอย่างเศรษฐีใหญ่ในประเทศเดี๋ยวนี้ มีอยู่หลายคณะ ซึ่งกอบโกยไปไม่รู้จักจบสิ้นไม่มีความพอเพียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ ได้ตรัสคำว่าพอเพียงนี้ครอบคลุมหมดไม่รู้จักพอไม่รู้จักหยุดกันเลย คนรวยกันขนาดนี้คุณจะรวยกันไปหาอะไรกันนักกันหนา พูดแรงอย่างนี้แต่ไม่ได้พูดหยาบระมัดระวังตัวอยู่ แต่ใช้คำศัพท์เหล่านี้เพื่อให้คนรู้ว่ามันเป็นจริงเลวร้ายขนาดนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องพูดกันให้ถึงๆให้ชัดเจน สรุปแล้วประเทศไทยเป็นตัวอย่างประชาธิปไตยที่ดีมากในโลก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้เอาแบบคนจนเป็นตัวอย่างประชาธิปไตยที่ดีที่สุด ไปเอาอย่างคนรวยไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะมันเอาเปรียบ อย่างประเทศอเมริกานี้เลวที่สุด ขออภัยเถอะ จะหาว่าเราว่าต่างประเทศก็ต้องขออภัย ให้รู้ว่าอย่างนี้มันไม่ดีมันชั่วอย่าไปทำ รู้ตัวแล้
อ่านต่อ
วก็เปลี่ยนแปลง ตัวเองทำชั่วคนเดียวไม่พอ ยังไปหาพรรคพวกโฆษณาว่าอย่างนี้ดี คนที่มีกิเลสด้วยกันก็เลยไป ไปหลงนับถือ ก็ขอยืนยันว่าผู้ใดไปหลงนับถืออเมริกาเป็นพวกโง่เง่าดักดานทั้งนั้น เป็นพวกที่ตกนรกหมกไหม้หมด แล้วไม่รู้จักว่าตกนรกด้วย พูดไปก็เหมือนราดน้ำใส่หัวตอแต่ก็ต้องพูดเพื่อจะสื่อสารให้คนมีปัญญาพอจะรับได้ให้เข้าใจชัดเจนจะได้เปลี่ยนแปลงมา เมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่มีประชาธิปไตยมีรากเหง้าโลกุตระที่เยี่ยมยอดมาก นำพาประเทศชาติมาได้ดีและเป็นตัวอย่างของโลก ไม่ใช่ไปงมงายอย่างที่เป็นกันในโลก ที่จริงแล้วเขาล้มละลายแต่มองว่าเขาเจริญอีกแค่นี้ทำไมมองไม่ออก น่าสงสารสหรัฐอเมริกา เขาจมไม่ลง ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างที่เลวร้ายมากเลย อย่าไปหลงใหลได้ปลื้ม ศึกษาสัจจธรรมให้ลึกๆ ประเทศไทยก็ยังเข้าใจกันไม่ค่อยได้ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ ท่านไม่ได้ตรัสให้เฉพาะประเทศไทยนะแต่ท่านตรัสอย่างเป็นสากล ท่านได้ตรัสกับรัฐมนตรีเกาหลี บอกว่าเขาเป็นเพื่อนกับประธานาธิบดีเกาหลี ให้บริหารแบบไหน ประเทศเกาหลีเขารวยกว่าประเทศไทย แต่เขาก็มีรู้ลึกๆว่าประเทศไทยนี้ดีนะ เขามาสัมผัสแล้ว ประเทศเกาหลีเขาก็รวย แต่เขารู้สึกว่าประเทศไทยต้องมีดี ผู้บริหารผู้ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์คือในหลวง จะต้องมีอะไรดีจึงรู้วิธี จึงให้มาล้วงถาม เซ้าซี้อยู่นาน ในหลวงจึงบอกว่าจะให้ตอบก็ตอบได้ว่า “ให้เอาแบบคนจน” เขาก็ทำหน้างง (พ่อครู I ช่วยตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...วันนี้พวกเราคนจนก็แจกอาหารมังสวิรัติจัดโรงบุญกันหลายที่ ที่ปฐมอโศกก็จัด ที่บ้านราชฯก็จัดหลายที่ พ่อครูว่า...มันเป็นกิจกรรมของพวกเราที่สนุกที่ได้แสดงน้ำใจเอื้อเฟื้อเจือจานแบ่งปันกันอย่างพี่น้อง แบ่งกันกินกันใช้ทั้งที่เราไม่ได้รวยเราเป็นคนจน แต่เราก็ทำได้ แต่คนรวยนี้ไม่มาทำ เศรษฐี ขี้เหนียวขี้ตืดขนาด มันเป็นเรื่องของสัจธรรม คนขี้เหนียวที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้มากๆก็ต้องเป็นอย่างนี้ เราก็ต้องพูดกระแทกกระทั้นให้เขาเปลี่ยนแปลงออกมาบ้าง คนจนก็กระจายไปทั่วโลกคนรวยก็รวยกระจุก ก็พยายามแก้ไขเศรษฐกิจโลกแบบนี้ อย่างชาวไทยนี้อย่างชาวอโศก เรามาเป็นคนจนกันจริงๆ ไม่ใช่จนกันอย่างเสแสร้งแกล้งทำหรือทำอย่างเล่นๆแล้วพวกเราก็มีสภาพจนลงจนเป็นสภาพสาธารณโภคี หลายคนเป็นอนาคาริกชนคือไม่มีบ้านช่องเรือนชานเป็นของส่วนตัว แล้วกินอยู่กินใช้กับส่วนกลาง โดยมั่นใจว่าอยู่กับสังคมนี้มั่นคง อาศัยกองกลางที่อยู่นี้ได้จนตาย แม้จะมีลูกมีหลานก็ไม่ต้องห่วง และคนที่เป็นครอบครัวส่วนตัวนี้ลูกหลานเขาห่วงนะ คนอยู่ที่นี่อยู่ในระบบสาธารณโภคีไม่ต้องห่วงหรอก เป็นระบบกองกลาง ถึงเราจะเหลือคนเดียวไม่มีลูกหลานเลยเราก็อยู่ได้ เจ็บป่วยไม่ต้องห่วงเลยช่วยกัน มันเป็นระบบสวัสดิการของมนุษยชาติที่สุดยอดแล้ว ยอดแห่งประชาธิปไตย เป็นสุดยอดของ คอมมูน สุดยอดประชาธิปไตย สุดยอดเผด็จการ ไม่มีใครเผด็จการใคร ทุกคนรู้หน้าที่ รู้กรรมกิริยา รู้การงาน รู้หน้าที่ รู้อย่างมีน้ำจิตน้ำใจ จิตใจไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ได้ เจือจานเกื้อกูลกันยังไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่อะไรต่ออะไร ที่เป็นความคับแคบเลยมีแต่เรื่องเปิดกว้าง เจือจาน ทุกวันนี้ชาวอโศกก็พยายามเกื้อกว้าง เอื้อเฟื้อเจือจานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความจนนี่แหละจะเกื้อกว้างเผื่อแผ่ออกไป อย่างเช่นอาคารของเราก็ให้คนมาใช้สอยมาพักผ่อน สถานที่ของเขาอย่างเป็นรีสอร์ทนี้ก็ใช้ดูดเงิน ของเราเหมือนรีสอร์ทแต่ไม่เป็นรีสอร์ท เราเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวแต่ไม่เหมือนกับที่อื่น ของเราไม่ได้หารายได้จากสถานที่เหล่านี้เลย ใครจะมาพักผ่อนมาใช้ อาตมาก็เลยเขียนป้ายติดว่า “แดนเพลิน เชิญพัก(ผ่อน)” ให้คิดภาษาอังกฤษมาให้ มีผู้ให้มาหลายคำ คือเราต้องการญาติพี่น้องเพื่อน620728_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สังคมสุดยอดคือสังคมมนุษย์วรรณะ 9 ฝูง ต้องการความสมานสามัคคี ต้องการความเป็นคนเอื้อเฟื้อเจือจาน แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ได้แม้จะมีเล็กน้อยก็ตาม อย่าว่าแต่มีมากเลย ยิ่งมีมากก็ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ถ้าเรามีอุดมสมบูรณ์จะแจกจ่ายมากกว่านี้เผื่อแผ่มากกว่านี้อีก อาตมาจนใจจริงๆว่าเราไม่มีเงินมาก ถ้าหากมีมากอาตมาจะทำงานเผื่อแผ่สาธารณูปโภคในย่านพวกนี้ อาตมาจะทำหมด ไม่ต้องให้รัฐบาลทำ จะทำเหมือนรัฐบาลทำเลย จะช่วยให้ได้จริง แต่เราก็ทำบ้างแล้วอย่างหมู่บ้านกุดระงุม ไฟฟ้าขัดข้องบ้านราชเราก็ไปช่วย เราทำด้วยความจริงใจ เราเป็นผู้ทำให้คนอื่นได้อาศัย ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นเขา มันดี เราเป็นภาระคนอื่นให้คนอื่นเขาลำบากลำบนอะไรอย่างนี้ 1มันเป็นหนี้ พึ่งตนเองให้รอด สร้างทำมาหากินอะไรก็แล้วแต่ ให้พึ่งพาตนเองให้รอด เลี้ยงตนเองรอด 2 ทำให้มากขึ้น ที่จริงต้องขึ้นต้นด้วยไม่เป็นหนี้ก่อน 1 อย่าเป็นหนี้ ชีวิตจะสุขสบาย เลิกความเป็นหนี้ให้ได้ อย่าไปหลงลัทธิสินเชื่อ ลัทธิผ่อนส่งประกันชีวิต เป็นวิธีการเลวร้ายที่นายทุนได้เปรียบ 2 พึ่งพาตนเองให้รอดทำมาหากิน 3 ให้เหลือ ทำให้มากให้เกินกว่าที่ตนเองกินใช้ให้มีเหลือ 4 เผื่อแผ่แจกจ่าย เอาออกไปแจกจ่ายเจือจานแก่ผู้อื่น สังคมนี้ไม่มีหนี้ ทำงานสร้างสรรกินใช้เหลือเฟือเพียงพอ และเอาไปเผยแพร่แจกจ่ายเจือจานผู้อื่น จะซื้อขายบ้างก็ซื้อขายให้ถูก จึงเป็นนักเศรษฐกิจของโลกเป็นหลักการใหญ่ของเศรษฐกิจโลกของมนุษยชาติแต่ละคน และสังคม ชาวอโศกเราทำและประพฤติอย่างนี้จึงอยู่เย็นเป็นสุขไม่มีหนี้ สร้างเหลือ สร้างเกิน สร้างมาก เราสร้างแต่สิ่งที่เป็นสาระ สิ่งที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไร้สาระเราไม่ทำ ทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์คุ้มค่าที่แท้จริง รู้จักสาระ เป็นคนมีปัญญา ไม่ใช่คนโง่ ที่เอาเวลาแรงงานทุนรอนไปใช้ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระเป็นพิษด้วยนะคือคนโง่ซ้อนความโง่ในโลก แล้วก็มีความพยายามอีก คนโง่ ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว จะเป็นประชาธิปไตยเผด็จการคอมมิวนิสต์ก็จัดการได้หมด ก็เป็นประชาธิปไตยที่สุดยอด จะเรียกว่า ลัทธิอะไรก็สุดยอด เผด็จการที่สุดยอด ที่ในหลวงร9 เราตรัสว่า “เอาแบบคนจน” นี้สูงสุดแล้วสุดยอดแล้ว ถ้าหากประเทศไทยผู้บริหารเศรษฐกิจมาเปลี่ยนคำพูดจากเอาให้คนรวยมาให้เป็นคนจนเท่าเทียมกันหมด อันนี้เป็นนักเศรษฐศาสตร์เป็นนักเศรษฐกิจเบอร์ 1 เลย คุณอย่าไปบริหารประเทศให้รวยเท่ากัน มันจะได้ที่ไหน มันเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าคุณมาทำให้คนจนเท่ากันนี้ได้ สมมุติว่าจนเท่ากันเช่น คุณมีส่วนกลางอยู่ 100 คุณมีคนอยู่ 100 คนก็แบ่งกันให้ได้จนที่สุดคือคนละ 1 บาท คุณก็พยายามปรับเศรษฐกิจนี้ให้ได้แต่ละคนได้คนละ 1 บาท จนเท่ากันใช่ไหม ถ้ายิ่งกว่านั้นอีกไม่ต้องมีสักบาท 0 บาท คนทุกคนมีของเรามีตัวกูของกู 0 บาท แต่แรงงานการกระทำสมรรถนะความสามารถสร้างสรรมันมีมากกว่า 0 อีกเยอะแยะเลย คุณอยู่ที่ฐานศูนย์คุณใช้อยู่ที่ฐานศูนย์กินอยู่ที่ฐาน0 นอกนั้นคือกำไรคือสิ่งที่จะสะพัด นักเศรษฐศาสตร์เบอร์หนึ่งเป็นอย่างนี้ ชาวอโศกเป็นอย่างนี้ พอเข้าใจไหม อาตมาสอนเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง อาตมาไม่ได้จบดอกเตอร์หรอกแต่อยากให้ดอกเตอร์ฟังบ้าง อาตมาไม่ได้เอาแต่พูดด้วย อาตมาทำได้ด้วย พากันทำได้ด้วย ถึงแม้ว่าพวกเรานั่งในนี้จะมีเงินในกระเป๋าบ้าง แต่ก็ไม่เอาเงินเอาไปออกดอกเบี้ยอะไรให้มากขึ้นกว่าเก่ามากมาย เพราะคุณมีความพร้อม มันจะมีลดลง คุณก็ชัดเจนว่าอยู่กับ 0 ได้ แม้มันจะหมดตัวเลยไม่มีเงินเลยสุดท้ายไม่มีเลย คุณตกใจไหม อยู่ในสังคมนี้ตกใจไหม อะไรมันจะกลมเท่ากับ 0 ถ้าคุณมีหนึ่งมันก็ลดลงกว่า 1 ได้ถ้าคุณมี 2 มันก็ลดลงกว่า 2 ได้ ถ้ามีมากกว่านั้นก็ลดลงได้มากกว่านั้น แต่ถ้ามี 0 มันก็มั่นคงกว่าไม่ต้องลดลงอีก สุดยอดไหม นี่ไม่ใช่คำเล่นลิ้นปรัชญาเพ้อพกเพ้อฝัน แต่นี่เป็นปรัชญาความรู้เชิงฉลาด ปรัชญาก็คือความรู้เชิงฉลาดที่แท้จริง และเป็นได้จริงด้วยเป็น 0 ได้แท้จริงด้วยเป็นสุขจนไม่สุขไม่ทุกข์