สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ศาสนาพุทธมีทางเดียวคือลืมตาปฏิบัติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ศาสนาพุทธมีทางเดียวคือลืมตาปฏิบัติ _สุพัฒน์ เบ้าวันดี · เห็นด้วยกับท่านโพธิรักษ์ทุกประการไม่มีอะไรโต้แย้ง ปฎิบัติอย่างท่านว่าก็ตรงตามธรรมอันสมควรแก่ธรรม แต่ที่แย้งไม่ใช่ว่าต้องอย่างที่ท่านว่าเท่านั้น ทางอื่นผิดหมด นั่งสมาธิหลับตา สะกดจิตตัวเอง มันจะบรรลุได้ยังงัย นั่งสมาธิหลับตามันผิดตรงใหน พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ในอดีตท่านนั่งหลับตาหรือลืมตาที่ท่านบรรลุธรรม อธิบายให้มันชัดเจนไปเลย อย่ามาพูดลอยๆหลักฐานอะไรก็เอามาอ้าง ถ้าไม่ชัดเจนอย่าพูด ยิ่งที่เป็นลูกศิษย์อย่าพูดเลยมันไม่เหมือน อธิบายไม่เป็น แล้วนั่งสมาธิมันจะต้องสกดจิตหรือนั่งพิงจารณาธรรมไม่ได้หรือ ผมเห็นว่านี่เป็นวิธีการปฎิบัติชึ่งอาจมีวิธีต่างกันได้ของเพียงให้ยึดมรรคมีองค์แปดไว้ ยืนเดินนั่งนอนหายใจ คิด กำหนด เป็นเพียงวิธีการ ไม่ถ้าอย่างนั้นมนุษย์คงมีใจเหมือนกันหมด อยากกินแกงก็ต้องแกงเหมือนกัน กินอย่างอื่นไม่ได้ อย่างนั้นหรือ ผมว่ามันไม่มีเหตุผล ท่านว่าผมเป็นมิจฉาทิฏฐิ ผมก็ยอม มิจฉาก็มิจฉา ไม่เห็นด้วยกับการตำหนิคนอื่นว่าตัวเองถูกคนเดียว สาธุ. พ่อครูว่า...ภาษาของคนคนนี้กลับไปกลับมา ศาสนาพุทธถ้าพูดกันว่าเป็น _”มรรค มีองค์ ๘"นั้นคือ "ทางเอกทางเดียว ไม่มีทางอื่น"(เอเสวมัคโค นัตถัญโญ) ล.25 ข.30 เดี๋ยวนี้พูดถูก ศาสนาอื่นไม่มีมรรคมีองค์ 8 ไม่มีสมณะที่ 1 2 3 4 ชัดเจนทุกอย่างพระพุทธเจ้าตรัสไว้หมด คุณมาแย้งก็ผิดไปแล้ว นั่งสมาธิหลับตามันสิต้องไปนั่งหลับตาแล้วก็ไปทำสมาธิ สมาธิของพระเจ้านั้นไม่มีหลับตา ปฏิบัติอยู่ในขณะปฏิบัติธรรมงานอาชีพลืมตาหากินเลี้ยงชีพอยู่ เป็นคนสามัญ มีทั้งกัมมันตะกิริยากรรมทุกอย่างมีทั้งการพูดอยู่มีทั้งการคิดด้วยมีอยู่ในมรรคมีองค์ 8 แล้วพระพุทธเจ้าตรัสว่าสมาธิของพระพุทธเจ้านั้น
อ่านต่อ
ปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ ในมหาจัตตารีสกสูตรพระไตรปิฎกเล่ม 14 คุณไปอ่านดู อาตมาไม่ได้พูดเล่นพูดพล่อย พูดอย่างมีการอ้างอิงสัจจะความจริงถ้าจะตั้งใจศึกษาให้ดีอย่าไปแย้งเพื่อเอาชนะคะคานอาตมา ศึกษาดีๆแล้วก็ยอมรับเสียบ้าง จะได้เจริญจะได้มีปัญญาจะได้เกิดพัฒนาก้าวหน้า หลับตานี้อาตมาพูดหนักเป็นการสะกดจิตตัวเองแล้วมันจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นการสะกดจิตแต่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาตื่น ชาคริยานุโยคะ เป็นศาสนาผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน นั่งหลับตามันผิดตรงไหนคือศาสนาพุทธไม่ได้พาทำลายพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ในอดีตท่านนั่งหลับตาลืมตาที่ท่านบรรลุ มีพระอรหันต์ท่านนั่งหลับตาและบรรลุบอกมาสักองค์ บอกมาเลย แม้แต่พระพุทธเจ้าที่บอกว่านั่งใต้ต้นโพธิ์ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ท่านลืมตาหรือท่านหลับตาคุณจะไปรู้กับท่านได้อย่างไร ท่านก็นั่งระลึก อนุสติ ย้อนอดีต ศาสนาพุทธต้องลืมตาปฏิบัติทั้งนั้นเป็นทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ ต้องเป็นปัจจุบันชาติ ทิฏฐกาละ นิพพานต้องเกิดในขณะปัจจุบันเป็นปัจจุบันชาติ ไปดูในพจนานุกรมก็ได้ นิพพานนั้นเป็นปัจจุบันชาติ คือมันเกิดในปัจจุบัน ในอดีตในอนาคตไม่มีนิพพานจะเกิดในนี้นิพพานคือการบรรลุ นี่คือคำตอบว่าลืมตาหรือหลับตาบรรลุธรรม คุณฟังแล้วไม่แจ้งชัดเพราะคุณโง่ ขออภัยบอกให้คุณรู้ตัวเป็นความจริงไม่ใช่ด่าว่าคุณนะ อาตมากำลังอธิบายสัจธรรมไม่จำเป็นจะต้องมาข่มมาด่าว่า ที่เป็นอกุศลอาตมาไม่ทำ อาตมาอธิบายทำให้คนฟังชัดเจนอยู่เยอะแยะแต่ทำไมคุณถึงดักดานอยู่อย่างนั้น โง่ดักดาน อาตมาไม่ได้พูดลอยๆ อ้างอิงหลักฐานที่มันถูกต้องเป็นของพระพุทธเจ้าก็เอามายืนยัน คุณพูดถูกแล้วถ้าหากอาตมาไม่ชัดเจนก็ไม่เอามาพูดอาตมาไม่ทำ ในมรรคมีองค์ 8 ไม่มีการนั่งหลับตาทำสมาธิหรอก แต่มีการกระทำการงานมีการพูดมีการคิด คุณไปตามให้ดีๆ คุณยึดถือมรรคไว้แต่คุณไปทำอย่างอื่นอีกล่ะ เป็นเหตุผลของคนอ้างสุ่มสี่สุ่มห้ามาเป็นโวหาร เป็นการหาเรื่องมาแย้งมาเถียงเฉยๆไม่ได้เข้าเรื่องเข้าราวไม่ได้เข้าเป้าเลยเจ้าประคุณเอ๋ย แต่คุณไปเก็บอะไรที่ไม่ใช่สาระมาแย้ง ใช้ภาษาอ้างไปเรื่อยๆ ใครกันแน่หนอที่ไม่มีเหตุผล ไปตรวจสอบตัวเองให้ดีๆ หรือไม่ก็ต้องกินยาบ้างนะ ขอพูดซ้ำอีกว่า อาตมาเกิดมาในชาตินี้คำที่อาตมาพูด คำที่อาตมาสาธยายคำที่พูดไปทั้งหมดนี้อาตมาถูกอยู่คนเดียวในยุคนี้ อาตมาจึงได้พูดว่าอาตมาเป็นไก่ตัวพี่ที่เจาะกระเปาะไข่ออกมาก่อนใครในยุคนี้ ใช้คำพูดนี้ของพระพุทธเจ้ามาพูด มั่นใจว่าไม่ได้ยกตัวตีเสมอพระพุทธเจ้า แต่มันเป็นสัจธรรมที่เอามาสื่อภาษาสื่อความหมายสัจธรรมให้ฟัง อาตมาต้องทำตามพระพุทธเจ้า ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาจัตตารีสกสูตรในมิจฉาทิฏฐิทั้ง 10 อย่าง และสัมมาทิฏฐิทั้ง 10 อย่าง ถ้าเข้าใจโดยเฉพาะข้อที่ 10 นัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ มันไม่มีแล้ว สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ ไม่มีอยู่ พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ไม่ใช่อาตมาพูดเอง มันไม่มีแล้ว แล้วมีอาตมามาเกิดมาเป็นแต่คุณไปยึดถือผู้ที่ไม่มีสัมมาทิฏฐิ หรืออาจจะตรงบ้างเพียงเล็กน้อย คุณเข้าใจมรรคมีองค์ 8 อย่างลึกซึ้งหรือเปล่า มรรคมีองค์ 8 ประกอบด้วยศีลสมาธิปัญญา ก็ไม่มีการพูดอย่างนี้กัน ก็มีคนพูดบ้างแต่มีน้อย มรรคมีองค์ 8 จะต้องปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาและเกิดวิมุตแล้วก็ต้องขยายความได้ ปฏิบัติศีลแล้วจะเกิดสมาธิอย่างไรเกิดวิมุติอย่างไรเกิดปัญญาอย่างไร แล้วตรงที่ตัวเองถูกคนเดียว อาตมาเป็นผู้เดียวที่ถูกสมบูรณ์แบบ นอกนั้นก็ผ่านๆเผินๆจไม่เข้าเป้า 100% มันไม่สมบูรณ์แบบ อาตมาจึงเป็นผู้ที่เป็น สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) ที่พูดกันอยู่ในยุคนี้มันไม่มี อาตมามีมาแล้ว ในยุคนี้จึงเป็นผู้เดียว อธิบายยังไม่ได้ลงตัวลงตนยกตัวอย่างตนแต่พูดจะทำให้ฟัง ผู้ที่เข้าใจชัดเจนแล้วไม่มีอคติ สั่งวันนี้แล้วก็ยิ่งชัดเจนว่ามันเป็นจริง แต่คนจะเข้าใจสัจธรรมของพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกุตระ ที่อาตมานำมายืนยันเปิดเผยขึ้นจนกระทั่งพวกเรามาปฏิบัติธรรมเป็นสมณะที่ 1 2 3 4 พระโสดาบันสกิทาคามีอนาคามีอรหันต์จริงกันได้ แต่เขาไม่เชื่อไม่รู้แล้วเขาก็เป็นอรหันต์เก๊ ไม่พูดกันถึงเรื่องโสดาบันสกิทาคามีอนาคามีแล้ว อาตมาไม่ได้มีกิเลสข่มเบ่งใคร หรือดูถูกใคร แต่พูดสัจธรรม ตั้งใจฟังให้ดีคุณฟังก็ดีแล้ว แต่คุณอย่าเพ่งโทษอาตมาเลยมันเป็นอกุศลมันเป็นบาปตั้งใจฟังให้ดีแล้วคุณจะได้ประโยชน์ แต่ถ้าคุณฟังไม่ได้จริงๆไม่เห็นด้วยรับไม่ได้ขอแนะนำว่าคุณหยุดฟังอาตมาเถอะไปฟังท่านที่บรรยายกันทั้งหลายที่คุณศรัทธาจะสบายใจกว่าแนะนำอย่างนั้นไม่งั้นคุณจะทุกข์ใจได้620729_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 60