สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน คนไม่ใส่ใจธรรมะนั้นไม่ใช่คน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.66 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน คนไม่ใส่ใจธรรมะนั้นไม่ใช่คน _ธนัชพร สิริยานนท์ · สมอง ความจำ ท่านพ่อเฉียบมากๆคะ ดิฉันฟังไม่รู้เรื่องเจ้าคะ พ่อครูว่า...จะชมหรือจะว่ากันแน่เนี่ย ไม่เป็นไร จะติจะเตียนก็ได้ อาตมาไม่มีปัญหาเพราะการติชมเป็นเรื่องธรรมดาของโลก เข้าใจแล้วไม่มีโกรธเคือง เขาด่าว่ามาก็เห็นใจเขาเขาทุกข์ใจน่าดูก็เลยด่าเรา เขาเข้าใจเราไม่ได้ เราไม่มีความปรารถนาร้ายอะไรเลยมีแต่ความปรารถนาดี เกิดมาเป็นคนอาตมาย้ำหลายทีแล้ว เกิดมาเป็นคนไม่มีอะไรดีเท่ากับธรรมะ ธรรมะเป็นสิ่งที่ประเสริฐเลิศยอดสำหรับความเป็นมนุษย์ ถ้าไม่รู้ว่าธรรมะนี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดยังไม่ใช่คน เกิดมาได้ร่างของคนแล้วแต่ไม่รู้ว่าธรรมะคือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะต้องมาเสียเวลาให้ จะต้องเอาเวลามาใส่ใจเอาธรรมะให้ได้ คนที่ไม่รู้อย่างนี้คือคนที่ยังไม่ใช่คน ยังเป็นเดรัจฉานอยู่ นี่พูดจริงโดยสัจจะ พระพุทธเจ้าเป็นคนใช่ไหม เมื่อเกิดมาแล้วท่านรู้ตัวว่าจะต้องทำงานนี้ตอนอายุ 35 ปีก็ออกมาทำงาน เสร็จแล้วก็ไปหลงเป็นลิงลมอมข้าวพองอีก 6 ปี เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าเป็นคน ท่านเกิดมาก็จะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน หมอดูก็บอกว่าถ้าอยู่ทางโลกจะได้เป็นเจ้าจอมจักรพรรดิใหญ่ที่สุดในฆราวาส ตามเจ้าจอมจักรพรรดิที่ทำกันมาไม่ว่าจะเป็นเจงกิสข่านด้วยใครต่อใคร ถ้าท่านเป็นคนอย่างนั้นก็ต้องไปเป็นเจ้าจอมจักรพรรดิ์ แต่ท่านทิ้งสิ่งเหล่านั้นมาเอาธรรมะใช้พระชนม์ชีพตลอดเพื่อธรรมะจนปรินิพพานเป็นปริโยสาน ท่าน ฉลาดที่สุด อาตมาเมื่อรู้ตัวแล้วก็มาดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้า ไม่เอาทางโลกแล้วมาเอาทางธรรมะ ถ้าคุณบรรลุอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ จบจากอรหันต์แล้วก็เป็นโพธิสัตว์ที่จะช่วยโลกมีแต่ประโยชน์ต่อโลกประโยชน์ตนเองไม่มีแล้ว อรหันต์เป็นผู้ที่หมดตัวหมดตน อรหันต์ไม่ขี้เกียจแล้ว ทำ

อ่านต่อ

งาน แล้วจะทำงานไปเพื่ออะไร ไม่เอาในลาภยศสรรเสริญโลกียสุขแล้ว ก็ทำงานให้ประโยชน์ จึงเป็น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)

เกิดมาเป็นคนถ้ายังไม่ใส่ใจในธรรมะนั้นยังไม่ใช่คน! พูดให้เข้าใจจะได้ไม่ไปท้าแก่งแย่งชิงกันอย่างที่ทั้งโลกเขาทำกัน เมื่อมีนักปราชญ์อย่างพระพุทธเจ้ามาประกาศสัจธรรมให้แล้วเขาก็ยังไม่เอา มันก็จะยิ่งกว่าเดรัจฉานนะ พูดไปพูดมา น่าสังเวชใจทำไมไม่นึกคิดทำอะไรให้มันดีขึ้นสมบูรณ์ขึ้นบ้างเป็นคนทั้งที เกิดมาเป็นคนทั้งที แต่เป็นเดรัจฉานจ้อย ประชาธิปไตยแบบตะวันตกนั้น ระบอบประธานาธิบดีคนแรกคือ จอร์จวอชิงตัน ของอเมริกา จอร์จวอชิงตัน ช่วยให้อเมริกาได้ปลดแอกจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ประชาชนก็จะให้เป็นกษัตริย์แต่เขาไม่เป็นจึงได้เริ่มเป็นระบบประธานาธิบดี เป็นประชาธิปไตยขาเดียวที่ไม่มีกษัตริย์ สร้างได้ไม่ถึง 300 ปีระบอบนี้ ส่วนประชาธิปไตยแท้ๆของพระพุทธเจ้านั้น พฤติกรรมของมนุษย์นั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่ตัวทำงานเพื่อประชาชน ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าแล้วคนนั้นหมดกิเลสตัวตนไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่พรรคพวก ไม่เห็นแก่ตนเองได้ไม่มีอคติจริงไหม ได้จริงมากแค่ไหนก็เป็นประชาธิปไตยมากเท่านั้น เมืองไทยมีพระพุทธศาสนารู้จักการล้างละอัตตาตัวตนได้จริง อันเป็นกิเลสที่เห็นแก่ตัวเห็นพรรคพวกเห็นแก่เงินทองโลกีย์แต่เมืองไทยมีคนที่ทำอย่างไม่เห็นแก่โลกีย์ทำเพื่อประชาชน 100% หรือมากที่สุดกว่าใครๆ นอกนั้นโกหกทั้งนั้น ไม่มีทฤษฎีล้างความเห็นแก่ตัวล้างกิเลส เพราะฉะนั้นจึงไม่จริงเท่าประเทศไทย ไม่ได้โมเมหรือสุ่มสี่สุ่มห้าพูดมันมีคำอธิบายได้ บ้านเมืองไทยเป็นเมืองประชาธิปไตยที่มีคุณภาพดีที่สุด คนที่มีความคลั่งไคล้ตะวันตกยังไม่มีโอกาสเป็นประชาธิปไตยเป็นเด็ดขาดแบบศาสนาพุทธ และประเทศไทยเป็นตัวอย่างของโลก 620728_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สังคมสุดยอดคือสังคมมนุษย์วรรณะ 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน