ศีลกับปัญญาเป็นคู่ชำระกิเลสด้วยกันขาดกันไม่ได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศีลกับปัญญาเป็นคู่ชำระกิเลสด้วยกันขาดกันไม่ได้ _หมอเขียว...ปัญญาอันศีลชำระให้บริสุทธิ์ (โสณทัณฑสูตร ) ศีลอันปัญญาชำระให้บริสุทธิ์ ล.๙ ข.๑๙๓) ศีลมีในบุคคลใด ปัญญาก็มีในบุคคลนั้น ปัญญามีในบุคคลใด ศีลก็มีในบุคคลนั้น ปัญญาเป็นของบุคคลผู้มีศีล และศีลก็เป็นของผู้มีปัญญา นักปราชญ์ย่อมกล่าวศีลกับปัญญาว่าเป็นยอดในโลก เหมือนบุคคลล้างมือด้วยมือ หรือล้างเท้าด้วยเท้า ฉะนั้น ...ขอพ่อครูช่วยอธิบายด้วยครับ ที่เริ่มปฏิบัติไม่เริ่มปฏิบัติที่ศีล ไม่มีทางเกิดปัญญา แต่จะเกิดเพียงความรู้ เฉโก มีทางเกิดปัญญา ปัญญาเป็นความรู้ทางโลกุตรธรรม การปฏิบัติไม่มีผัสสะ ไม่มีการออกมาทางกระทบตาหูจมูกลิ้นกาย ด้วยการปฏิบัติเริ่มต้นที่ ศีล เริ่มตั้งแต่ ศีลข้อที่ 1 กระทบสัมผัสกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 กระทบสัมผัสกับของกับพืช กระทบแล้วเกิดกิเลส การปฏิบัติไม่มีศีลแค่ 3 ข้อนี้แหละคุณไม่มีปัญญาที่จะไปรู้ความจริงคุณมีแต่ตรรกะ คุณมีแต่ต้นเดาเอามีแต่ความรู้แบบโลกโลก เฉโก ไม่มีปัญญาเป็นความรู้ที่ไม่ใช่โลกุตระก็วนเวียนอยู่อย่างนั้น ไม่เข้าถึงจิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่เป็นเนกขัมมะ ไม่ออกจากกาม กาม ต้องมีวัตถุภายนอกเป็นเบื้องต้นจะมีการปฏิบัติที่เป็นลำดับอันน่าอัศจรรย์ ต้องลดจากกิเลสกามให้หมดก่อนแล้วคุณก็มีผัสสะ กับเหตุปัจจัยที่จะให้เกิดกาม แต่กามมันหมดจากจิตแล้วคุณก็เป็นอนาคามี คุณเข้าไปลดกิเลสในจิตอีกที่เป็นรูปภพ อรูปภพ เป็นภวตัณหา หากว่าคุณไม่ได้ผ่านภูเขาชั้นนอก คุณจะไปล้างข้างในมันไม่ได้อย่างที่ว่านี้ มันโมฆะจริงๆ แม้คุณล้างกามไปหมดแล้ว คุณก็ยังอยู่กับวัตถุภายนอก แต่จิตคุณยังอยู่เหนือ เป็นพระอนาคามี คนที่ ปัญญาอยู่ที่ไหนฌานอยู่ที่นั่น ฌานอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น ปฏิบัติธรรมไม่มีปัญญา อปัณกธรรม3 คุณเอา
อ่านต่อ
ที่ไหนมาปฏิบัติ มันเป็นโมฆะจริงๆ
ปัญญาเป็นตัวที่ 7 ของสัทธรรม 7 ในจรณะ 15 เป็นตัวที่ 11 พูดให้แยก ปัญญากับฌาน มันเหมือนอันเดียวกัน เกิดฌานก็คือมีไฟกำจัดกิเลสและมันก็เกิดปัญญา ปัญญากับฌานจึงเป็นตัวที่ทำงานด้วยกัน สร้างฌานได้ก็เท่ากับสร้างปัญญาก็คือกำจัดกิเลสได้ อาตมารู้จักพลังงานเหล่านี้เป็นวิทยาศาสตร์ทางจิตเอามาอธิบายเป็นภาษาไทยง่ายๆว่าสถานะมันเป็นอยู่อย่างไรเกิดทำงานร่วมกันอย่างไรให้ฟังอย่างนี้ ขณะนี้หากยังไม่เข้าใจอาตมาก็จนปัญญาที่จะอธิบายทั้งหมด
640111_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 23