ผัสสะคือนามเป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
ผัสสะคือนามเป็นเช่นไร _แซมดิน...ช่วงนี้สันติอโศกได้มีการทำงานที่สวน 2 ศอก ไปทำงานทุกวันเลย ไปรดน้ำตอนเช้า ก็ปลูกหลายอย่าง เริ่มแรกก็มีต้นกล้วย และอื่นๆ ดีครับ ชาวเมืองได้ทำสวน ก็เป็นกสิกรขึ้นมาบ้าง ช่วงนี้ตลาดหน้าสันติอโศกก็เปิดอย่างมีเงื่อนไข ค่อนข้างจะเข้มข้นเพราะป้องกันเต็มที่ คำถามวันนี้อยากกราบเรียนถามว่า ผัสสะ เป็นนามได้อย่างไร มันน่าจะเป็นรูป พ่อครูว่า...ฟังดีๆ คือ ผัสสะนี่ ก็จะต้องเป็นเจตสิกของจิต มันเกิดอาการที่ไปผุสสติหรือโผฏฐัพพะ กระทบอะไรก็แล้วแต่ภายนอก พอกระทบแล้วก็จะเกิดเวทนาเกิดอาการรู้สึก คนที่มีจิตเจตสิกในระดับจิตนิยามมีกายกระทบแล้วจะรับรู้สึก คนที่ไม่ได้เป็นจิตนิยามแล้วตกมาเป็นพืชหรือเป็นพีชะ กาย จะถูกกระทบอย่างไรก็ไม่รู้สึกไม่มีเวทนา พระอรหันต์จะทำอันนี้ได้ เป็นอุตุธาตุแล้วจิตจะไม่เกิด หรือสงบรำงับได้แค่เป็นพืช มีชีวิต แต่ไม่มีกาย ไม่รับรู้สึกไม่มีเวทนา มนุษย์พืชสัมผัสแตะต้องอย่างไรเขาก็ไม่รู้เรื่องเพราะจิตมันตกลงไป มันไม่มีพลังงานครบสภาพที่จะมารู้เรื่องด้วยภายนอก เรียกว่า กาย แต่กายนี้คือจิตนะ จิตมันเกี่ยวเนื่องกัน กายกับจิตต้องเกี่ยวเนื่องกันแยกกันไม่ได้ หากแยกได้ ก็เป็นพระอรหันต์ หรือแม้แต่พีชะก็ตาม ส่วนหนึ่งเป็นพืช แต่มีชีวะ พระอรหันต์มีจิตเป็นพีชะ ได้ คนมีจิตนิยาม สามารถควบคุมพลังงานพีชะได้ จิตได้ด้วย สามารถเรียนรู้ทำใจในใจทำจิตในจิตให้เป็นพืชได้แล้วมีพลังงานเหลือในจิต สามารถเอาไปงานอื่นได้อีก ต้องไปเสียพลังงานกับสิ่งที่ทำให้จิตตกต่ำ โดยเฉพาะเสียอารมณ์เสียความรู้สึก มันก็เป็นคนไม่มีความรู้สึกเสียไม่มีความรู้สึกเลวร้ายเป็นพิษภัยต่อตัวเองต่อผู้อื่น นี่คือความรู้ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วเอามาสอนให้คนตรัสรู้จิตเจตสิกรูปนิพพาน ต้องมีผัสสะเป็นปัจจั
อ่านต่อ
ย ไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยไม่มีฐานแห่งการปฏิบัติธรรมะตาม พรหมชาลสูตร รับทราบปฏิบัตินาม 5 ไม่มีมนสิการไม่ได้ ไม่มีจิตมีแต่ พีชะ มีแต่ชีวะที่ไม่ถึงจิต เพราะฉะนั้นเรียนรู้ไม่เต็มเรียนรู้ไม่ได้เรียนรู้ไม่พอ นาม 5 เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ เวทนา สัญญา เจตนา สามเส้า คือ กระบวนการปฏิบัติธรรมสำคัญ เพราะ เวทนาเกิด เราจะเรียนรู้เวทนานี้ มันมีเจตนาที่เป็นกรรมเจตนาของคุณมีกามหรือไม่ แยกกามออกจากเวทนา เจตนา แต่ไม่ได้สัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายก็ไม่มี ภพกามคุณ 5 นั่งหลับตาไม่มีกามให้ปฏิบัติ คุณก็ไม่ได้ล้างกามก่อนให้หมด คุณจะไปล้างกิเลสภายในได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้เหมือนคุณจะเข้าไปอยู่ในใจกลางภูเขา คุณจะทะลุชั้นต้นชั้นกลางไปหาข้างในได้อย่างไร มันเป็นเรื่องจิตคิดเอาเองว่าจะได้ ซึ่งมันไม่ได้เลย ฟังให้ดีๆชัดๆ ฟังธรรมะที่อาตมาอธิบายจะได้ปัญญา หากฟังไม่ดีก็เหมือนเป็นการอาบน้ำกลัวเปียก อย่างนี้เป็นต้น ฟังให้ดี อย่าให้มีอคติ อย่าให้มีการลบหลู่ ฟังสัตบุรุษจะได้ฟังสัทธรรม ฟังสัตบุรุษหรือผู้อยู่ในฐานะครูและต้องตั้งใจ เคารพอย่างแรงกล้า ละอายอย่างแรงกล้า เกรงกลัวอย่างแรงกล้า ท่านตรัสไว้ในปัญญา 8 หากคุณไม่ฟังด้วยความละอาย เกรงกลัว ความรักความเคารพมันไม่มีทางหรอก ไม่มีความยินดีที่จะฟังเต็มที่ เพราะธรรมะพระพุทธเจ้ามันลึกซึ้งละเอียดคุณฟังอย่างอาบน้ำกลัวเปียกฟังอย่างเสียไม่ได้ จ้างคุณก็ไม่เข้าใจ จ้างคุณก็ไม่ได้ปัญญา คุณก็ได้อย่างเพลิดเพลินอย่างนั้น ไม่ลึกซึ้งเป็นปัญญา ฟังได้แต่ผิวเผิน อาตมาพูดเรื่องนี้ซ้ำมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ผัสสะ เป็นนามรูปได้หรือไม่? ได้ เพราะคุณต้องรู้ผัสสะภายนอกก่อนแล้วก็ไปรู้ผัสสะภายในต้องมีตาที่ละเอียดดีก่อน ถึงเข้าไปรู้ภายในได้ ต้องเรียนรู้ชีวะตั้งแต่ตัวใหญ่ก่อนแล้วค่อยเรียนรู้ตัวเล็กละเอียดลงมา
640111_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 23