คนปทปรมะ กับคนใบลานเปล่าคือคนเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.92 KB
วันที่แก้ไข12 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

คนปทปรมะ กับคนใบลานเปล่าคือคนเช่นไร _ตุ๊ก อัศวิน : 'ปทปรมะ' กับ 'ใบลานเปล่า'จัดอยู่ใน phylum เดียวกันไหมเจ้าคะ / ปฏิบัติธรรมตามแนวที่พ่อครูสอนสั่ง..เห็นแจ้งชัดว่าเป็น อนุสาสนีปาฎิหารย์..โดยแท้ คือ เกิดปัญญา บรรเทาอาการหลงโง่..หลงโลภ..หลงโกรธ รู้สึกตัวเบา อาการเช่นนี้หมายว่า 'เหาะ' ได้ไหมคะ พ่อครูว่า… “ปทปรมะ” กับ “ใบลานเปล่า” ความหมายเดียวกัน “ใบลานเปล่า” แปลเป็นโดยอัดของภาษาไทย ในสาระเนื้อหา คือ คนที่ศึกษาเรียนรู้แต่ภาษาบัญญัติ โดยไม่มีสภาวะ เข้าไม่ถึงสภาวะ ผู้ที่ปฏิบัติหลักตามออกจากศาสนาพุทธเรียบร้อย อาตมาพยายามอธิบายแล้วเอาหัวข้อธรรมะมาแจกแจงให้ฟังให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์ของศาสนาพุทธเลยนั่งหลับตาปฏิบัติ แต่ก็ต้องพูด ย้ำซ้ำแซะอะไรก็ต้องพูด ผู้ที่ไม่มีผัสสะ คุณก็ไม่มีมนสิการ มนสิการเป็นการทำใจในใจ ไม่ได้ทำใจในใจ เพราะคุณไม่มี ผัสสะ ไม่มีผัสสะไปนั่งสะกดจิตนั่งหลับตา มันก็ไม่มี กาย ไม่มีภายนอก คุณก็ไม่เกิดสภาวะที่สำคัญมากปฏิบัติต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย อย่างนี้เป็นต้น คุณก็จะไม่รู้เรื่อง พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไรก็ไม่เข้าใจ เมื่อไม่มีสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายสำเร็จอิริยาบถอยู่ มันก็ปฏิบัติไม่ครบกระบวนการพระพุทธเจ้า มันก็ไม่ได้ผลไม่มีผลเลย ผลเกิดเหมือนกันแต่เกิดแบบเดียรถีย์ เกิดแบบนอกรีต แบบไม่ใช่ศาสนาพุทธ คุณก็ได้ผลแบบเดียรถีย์แบบพวกนอกศาสนาพุทธ เป็นมิจฉาพุทธไป เป็นเรื่องที่อาตมาต้องซ้ำซาก ก็สงสารคนที่เขาไปหลงเลอะมีเยอะไปลงหลับตาปฏิบัติมีเยอะ เพราะฉะนั้นคนที่แม้จะเก่งบัญญัติภาษาเรียกว่า ปทปรมะ พุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า ปทปรมะ ตัวอย่างคือ คนที่รู้พุทธพจน์ก็มากจำพุทธพจน์ได้ก็มาก บอกสอนคนอื่นอยู่ก็มาก แต่ไม่บรรลุธรรมในชาตินั้นเพราะว่าไม่ได้สัมผัสในจิตไม่ได้ทำจ

อ่านต่อ

ิตในจิต กิเลสมันอยู่ที่จิตถ้าคุณไม่เข้าถึงจิต คุณไม่มีกายครบทั้งภายนอกภายในคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าได้เลย ต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย มีกายสักขี มีกายยืนยัน ถ้าไม่มีกายยืนยันผิดหมดไม่มีทางที่จะปฏิบัติได้ คำว่ากาย อาตมาหยิบมาขยายความฟังให้ดีๆ คุณจะรู้คำว่ากายนี้ได้อย่างสัมมาทิฏฐิ พ้นสักกายทิฏฐิ ที่เป็นสังโยชน์ข้อที่ 1 ก็ต้องรู้จักความเป็นกายที่สัมมาทิฏฐิแล้วอ่าน กายในกายจัดการกับการปฏิบัติข้อเริ่มต้นเลย หากไม่รู้จักกายก็เป็นมิจฉาทิฐิ เริ่มต้นกลัดกระดุมเม็ดแรกไม่ได้ ก็จะเป็นคนที่เป็นคนใบลานเปล่า คนที่เต็มไปด้วย ใบลาน รู้เรียนภาษาจบปริญญา 9 ปริญญาเอกของศาสนาพุทธ การศึกษาที่เรียกว่าพุทธศาสนา ก็เป็นใบลานเปล่า ปทปรมะ มีเยอะจริงๆการจะปฏิบัติจิตในจิตได้จะต้องเข้าใจกาย เราเข้าใจกายแค่สรีระภายนอก ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับจิตเลย เขาเข้าใจอย่างนั้น การปฏิบัติที่เข้าใจผิดตั้งแต่แรก กายกับจิตแยกกันไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสถึงขั้นว่ากายนี้จะเรียกว่าจิตมโนวิญญาณอย่างนี้เป็นต้น การปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าต้องการกำจัดกิเลส วัตถุธรรมข้างนอกไปจัดการมันไม่ได้มันเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น แต่การปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าตัดกิเลส ลดกิเลส กิเลสมันอยู่ที่จิต ไม่ได้อยู่ที่วัตถุดินน้ำไฟลม ไม่มีไม่เกี่ยวกิเลสไม่ได้อยู่ที่ดินน้ำไฟลม กิเลสมันอยู่ที่จิตเรา แต่เมื่อเราไปสัมผัสกับดินน้ำไฟลม สัมผัสกับภายนอกกับอะไรเข้าแล้วเกิดกิเลส ถ้าไม่เกี่ยวข้องกันไม่มีกายที่เป็นสัมผัส กิเลสมันก็ไม่เกี่ยวกับข้างนอกมันก็อยู่ภายใน หลับตาเข้าไปมันก็ไม่เกี่ยวแล้ว กิเลสมันก็อยู่ข้างในอยู่ที่จิตของคุณนั่นแหละ แล้วคุณก็ไม่เกิดกิเลสอะไรเป็นตัวจริงสภาวะที่สัมผัสอะไรข้างนอกแล้วกิเลสไม่เกิดกับมันเป็นปัจจุบันธรรม เป็นทิฏฐธัมนิพพานทิฐิ นิพพานจะต้องมีปัจจุบัน ต้องมีภายนอกภายใน แต่คุณไม่มี มันก็ปฏิบัติมีแต่จินตนาการ มีแต่สร้างวิมานมีแต่ขบคิดอยู่ข้างนอก กิเลสมันไม่เกี่ยวกับความจริงปัจจุบันเป็นความจริง คุณแตะสัมผัสก็เกิดความจริงตอนนี้ ถ้าคุณหลับตาเข้าไปมันไม่มีปัจจุบัน มีแต่อดีตกับอนาคต คุณก็นึกถึงอดีตหรือคิดไปเองและอนาคตเป็นสภาพที่เป็นของเก่า อนาคตส่วนมากก็เป็นนิรมาณกาย กายแบบลมๆแล้งๆคิดขึ้นมาเองไม่มีปัจจุบัน อธิบายให้ครบจะได้เข้าใจว่าหลับตาปฏิบัติเป็นโมฆะอย่างไร ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาชัดเจนความจริงถูกความจริงบรรลุธรรมสำเร็จเป็นอริยะบุคคลสมบูรณ์เป็นพระอรหันต์ได้ ศาสนาที่ไม่ใช่พุทธเป็นเดียรถีย์ ไม่มีทางบรรลุธรรมที่เป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาผลไม่มี มีก็ของเขาไม่เกี่ยวกับการลดกิเลส ศาสนาอื่นไม่มีสมณะ 4 เหล่าไม่มีโสดาบัน สกิทาคามีอนาคามี อรหันต์ ไม่มีคนที่จะรู้จักกิเลสแล้วก็กำจัดกิเลสทุกตัวจริงๆ กิเลสก็หมดได้จริงๆไม่มีสมณะ 4 เหล่า ระงับกิเลสระดับต้นเป็นโสดาบัน ระดับกลางเป็นสกิทาคามี ระดับต่อมาเป็นอนาคามีระดับหมดกิเลสก็เป็นอรหันต์ เขาไม่มีสมณะ 4 เหล่าในศาสนาอื่นไม่มี เรื่องที่ลึกซึ้งเป็นเรื่องที่ชัดเจนเป็นเรื่องความจริงความรู้ที่บริบูรณ์จริงๆ สมบูรณ์จริงๆเลย อยากจะขยายความ ปรทมะ เก่งจริงๆกันเลย ได้รับใบรับรองจากการเขียนบรรยายเป็นตรรกะ ไม่เข้าไปสัมผัสจิตในจิต แล้วแยกกิเลสออกจากจิต กิเลสที่จะแยกต้องอ่านเวทนา อารมณ์นั้นจะมีกิเลสอยู่ในความรู้สึกนั้น ความรู้สึกจะเกิดจะต้องมีผัสสะ ถ้าไม่มีผัสสะก็ไม่มีเวทนาเกิด พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้หมด แต่ก็เผิน ศึกษาบัญญัติมากันทั้งนั้น ที่พูดไปนี้หลายคนก็ท่องจำได้เก่ง จำเก่งกว่าอาตมาด้วยซ้ำ ปฏิบัติไม่ได้ผลอะไร ขอขยายความให้พิสดารชัดเจนขึ้นไป ของคุณตุ๊ก ฟังอาตมาและปฏิบัติตามก็เห็นตามเป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์คือคำสอนพระพุทธเจ้า มันเป็นฤทธิ์เดชเป็นปาฏิหาริย์ให้บรรลุธรรมได้ คำสอน อนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ ตรวจผลที่เป็นความสำเร็จเจริญแบบ รู้จักกิเลสแล้วล้างกิเลสได้ นี่คือเป้าหมายของศาสนาพุทธ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์แบบอิทธิปาฏิหาริย์เหาะเหินเดินน้ำดำดินได้ไปหยั่งรู้ใจคนอื่น รู้ใจคนอื่นเหมือนกันแต่ไม่ได้รู้จักกิเลสตัวเองเลย รู้จักแต่ความพิสดารของจิตที่มันหยาบกลางละเอียดของคนอื่นแต่ไม่เข้าไปรู้จิตใจตัวเอง ไม่ได้รู้กิเลสตัวเอง ไม่ได้แยกกายแยกจิตตัวเอง มันก็เลยมองข้ามไปจากศาสนา ที่สามารถปฏิบัติตามอาตมาพูดและบรรยาย อาตมาพยายามจูงนำพูดให้ปฏิบัติให้ถูกให้เกิดมรรคผล เกิดสภาวะที่สัมผัสจิตอ่านจิตอ่านกิเลส แยกกิเลสได้ รู้จักการลดกิเลสแม้จะ กดข่ม ก็ได้ขั้นหนึ่งแล้ว ยิ่งเกิดการปัญญาญาณ รู้ถึงความไม่เที่ยงของกิเลสอันนี้ก็ลึกซึ้งในไตรลักษณ์สาม มันไม่เที่ยง ไอ้ตัวนี้มันเป็นตัวเหตุเป็นตัวการใหญ่จริงๆเลย แล้วเราก็โง่กับมันจนเราฉลาดขึ้นมา ถ้าเราเลิกไม่ต้องไปคบกับมัน เพราะมันเป็นเหตุแห่งทุกข์ มันก็จากจิตเราเราก็เห็นความเบาความว่างไม่ถูกกิเลสมันกัดเอา ชัดเจน

640111_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 23

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน