สัจจะมี 1 เดียวตรงกันเป็นของพระอรหันต์เท่านั้น.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.62 KB
วันที่แก้ไข11 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

สัจจะมี 1 เดียวตรงกันเป็นของพระอรหันต์เท่านั้น อริยสัจ 4 ที่เป็นสัจจะเป็นอย่างเดียวได้นั้นถ้าเป็นอรหันต์ถึงพูดได้ ถ้ายังไม่เป็นอรหันต์มี 2 หมด แย้งกันได้หมด ผู้เป็นอรหันต์มีนิพพานได้ จึงจะพูดได้หนึ่งเดียวตรงกันหมด นอกนั้นเถียงกันหมดถ้ายังไม่ใช่พระอรหันต์ ไม่มีนิพพานแท้ก็เถียงกันหมด นี่คือสัจจะแท้มีหนึ่งเดียวใน จูฬวิยูหสูตร ไปอ่านให้ดีๆ ชนสองพวกได้กล่าวกันและกันว่า “เป็นผู้โง่” เพราะทิฐิฯ เรา(ตถาคต)ไม่กล่าวทิฐินั้นว่าเป็นสัจจะ เพราะเหตุว่าสัตว์ยึดทิฐิของตนว่า “สิ่งนี้เท่านั้นจริง” (สิ่งอื่นเปล่าดาย ไม่มีจริง) สัจจะมีอย่างเดียวเท่านั้นมิได้มีสองอย่าง สัจจะหลากหลาย ต่างๆ กันนั้น มิได้มีเลยในโลก แต่ที่ไปเห็นว่ามีก็เพราะ ไปสัญญาว่าเที่ยงแท้แน่นอน เท่านั้น (น เหวะ สัจจานิ พหูนิ นานา อัญญัตระ สัญญายะ นิจจานิ โลเก) พตปฎ. เล่ม 25/419, เล่ม 29/519 - 599 พ่อครูว่า…คำว่า “เที่ยงแท้แน่นอน” คือ สัญญายะ นิจจานิ อาตมาเคยอธิบายซึ่งยากมาก ก็เลยต้องพูดถึงด็อกเตอร์รินธรรม คนนี้มีถึง 6 ปริญญาแล้ว ไปทำงานอยู่ข้างนอกไม่มาทำงานข้างในเรา ดูเหมือนจะเป็นดอกเตอร์คนแรกของชาวอโศก ก็แย้งเรื่องสัญญายะ นิจจานิ เอาไว้เวลาอื่นก็อธิบาย ขอสรุปว่า มีสัจจะ อันสัญญาคือ มีการกำหนดรู้หมายเหตุ ไปกำหนดว่าเที่ยง นิจจา ในโลก สัญญาว่าเที่ยงเท่านั้น การกำหนดว่าเที่ยงได้ คือการกำหนดรู้ อาริยสัจ 4 กำหนดรู้นิพพาน ผู้ที่เป็นพระอรหันต์เท่านั้นจึงกำหนดให้รู้ว่าอันนี้เป็นสภาวะของอรหันตผลของพระอรหันต์ มีหนึ่งเดียวเท่านั้น ตั้งแต่พระอรหันต์ขึ้นไปมีอรหัตผลด้วยกันไม่เถียงกันไม่แย้งกันมีหนึ่งเดียวเท่านั้นนอกจากพระอรหันต์แล้วแย้งกันได้หมด นอกจากพระอรหันต์แล้วแย้งกันหมด มีพระอรหันต์แท้เท่านั้น พระอรหันต์เก๊ หรือผู้ยังไม่สมบู

อ่านต่อ

รณ์แบบก็ต้อง แย้งกัน เพราะต้องมีแง่เชิงต่างกัน แต่เป็นหนึ่งเดียวจริงๆแม้แต่สองก็ไม่มี จึงจะเป็นสัจจะเป็นหนึ่งเดียวของพระอรหันต์แท้ ที่มี นิจจัง(เที่ยงแท้), ธุวัง (ถาวร), สัสตัง(ยืนนาน), อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน), อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้), อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ของพระอรหันต์องค์หนึ่งเดียวกันเป็นสัจจะเป็นหนึ่งเดียวกันแม้แต่สองก็ไม่ _สู่แดนธรรม... ทำไม?.. พ่อท่านต้องพูด 2 อย่าง พ่อครูว่า…เมื่อเป็นสิ่งที่มีขึ้นมา ก็ต้องมี 2 ทั้งนั้น แม้แต่ในนิวเคลียสต้องมี 2 อย่างเดียวไม่เกิดพลังงาน ต้องมี 2 ถึงเกิดพลังงานเมื่อเคลื่อนที่จึงเกิดพลังงานตั้งแต่นิวเคลียส มีพลังงานบวกลบ โปรตรอน อิเล็กตรอน เกิดพืชก็มีคู่เป็น จิตก็มีคู่ พอเป็นจิตก็จึงจะเป็นเทวะ พืชไม่เป็นเทวะ แต่ถ้าจะเอาพยัญชนะไปเรียกเทวะ 2 ก็ได้ พืชจะมี 2 แม้แต่เป็นอุตุก็มี 2 คือบวกกับลบ เพราะฉะนั้นคำว่าสองของเทวะจึงคลุมหมดเลยทั้งโลกตั้งแต่อุตุ ทั้ง พีชะ ทั้งจิต ทั้ง อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระเจ้าเท่านั้น มีหนึ่งเดียว ห้ามแตกนะ ห้ามแยกนะ ใครแยกเอาตายเลย อะไรๆก็อยู่ที่พระเจ้าหมด ฮุบไว้หมด ฟังพระเจ้าอย่างเดียวจึงเที่ยงพระเจ้าจึงเที่ยง พระเจ้าจึงมีความรู้เท่ากับพระเจ้าเท่านั้น ไม่สุด ถ้าผู้ที่มีความรู้สุด ก็คือความไม่มีอะไรเลย ไม่มีความยึดมั่นถือมั่น มี 0 = Infinity 0 = หาประมาณไม่ได้ หาที่สุดไม่ได้

วิโมกข์ 8 มีสัญญาเวทยิตนิโรธ อนุปุพพวิหารมีสัญญาเวทยิตนิโรธ แต่วิญญาณฐิติไม่มีสัญญาเวทยิตนิโรธ แม้แต่เนวสัญญานาสัญญายตนะก็ไม่มีเพราะเป็นเรื่องของปัจจุบัน วิญญาณฐีติ ปฏิบัติในขณะมีวิญญาณ ตา หู จมูก ลิ้น กาย อยู่ในขณะนี้ แน่นอนต้องมีใจด้วยวิญญาณคือตัวใจแท้ ใจที่มีจมูกลิ้นกายตั้งอยู่เรียกว่าฐิติ ถ้าไม่มีที่ตั้งเป็นสัมภเวสีเป็นวิญญาณล่องลอยไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย นี่แหละไม่ใช่ ที่ตั้ง เพราะฉะนั้นจิตที่ไม่มีที่ทั้งตาหูจมูกลิ้นกาย จึงโมฆะจากศาสนา

640110_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ร้อยมาลัยพระอภิธรรมตามแบบพ่อครู

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน